เทรนด์ธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. SaaS คืออะไร
  3. ทำความรู้จักธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย
    1. ธุรกิจ SaaS อะไรบ้างที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย
  4. ปัจจัยที่ผลักดันให้เทรนด์ธุรกิจ SaaS ไทยเติบโต
    1. โครงสร้างเทคโนโลยีที่แข็งแรง
    2. ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทยโดยเฉพาะ
    3. ระบบสมาชิก
    4. ศักยภาพของระบบชำระเงินดิจิทัล
    5. นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
    6. รูปแบบการทำงานทางไกลและไฮบริด
    7. ความปลอดภัยทางไซเบอร์
  5. ความท้าทายของธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย
    1. ความคุ้นชินกับการซื้อขาด
    2. อัตราการยกเลิก
    3. ราคาและความคุ้มค่า
    4. ระบบที่ใช้งานได้ง่าย
    5. บริการหลังการขาย
    6. ผู้ประกอบการ SaaS ต่างประเทศ
  6. วิธีเลือกโซลูชันทางการเงินสำหรับธุรกิจ SaaS
    1. ระบบคลาวด์ที่มีความเสถียรสูง
    2. มาตรฐานความปลอดภัยสูง
    3. ช่องทางรับชำระเงินที่หลากหลาย
    4. การจัดการระบบตัดชำระอัตโนมัติ
    5. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ
    6. ค่าธรรมเนียมที่ตอบโจทย์และโปร่งใส
    7. มีความเชี่ยวชาญในข้อกฎหมายท้องถิ่น
  7. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

ธุรกิจทั่วโลก (รวมถึงธุรกิจในประเทศไทย) กำลังก้าวเข้าสู่ยุค การเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล อย่างเต็มตัว การให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) (หรือการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ผ่านเครือข่ายบนระบบคลาวด์) กลายเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่เติบโตเร็วที่สุดเพราะมีค่าใช้จ่ายที่ยืดหยุ่น โมเดลการชำระเงินตามรอบบิล และความสะดวกจากระบบที่ขยายการรองรับได้ การเป็นที่ต้องการอย่างมากช่วยผลักดันให้ ธุรกิจ SaaS ต่างๆ ที่ให้บริการแก่ องค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และ สตาร์ทอัพ ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว.

เมื่อเข้าใจแนวโน้มในตลาดเหล่านี้ ก็จะช่วยให้องค์กรปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและยังช่วยให้นักลงทุนและนักพัฒนาซอฟต์แวร์พบโอกาสใหม่ๆ อีกด้วย ในบทความนี้ เราจะพาไปดูว่า SaaS คืออะไร รวมถึงทำความรู้จักกับธุรกิจ SaaS ต่างๆ ในประเทศไทย ดูแนวโน้มการเติบโตและความท้าทายที่ธุรกิจเหล่านี้ต้องเผชิญ และพูดคุยเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญๆ ที่ควรพิจารณาเวลาเลือกโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม

เนื้อหาหลักในบทความ

  • SaaS คืออะไร
  • ทำความรู้จักธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย
  • ปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้แนวโน้มตลาด SaaS ในประเทศไทยเติบโตขึ้น
  • ความท้าทายสำหรับธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย
  • วิธีเลือกโซลูชันทางการเงินสำหรับธุรกิจ SaaS
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

SaaS คืออะไร

SaaS คือรูปแบบธุรกิจที่ให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบคลาวด์ ลูกค้าใช้งานได้ทันทีทุกที่ทุกเวลาผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือดูแลเซิร์ฟเวอร์เอง โดยมักมีโมเดลค่าบริการเป็นรายเดือน/รายปี (Subscription model) ซึ่งผู้ให้บริการ SaaS จะดูแลเรื่องการอัปเดตระบบ ความปลอดภัย และการบำรุงรักษาให้กับลูกค้าทั้งหมด

ทำความรู้จักธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย

การขยายตัวของระบบคลาวด์ ความต้องการซอฟต์แวร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และความนิยมของระบบจัดการธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP (Enterprise resource planning), ระบบ CRM (Customer relationship management) และระบบบัญชีออนไลน์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจ SaaS ในประเทศไทยเร่งพัฒนาฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ซอฟต์แวร์ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งภาคบริการ, โรงงานผลิต, ร้านค้าออนไลน์, SME และสตาร์ทอัพ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุม ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้สะดวกขึ้น ในราคาที่คุ้มค่า ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว และยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจโดยรวม

นอกจากนี้ปัจจัยสนับสนุนอย่างนโยบายผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลจากภาครัฐ ศักยภาพของระบบชำระเงินดิจิทัลที่สูงขึ้น บรรทัดฐานใหม่ของการทำงานทางไกล (Remote Work) และการลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่สูงขึ้น ยังช่วยให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT หรือจัดจ้างบุคลากรประจำเพื่อดูแลระบบหลังบ้านที่ซับซ้อน ส่งผลให้ตลาด SaaS ไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล

ธุรกิจ SaaS อะไรบ้างที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ SaaS ที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในประเทศไทย แบ่งตามประเภทการใช้งาน ดังนี้

  • ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์: ช่วยบริหารจัดการขายสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การตัดสต๊อกสินค้า การชำระเงิน ไปจนถึงการจัดส่งและวิเคราะห์ยอดขาย เช่น Lazada, LINE Shopping, LnwShop, Shopee, Shopify, TikTok Shop และ WooCommerce

  • ซอฟต์แวร์บัญชีและภาษี: ช่วยบันทึก จัดเก็บ ประมวลผลธุรกรรมการเงินอย่างเป็นระบบ รายงานข้อมูลบัญชีได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ช่วยธุรกิจคำนวณภาษีที่ต้องชำระและยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้สะดวก เช่น FlowAccount, PEAK, SAP Business One, SMEMOVE และ Xero

  • ซอฟต์แวร์การตลาดและ CRM: ช่วยให้ธุรกิจวางแผนกลยุทธ์การตลาดอย่างเป็นระบบและบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูลประวัติการซื้อและพฤติกรรมลูกค้า จัดการแคมเปญโฆษณาและทำการวัดผล เช่น HubSpot, Mailchimp, ReadyPlanet, Salesforce, Zendesk และ Zoho

  • ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล: ช่วยให้การจัดการงานด้านบุคลากรในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ลดงานเอกสาร ช่วยคำนวณเงินเดือน และจัดการประกันสังคม เช่น ADP Workforce, BambooHR, Humanica, HumanSoft, SCG HR SOLUTIONS และ Workday

  • ระบบประสานงานและเพิ่มประสิทธิภาพ (Collaboration & Productivity): ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการทำงานและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ สร้างผลงานและผลลัพธ์ให้ดีขึ้นโดยใช้ทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยลง เช่น Asana, Google Workspace, Jira, Microsoft 365, Trello และ Slack

  • ระบบการประชุมออนไลน์ (Video Conferencing): ช่วยอำนวยความสะดวกในการประชุมงาน ให้ผู้ใช้พูดคุย เห็นภาพ และแชร์ข้อมูลร่วมกันได้แบบเรียลไทม์เสมือนอยู่ในห้องเดียวกัน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง เช่น Google Meet, Microsoft Teams และ Zoom

  • ซอฟต์แวร์งานสร้างสรรค์: ช่วยสร้างโปรเจกต์มัลติมีเดียทุกประเภทตั้งแต่ต้นจนจบไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย งานออกแบบ วิดีโอ และอื่นๆ สำหรับกราฟิกดีไซเนอร์ ช่างภาพ ช่างตัดต่อ นักการตลาดหรือนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ยุคใหม่ เช่น Adobe Creative Cloud, Canva และ CapCut

  • ระบบขายหน้าร้าน: ระบบจัดการธุรกรรมการขาย ณ จุดชำระเงิน (POS) โดยผสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องคิดเงิน เครื่องสแกนบาร์โค้ด ลิ้นชักเก็บเงิน และซอฟต์แวร์ที่รับชำระเงิน บริหารสต๊อกสินค้า ออกใบเสร็จ และบันทึกข้อมูลยอดขายแบบเรียลไทม์ เช่น FoodStory POS, Qashier, SilomPOS และ Wongnai POS

ปัจจัยที่ผลักดันให้เทรนด์ธุรกิจ SaaS ไทยเติบโต

เทรนด์ธุรกิจ SaaS ไทยมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยต่างๆ ดังนี้

โครงสร้างเทคโนโลยีที่แข็งแรง

ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความพร้อมและประสิทธิภาพสูง ทั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบคลาวด์ที่ทันสมัย ความพร้อมของระบบศูนย์ข้อมูล (Data center) การพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ระบบนิเวศ SaaS ไทยมีความสามารถในการแข่งขัน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ SaaS ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างราบรื่น รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน

ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

ผู้ให้บริการ SaaS ต่างก็พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีฟีเจอร์และการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับธุรกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะ เช่น กฎหมายภาษีและภาษีท้องถิ่น, ระบบรับชำระเงินอย่างพร้อมเพย์ (PromptPay), อินเทอร์เฟซภาษาไทยที่ใช้งานง่าย รวมถึงการบริการลูกค้าที่เข้าใจถึงบริบทของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง ทำให้องค์กรและธุรกิจต่างๆ ไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบหลังบ้านหรือโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ขนาดใหญ่ ลดความยุ่งยากในการปรับตัวขององค์กร อำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ระบบสมาชิก

ระบบสมาชิก (Subscription model) ที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือน/รายปีผ่านการตัดชำระอัตโนมัติ (Recurring Payment) เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ทอัพเริ่มใช้บริการ SaaS ได้ทันทีในราคาที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้หลายองค์กรปรับตัวได้รวดเร็วขึ้น เช่น ร้านอาหารใช้ POS บนแท็บเล็ตแทนการตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือโรงงานขนาดเล็กสามารถใช้ซอฟต์แวร์ ERP รายเดือนแทนการลงทุนซื้อระบบราคาแพง

นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ให้บริการ SaaS มีรายได้ประจำที่สามารถคาดการณ์ได้ เปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ด้วยการอัปเดตฟีเจอร์ บริการหลังการขายที่ต่อเนื่อง หรือการมอบสิทธิพิเศษ ส่งผลให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความคุ้มค่าและมีแนวโน้มใช้บริการนานยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันผู้ให้บริการ SaaS สามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกจากพฤติกรรมการใช้งานเพื่อนำมาปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ SaaS

ศักยภาพของระบบชำระเงินดิจิทัล

ศักยภาพของระบบชำระเงินดิจิทัลช่วยให้การเชื่อมต่อ SaaS กับระบบชำระเงินออนไลน์เป็นไปอย่างง่ายดาย ธุรกิจสามารถรับชำระเงิน ออกใบเสร็จ และจัดทำรายงานธุรกรรมการเงินแบบอัตโนมัติภายในระบบเดียว ลดภาระงานหลังบ้านและเพิ่มความแม่นยำในการจัดการข้อมูล นอกจากนี้การรองรับช่องทางชำระเงินที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต/บัตรเดบิต โมบายแบงก์กิ้ง พร้อมเพย์ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ยังช่วยให้กระบวน การสมัครใช้งาน SaaS เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลยังเอื้อต่อรูปแบบการคิดค่าบริการแบบสมัครสมาชิกและการต่ออายุอัตโนมัติซึ่งเป็นหัวใจของโมเดลธุรกิจ SaaS

นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลมีหลากหลายโครงการที่ช่วยผลักดันธุรกิจ SaaS ไทยให้เติบโต เช่น โครงการ Digital transformation fund ที่ช่วยเหลือ SMEs เพื่อพัฒนาการในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจอุตสาหกรรมมาเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีส่งเสริมการนำเทคโนโลยี AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud computing) ซึ่งมีผลต่อธุรกิจ SaaS โดยตรง รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นและเป็นรากฐานสำคัญของ SaaS

รูปแบบการทำงานทางไกลและไฮบริด

หลังสถานการณ์โควิด-19 รูปแบบการทำงานทางไกลและไฮบริด (Remote & Hybrid work) ก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยองค์กรต่างก็ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นจากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ ทำให้องค์กรไทยหันมาใช้บริการ SaaS กันมากขึ้นเพื่อรองรับวิถีการทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว ความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ระบบการสื่อสาร ระบบการประชุมออนไลน์ การทำงานร่วมกันบนคลาวด์ หรือการบริหารโครงการ (Project management) การใช้งาน SaaS จึงตอบโจทย์ด้านความยืดหยุ่นและต้นทุนที่ปรับตามการใช้งาน

ความปลอดภัยทางไซเบอร์

การให้ความสำคัญในการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ในประเทศไทยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาด SaaS เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการที่สามารถนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากล เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หรือระบบตรวจจับการฉ้อโกงและป้องกันภัยคุกคามอัตโนมัติ ล้วนได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งนี้ ภัยคุกคามออนไลน์มีความหลากหลายและซับซ้อนกว่าในอดีต ดังนั้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity จึงมีต้นทุนมหาศาล ทำให้ SME และผู้ประกอบการจำนวนมากเลือกใช้โซลูชัน SaaS ที่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยสูง ช่วยลดภาระในการลงทุนและป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความท้าทายของธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย

แม้เทรนด์ SaaS ในไทยจะมีโอกาสเติบโตอีกมากแต่ก็มีความท้าทายและพฤติกรรมเฉพาะของผู้ใช้ SaaS ในไทยที่ธุรกิจควรรู้และทำความเข้าใจดังนี้

ความคุ้นชินกับการซื้อขาด

ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นชินกับการซื้อขาดมากกว่าระบบสมาชิกรายเดือน โดยส่วนใหญ่คิดว่าการจ่ายครั้งเดียวคุ้มค่ากว่า และคาดหวังว่าซอฟต์แวร์ควรใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์รูปแบบเดิมสู่บริการบนคลาวด์ ส่งผลให้การยอมรับและการปรับใช้งาน SaaS ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องความคุ้มค่าของการอัปเดตระบบและการให้บริการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ SaaS จึงมีความสำคัญอย่างมาก

อัตราการยกเลิก

อัตราการยกเลิกบริการ (Churn rate)ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของธุรกิจ SaaS ในประเทศไทย เนื่องจากผู้ใช้มีทางเลือกจำนวนมากและสามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ง่าย การแข่งขันด้านราคา การใช้งานที่ไม่ตอบโจทย์ หรือประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่ราบรื่นอาจทำให้ลูกค้าหยุดใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รายได้ผันผวนและต้นทุนการหาลูกค้าใหม่สูงขึ้น ธุรกิจ SaaS จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสื่อสารถึงจุดเด่นและข้อแตกต่างอย่างชัดเจน รวมถึงการดูแลลูกค้าเชิงรุกเพื่อรักษาฐานผู้ใช้ให้มีอัตราการยกเลิกน้อยที่สุด

ราคาและความคุ้มค่า

ผู้ใช้งานจำนวนมากในประเทศไทยคำนึงถึงราคา ความคุ้มค่า และความคาดหวังในฟีเจอร์ที่ครบถ้วน ดังนั้นการตั้งราคาจะต้องสัมพันธ์กับความสามารถในการแข่งขันด้านฟีเจอร์ คุณภาพซอฟต์แวร์ ความเข้าใจการใช้งานที่แท้จริง และการแก้ปัญหาหรืออุปสรรคของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ได้ว่าราคาที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากนี้ควรให้ความรู้แก่ลูกค้าว่าการใช้ระบบสมาชิกนั้นช่วยให้ธุรกิจควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปีได้อย่างยืดหยุ่นและชัดเจน

ระบบที่ใช้งานได้ง่าย

ควรออกแบบให้ระบบใช้งานได้ง่าย (User-friendly design) ผ่านประสบการณ์ใช้งาน (User experience:UX) ที่ลื่นไหลและเข้าใจได้ง่ายเพื่อให้ผู้ใช้งานที่อาจไม่มีทักษะทางเทคนิค (Technical skills) สามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มาก อีกทั้งควรมีคู่มือวิธีใช้งานที่ชัดเจน รวมถึงมีวิดีโอสอนหรือการฝึกอบรมเพื่อช่วยให้ใช้ซอฟต์แวร์ได้อย่างราบรื่น

บริการหลังการขาย

ควรออกแบบบริการหลังการขายให้เป็นจุดแข็งของธุรกิจ เพราะผู้ใช้ SaaS ไทยให้ความสำคัญกับการดูแลแบบใกล้ชิดและมีความคาดหวังด้านบริการหลังการขายที่สูงกว่าหลายประเทศ ผู้ให้บริการ SaaS จึงควรมีช่องทางให้บริการช่วยเหลือที่หลากหลาย เช่น โทรศัพท์ อีเมล แชท และระบบทิกเก็ต พร้อมทีมบริการลูกค้าที่ให้คำปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ทันที รวมถึงการสร้างฟอรัมหรือคอมมูนิตี้ให้ลูกค้าศึกษาและค้นหาคำตอบได้เองเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

ผู้ประกอบการ SaaS ต่างประเทศ

การแข่งขันจากผู้ประกอบการจากต่างประเทศเป็นความท้าทายสำคัญของธุรกิจ SaaS ไทย เนื่องจากผู้ประกอบการระดับโลกมักมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า มีงบ R&D และการตลาดสูงกว่า รวมถึงมีประสบการณ์ในตลาดสากล ทำให้สามารถเสนอโซลูชันที่ครบวงจรในราคาที่เข้าถึงได้ ผู้ประกอบการ SaaS ไทยควรเร่งพัฒนานวัตกรรม ยกระดับคุณภาพบริการ และสร้างความแตกต่างที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้วยข้อมูลเชิงลึกในบริบทท้องถิ่น เพื่อรักษาส่วนแบ่งของตลาดและเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

วิธีเลือกโซลูชันทางการเงินสำหรับธุรกิจ SaaS

การเลือกโซลูชันสำหรับธุรกิจ SaaS เป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความปลอดภัย และต้นทุนระยะยาว ควรมีการประเมินอย่างเป็นระบบตามปัจจัยดังต่อไปนี้

ระบบคลาวด์ที่มีความเสถียรสูง

ผลิตภัณฑ์ SaaS ต้องพึ่งพาความเสถียรของระบบหลังบ้านและระบบคลาวด์ที่มีความเสถียรสูง เพื่อความน่าเชื่อถือและประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดของลูกค้า พร้อมทั้งต้องมีระบบสำรองและการฟื้นตัวที่รวดเร็วเพื่อช่วยรับประกันว่าธุรกิจจะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในทุกขั้นตอนของการใช้งานบนแพลตฟอร์ม SaaS

มาตรฐานความปลอดภัยสูง

เลือกใช้ผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงเพื่อลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและการรั่วไหลของข้อมูลและเสริมความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาวด้วยเทคโนโลยี เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (Two-factor authentication: 2FA) และการตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของข้อมูล เช่น ข้อกำหนด PCI-DSS เพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมและการจัดการข้อมูลลูกค้าดำเนินไปอย่างปลอดภัย

ช่องทางรับชำระเงินที่หลากหลาย

ลูกค้ายุคดิจิทัลคาดหวังการชำระเงินที่สะดวกพร้อมช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพร้อมเพย์ บัตรเครดิต/เดบิต หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ดังนั้นธุรกิจ SaaS ไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องควรมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นและปลอดภัยแก่ลูกค้า โดยสามารถเลือกผู้ให้บริการอย่าง Stripe Payments ซึ่งสามารถรองรับบัตรเครดิต/เดบิต พร้อมเพย์ รวมถึง Apple Pay และ Google Pay พร้อมรองรับการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ รับชำระเงินได้จากหลายสกุลเงินและแปลงสกุลเงินโดยอัตโนมัติ ธุรกิจ SaaS สามารถแสดงราคาตามสกุลเงินท้องถิ่น (เช่น USD, EUR, JPY) และรับชำระเงินจากต่างประเทศเข้าบัญชีในไทยได้โดยตรง

การจัดการระบบตัดชำระอัตโนมัติ

การจัดการระบบตัดชำระอัตโนมัติเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ SaaS เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียกเก็บเงินเพื่อรายได้ที่สม่ำเสมอและช่วยลดความผิดพลาดด้วยการเรียกเก็บเงินแบบอัตโนมัติ โซลูชันระบบตัดชำระอัตโนมัติที่ดีควรทำงานควบคู่กับระบบสมาชิก (Subscription model) พร้อมรูปแบบการคิดค่าบริการที่หลากหลาย นอกจากนี้ระบบควรสามารถตรวจจับและจัดการกรณีชำระล่าช้าหรือมีการลืมต่ออายุด้วยการแจ้งเตือนแบบอัตโนมัติ โดยสามารถเลือกใช้ Stripe Billing เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องกรอกข้อมูลหรืออนุมัติการชำระเงินใหม่ทุกครั้ง ช่วยให้การใช้งานบริการ SaaS เป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่น

ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ

เลือกโซลูชันสำหรับธุรกิจ SaaS ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินและระบบจัดการอื่นๆ ได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย เช่น ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP), ระบบการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) หรือระบบจัดการทำบัญชีเพื่อให้ข้อมูลมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ข้อมูลตรงกันในทุกแพลตฟอร์ม ลดปริมาณงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มการทำงานโดยอัตโนมัติได้เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจสอบว่าระบบรองรับ API (Application Programming Interface), ปลั๊กอิน หรือแอปเสริมอื่นๆ เพื่อให้การขยายธุรกิจ SaaS ในอนาคตทำได้ง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้น

ค่าธรรมเนียมที่ตอบโจทย์และโปร่งใส

เลือกโซลูชันทางการเงินที่มีโมเดลราคาที่ตอบโจทย์และยืดหยุ่น พร้อมการระบุค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมอย่างโปร่งใส โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รูปแบบการคิดค่าบริการควรมีความชัดเจน เช่น ค่าสมัครสมาชิกรายเดือน/รายปี ค่าใช้จ่ายตามจำนวนผู้ใช้ หรือค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน พร้อมความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดจำนวนผู้ใช้ตามการเติบโตของธุรกิจ นอกจากนี้ควรมีการบันทึกข้อมูลธุรกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างสะดวก ช่วยให้การจัดทำรายงานทางการเงินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มีความเชี่ยวชาญในข้อกฎหมายท้องถิ่น

เลือกผู้ให้บริการที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายท้องถิ่น พร้อมปฏิบัติตามกฎข้อบังคับในพื้นได้ทันทีด้วยพาร์ทเนอร์ธุรกิจจากทั่วโลก ช่วยให้การดำเนินธุรกิจ SaaS เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดด้านภาษี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA), มาตรฐาน ISO/IEC 27017 สำหรับความมั่นคงปลอดภัยของบริการคลาวด์ หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย ทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายบริการ SaaS ได้อย่างมั่นใจ เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe