Amazon Pay คือบริการชำระเงินออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ Amazon สามารถชำระเงินบนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ โดยใช้รายละเอียดการชำระเงินที่บันทึกไว้ในบัญชี Amazon ของตนเอง เป็นการผสานรวมการชำระเงินที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจทุกขนาด และได้รับการสนับสนุนจากผู้ค้ามากกว่า 720,000 รายในปี 2026
Amazon Pay ช่วยให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มความเร็วให้ขั้นตอนการชำระเงินและขยายฐานลูกค้าได้โดยดึงดูดลูกค้าที่มีบัญชี Amazon อยู่แล้ว ลูกค้าและธุรกิจต่างๆ อาจรู้สึกปลอดภัยขึ้นเมื่อใช้ Amazon Pay ในการส่งและรับชำระเงิน เนื่องจากบริการชำระเงินออนไลน์นี้ใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยและเทคโนโลยีการป้องกันการฉ้อโกงแบบเดียวกันกับ Amazon.com
เราจะพูดถึงฟีเจอร์ ฐานผู้ใช้ และผลกระทบที่มีต่อธุรกิจที่รับ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงิน
เนื้อหาหลักในบทความ
- Amazon Pay มีการทำงานอย่างไร
- มีการใช้งาน Amazon Pay ที่ไหน
- ผู้ที่ใช้ Amazon Pay คือใคร
- ประโยชน์ของการยอมรับ Amazon Pay
- มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Amazon Pay
- วิธีรับ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงิน
- ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Amazon Pay
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
Amazon Pay มีการทำงานอย่างไร
Amazon Pay คือบริการชำระเงินดิจิทัลที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระค่าสินค้าจากธุรกิจอื่นๆ ด้วยวิธีการชำระเงินที่บันทึกไว้ในบัญชี Amazon ของตนเอง ทำให้กระบวนการชำระเงินง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
Amazon Pay ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับการทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันภายนอก แต่ Amazon ก็ได้เปิดตัว Amazon Pay ในร้านค้าปลีกบางแห่งโดยใช้การชำระเงินด้วยรหัส QR ด้วยเช่นกัน นี่คือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Amazon Pay สำหรับธุรกิจและลูกค้า
สำหรับธุรกิจ: ธุรกิจอีคอมเมิร์ซผสานการทำงาน Amazon Pay เข้ากับเว็บไซต์ของตนโดยการเปิดใช้เป็นวิธีการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) ที่ตนเลือก ธุรกิจที่ใช้ Stripe สำหรับการชำระเงินออนไลน์จะสามารถเพิ่ม Amazon Pay เป็นตัวเลือกการชำระเงินได้อย่างง่ายดาย ธุรกิจต่างๆ จะจ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรมให้กับ PSP สำหรับธุรกรรมที่ทำผ่าน Amazon Pay ซึ่งโดยปกติแล้วค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะคล้ายกับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากการชำระเงินผ่านบัตรหรือกระเป๋าเงินดิจิทัล
สำหรับลูกค้า: เมื่อลูกค้าเลือก Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงินบนเว็บไซต์ของธุรกิจที่เข้าร่วม บริษัทจะดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสิ้นเหมือนกับการดำเนินการใน Amazon.com นั่นคือการลงชื่อเข้าใช้ด้วยรายละเอียดการเข้าสู่ระบบของ Amazon แล้วเลือกวิธีการชำระเงินและที่อยู่สำหรับจัดส่งที่บันทึกไว้ในบัญชีนั้น การซื้อสินค้าที่จับต้องได้จะได้รับการคุ้มครองโดยการรับประกันแบบ A-to-z ของ Amazon และลูกค้าจะได้รับการเรียกเก็บเงินทันทีหลังจากทำการสั่งซื้อ
Amazon Pay รองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลายดังนี้
- Visa (Prime Visa และ Amazon Visa)
- Amazon Store Card
- Amazon Secured Card
- MasterCard/EuroCard
- เครือข่าย Discover
- American Express
- บัญชีกระแสรายวัน
- บัตรเครดิตแบบเติมเงินหรือบัตรของขวัญ Visa, Mastercard หรือ American Express
Amazon Pay เทียบกับการประมวลผลบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม
ถึงแม้ทั้ง Amazon Pay และบัตรเครดิตแบบดั้งเดิมจะให้คุณรับชำระเงินแบบดิจิทัลได้ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญบางประการ
|
คุณสมบัติ |
Amazon Pay |
การประมวลผลบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม |
|---|---|---|
|
วิธีการทำงาน |
ใช้ข้อมูลบัญชี Amazon ที่ลูกค้าบันทึกไว้ |
ลูกค้ากรอกรายละเอียดบัตรด้วยตนเองหรือผ่านฟังก์ชันกรอกข้อมูลอัตโนมัติของเบราว์เซอร์ |
|
ชำระเงินได้สะดวก |
ชำระเงินด้วยคลิกเดียวสำหรับผู้ใช้งาน Amazon ที่ใช้งานอยู่ |
ขึ้นอยู่กับว่าหน้าชำระเงินของคุณปรับแต่งมาดีแค่ไหน |
|
ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ |
สูง; สืบทอดภาพลักษณ์ "A-to-z Guarantee" จาก Amazon |
ขึ้นอยู่กับระดับความปลอดภัยของเว็บไซต์ของคุณเป็นหลัก |
|
ค่าธรรมเนียม (ทั่วไป) |
อัตราคงที่ |
แบบแปรผัน |
|
การผสานการทำงาน |
โดยปกติแล้วจะ "ใช้งานได้ทันที" ผ่านปลั๊กอินอีคอมเมิร์ซยอดนิยม |
ตรงนี้อาจมีความซับซ้อน ต้องใช้เกตเวย์และบัญชีผู้ค้า |
|
ฐานลูกค้า |
กลุ่มเป้าหมายคือผู้ใช้บริการ "Amazon Prime" |
ทุกคนที่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสามารถใช้ได้ |
|
การรักษาความปลอดภัย |
Amazon จัดการเรื่องการฉ้อโกงและการปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI |
คุณมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI และเครื่องมือตรวจจับการฉ้อโกง |
|
กำหนดเวลาการเบิกจ่าย |
ช้ากว่าปกติ มักใช้เวลา DD+7 (นำส่ง + 7 วัน) บวกกับรอบ 14 วัน |
รวดเร็วกว่า โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1-2 วันทำการหลังจากทำการขาย |
|
ความเป็นเจ้าของข้อมูล |
Amazon ยังคงรักษาความสัมพันธ์หลักกับผู้ใช้ไว้ |
คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าและความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า |
มีการใช้งาน Amazon Pay ที่ไหน
Amazon Pay มีการใช้งานในระดับสากลและให้บริการสำหรับธุรกิจในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศในแถบยุโรปดังต่อไปนี้: ออสเตรีย, เบลเยียม, ไซปรัส, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ฮังการี, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์
Amazon Pay เปิดตัวในญี่ปุ่นในปี 2018 ผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Nippon Pay ที่เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพด้านฟินเทคในท้องถิ่น ซึ่งช่วยนำเสนอวิธีการชำระเงินนี้ในร้านค้าแบบมีหน้าร้านบางแห่งเป็นครั้งแรก
ในระดับสากล Amazon Pay รองรับสกุลเงินต่อไปนี้
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
- ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)
- โครนเดนมาร์ก (DKK)
- ยูโร (EUR)
- ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)
- เยนญี่ปุ่น (JPY)
- ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD)
- โครนนอร์เวย์ (NOK)
- แรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR)
- โครนาสวีเดน (SEK)
- ฟรังก์สวิส (CHF)
- ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ผู้ที่ใช้ Amazon Pay คือใคร
ธุรกิจประเภทต่อไปนี้ใช้ Amazon Pay
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ: ผู้ค้าปลีกออนไลน์ผสานการทำงาน Amazon Pay ไว้ในกระบวนการชำระเงินเพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่สะดวก
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify และ WooCommerce ผสานการทำงาน Amazon Pay เป็นตัวเลือกการชำระเงินสำหรับธุรกิจบนแพลตฟอร์มของตน
บริการแบบสมัครสมาชิก: บริษัทที่มีบริการแบบสมัครสมาชิก เช่น บริการสตรีมมิง ซอฟต์แวร์ หรือกล่องผลิตภัณฑ์รายเดือนจะใช้ Amazon Pay เพื่อจัดการการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
องค์กรการกุศลและองค์กรไม่แสวงผลกำไร: องค์กรการกุศลใช้ Amazon Pay เพื่อรับเงินบริจาค ทำให้การบริจาคเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่มีบัญชี Amazon อยู่แล้ว
ธุรกิจระหว่างประเทศ: Amazon Pay มีประโยชน์สำหรับธุรกรรมระหว่างประเทศเนื่องจากมีฟีเจอร์หลายสกุลเงินที่รองรับ 12 สกุลเงิน
บริษัทสาธารณูปโภค: ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและผู้ให้บริการบางรายรับ Amazon Pay เป็นทางเลือกให้ลูกค้าจ่ายบิล
ประโยชน์ของการยอมรับ Amazon Pay
การยอมรับ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงินจะช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์หลายประการ ตั้งแต่อัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงินที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกแบบละเอียดของธุรกรรม ข้อดีหลักๆ มีดังนี้
การชำระเงินที่ง่ายดาย: Amazon Pay สร้างกระบวนการชำระเงินที่ราบรื่นซึ่งช่วยให้ลูกค้าทำการซื้อได้โดยไม่ต้องป้อนรายละเอียดการชำระเงิน
อัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงินที่เพิ่มขึ้น: การเสนอ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงินสามารถเพิ่มยอดขายได้ ตามรายงานของ Amazon ระบุว่าผู้ค้าปลีกเสื้อผ้า AllSaints มีอัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงินเพิ่มขึ้น 34% หลังจากผสานการทำงาน Amazon Pay
การชำระเงินที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่: Amazon Pay ทำงานได้อย่างราบรื่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อสินค้าบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีจำนวนมากขึ้น
ลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง: Amazon จะคุ้มครองการเรียกคืนเงินจากการทำธุรกรรมฉ้อโกง หากธุรกิจปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองการชำระเงินของ Amazon ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียทางการเงินสำหรับธุรกิจ โดยบางธุรกิจอาจมีการลดลงของธุรกรรมฉ้อโกงได้มากถึง 90%
การผสานการทำงานที่ง่ายดาย: Amazon Pay ผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและเกตเวย์การชำระเงินชั้นนำได้อย่างง่ายดาย จึงทำให้การติดตั้งใช้งานเป็นเรื่องง่ายสำหรับธุรกิจ
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกรรม: ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมและข้อมูลเชิงลึกแบบละเอียดได้ผ่านแดชบอร์ดของ Amazon Pay วิธีนี้อาจช่วยปรับกลยุทธ์การตลาดและเผยให้ทราบพฤติกรรมของลูกค้าได้
ขยายฐานลูกค้า: Amazon Pay มีให้บริการในหลายประเทศ ทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถรองรับชุมชนผู้ซื้อสินค้าของ Amazon ทั่วโลกได้
มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Amazon Pay
Amazon Pay ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยหลายอย่างเพื่อปกป้องลูกค้าและธุรกิจ มาตรการเหล่านี้จะปกป้องข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อน ลดความเสี่ยงของการฉ้อโกง และรักษาความไว้วางใจของลูกค้า ต่อไปนี้คือภาพรวมเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของ Amazon Pay
- การเข้ารหัสและการแปลงเป็นโทเค็น: Amazon Pay ใช้โปรโตคอลการเข้ารหัสขั้นสูง เช่น Secure Sockets Layer (SSL) และ Transport Layer Security (TLS) เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญจากการถูกดักจับระหว่างการส่ง นอกจากนี้ Amazon Pay ยังใช้การแปลงเป็นโทเค็นเพื่อแทนที่ข้อมูลบัตรสำคัญด้วยตัวระบุเฉพาะ (โทเค็น) และลดความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูล ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีวิธีการชำระเงินแบบส่วนตัว เช่น บัตรของขวัญ Amazon และรองรับบัตรเติมเงินอีกด้วย
การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA): Amazon Pay แนะนำว่าผู้ใช้ควรตั้งค่าการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น MFA ทุกประเภท ซึ่งรวมถึงการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนช่วยให้มิจฉาชีพเข้ายึดบัญชีของผู้ใช้ได้ยากขึ้น ถึงแม้จะว่ามีรหัสผ่านก็ตาม
ระบบตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง: Amazon Pay ใช้เทคโนโลยีป้องกันการฉ้อโกงแบบเดียวกันกับ Amazon.com ธุรกิจสามารถเลือกประมวลผลการอนุมัติแบบไม่เรียลไทม์เพื่อให้โมเดลการฉ้อโกงมีเวลาวิเคราะห์ธุรกรรมได้มากขึ้น
การป้องกันการดึงเงินคืน: นโยบายคุ้มครองการชำระเงินจะปกป้องธุรกิจจากการดึงเงินคืนหรือการโต้แย้งการชำระเงินหากธุรกรรมนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดที่จำเป็น (เช่น หากธุรกรรมนั้นขายสินค้าจริงและระบบทำเครื่องหมายการดึงเงินคืนว่าเป็นการชำระเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต)
การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ: Amazon Pay ปฏิบัติตามมาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS) รวมถึงข้อบังคับท้องถิ่น เช่น กฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคแห่งสหภาพยุโรป (GDPR) และกฎหมายความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (CCPA) Amazon Pay จะดูแลรักษามาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งแบบจับต้องได้ อิเล็กทรอนิกส์ และแบบเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การจัดเก็บ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า รวมทั้งเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมเท่านั้น
วิธีรับ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงิน
เพื่อเริ่มต้นรับชำระเงินด้วย Amazon Pay ธุรกิจต่างๆ สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้โดยตรงผ่านผู้ให้บริการชำระเงินหรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตนเอง โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ Amazon Pay และต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ รวมถึงชื่อทางกฎหมาย ที่อยู่ และหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
กระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีผู้ค้า Amazon แยกต่างหาก หรือกรอกใบสมัครผ่าน Amazon Seller Central ซึ่งต่างจากบริการสำหรับผู้ค้าอื่นๆ
นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ยังควรตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าได้ปฏิบัติตามนโยบายการบริการลูกค้าของ Amazon Pay ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการมอบใบเสร็จและแจ้งเวลาจัดส่งโดยประมาณให้แก่ผู้ซื้อ
ขั้นตอนต่อไป คุณสามารถผสานการทำงาน Amazon Pay เข้ากับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือผู้ให้บริการชำระเงิน หรือผสานการทำงาน Amazon Pay เข้ากับหน้าการชำระเงินบนเว็บไซต์ของคุณโดยตรงก็ได้ หากคุณกำลังใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ตั้งค่าไว้สำหรับการชำระเงิน Amazon Pay ปกติแล้วกระบวนการจะประกอบด้วยการเข้าสู่ระบบบัญชีแพลตฟอร์มของคุณ แล้วค้นหาหน้าเว็บสำหรับจัดการวิธีการชำระเงินที่ยอมรับ และเพิ่ม Amazon Pay หากต้องการผสานการทำงานกับ PSP โปรดทำตามคำแนะนำของ PSP ในการเพิ่มวิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ ต่อไปนี้คือวิธีผสานการทำงาน Amazon Pay กับ Stripe
นี่คือวิธีผสานการทำงาน Amazon Pay กับ Stripe
ลงทะเบียนใช้งาน Stripe หรือลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่มีอยู่
ไปที่แดชบอร์ด Stripe แล้วเปิดใช้ Amazon Pay หรือหากการเชื่อมต่อของคุณกำหนดให้ต้องแสดงรายการวิธีการชำระเงินด้วยตนเอง ให้สร้างเซสชัน Checkout ใหม่ และเพิ่ม Amazon Pay ไปยังรายการประเภทวิธีการชำระเงิน
สำหรับการผสานการทำงานด้วยตนเอง ให้ทดสอบฟังก์ชันของ Amazon Pay เป็นวิธีการชำระเงิน แล้วคลิก "Pay" (ชำระเงิน)
ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Amazon Pay
คู่แข่งหลายรายให้บริการที่คล้ายกันกับ Amazon Pay ทางเลือกอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมนอกเหนือจาก Amazon Pay มีดังนี้
|
อุปกรณ์/แพลตฟอร์ม |
จุดแข็งที่สำคัญ |
ข้อจำกัดหลัก |
|
|---|---|---|---|
|
Apple Pay |
iPhone, Apple Watch, อุปกรณ์ Apple อื่นๆ |
สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงด้วย Touch ID และ Face ID |
จำกัดเฉพาะผู้ใช้อุปกรณ์ Apple เท่านั้น |
|
Google Pay |
อุปกรณ์ Android (ออนไลน์และในร้านค้า) |
ใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก รองรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส มีความปลอดภัยสูง |
ให้บริการสำหรับผู้ใช้ Android เป็นหลัก |
|
Samsung Pay |
อุปกรณ์ Samsung Galaxy |
การทำธุรกรรมที่ปลอดภัยด้วยการแปลงเป็นโทเค็นและการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริกหรือรหัส PIN |
ใช้งานได้เฉพาะผู้ใช้อุปกรณ์ Samsung เท่านั้น |
|
PayPal |
เว็บไซต์ แอปบนมือถือ อุปกรณ์หลากหลายประเภท |
เครือข่ายระดับนานาชาติที่กว้างขวาง ตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น (ยอดเงินคงเหลือ บัญชีธนาคาร บัตรเครดิต) |
ขั้นตอนการชำระเงินอาจช้ากว่าตัวเลือกการชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบแตะครั้งเดียว |
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ