OXXO เป็นวิธีการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในการจ่ายบิลและการจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ในเม็กซิโก นอกจากนี้ OXXO ยังเป็นเครือข่ายร้านสะดวกซื้อในเม็กซิโกอีกด้วย OXXO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1978 ในมอนเตร์เรย์ของเม็กซิโก โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเครื่องดื่มและร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่าง FEMSA และอยู่ในเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา โดยมีหน้าร้านหลายพันแห่งทั่วเม็กซิโก ทั้งยังมีสาขาอยู่ในโคลอมเบีย ชิลี และบราซิลอีกด้วย
เมื่อใช้แพลตฟอร์มการชำระเงิน OXXO ลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ด้วยเงินสดที่ร้าน OXXO ซึ่งมีมากกว่า 20,000 สาขาได้ วิธีนี้เป็นวิธีการชำระเงินที่ได้รับความนิยมในเม็กซิโก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่อยากใช้บัตรเครดิตหรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบริการธนาคาร การที่ OXXO เปลี่ยนมาเป็นตัวเลือกการชำระเงินแบบดิจิทัลและบริการออนไลน์เมื่อไม่นานมากนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญท่ามกลางความสนใจที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการทำธุรกรรมดิจิทัล
ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดูเรื่องที่ธุรกิจควรรู้เกี่ยวกับการเปิดให้ใช้ OXXO เป็นวิธีการชำระเงินในลาตินอเมริกา ได้แก่ วิธีการทำงาน คนที่ใช้ ประโยชน์ที่มีต่อธุรกิจ และวิธีการสมัครเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ลาตินอเมริกาที่ได้รับความนิยมนี้
เนื้อหาหลักในบทความ
- OXXO ทำงานอย่างไร
- มีการใช้งาน OXXO ในพื้นที่ใดบ้าง
- มีใครบ้างที่ใช้ OXXO
- ประโยชน์ของการรับ OXXO สำหรับธุรกิจ
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ OXXO
- มาตรการรักษาความปลอดภัยของ OXXO
- การทำงานกับ OXXO: ข้อกำหนดทางธุรกิจและการผสานการทำงาน
- วิธีอื่นๆ ที่ใช้แทน OXXO ได้
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
OXXO ทำงานอย่างไร
ระบบ OXXO ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทำธุรกรรมด้วยเงินสดหรือไม่มีสิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินแบบดิจิทัล การผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นการรวมความสะดวกสบายจากระบบดิจิทัลเข้ากับแนวทางการชำระเงินในร้านค้าแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว การทำงานของ OXXO เป็นวิธีการชำระเงินมีดังนี้
1. เลือก OXXO ในขั้นตอนการชำระเงิน: หากคุณช้อปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รองรับ OXXO คุณสามารถเลือก OXXO เป็นวิธีการชำระเงินในขั้นตอนการชำระเงินได้ ซึ่งเหมาะกับกรณีที่คุณไม่สามารถใช้วิธีการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ หรืออยากจะจ่ายเป็นเงินสดมากกว่า
2. รับเวาเชอร์การชำระเงินที่มีบาร์โค้ด: เมื่อคุณเลือก OXXO ระบบจะสร้างเวาเชอร์การชำระเงินสำหรับธุรกรรมนั้นๆ ขึ้นมาโดยเฉพาะ เวาเชอร์นี้จะมีบาร์โค้ดพร้อมรายละเอียดการซื้อ คุณสามารถสั่งพิมพ์เวาเชอร์นี้หรือบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้
3. ไปที่ร้าน OXXO เพื่อจ่ายเป็นเงินสด: หลังจากได้รับเวาเชอร์การชำระเงินแล้ว ลูกค้าสามารถนำเวาเชอร์ไปแสดงที่ร้าน OXXO และชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยเงินสดได้ แคชเชียร์ OXXO จะสแกนบาร์โค้ดเพื่อระบุยอดซื้อ จากนั้นจะรับและประมวลผลการชำระด้วยเงินสด
4. ชำระเงินโดยใช้แอปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ OXXO (ไม่บังคับ): OXXO มีแอปกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ได้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทุกประเภท ซึ่งช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้โดยการสแกนรหัส QR บนอุปกรณ์ของธุรกิจ
5. การยืนยันการชำระเงิน: หลังการชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะส่งการแจ้งเตือนให้ธุรกิจออนไลน์เพื่อยืนยันธุรกรรม หลังจากนั้น ธุรกิจจะดำเนินการตามคำสั่งซื้อ โดยขั้นตอนนี้ใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ
มีการใช้งาน OXXO ในพื้นที่ใดบ้าง
OXXO ได้ขยายเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกาอื่นๆ นอกจากเม็กซิโกแล้ว เช่น โคลอมเบีย ชิลี เปรู และบราซิล การเติบโตของธุรกิจนี้ในประเทศเหล่านี้เน้นย้ำให้เห็นว่า ลาตินอเมริกายังคงนิยมทำธุรกรรมด้วยเงินสดกันอย่างเหนียวแน่น
ในเม็กซิโก (ซึ่งเป็นตลาดบ้านเกิดของ OXXO) การที่ผู้คนเลือกใช้ OXXO กันอย่างเหนียวแน่นนั้นเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของลูกค้าและระบบปลีกของเม็กซิโกเป็นอย่างมาก โดยการทำธุรกรรมด้วยเงินสดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 38% จากการชำระเงินที่จุดขายทั้งหมด ลูกค้าชาวเม็กซิโกจำนวนมากใช้เงินสดเพราะเข้าถึงบริการธนาคารและวงเงินกู้ยืมได้จำกัด ร้าน OXXO (ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองและชนบท) ตอบโจทย์ความต้องการนี้โดยเปิดให้จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ได้ด้วยเงินสด
ความนิยมและระบบการชำระเงินของ OXXO ในโคลอมเบีย ชิลี เปรู และบราซิลนั้นก็อาศัยกลไกทางตลาดที่คล้ายๆ กัน ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้เข้าถึงระบบธนาคารแบบดั้งเดิมได้ไม่ทั่วถึงพอๆ กับเม็กซิโก โดยผู้ใหญ่ 30% ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนได้รับบริการจากธนาคารไม่เพียงพอ ซึ่ง OXXO ก็เข้ามาแก้ไขปัญหานี้โดยเปิดให้ชำระเงินด้วยวิธีที่เข้าถึงได้และใช้เงินสด
ธุรกิจในลาตินอเมริกาจะพบทั้งแรงหนุนให้ยกระดับการค้าปลีกให้ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนที่ยังคงทำธุรกรรมด้วยเงินสดอยู่ ทั้งนี้ OXXO จะช่วยให้การค้าปลีกเป็นไปโดยสะดวกและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยช่วยให้เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซกับเศรษฐกิจแบบเงินสดเชื่อมโยงถึงกันไปด้วย
เงื่อนไขในระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของประเทศเหล่านี้ยังส่งผลต่อการนำ OXXO ไปใช้งานด้วย ซึ่งรัฐบาลในลาตินอเมริกามักจะสนับสนุนแนวคิดริเริ่มที่ส่งเสริมความครอบคลุมและการเข้าถึงทางการเงิน โดย OXXO ก็บรรลุเป้าหมายเหล่านี้โดยนำเสนอวิธีการชำระเงินทางเลือกให้กับคนที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือไม่มีบัตรเครดิต
ในปี 2025 นั้น OXXO ได้เริ่มขยายเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา โดยได้ซื้อร้านค้าไป 249 แห่งในประเทศนี้
มีใครบ้างที่ใช้ OXXO
ระบบการชำระเงินของ OXXO ตอบโจทย์พฤติกรรมการชำระเงินและแวดวงอีคอมเมิร์ซที่มีลักษณะเฉพาะตัวของเม็กซิโก และให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าหลักๆ 2-3 กลุ่ม
ประชากรที่ไม่ได้รับบริการจากธนาคาร: ประชากรที่ไม่ได้รับบริการจากธนาคารของเม็กซิโก (อยู่ที่ประมาณ 63% ของผู้ใหญ่) คิดเป็นฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของ OXXO ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สามารถใช้ OXXO เพื่อจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคและซื้อสินค้าออนไลน์ที่ร้านค้ากว่า 20,000 แห่งในเครือข่ายของ OXXO ได้
นักช้อปอีคอมเมิร์ซ: OXXO ตอบโจทย์ลูกค้าอีคอมเมิร์ซโดยนำเสนอตัวเลือกการชำระด้วยเงินสดที่ใช้ได้กับบริการออนไลน์ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ไปจนถึงบริการสตรีมมิง ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศของเม็กซิโกโตขึ้น 20% จนสูงถึง 789,700 ล้านเปโซตามข้อมูลจาก Mexican Online Sales Association นอกจากนี้ วิธีการของ OXXO ในการสร้างเวาเชอร์การชำระเงินเพื่อนำไปชำระด้วยเงินสดตามร้าน OXXO ก็กลายเป็นตัวเลือกการชำระเงินที่นิยมใช้กันอีกด้วย ระบบการเบิกจ่ายนี้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้คนในสังคมที่หันไปใช้เวาเชอร์เพื่อซื้อสินค้าหรือบริการกันมากขึ้น โดยชาวเม็กซิโกจำนวนมาก (ไม่ว่าจะมีบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตหรือไม่) มักจะเลือกใช้วิธีการชำระเงินด้วยเวาเชอร์ เช่น OXXO แทน
นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน: ชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวหรือมาเยือนเม็กซิโกยังสามารถใช้ OXXO ได้ด้วย เนื่องจากเป็นขั้นตอนแบบใช้เงินสด จึงเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ในการชำระเงินสำหรับสินค้าหรือบริการต่างๆ เช่น ตั๋วรถประจำทาง คำสั่งซื้อออนไลน์ และการเติมเงินเข้าซิมการ์ด โดยไม่ต้องมีบัตรธนาคารของเม็กซิโก ขั้นตอนนี้จะต้องมีการเลือก OXXO เป็นวิธีการชำระเงิน สแกนบาร์โค้ดที่ร้าน OXXO และชำระยอดคงเหลือด้วยเงินเปโซเม็กซิโกแบบเดียวกับที่ชาวเม็กซิโกทำกัน
ประโยชน์ของการรับ OXXO สำหรับธุรกิจ
ธุรกิจที่เปิดให้ใช้ OXXO เป็นวิธีการชำระเงินอาจได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้
ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น: ธุรกิจที่เปิดให้ใช้ OXXO เป็นวิธีการชำระเงินจะเข้าถึงส่วนตลาดขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้บริการธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น ผู้ที่ไม่ได้รับบริการจากธนาคารหรือได้รับบริการจากธนาคารไม่เพียงพอ ซึ่งธุรกิจที่ใช้วิธีการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวมักจะมองข้ามฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไป การเปิดให้ใช้วิธีการชำระเงินที่เหมาะกับลูกค้าเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์ลูกค้าในวงกว้างมากขึ้นและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงผู้ที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจหลายๆ แบบ
ความปลอดภัยในการทำธุรกรรมที่สูงขึ้น: การทำธุรกรรมด้วยเงินสดผ่าน OXXO จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดการดึงเงินคืน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต เมื่อลูกค้าชำระด้วยเงินสด ธุรกรรมดังกล่าวก็ถือว่าสิ้นสุดแล้ว ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมีความมั่นคงทางการเงินเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง ฟีเจอร์นี้จะมีประโยชน์เป็นพิเศษในตลาดต่างๆ ที่อัตราการฉ้อโกงและการดึงเงินคืนเป็นข้อกังวลที่สำคัญ
ยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น: OXXO จะเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้โดยช่วยให้ทำการซื้อทางออนไลน์ได้สะดวกขึ้นสำหรับลูกค้าที่ลังเลหรือไม่สามารถใช้วิธีชำระเงินแบบดิจิทัลได้ แต่อาจมีแนวโน้มที่จะซื้อทางออนไลน์มากขึ้นหากจ่ายเป็นเงินสดได้ OXXO จะเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการค้าปลีกแบบดั้งเดิมกับภาคส่วนอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วยให้เข้าถึงฐานลูกค้าที่สนใจการช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้นแต่ยังอยากชำระด้วยเงินสดอยู่
ความพึงพอใจของลูกค้าที่มากขึ้น: OXXO ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในลาตินอเมริกา จึงช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งโดยรวมได้ ส่งผลให้ลูกค้ามีความพึงพอใจเพิ่มขึ้นและส่งเสริมการใช้บริการต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความสะดวกและใช้ OXXO จนชินแล้ว ในส่วนของลูกค้าที่เลือกใช้บริการร้านค้าปลีกออนไลน์อยู่ การเปิดให้ใช้วิธีการชำระเงินที่คุ้นเคยและเชื่อถือได้ก็อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
การยกระดับความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์: การใช้ OXXO ช่วยให้ธุรกิจแสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในท้องถิ่นและสภาวะทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจช่วยให้ผู้คนมีความรู้สึกที่ดีขึ้นกับแบรนด์นั้นๆ
ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ OXXO
โครงสร้างค่าธรรมเนียมของ OXXO ออกแบบมาให้มีราคาที่ย่อมเยาและสะดวกต่อธุรกิจและลูกค้า OXXO มักจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือค่าธรรมเนียมการตั้งค่า จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่อยากจะผสานการทำงานกับวิธีการชำระเงินใหม่ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ OXXO สำหรับสินค้าและบริการหลักๆ มีดังนี้
ค่าธรรมเนียมผู้ค้า: OXXO จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ประมาณ 2% จากมูลค่าธุรกรรมแต่ละรายการกับธุรกิจ
ค่าธรรมเนียมลูกค้า: ลูกค้าที่ชำระเงินผ่าน OXXO มักจะต้องเสียค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ประมาณ 1% ของมูลค่าธุรกรรม ค่าธรรมเนียมนี้ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตัวเลือกการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบอื่นๆ เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งมักมีค่าธรรมเนียมสูงพอๆ กับบัตรเครดิต
ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX): ธุรกิจระหว่างประเทศที่จำหน่ายสินค้าในเม็กซิโกอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินประมาณ 2% จากผู้ให้บริการชำระเงิน
มาตรการรักษาความปลอดภัยของ OXXO
ในส่วนของลูกค้าที่ไม่ได้รับบริการจากธนาคารและลูกค้าที่อยากจ่ายด้วยเงินสด OXXO ก็มีการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญเพิ่มเข้ามาในขั้นตอนการทำธุรกรรม โดย OXXO จะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบยืนยันรายละเอียดธุรกรรมและรับรองว่าการชำระเงินจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง
เวาเชอร์ที่มีบาร์โค้ดแบบเฉพาะตัว: ธุรกรรม OXXO แต่ละรายการจะสร้างเวาเชอร์บาร์โค้ดที่แตกต่างกัน เพื่อผูกการชำระเงินทุกรายการกับการซื้อที่เจาะจง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงและข้อผิดพลาดในการประมวลผลการชำระเงิน
การตรวจสอบการชำระเงินที่มีการควบคุม: ขั้นตอนการชำระเงิน OXXO ที่ร้านจะมีขั้นตอนการตรวจสอบ โดยแคชเชียร์จะตรวจสอบรายละเอียดของเวาเชอร์ก่อนรับเงินสด ขั้นตอนนี้เป็นการตรวจสอบเพิ่มขึ้นมาอีกขั้นเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดหรือเวาเชอร์ที่เป็นการฉ้อโกง
ช่องทางการสื่อสารโดยตรง: OXXO มีช่องทางการสื่อสารโดยตรงกับธุรกิจต่างๆ เพื่อยืนยันธุรกรรมการชำระเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือโดยรวมให้กับขั้นตอนการชำระเงิน
การชำระด้วยเงินสด: แม้จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการจัดการเงินสด แต่การชำระด้วยเงินสดก็ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัล การชำระด้วยเงินสดช่วยให้ไม่ต้องใช้ข้อมูลการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน และไม่เสี่ยงต่อการฉ้อโกงในการชำระเงินออนไลน์
การทำงานกับ OXXO: ข้อกำหนดทางธุรกิจและการผสานการทำงาน
สำหรับธุรกิจระหว่างประเทศที่ดำเนินงานในตลาดต่างๆ ที่ใช้ OXXO กันเป็นหลัก การเปิดให้ชำระเงินด้วยวิธีนี้ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ธุรกิจต่างๆ ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อใช้ OXXO เป็นวิธีการชำระเงิน
การสร้างบัญชี: ก่อนอื่น ธุรกิจจะต้องสมัครบัญชี OXXO และทำตามขั้นตอนการตั้งค่า โดย OXXO จะให้คำแนะนำแก่ธุรกิจตลอดขั้นตอนนี้และจัดหาฮาร์ดแวร์ให้ทำงานร่วมกับระบบของตนได้
การผสานการทำงานเกตเวย์การชำระเงิน: ธุรกิจจะต้องลงทะเบียนกับเกตเวย์การชำระเงินที่รองรับ OXXO เช่น Stripe เกตเวย์นี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางและช่วยให้การประมวลผลการชำระเงินผ่าน OXXO สะดวกขึ้น เกตเวย์ต่างๆ อาจมีฟีเจอร์ที่เข้ากันได้ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มอย่าง Stripe จะประมวลผลการชำระเงินแบบครั้งเดียวเท่านั้นผ่าน OXXO และไม่ประมวลผลการชำระเงินรอบบิลตามแบบแผนล่วงหน้า เกตเวย์ที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมในการตั้งค่าอาจส่งเครื่องมือที่จำเป็นให้กับธุรกิจเพื่อทำงานร่วมกับระบบของตน
การปรับแต่งอินเทอร์เฟซการชำระเงิน: ธุรกิจสามารถปรับแต่ง UI ที่แสดงต่อลูกค้าสำหรับการชำระเงินผ่าน OXXO บนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Stripe ได้ โดยมีฟีเจอร์ต่างๆ เช่น รูปภาพและสีประจำแบรนด์ให้ใช้ในหน้าเวาเชอร์
การสร้างเซสชันการชำระเงิน: หากต้องการสร้างเซสชันการชำระเงินด้วย OXXO ธุรกิจจะต้องใส่ "oxxo" ไว้ในรายการประเภทวิธีการชำระเงิน และตรวจสอบว่าบรรทัดรายการทั้งหมดใช้สกุลเงินเปโซ (MXN) นอกจากนี้ ธุรกิจยังเลือกตั้งค่าพารามิเตอร์ "expires_after_days" ได้ด้วย ซึ่งจะกำหนดจำนวนวันก่อนที่เวาเชอร์ OXXO จะหมดอายุ
การรับชำระเงิน: ธุรกิจต่างๆ สามารถรับชำระเงินสำหรับการซื้อผ่าน OXXO ได้ด้วยการสแกนเวาเชอร์ที่สร้างขึ้นและเรียกเก็บเงินตามยอดซื้อที่ระบุไว้เป็นเงินสดได้ ในบางกรณี ธุรกิจอาจขอให้ลูกค้าสแกนรหัส QR ด้วยโทรศัพท์มือถือเพื่อทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์
การติดตามตรวจสอบสถานะการชำระเงิน: เนื่องจาก OXXO ใช้วิธีการชำระเงินที่มีการแจ้งเตือนความล่าช้า ธุรกิจจึงควรใช้วิธีต่างๆ เช่น Webhook เพื่อติดตามตรวจสอบสถานะการชำระเงินผ่าน OXXO ในการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ
วิธีอื่นๆ ที่ใช้แทน OXXO ได้
ธุรกิจในลาตินอเมริกามีหลากหลายวิธีที่ใช้แทน OXXO ได้ แต่ละประเทศที่ OXXO ดำเนินกิจการอยู่จะมีระบบการชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และความนิยมในท้องถิ่นแบบเฉพาะตัว ซึ่งบ่งบอกว่าวิธีการชำระเงินใดได้รับความนิยมมากที่สุด นี่คือภาพรวมของตัวเลือกยอดนิยมที่ใช้แทน OXXO ได้ รวมถึงวิธีใช้และพื้นที่ที่มีการใช้งาน
Rapyd: ในเม็กซิโก Rapyd ให้บริการที่คล้ายกับ OXXO โดยมีเครือข่ายร้านที่รับชำระเงินสดมากกว่า 150,000 แห่ง รวมถึง 7-Eleven และ Walmart ซึ่งลูกค้าสามารถชำระคำสั่งซื้อทางออนไลน์ด้วยเงินสดได้
การชำระเงินทันทีผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่: แพลตฟอร์มบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น BBVA Wallet (ได้รับความนิยมในเม็กซิโก โคลอมเบีย เปรู และชิลี), PagSeguro (ได้รับความนิยมในบราซิล) และ Mercado Libre (ได้รับความนิยมในอาร์เจนตินา) ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินซื้อด้วยโทรศัพท์มือถือได้
การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EFT): การโอนเงินผ่านธนาคารทางออนไลน์เป็นวิธีการชำระเงินทางเลือกที่พบบ่อยในประเทศต่างๆ เช่น โคลอมเบีย ซึ่งบริการอย่าง PSE (Pagos Seguros en Linea) ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการทางออนไลน์จากบัญชีธนาคารได้
บัตรเงินสด: บัตรเงินสดแบบเติมเงิน (ซึ่งสามารถเติมเงินได้ที่ร้านค้าปลีกหรือร้านค้าขนาดใหญ่ และใช้แทนบัตรเครดิตได้) ก็เป็นวิธีการชำระเงินทางเลือกที่นิยมใช้ในหมู่ลูกค้าที่ไม่มีบัญชีธนาคาร
Efecty: Efecty เป็นบริการที่คล้ายกับ OXXO การซื้อทางออนไลน์ผ่าน Efecty จะเป็นการสร้างเวาเชอร์ขึ้นมา ซึ่งสามารถชำระด้วยเงินสดได้ตามสาขาต่างๆ ของ Efecty บริการนี้ได้รับความนิยมในโคลอมเบียในการจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภค การซื้อออนไลน์ และการโอนเงิน
Pix: Pix คือระบบชำระเงินที่รวดเร็วทันใจและได้รับความนิยมในบราซิล ซึ่งประมวลผลธุรกรรมผ่านรหัส QR หรือ ID ธุรกรรม
SafetyPay: SafetyPay ช่วยให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินซื้อทางออนไลน์ด้วยเงินสดได้เหมือนๆ กับ OXXO ลูกค้าสามารถเลือกใช้ SafetyPay เป็นวิธีการชำระเงินในขั้นตอนการชำระเงินออนไลน์ได้ จากนั้น ลูกค้าสามารถชำระเงินได้โดยการโอนเงินผ่านธนาคารโดยตรง หรือจะสร้างรหัสชำระเงินแบบเฉพาะตัวขึ้นมาแล้วเข้าไปที่สาขาของ SafetyPay เพื่อจ่ายเงินซื้อด้วยเงินสดก็ได้
Webpay: Webpay by Transbank คือ วิธีการชำระเงินในชิลีสำหรับการซื้อทางออนไลน์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าชำระเงินจากบัญชีธนาคารของตัวเองหรือบัตรเครดิตได้ผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัยของ Webpay
SPEI: SPEI คือ ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธนาคารในประเทศเม็กซิโก ซึ่งใช้ในการโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารในทันทีเป็นหลัก แม้จะสะดวกและรวดเร็วกว่า OXXO แต่ SPEI จำเป็นต้องใช้บัญชีธนาคารและแอปดิจิทัล นอกจากนี้ SPEI ยังมีความเสี่ยงในการดึงเงินคืนด้วย ซึ่งหากใช้ OXXO เป็นวิธีการชำระเงินก็จะไม่พบความเสี่ยงเช่นนี้
โซลูชันการชำระด้วยเงินสดแบบอื่นๆ: โซลูชันการชำระด้วยเงินสดเป็นวิธีการชำระเงินกลุ่มหลักในลาตินอเมริกา โดยแต่ละประเทศก็จะมีตัวเลือกในท้องถิ่นที่ลูกค้าชอบใช้กัน เช่น Rapipago ในอาร์เจนตินา, Boleto ในบราซิล, Servipag ในชิลี, Baloto ในโคลอมเบีย, PagoEfectivo ในเปรู และ Redpagos ในอุรุกวัย
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ