PayNow: คู่มือเชิงลึก

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. PayNow ทํางานอย่างไร
  3. วิธีที่ลูกค้าใช้ PayNow
  4. ประโยชน์ของการรับชําระเงินด้วย PayNow
  5. ต้นทุนและค่าธรรมเนียมของ PayNow
  6. วิธีการรองรับ PayNow เป็นวิธีการชำระเงิน
  7. วิธีการกำหนดค่า PayNow ด้วย Stripe
  8. มาตรการรักษาความปลอดภัยของ PayNow
    1. โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร
    2. การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (2FA)
    3. การยืนยันการชำระเงิน
    4. การติดตามธุรกรรม
    5. การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
    6. ขีดจํากัดธุรกรรม
    7. การสื่อสารกับลูกค้า
  9. ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก PayNow
  10. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

PayNow เป็นบริการชำระเงินดิจิทัลที่สมาคมธนาคารในสิงคโปร์เปิดตัวในปี 2017 เพื่อให้การชำระเงินง่ายยิ่งขึ้น บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าโอนเงินทุนได้ทันทีด้วยการใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (NRIC) หรือหมายเลขประจำตัวชาวต่างชาติ (FIN) โดยไม่ต้องป้อนรายละเอียดบัญชีธนาคารของผู้รับ เมื่อผู้ใช้ลิงก์หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลข NRIC หรือหมายเลข FIN เข้ากับบัญชีธนาคารของตนเอง ผู้อื่นก็จะสามารถส่งเงินไปยังบัญชีดังกล่าวได้โดยตรง โดยใช้เพียงตัวระบุเหล่านั้น

PayNow เป็นวิธีการแบบรวมสำหรับการชำระเงินดิจิทัลในสิงคโปร์ ซึ่งทำงานร่วมกับระบบการธนาคารของธนาคารต่างๆ มากมาย ได้แก่ DBS/POSB, OCBC Bank, UOB, HSBC, Maybank, Standard Chartered และ Citibank เจ้าของบัญชีในประเทศส่วนใหญ่สามารถเข้าถึง PayNow ได้ และสามารถส่งและรับเงินผ่านทางเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หรือแอปธนาคารบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของธนาคาร

องค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์ (MAS) สนับสนุนบริการนี้ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของสิงคโปร์ในการขับเคลื่อนสู่สังคมไร้เงินสด PayNow ให้บริการตลอดเวลา ทำให้สามารถทำการโอนได้ทันทีทุกเมื่อ และพึ่งพามาตรการรักษาความปลอดภัยของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในการปกป้องธุรกรรม

ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายสิ่งที่ธุรกิจควรทราบเกี่ยวกับ PayNow ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การชำระเงินในสิงคโปร์

เนื้อหาหลักในบทความ

  • PayNow ทำงานอย่างไร
  • PayNow ใช้งานอย่างไร
  • ประโยชน์ของการรองรับ PayNow
  • ต้นทุนและค่าธรรมเนียมของ PayNow
  • วิธีการรองรับ PayNow เป็นวิธีการชำระเงิน
  • วิธีตั้งค่า PayNow กับ Stripe
  • มาตรการรักษาความปลอดภัยของ PayNow
  • ทางเลือกอื่นนอกจาก PayNow
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

PayNow ทํางานอย่างไร

PayNow คือบริการโอนเงินแบบเรียลไทม์ที่ให้ผู้ใช้ในสิงคโปร์ส่งและรับเงินได้ทันที ต่อไปนี้คือขั้นตอนดำเนินการการชำระเงินผ่าน PayNow:

  • การลงทะเบียนกับธนาคารของคุณ: หากต้องการใช้ PayNow คุณต้องลงทะเบียนกับธนาคารของคุณก่อน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข NRIC หรือ FIN เข้ากับบัญชีธนาคารของคุณผ่านแอปอินเทอร์เน็ตหรือโมบายแบงก์กิ้ง เมื่อคุณลงทะเบียนแล้ว หมายเลขดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นตัวระบุเพื่อให้ผู้อื่นส่งเงินเข้าบัญชีของคุณ

  • การเริ่มต้นการโอนเงิน: หากต้องการส่งเงิน ให้เข้าสู่ระบบแอปโมบายหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคารคุณแล้วเลือก PayNow เป็นวิธีการโอน จากนั้น คุณสามารถป้อนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลข NRIC หรือ FIN ของผู้รับ หรือสแกนรหัส QR (Quick-Response) ที่เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารของผู้รับได้

  • การยืนยันผู้รับและจำนวนเงิน: เพื่อเพิ่มความปลอดภัย คุณจะต้องยืนยันจำนวนเงินและชื่อผู้รับก่อนที่จะดำเนินการธุรกรรม

  • การยืนยันและการดำเนินการในทันที: หลังจากที่คุณป้อนจำนวนเงินและยืนยันการทำธุรกรรมแล้ว ระบบจะโอนเงินในทันที แม้ว่า PayNow จะเปิดให้บริการตลอดเวลา รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่ธุรกรรมผ่าน PayNow จะอยู่ภายใต้วงเงินที่ธนาคารของบุคคลกำหนดไว้ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามธนาคาร

  • ผู้รับได้รับเงิน: ผู้รับจะได้รับเงินในบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงไว้ การโอนนี้จะเป็นไปโดยอัตโนมัติและในทันที โดยที่ผู้รับไม่ต้องดำเนินการใดๆ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้รับจะได้รับการแจ้งเตือนจากธนาคารเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม

ธุรกิจต่างๆ ใช้ PayNow แตกต่างกันออกไป ธุรกิจเหล่านี้จดทะเบียนโดยใช้ Unique Entity Number (UEN) ของตนเอง ลูกค้าสามารถชำระเงินให้ธุรกิจได้โดยป้อน UEN ของธุรกิจ หรือสแกนรหัส QR ของ PayNow ที่ธุรกิจเตรียมไว้ให้

วิธีที่ลูกค้าใช้ PayNow

PayNow จะใช้เป็นหลักในสิงคโปร์ ซึ่งได้กลายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกรรมดิจิทัล ในปี 2023 บุคคคลราว 85% ใช้บริการอย่างน้อย 1 ครั้งและธุรกิจเกือบ 70% ยอมรับเป็นวิธีการชำระเงิน ความง่ายในการใช้งาน ความเร็ว และการผสานการทำงานของ PayNow ร่วมกับธนาคารรายใหญ่ ทำให้กลายเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์สำหรับธุรกรรมส่วนบุคคล ธุรกิจ และภาครัฐที่หลากหลาย ต่อไปนี้คือสถานการณ์ทั่วไปที่สุดในการใช้งาน PayNow:

กรณีการใช้งาน

วิธีการใช้งาน PayNow

ธุรกรรมส่วนบุคคล

อำนวยความสะดวกให้กับการโอนเงินแบบ Peer-to-peer (P2P) ในทันที เช่น การหารค่าใช้จ่าย การให้ของขวัญ และการส่งเงิน โดยใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข NRIC หรือ FIN ของผู้รับเท่านั้น

ธุรกรรมทางธุรกิจ

ช่วยให้หน้าร้านที่มีสถานที่ตั้งจริง ผู้ค้าปลีกออนไลน์ และผู้ให้บริการสามารถรับการชำระเงินแบบไร้เงินสดและไม่ต้องใช้บัตรผ่านรหัส QR หรือ UEN ขององค์กรแบบกำหนดเองได้

การจ่ายเงินของรัฐบาล

ลดความซับซ้อนของการเบิกจ่ายของรัฐบาล ช่วยให้ประชาชนได้รับเงินอุดหนุน เงินคืนทางวิชาการ และการคืนภาษีอย่างเป็นทางการของรัฐได้โดยตรง

การบริจาคเงินเพื่อการกุศล

ช่วยให้การระดมทุนขององค์กรไม่แสวงหากำไรเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยอนุญาตให้ผู้บริจาคสามารถโอนเงินทุนไปยังองค์กรการกุศลได้โดยตรงในทันทีผ่าน UEN เฉพาะขององค์กรหรือรหัส QR แบบคงที่

งานฟรีแลนซ์และงานตามสัญญาจ้าง

เร่งการเบิกจ่ายจากธุรกิจถึงผู้ประกอบวิชาชีพ โดยนำเสนอทางเลือกในการโอนเงินโดยตรงที่รวดเร็วให้แก่ผู้รับเหมาอิสระแทนการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิม

การชำระเงินด้านการศึกษา

ปรับปรุงการเรียกเก็บเงินของสถาบันให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยอนุญาตให้นักเรียนนักศึกษาและผู้ปกครองชำระเงินค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายของโรงเรียนได้ตามต้องการ

ประโยชน์ของการรับชําระเงินด้วย PayNow

ธุรกิจที่ยอมรับ PayNow อาจเห็นประโยชน์เหล่านี้สำหรับการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติในการจัดการด้านการเงิน:

  • การชำระเงินแบบทันทีและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น: PayNow ช่วยให้ขั้นตอนการชำระเงินง่ายขึ้นด้วยรหัส QR และ UEN สิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งอาจเพิ่มยอดขายและความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากนี้ เนื่องจากธุรกิจจะได้รับการชำระเงินในทันที การใช้ PayNow จึงช่วยปรับปรุงกระแสเงินสดและความคล่องตัวในการวางแผนทางการเงินได้

  • ลดต้นทุนการทำธุรกรรมเมื่อเทียบกับบัตร: ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสำหรับ PayNow มักจะต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการประมวลผลบัตรเครดิต แม้ว่าจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภทของบัญชีธุรกิจ ธนาคารบางแห่งเสนอบริการ PayNow โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมหรือคิดค่าบริการเพียงเล็กน้อยต่อธุรกรรม นอกจากนี้ PayNow ยังลดความจำเป็นในการจัดการเงินสดหรือดำเนินการเช็ค ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเหล่านี้ได้

  • ความเสี่ยงในการฉ้อโกงที่ต่ำกว่าและการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งขึ้น: ธุรกรรม PayNow ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งของบริการธนาคารออนไลน์และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการชำระเงินด้วยเงินสดหรือเช็ค ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกขโมย สูญหาย และการฉ้อโกงมากกว่า

  • การกระทบยอดการชำระเงินและการบัญชีที่ง่ายขึ้น: สำหรับธุรกิจ การกระทบยอดการชำระเงินอาจใช้เวลานานและมีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาด PayNow จะทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นด้วยการบันทึกแต่ละธุรกรรมโดยทันทีเพื่อให้สามารถติดตามได้ง่ายขึ้นผ่านระบบของธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้การจัดการทางการเงินง่ายขึ้น

  • การเข้าถึงฐานลูกค้าในสิงคโปร์ที่กว้างขึ้น: เนื่องจาก PayNow พร้อมให้บริการสำหรับทุกคนที่มีบัญชีธนาคารในสิงคโปร์ บริษัทจึงสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นได้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังพยายามขยายการเข้าถึงตลาดของตน

  • การชำระเงินแบบ B2B และการชำระเงินซัพพลายเออร์ที่เร็วขึ้น: PayNow สามารถอำนวยความสะดวกให้ธุรกรรม B2B ราบรื่นยิ่งขึ้นได้โดยอนุญาตให้ธุรกิจชำระเงินแก่ซัพพลายเออร์หรือผู้ให้บริการในทันที ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในห่วงโซ่อุปทานและอาจสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยมากขึ้น

  • ระบบอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ด้านการเงินดิจิทัล: ด้วย PayNow ธุรกิจสามารถทำงานด้านการเงินในบางแง่มุมให้เป็นอัตโนมัติได้ เช่น การชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า

ต้นทุนและค่าธรรมเนียมของ PayNow

โครงสร้างค่าธรรมเนียมของ PayNow สะท้อนให้เห็นเป้าหมายของบริการในการมอบโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่แพงสำหรับธุรกิจในสิงคโปร์ โครงสร้างค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามธนาคาร หากต้องการข้อมูลค่าธรรมเนียมที่เป็นปัจจุบันและละเอียดที่สุด โปรดตรวจสอบกับธนาคารที่เลือก ธนาคารส่วนใหญ่ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการยอมรับการชำระเงินผ่าน PayNow แต่บางแห่งก็คิดค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยกับธุรกิจสำหรับการลงทะเบียน Singapore Quick Response Code (SGQR) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายแบบจ่ายครั้งเดียว

วิธีการรองรับ PayNow เป็นวิธีการชำระเงิน

ธุรกิจในสิงคโปร์ที่สนใจรองรับการชำระเงินด้วย PayNow จะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด:

  1. จดทะเบียนเป็นธุรกิจในสิงคโปร์: หากต้องการรองรับ PayNow บริษัทจะต้องจดทะเบียนในสิงคโปร์โดยมี UEN ที่ถูกต้อง ข้อนี้มีผลกับธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นในสิงคโปร์และธุรกิจต่างชาติในประเทศ โดยธุรกิจต่างชาติจะต้องจดทะเบียนนิติบุคคลในสิงคโปร์พร้อม UEN ที่ถูกต้อง เพื่อลงทะเบียนและรองรับการชำระเงินด้วย PayNow

  2. ยืนยันบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจ: ธุรกิจจะต้องมีบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจกับหนึ่งในธนาคารที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของ PayNow บริษัทต่างชาติจะต้องมีบัญชีธุรกิจในสกุลเงิน SGD จึงจะใช้ PayNow ได้

  3. ลงทะเบียน PayNow: ธุรกิจจะต้องลงทะเบียนใช้งาน PayNow Corporate กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารซึ่งเข้าร่วมโครงการ โดยปกติแล้วจะทำผ่านพอร์ทัลบริการธนาคารออนไลน์สำหรับธุรกิจหรือแอปธนาคารสำหรับธุรกิจบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

  4. ลิงก์หมายเลขบัญชีของคุณกับ PayNow: ในระหว่างการลงทะเบียน บริษัทจะลิงก์ UEN ของตนกับบัญชีธนาคาร UEN นี้จะใช้เป็นตัวระบุเพื่อให้ลูกค้าทำการชำระเงินได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถเลือกสร้างรหัส QR ของ PayNow ซึ่งสามารถนำไปแสดงไว้ที่ระบบบันทึกการขาย (POS) หรือใส่ไว้ในใบแจ้งหนี้ได้ ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ด้วยการสแกนรหัส QR นี้ผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของธนาคารตนเอง

  5. ยอมรับและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไข: ธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดในการใช้ PayNow Corporate ซึ่งอาจรวมถึงขีดจำกัดของธุรกรรมหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ

  6. ใช้โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยที่กำหนด: ธุรกิจที่รองรับ PayNow ต้องปฏิบัติตามโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องธุรกรรมและข้อมูลของลูกค้า โดยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสิงคโปร์

วิธีการกำหนดค่า PayNow ด้วย Stripe

การใช้บริการชำระเงินใดๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการให้บริการและนโยบายภายในทั้งหมด สำหรับ Stripe จะรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดการรู้จักลูกค้าของคุณ (KYC) และกฎระเบียบการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการให้รายละเอียดธุรกิจ โครงสร้างความเป็นเจ้าของ และข้อมูลบัญชีธนาคาร แม้ว่าแต่ละบริการจะมีการกำหนดค่าของตนเอง แต่ต่อไปนี้คือตัวอย่างวิธีการกำหนดค่า PayNow ผ่าน Stripe:

  • ลงทะเบียนสมัครบัญชี: ธุรกิจต้องลงทะเบียนบัญชี Stripe และยืนยันว่า Stripe รองรับประเทศของตน

  • ผสานการทำงานกับระบบ Stripe: บริษัทต้องผสานการทำงานระบบการประมวลผลการชำระเงินของ Stripe เข้ากับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตน Stripe มี Application Programming Interface (API) และเครื่องมืออื่นๆ สำหรับการผสานการทำงานนี้

  • การตั้งค่าวิธีการชำระเงิน: ธุรกิจสามารถกำหนดค่าวิธีการชำระเงินที่ยอมรับได้ภายในแดชบอร์ด Stripe การรวม PayNow ไว้จะช่วยให้ลูกค้าในสิงคโปร์สามารถเลือก PayNow ได้ที่หน้าการชำระเงิน ซึ่งระบบจะแสดงรหัส QR ที่สร้างโดย Stripe ซึ่งลูกค้าสามารถสแกนด้วยแอปธนาคารของตนเองได้ หรืออาจใช้ UEN ที่ให้ไว้เพื่อทำการชำระเงิน

  • ประมวลผลธุรกรรม: เมื่อลูกค้าชำระเงินเสร็จสิ้นผ่านอินเทอร์เฟซ PayNow ของธนาคารแล้ว Stripe จะประมวลผลธุรกรรมและโอนเงินเข้าบัญชี Stripe ของธุรกิจ จากนั้น Stripe จะชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารที่กำหนดไว้ของธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในสิงคโปร์ ธุรกิจที่ใช้ Stripe เพื่อรับการชำระเงินผ่าน PayNow ในสิงคโปร์จะเสียค่าธรรมเนียมการประมวลผล 1.3% ของมูลค่าธุรกรรม

  • การแปลงสกุลเงิน: Stripe สามารถแปลงการชำระเงินให้เป็นสกุลเงินท้องถิ่นของธุรกิจได้ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน บริษัทควรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับสกุลเงินที่ได้รับชำระเงินและค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินที่เกี่ยวข้อง

มาตรการรักษาความปลอดภัยของ PayNow

PayNow ได้รวมเอามาตรการรักษาความปลอดภัยหลายประการมาใช้เพื่อปกป้องความปลอดภัยของธุรกรรมสำหรับบุคคลและธุรกิจ มาตรการเหล่านี้ซึ่งระบุไว้ด้านล่างนี้ จะช่วยป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฉ้อโกง

โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร

PayNow ใช้เฟรมเวิร์กการรักษาความปลอดภัยของธนาคารที่เข้าร่วมโดยดำเนินการธุรกรรมทั้งหมดผ่านพอร์ทัลบริการธนาคารออนไลน์ โปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้มีความครอบคลุม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสและช่องทางที่ปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลระหว่างการส่งสัญญาณ PayNow อาศัยโปรโตคอลเหล่านี้ในระหว่างขั้นตอนการจดทะเบียนบัญชีและขณะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม เมื่อบุคคลเชื่อมโยงหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข NRIC หรือ FIN กับบัญชีธนาคารเป็นครั้งแรกเพื่อใช้ PayNow แพลตฟอร์มของธนาคารจะรักษาความปลอดภัยในขั้นตอนนี้

การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (2FA)

การกำหนดให้ใช้ 2FA ถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานในการดำเนินการด้านการธนาคาร เมื่อมีบุคคลทำธุรกรรมโดยใช้ PayNow บุคคลนั้นมักจะต้องตรวจสอบสิทธิ์ธุรกรรมโดยใช้ 2FA ขั้นตอนนี้อาจเกี่ยวข้องกับการส่งรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือสร้างผ่านฮาร์ดแวร์โทเค็น หรือการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยข้อมูลไบโอเมตริก เช่น ลายนิ้วมือหรือการจดจำใบหน้า

การยืนยันการชำระเงิน

ก่อนที่ธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ PayNow จะแสดงชื่อที่จดทะเบียนพร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข NRIC หรือ FIN ที่ระบุไว้ของผู้รับ ฟีเจอร์นี้อนุญาตให้ผู้ส่งยืนยันได้ว่าตนกำลังส่งเงินไปยังบุคคลที่ถูกต้อง

การติดตามธุรกรรม

ธนาคารตรวจสอบธุรกรรม PayNow อย่างต่อเนื่องเพื่อหากิจกรรมที่ผิดปกติหรือน่าสงสัย

การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ

ธนาคารที่เข้าร่วมใน PayNow ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดซึ่งกำหนดโดยหน่วยงานทางการเงิน เช่น MAS ข้อกำหนดเหล่านี้ครอบคลุมไปถึงการประเมินและการอัปเดตด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังคงปลอดภัยจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่

ขีดจํากัดธุรกรรม

ธนาคารแต่ละแห่งจะกำหนดวงเงินเฉพาะสำหรับยอดธุรกรรมผ่าน PayNow วงเงินเหล่านี้ช่วยป้องกันธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกงขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น ที่ธนาคาร OCBC วงเงินการทำธุรกรรมผ่าน PayNow รายวันกำหนดไว้ที่ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ที่ธนาคาร UOB ผู้ใช้สามารถโอนเงินผ่าน PayNow ได้สูงสุดไม่เกินวงเงินสะสมรายวันที่ 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ที่ธนาคาร DBS วงเงินทำธุรกรรมผ่าน PayNow สะสมรายวันคือ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หากเป็นธุรกรรมที่มีจำนวนเงินมากกว่านี้จะต้องลงนามด้วยโทเค็น iBanking เพื่อการตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติม

การสื่อสารกับลูกค้า

ธนาคารมักจะจัดทําสื่อให้ความรู้และแจ้งให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับวิธีรักษาความปลอดภัยบัญชีและเฝ้าระวังการหลอกลวง

ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก PayNow

ธุรกิจที่ดำเนินกิจการในสิงคโปร์มีตัวเลือกอื่นแทน PayNow หลายตัวเลือก ซึ่งแต่ละตัวเลือกก็จะมีฟีเจอร์และกรณีใช้งานหลักของตนเอง ตัวเลือกทางเลือกเหล่านี้ได้แก่สิ่งต่อไปนี้:

  • Network for Electronic Transfers (NETS): NETS คือวิธีการชำระเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ซึ่งช่วยให้สามารถโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที NETS มักจะใช้สำหรับธุรกรรม POS ที่ใช้บัตร NETS มากกว่า ในขณะที่ PayNow จะใช้สำหรับการโอนเงินผ่านมือถือและออนไลน์ที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือหมายเลข NRIC

  • Fast and Secure Transfers (FAST): FAST คือการโอนเงินระหว่างธนาคารแบบทันทีในสิงคโปร์ แม้ว่า PayNow จะสามารถใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือหมายเลข NRIC สำหรับการโอนเงินได้ แต่ FAST ก็ยังต้องมีรายละเอียดบัญชีธนาคาร

  • SGQR: SGQR คือระบบการชำระเงินที่สร้างรหัส QR การชำระเงินแบบรวม ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยหลายวิธีผ่านรหัสนี้ รวมถึง PayNow

  • การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต: การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตเป็นอีกหนึ่งวิธีการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในสิงคโปร์ การชำระเงินด้วยบัตรมักจะเกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นสำหรับธุรกิจและต้องใช้รายละเอียดของบัตรจริงหรือบัตรดิจิทัล มากกว่าตัวระบุพร็อกซีแบบง่ายๆ (เช่น หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่) ที่ใช้ใน PayNow

  • กระเป๋าเงินดิจิทัล: กระเป๋าเงินดิจิทัลเช่น GrabPay และ Singtel Dash เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกการชำระเงินผ่านมือถือแบบไม่ต้องสัมผัส กระเป๋าเงินดิจิทัลเหล่านี้เป็นระบบปิดและต้องให้ทั้งสองฝ่ายมีแอปเพื่อดำเนินการทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้น ต่างจาก PayNow ที่ผสานการทำงานกับธนาคารหลายแห่งและไม่ต้องใช้แอป

  • การโอนเงินผ่านธนาคาร: การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์คืออีกวิธีหนึ่งในการย้ายเงินโดยตรงระหว่างบัญชีธนาคารเหมือนกับที่ PayNow ทำ การโอนเหล่านี้อาจช้ากว่ากระบวนการเบิกจ่ายทันทีของ PayNow และต้องใช้รายละเอียดบัญชีธนาคารของผู้รับเพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้น

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก สามารถรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและฟังก์ชันขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe