ปัจจุบัน ตลาดดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากจึงเริ่มหันมาสนใจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตและขยายไปสู่ตลาดโลกได้ ในการทำเช่นนั้น ธุรกิจต้องมีสินค้าหรือบริการที่โดดเด่นและการตลาดที่เข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ธุรกิจยังต้องมีการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย ซึ่งช่วยให้ SME ไทยสามารถแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศได้
ในบทความนี้เราจะทำความรู้จักว่า Cross border e-commerce คืออะไร ธุรกิจอะไรบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่ม SME เรียนรู้ว่าทำไม SME ไทยควรสนใจตลาดต่างประเทศ พร้อมแนะนำแหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนต่างๆ รวมถึงข้อพิจารณาที่ควรคำนึงถึงก่อนขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก และความสำคัญของโซลูชันชำระเงินที่น่าเชื่อถือว่าช่วยให้ SME ไทยขยายตลาดและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างไร
เนื้อหาหลักในบทความ
- Cross border e-commerce คืออะไร
- ทำไม SME ไทยควรสนใจตลาดต่างประเทศ
- ข้อพิจารณาก่อนขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก
- แหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
- วิธีชำระเงินระหว่างประเทศมีอะไรบ้าง
- โซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ SME
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
Cross border e-commerce คืออะไร
Cross border e-commerce หรือ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน คือ การซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ที่ลูกค้าในต่างประเทศสามารถเข้าถึงได้และชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของตนเอง โดยผู้ขายและผู้ซื้อมักอยู่คนละประเทศกัน ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ SME ไทยที่ขายสินค้าไปยังลูกค้าในอเมริกา จีน ยุโรป หรือญี่ปุ่น
Cross border e-commerce ไม่เพียงเป็นช่องทางการขายสินค้าออนไลน์กับตลาดต่างประเทศเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโตของ SME และยังเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการคุณภาพของไทยที่น่าภูมิใจสู่เวทีสากลผ่านตัวเลือกชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross border payments) ที่เชื่อมโยงตลาดทั่วโลก
ทำไม SME ไทยควรสนใจตลาดต่างประเทศ
ในยุคที่พรมแดนทางธุรกิจค่อยๆ เลือนหายไป Cross border e-commerce ช่วยให้ SME ไทยมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้ง่ายกว่าที่เคย ซึ่งข้อดีของการทำตลาดในต่างประเทศมีดังนี้
- เพิ่มรายได้ขยายตลาด
เนื่องจากตลาดต่างประเทศมีขนาดใหญ่ Cross border e-commerce ช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นหลายเท่า เปิดโอกาสให้ SME ไทยสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาก - สร้างความมั่นคงให้ธุรกิจ
การขยายสู่ตลาดต่างประเทศไม่เพียงเพิ่มยอดขายแต่ยังช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อเศรษฐกิจในประเทศผันผวน ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดไทยเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะหากตลาดในประเทศเริ่มอิ่มตัวหรือกำลังเจอวิกฤตทางเศรษฐกิจ - ยกระดับมาตรฐานสินค้า
การแข่งขันในต่างโลกมักมีมาตรฐานสูงกว่าตลาดในประเทศ เช่น ด้านคุณภาพสินค้า การบริการหรือบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ SME ไทยยกระดับกระบวนการผลิตหรือการคัดสรรสินค้าให้มีมาตรฐานที่สอดคล้องกับระดับสากล เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจในระยะยาว - เสริมศักยภาพให้ SME
การทำ Cross border e-commerce มักเป็นการเพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการจัดการสำหรับผู้ประกอบการ ได้ความรู้ที่มีประโยชน์กับธุรกิจจากการสื่อสารกับลูกค้าจำนวนมาก การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับต่างชาติ และการปรับตัวกับตลาดต่างๆ ทั่วโลก - ความสะดวกของ Cross border payments
โซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนในปัจจุบัน เช่น Stripe ช่วยให้การค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินธุรกรรมภายใต้มาตรฐานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ช่วยให้ SME ไทยรับชำระเงินได้อย่างมืออาชีพและขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น - แรงสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
SME ไม่จำเป็นต้องเผชิญความท้าทายในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยตนเอง ในปัจจุบันมีโครงการจากทั้งภาครัฐและเอกชนมากมายที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ SME ไทยให้มีความพร้อมและศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดโลก ผ่านแหล่งเงินทุน โครงการที่มีประโยชน์และการอบรมเพิ่มความรู้มากมาย
ข้อพิจารณาก่อนขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก
การขยายธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกมีข้อดีมากมาย ทั้งยังมีแหล่งทุนและโครงการสนับสนุนต่างๆ สำหรับ SME เพื่อความพร้อมในการพัฒนาธุรกิจและการขยายตลาด อย่างไรก็ดี Cross border e-commerce นั้นเป็นก้าวที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจและมีความท้าทายต่างๆ ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา ดังนี้
ศึกษาตลาดต่างประเทศ
ธุรกิจ SME ควรทำการศึกษาตลาดที่สนใจ, วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการจะมีศักยภาพในตลาดนั้นๆ หรือไม่ รวมถึงเทรนด์อีคอมเมิร์ซโดยรวม, กลยุทธ์การตั้งราคา (pricing strategy) และศึกษากรณีตัวอย่างที่สำเร็จและไม่สำเร็จ
การตลาดและการสื่อสารที่เข้าใจตลาดท้องถิ่น
การตลาดและการสื่อสารของแบรนด์ที่เข้าใจตลาดท้องถิ่น มีมาตรฐานรับรองคุณภาพในระดับสากล และมีการรีวิวจากลูกค้าจริงในตลาดนั้นๆ จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ นอกจากนี้การวางกลยุทธ์การตลาด, การกำหนดโทนการสื่อสาร, การแปลและปรับเนื้อหาเว็บไซต์, คำอธิบายสินค้า, การโฆษณา รวมถึงการให้บริการลูกค้าให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และบริบททางวัฒนธรรมของแต่ละตลาด ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในระดับสากล
ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์
ควรพิจารณาความพร้อมและคุณภาพของการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศ เพื่อให้สามารถจัดส่งได้ในระยะเวลาที่สมเหตุสมผลในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เนื่องจากค่าจัดส่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจโดยเฉพาะการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ ควรกำหนดเกณฑ์การคิดค่าจัดส่งให้เหมาะสมและสมดุลระหว่างความพึงพอใจของลูกค้าและต้นทุนของสินค้า โดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
- ลักษณะสินค้าที่ขาย: น้ำหนัก ขนาด หรือประเภทของสินค้า มีผลต่อค่าขนส่ง
- ระบบติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์: เลือกระบบขนส่งที่มีระบบติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์และวางแผนการจัดการคืนสินค้าตามมาตรฐานในการคืนสินค้าของแต่ละประเทศ
สามารถหาพาร์ทเนอร์ด้านการจัดเก็บและจัดส่งสินค้า (Fulfillment) ที่มีประสบการณ์ในตลาดเป้าหมาย นอกจากนี้ควรรวมค่าจัดส่งบางส่วนไว้ในราคาสินค้าและกำหนดค่าจัดส่งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของตลาด
ระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payments)
ศึกษาช่องทางการชำระเงินยอดนิยมในแต่ละประเทศ (เช่น บัตรเครดิตและเดบิต พร้อมเพย์ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล) จากนั้นเลือกผู้ให้บริการที่สามารถรองรับช่องทางเหล่านั้นได้ครบถ้วน พร้อมฟังก์ชันที่ใช้งานง่ายภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เช่น Stripe Payments โซลูชันทางการเงินที่เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างราบรื่น พร้อมตัวเลือกช่องทางการชำระเงินที่ตอบโจทย์การใช้งานของ SME ทุกขนาด ป้องกันธุรกรรมข้ามพรมแดนจากการฉ้อโกงและการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ความยุ่งยากในการแปลงสกุลเงิน
อีกหนึ่งความท้าทายของ Cross border e-commerce คือการแปลงสกุลเงินที่ส่งผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ผู้ประกอบการควรใช้ระบบที่รองรับการชำระเงินจากต่างประเทศในหลายสกุลเงิน แปลงเงินได้อัตโนมัติ และแสดงราคาตามสกุลเงินของลูกค้าเพื่อธุรกรรมที่สะดวกรวดเร็ว
การจัดการภาษีและข้อกฎหมายระหว่างประเทศ
เนื่องด้วยภาษีนำเข้า, อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), และข้อกฎหมายการนำเข้า-ส่งออกนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ผู้ประกอบการควรเลือกใช้บริการที่ช่วยลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีในประเทศต่างๆ เช่นโซลูชันอย่าง Stripe Tax ที่สามารถคำนวณและเรียกเก็บภาษีขาย, VAT, และ GST โดยอัตโนมัติ ทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัลในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและในกว่า 100 ประเทศ นอกจากนี้หากคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe พาร์ทเนอร์กับ Taxually ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น
แหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนมีแหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการ SME ในประเทศไทย ที่สามารถช่วยเพิ่มทุน ความรู้ และทักษะในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ดังนี้
แหล่งเงินทุนสำหรับ SME
- ทรัพย์สินส่วนตัว/ผู้ร่วมทุน
ผู้ประกอบการอาจนำทุนส่วนตัวหรือระดมทุนจากผู้ร่วมทุน/นักลงทุน เช่น ทุนส่วนบุคคล (Private Equity) หรือ บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ SME โดยแลกกับส่วนแบ่งการถือหุ้นในบริษัท - การระดมทุน (Crowdfunding)
สำหรับธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพเติบโตสูง การเลือกใช้การระดมทุนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ การบริจาค (Donation-based crowdfunding), การระดมทุนจากรางวัลตอบแทน (Reward crowdfunding), การระดมทุนด้วยการแลกหุ้น (Equity-based) และการระดมทุนจากการกู้ยืม (Debt Crowdfunding) - สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan)
สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SME โดยมีเงื่อนไขดอกเบี้ยที่มีอัตราต่ำกว่าดอกเบี้ยของสินเชื่อในตลาดทั่วไปเพื่อช่วยสภาพคล่องของธุรกิจ พร้อมเงื่อนไขผ่อนปรน เช่น ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถยืดระยะเวลาผ่อนชำระ และมีระยะเวลาปลอดหนี้ - สินเชื่อออนไลน์
การขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ (Digital lending) โดยสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เช่น สินเชื่อที่ใช้ยอดขายออนไลน์ในการพิจารณาวงเงิน และ สินเชื่อระหว่างบุคคล (P2P Lending) หรือการกู้ยืมเงินระหว่าง SME กับผู้ที่ต้องการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน - สินเชื่ออื่นๆ
สถาบันการเงินไทยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับธุรกิจ SME หลากหลายรูปแบบ เช่น สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน, สินเชื่อเพื่อขยายกิจการ หรือสินเชื่อแฟคตอริ่ง เป็นต้น - เงินสนับสนุน
เงินสนับสนุน (Grant) ที่ภาครัฐหรือองค์กรต่างๆ มอบให้กับผู้ประกอบการโดยไม่ต้องมีการชำระคืน เพื่อช่วยส่งเสริม SME ในด้านต่างๆ เช่น การขยายตลาด, การพัฒนาเทคโนโลยี, การวิจัยและพัฒนา (R&D), การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเป็นเงินสนับสนุน SME ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
องค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
- หน่วยงาน สสว. (OSMEP)
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจ SME ไทยให้เข้าถึงการสนับสนุนของรัฐและเอกชน รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสามารถแนะนำว่าโครงการไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ มีโครงการอบรมและให้ความรู้ด้านการพัฒนาองค์กร, ธนาคาร, ตลาด, เทคโนโลยี, ดิจิทัล, เพิ่มความสามารถในการผลิต ฯลฯ - ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง (ธพว.)
ธพว. หรือ SME Bank ประเทศไทย ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มวิสาหกิจประเภทผลิต, บริการ, ค้าส่ง‑ค้าปลีก มีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน การบริหารจัดการธุรกิจ และเครื่องมือดิจิทัล - กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (Thai SME Fund)
Thai SME Fund ช่วยเหลือ SME ระดับท้องถิ่นและรายย่อย ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน สนับสนุนการยกระดับความสามารถธุรกิจและช่วยฟื้นฟูธุรกิจ - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้จำกัดหน้าที่แค่การจดทะเบียนธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้เติบโตและพัฒนาเข้ากับยุคดิจิทัลและการแข่งขันที่สูงขึ้น มีการจัดอบรมและให้ความรู้เรื่องการตลาดดิจิทัล การปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย การใช้ระบบ POS และเชื่อมโยงอีคอมเมิร์ซ และขยายโอกาสธุรกิจ SME สู่ตลาดต่างประเทศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
NIA สนับสนุนธุรกิจ SME และนวัตกรรมโดยรวม เหมาะกับธุรกิจ SME ที่ต้องการขยายตลาดและสร้างเครือข่าย พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา หรือส่งเสริมนวัตกรรมระดับประเทศสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
ISMED ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของ SME เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยการให้คำปรึกษาและจัดฝึกอบรม, งานวิจัยและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ SME, เชื่อมโยงเครือข่าย SME, ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการประยุกต์ใช้นวัตกรรม และรับรองมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากรที่ให้บริการแก่ SMEบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
บสย. เป็นองค์กรรัฐที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อเพื่อลดข้อจำกัดเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อองค์กรเฉพาะด้านอุตสาหกรรม
การเข้าร่วมกับองค์กรในอุตสาหกรรมเฉพาะด้านมีประโยชน์อย่างมากกับ SME เช่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (Thailand Textile Institute) ที่มีบทบาทในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย หรือสถาบันอาหาร (National Food Institute) ที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดหรือการเพิ่มมูลค่าสินค้า
วิธีชำระเงินระหว่างประเทศมีอะไรบ้าง
ในปัจจุบันมีวิธีการชำระเงินข้ามประเทศที่หลากหลาย สามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่างๆ ดังนี้
- การโอนเงินผ่านธนาคาร (Bank transfer)
การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นมาตรฐานที่ได้รับความไว้วางใจ โดยใช้ระบบ SWIFT ในการส่งข้อมูลการโอนเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก มีความปลอดภัยสูง อาจใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงไปจนถึงหลายวันทำการ และมีค่าธุรกรรมที่ค่อนข้างสูงจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยทั้งธนาคารของผู้ส่งและผู้รับ - ผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ
แพลตฟอร์มผู้ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศได้เข้ามามีบทบาทในธุรกรรมระหว่างประเทศ เนื่องจากสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและมักมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ผู้ให้บริการมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งช่วยให้ธุรกรรมเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ - บัตรเครดิตและเดบิต (Credit and debit card)
การใช้บัตรเครดิตและเดบิตเป็นวิธีที่สะดวกสบายสำหรับผู้บริโภค และมักจะถูกควบคุมโดยธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด อาจมีอัตราการแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่สูงกว่าช่องทางอื่นๆ เหมาะสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าไม่สูงนัก - กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet)
ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลในประเทศไทยอย่าง True Money Wallet, YouTrip หรือ DeepPocket ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศ - QR code
เป็นวิธีส่งข้อมูลการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย เนื่องจากการสแกน QR Code ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย จึงเริ่มมีการนำมาใช้ในการทำธุรกรรมข้ามประเทศ กับประเทศใกล้เคียงอย่างฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามเนื่องจากผู้บริโภคมีความคุ้นเคยในการใช้งานอยู่แล้ว - ตั๋วแลกเงินธนาคารและตราสารเครดิต (Bank draft and Letter of credit)
เป็นวิธีแบบดั้งเดิมที่ใช้เอกสารสั่งจ่ายเงินออกโดยธนาคาร มักใช้กันในธุรกิจนำเข้าและส่งออก โดยอาศัยเครดิตจากธนาคารซึ่งรับประกันว่าผู้รับจะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุ มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากมีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันและตรวจสอบความถูกต้อง
โซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ SME
การเลือกโซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ SME แต่ละขนาดเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุนในการจัดการ ลดภาระการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า
ธุรกิจ SME ในไทยมักมีความต้องการระบบชำระเงินที่แตกต่างกันตามขนาดและประเภทของ SME ดังนี้:
- ธุรกิจรายย่อย (Micro SME): ธุรกิจรายย่อยมักต้องการระบบชำระเงินที่ใช้งานง่าย ติดตั้งและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมาก และใช้ต้นทุนต่ำในการใช้งานเพื่อช่วยลดภาระสำหรับธุรกิจในช่วงแรก
- ธุรกิจขนาดเล็ก (Small SME): ธุรกิจขนาดเล็กต้องการระบบชำระเงินที่รองรับได้หลากหลายช่องทาง ช่วยอำนวยความสะดวกลูกค้าที่หลากหลายและจัดการธุรกรรมอย่างเป็นระบบ
- ธุรกิจขนาดกลาง (Medium SME): ต้องการโซลูชันที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบบัญชี หรือ ERP เพื่อการจัดการที่ครบวงจรในการบันทึกรายการการเงินโดยอัตโนมัติ การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-invoice) และช่วยจัดการรายรับและภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ