ตัวเลือกการชำระเงินของธุรกิจขนาดเล็กและวิธีเลือกตัวเลือกที่เหมาะสม

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ตัวเลือกการชำระเงินยอดนิยมสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  3. วิธีการชำระเงินออนไลน์แบบใดเหมาะกับสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมากที่สุด
  4. ประโยชน์ของวิธีการชำระเงินออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  5. วิธีเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก
    1. 1. ทำความเข้าใจลูกค้าและธุรกรรมของคุณ
    2. 2. เลือกวิธีการชำระเงินให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจของคุณ
    3. 3. ประเมินค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อกระแสเงินสด
    4. 4. พิจารณาเรื่องการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความเสี่ยง
    5. 5. เลือกเทคโนโลยีที่สามารถขยายขนาดไปพร้อมกับธุรกิจของคุณได้
  6. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ปัจจุบัน ลูกค้าคาดหวังว่าจะสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ด้วยวิธีการที่ยืดหยุ่นและสะดวก ธุรกิจจึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการนำเสนอวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย รวมถึงตัวเลือกการชำระเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ มูลค่าธุรกรรมการชำระเงินดิจิทัลทั่วโลกคาดว่าจะทะลุ 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิธีการชำระเงินเหล่านี้มีความสำคัญต่อธุรกิจมากเพียงใด

ในบทความนี้ เราจะอธิบายสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับตัวเลือกการชำระเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกที่มีในปัจจุบัน ตัวเลือกยอดนิยม ตลอดจนวิธีการพิจารณาว่าวิธีการชำระเงินแบบใดเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ตัวเลือกการชำระเงินยอดนิยมสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  • วิธีการชำระเงินออนไลน์แบบใดเหมาะกับสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมากที่สุด
  • ประโยชน์ของวิธีการชำระเงินแบบออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  • วิธีเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ตัวเลือกการชำระเงินยอดนิยมสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ต่อไปนี้คือวิธีการชำระเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ธุรกิจขนาดเล็ก

  • วิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม: วิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมได้แก่ เงินสด เช็ค บัตรเครดิตและบัตรเดบิต รวมถึงใบสั่งจ่ายเงินหรือแคชเชียร์เช็ค

  • วิธีการชำระเงินแบบดิจิทัล: วิธีการชำระเงินแบบดิจิทัลยอดนิยม ได้แก่ กระเป๋าเงินดิจิทัล การโอนเงินผ่านธนาคาร และการชำระเงินระหว่างบุคคล (P2P) เช่น Venmo และ Zelle นอกจากนี้ ผู้ทำงานอิสระและผู้ให้บริการยังอาจใช้ลิงก์ชำระเงินเพื่อขอให้ลูกค้าชำระเงินผ่านอีเมลหรือข้อความ SMS ด้วย

  • วิธีการชำระเงินแบบใหม่ๆ: วิธีการชำระเงินแบบใหม่ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ บริการซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL) คริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงบัตรแบบไร้สัมผัสและการชำระเงินผ่านอุปกรณ์แบบสวมใส่

วิธีการชำระเงินออนไลน์แบบใดเหมาะกับสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมากที่สุด

วิธีการชำระเงินเหล่านี้เป็นประโยชน์กับธุรกิจขนาดเล็กดังต่อไปนี้

  • บัตรเครดิตและบัตรเดบิต: บัตรเครดิตและบัตรเดบิตเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความสะดวกและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย บัตรเครดิตและบัตรเดบิตมีการทำธุรกรรมที่ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เช่น ระบบป้องกันการฉ้อโกงและความสามารถในการดึงเงินคืน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำเป็นต้องใช้เทอร์มินัล POS สำหรับการชำระเงินที่จุดขายและมีค่าธรรมเนียมในการประมวลผลธุรกรรม โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจจำเป็นต้องมีบัญชีผู้ค้าเพื่อรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต แต่ผู้ให้บริการรับชำระเงินอย่าง Stripe ได้รวมความสามารถดังกล่าวไว้ในแพลตฟอร์มแบบครบวงจรของตนแล้ว

  • การโอนเงินผ่านธนาคาร: การโอนเงินผ่านธนาคารมีความคุ้มค่าในด้านต้นทุน โดยเฉพาะสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงและการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า เช่น การสมัครใช้บริการ เงินเดือน และการชำระเงินให้ผู้ให้บริการ ตัวอย่างเช่น การชำระเงินผ่านสำนักหักบัญชีอัตโนมัติ (ACH) ในสหรัฐอเมริกา และการหักบัญชีอัตโนมัติในเขตพื้นที่การชำระเงินที่ใช้สกุลเงินยูโร (SEPA) ในยุโรป เหมาะสำหรับการชำระเงินที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า แต่การประมวลผลอาจใช้เวลาหลายวัน ส่วนการโอนเงินต่างชาติจะเหมาะสำหรับการชำระเงินแบบครั้งเดียวที่มีมูลค่าสูงและต้องได้รับการประมวลผลอย่างรวดเร็ว

  • กระเป๋าเงินดิจิทัล: จากการที่สมาร์ตโฟนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ** กระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay จึงกลายเป็นช่องทางการชำระเงินที่ปลอดภัยสำหรับลูกค้าทั้งทางการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ โดยมักช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้โดยไม่ต้องกรอกรายละเอียดบัตร อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงด้วยการใช้การแปลงเป็นโทเค็นและการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก กระเป๋าเงินดิจิทัลให้ความสะดวกกับลูกค้ามาก และช่วยให้กระบวนการชำระเงินเสร็จสิ้นได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กระเป๋าเงินดิจิทัลจำเป็นต้องใช้เทอร์มินัลการสื่อสารในระยะใกล้ (NFC) เพื่อประมวลผลการชำระเงินที่จุดขาย กระเป๋าเงินดิจิทัลเหมาะที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการการชำระเงินที่รวดเร็วขึ้น ขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ให้บริการลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลักหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ และจำหน่ายสินค้าที่มีราคาต่ำ ซึ่งความรวดเร็วและความสะดวกสบายมีความสำคัญมากกว่า

  • การชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่: เนื่องจากอัตราการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น โซลูชันการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่จึงช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างสะดวกจากโทรศัพท์ของตัวเองโดยตรง โซลูชันเหล่านี้มักจะผสานการทำงานกับกระเป๋าเงินดิจิทัลและมอบประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งเหมาะสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างเดินทาง

  • คริปโตเคอร์เรนซี: การรับชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์และ Ethereum สามารถดึงดูดลูกค้าที่ชื่นชอบวิธีการชำระเงินสมัยใหม่ได้ การชำระเงินเหล่านี้มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำ ไม่มีการดึงเงินคืน และช่วยให้เข้าถึงตลาดทั่วโลกได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คริปโตเคอร์เรนซียังมีความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบด้วย

  • บริการซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง: บริการต่างๆ เช่น Afterpay และ Klarna ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าและผ่อนชำระโดยมักจะไม่มีดอกเบี้ย วิธีนี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อและอัตราคอนเวอร์ชันโดยการทำให้สินค้ามีความเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในเชิงการเงิน

  • การหักบัญชีอัตโนมัติ: การหักบัญชีอัตโนมัติเหมาะกับธุรกิจที่เรียกเก็บเงินตามรอบบิลซึ่งต้องมีการชำระเงินเป็นประจำ เช่น แพลตฟอร์มแบบสมัครสมาชิก ผู้จำหน่าย SaaS ยิม ธุรกิจแบบ B2B ที่มีสัญญาแบบต่อเนื่อง หรือผู้ให้บริการสาธารณูปโภค วิธีการนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการติดตามทวงถามการชำระเงินและทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีกระแสเงินสดเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

  • รหัส QR: การชำระเงินผ่านรหัส QR กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย วิธีการนี้ถือเป็นวิธีจัดการการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย รวดเร็ว และไม่ต้องสัมผัส โดยไม่ต้องใช้บัตรจริงหรือเงินสด ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้รหัส QR สำหรับโปรโมชันในร้านได้เช่นกัน

  • การชำระเงินตามใบแจ้งหนี้: สำหรับธุรกรรมหรือบริการระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) แล้ว ใบแจ้งหนี้ที่สามารถชำระทางออนไลน์ผ่านลิงก์หรือเกตเวย์การชำระเงินจะทำให้กระบวนการชำระเงินง่ายขึ้นและยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินงานด้วย

  • บัตรเติมเงินและบัตรของขวัญ: บัตรเติมเงินและบัตรของขวัญอาจพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าที่อาจไม่มีบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตได้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์และผลักดันให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ โดยทั่วไปแล้วบัตรลักษณะนี้จะเหมาะกับร้านค้าปลีก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านซาลอน และธุรกิจด้านความบันเทิง

ประโยชน์ของวิธีการชำระเงินออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ต่อไปนี้เราจะอธิบายว่าวิธีการชำระเงินออนไลน์เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดเล็กของคุณอย่างไรบ้าง

  • ขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็วยิ่งขึ้น: วิธีการชำระเงินออนไลน์ทำให้ขั้นตอนการชำระเงินรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น ความง่ายดายในการใช้งานอาจเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าอย่างฉับพลันและการกลับมาซื้อซ้ำได้โดยตรง ลูกค้าอาจชื่นชอบความยืดหยุ่นและความรวดเร็วในการทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขของตนจากโทรศัพท์หรือแล็ปท็อป

  • การเข้าถึงตลาดที่เพิ่มขึ้น: การชำระเงินออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทำธุรกิจนอกพรมแดนทางภูมิศาสตร์ โดยจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ธุรกิจเฉพาะกลุ่มจะได้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากฐานลูกค้าภายในประเทศอาจจำกัดอยู่ในวงแคบๆ แต่จะกว้างขึ้นเมื่อธุรกิจเจาะฐานลูกค้าทั่วโลก

  • กระแสเงินสดที่ดีขึ้น: การชำระเงินออนไลน์ใช้เวลาดำเนินการเร็วกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม เช่น เช็คและใบสั่งจ่ายเงิน ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้รับเงินรวดเร็วขึ้น ช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับจัดการกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลงทุนในสินค้าคงคลัง หรือขยายการดำเนินงาน

  • ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าหรือบริการโดยตรงที่ลดลง: การชำระเงินออนไลน์ลดความจำเป็นในการใช้ระบบบันทึกการขาย (POS) และแรงงานในการจัดการธุรกรรมเงินสดและเช็ค ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าหรือบริการโดยตรงลดลงได้

  • การรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งขึ้น: ระบบการชำระเงินออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมสำหรับปกป้องข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน โดยมีการเข้ารหัสและการปฏิบัติตามมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS) ซึ่งจะช่วยปกป้องทั้งธุรกิจและลูกค้าจากการฉ้อโกง รักษาชื่อเสียงของธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า

  • ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า: แพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์มักจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า แนวโน้มการขาย และสถานะทางการเงินผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ของแพลตฟอร์ม ข้อมูลเชิงลึกนี้เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบกลยุทธ์การตลาด การจัดการสินค้าคงคลัง และแผนสร้างการเติบโตของธุรกิจ ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการในตลาดและความท้าทายในการดำเนินงานได้เร็วขึ้น

  • กระบวนการอัตโนมัติ: ธุรกิจสามารถผสานวิธีการชำระเงินออนไลน์เข้ากับเครื่องมือทางธุรกิจอื่นๆ ได้ เช่น ซอฟต์แวร์การทำบัญชี ระบบการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) และระบบการจัดการสินค้าคงคลัง การผสานการทำงานดังกล่าวจะช่วยให้ถ่ายโอนข้อมูลให้กับฝ่ายงานต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ จึงลดข้อผิดพลาดและภาระงานในการดูแลระบบได้

วิธีเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก

หากต้องการเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็กของคุณ ขั้นแรกให้ประเมินความต้องการของธุรกิจ ความชื่นชอบของลูกค้า และแนวโน้มตลาด โดยสามารถเริ่มต้นได้ดังนี้

1. ทำความเข้าใจลูกค้าและธุรกรรมของคุณ

พิจารณาอายุและตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้าของคุณ รวมถึงระดับความคุ้นเคยของลูกค้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ สำรวจความคิดเห็นของลูกค้าและวิเคราะห์พฤติกรรมการชำระเงินในปัจจุบันของลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้านิยมใช้วิธีการชำระเงินแบบใด หากเป็นลูกค้าที่อายุน้อยและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี ลูกค้าอาจชอบการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่และกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า ส่วนลูกค้าวัยผู้ใหญ่อาจเลือกใช้บัตรเครดิตแบบเก่าหรือการโอนเงินผ่านธนาคาร

2. เลือกวิธีการชำระเงินให้เหมาะกับโมเดลธุรกิจของคุณ

ประเภทธุรกิจของคุณก็มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเช่นกัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถได้รับประโยชน์จากการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่และกระเป๋าเงินดิจิทัลได้มากกว่า ในขณะที่ร้านค้าที่มีหน้าร้านจริงจำเป็นต้องมีระบบ POS ที่รองรับการประมวลผลการชำระเงินด้วยบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือให้บริการที่มีมูลค่าสูงสามารถได้รับประโยชน์จากการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและการโอนเงินผ่านธนาคาร สำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าไม่สูงแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ธุรกิจอาจเลือกใช้วิธีการชำระเงินที่รวดเร็ว เช่น การชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่

3. ประเมินค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อกระแสเงินสด

วิธีการชำระเงินแต่ละประเภทมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมของตนเอง ซึ่งอาจรวมถึงค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรม ค่าธรรมเนียมรายเดือน หรือค่าใช้จ่ายในการตั้งค่า ประเมินค่าใช้จ่ายเหล่านี้เทียบกับประโยชน์ของแต่ละวิธีการชำระเงิน วิธีการชำระเงินบางประเภท เช่น บัตรเครดิต จะช่วยให้ได้รับเงินทันที วิธีการชำระเงินแบบอื่น เช่น เช็คและระบบการออกใบแจ้งหนี้บางรูปแบบ อาจทำให้การได้รับเงินล่าช้าออกไป

4. พิจารณาเรื่องการรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความเสี่ยง

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิธีการชำระเงินที่คุณเลือกเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่าง PCI DSS สำหรับการชำระเงินด้วยบัตร ทำความเข้าใจผลกระทบทางกฎหมายของวิธีการชำระเงินที่คุณเลือก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งหากคุณดำเนินธุรกิจในหลายประเทศและจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการเงินในเขตอำนาจศาลต่างๆ

5. เลือกเทคโนโลยีที่สามารถขยายขนาดไปพร้อมกับธุรกิจของคุณได้

ตรวจสอบว่าวิธีการชำระเงินสามารถผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่ของคุณ เช่น ซอฟต์แวร์การบัญชี ระบบ CRM และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ง่ายเพียงใด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิธีการชำระเงินที่คุณเลือกสามารถปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมลูกค้าในอนาคตได้ การปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับคุณ

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe