ช่องทางการชําระเงินคืออะไร คู่มือเกี่ยวกับเครือข่ายการชําระเงินรายหลัก

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ช่องทางการชําระเงินคืออะไร
  3. ช่องทางการชําระเงินที่ได้รับความนิยม
    1. ACH
    2. SWIFT
    3. SEPA
  4. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น การมอบประสบการณ์การชําระเงินที่สะดวก ง่ายดาย และปลอดภัยไม่ใช่สิ่งพิเศษอีกต่อไป แต่เป็นข้อกำหนด เมื่อการค้าขายกลายเป็นระบบดิจิทัลและครอบคลุมทั่วโลกมากขึ้น ธุรกิจทุกขนาดจะต้องเข้าใจถึงความซับซ้อนของเครือข่ายการชำระเงินและการประมวลผลการชำระเงิน หากต้องการรักษาลูกค้า คงความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเติบโต

การเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายและสะดวกสบาย ซึ่งทั้งรวดเร็วและปลอดภัยสามารถเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ นอกจากนี้ การมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้ายังช่วยให้ธุรกิจขยายการเข้าถึงตลาดและกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมทั้งผลักดันการเติบโตและความสามารถในการสร้างกำไรได้

ในบทความนี้ เราจะสํารวจสิ่งที่ธุรกิจต้องทราบเกี่ยวกับช่องทางการชําระเงิน รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ธุรกิจต้องพิจารณาเพื่อการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลซึ่งสอดคล้องกับความต้องการและวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง เมื่อเข้าใจความแตกต่างของการประมวลผลการชำระเงิน ธุรกิจต่างๆ จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการชำระเงินที่แข็งแกร่ง ปรับตัวได้ และเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งรองรับความสำเร็จในระยะยาวได้

บทความนี้ให้ข้อมูลอะไรบ้าง

  • ช่องทางการชําระเงินคืออะไร
  • ช่องทางการชําระเงินยอดนิยม
    • ACH
    • SWIFT
    • SEPA
    • CHIPS
    • FPS
    • Fedwire
    • Interac
    • RTP
    • ช่องทางที่ใช้บัตร
    • ระบบการชําระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่
    • คริปโตเคอเรนซีและบล็อกเชน

ช่องทางการชําระเงินคืออะไร

ช่องทางการชําระเงินคือโครงสร้างพื้นฐานและระบบพื้นฐานที่อํานวยความสะดวกในการโอนเงินระหว่างฝ่ายต่างๆ เช่น บุคคลทั่วไป ธุรกิจ และสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ยังช่วยให้การเคลื่อนย้ายเงินทั้งในและต่างประเทศมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบสําคัญของระบบนิเวศทางการเงินระดับโลกด้วย หากไม่มีช่องทางการชำระเงิน ธุรกิจและบุคคลทั่วไปจะประสบความยากลำบากในการทำธุรกรรมทางการเงินในเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน

ช่องทางการชําระเงินนั้นมีหลากหลายชื่อ โดยจะขึ้นอยู่กับบริบทและระบบการชําระเงินที่เฉพาะเจาะจง คำศัพท์เพิ่มเติมที่ใช้เพื่ออธิบายระบบการชำระเงินมีดังนี้

  • เครือข่ายการชําระเงิน
  • ระบบการชําระเงิน
  • ระบบการชำระบัญชี
  • ระบบการหักยอด
  • ระบบการโอนเงิน

ทั้งนี้ คําศัพท์ที่ใช้อาจจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค อุตสาหกรรม หรือประเภทการชําระเงินที่เฉพาะเจาะจง

สําหรับธุรกิจ การทําความเข้าใจช่องทางการชําระเงินเป็นสิ่งสําคัญเนื่องจากสาเหตุหลายประการ ดังนี้

  • การจัดการต้นทุน
    ช่องทางการชําระเงินต่างๆ มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายธุรกรรมแตกต่างกันไป เมื่อเลือกช่องทางการชําระเงินที่เหมาะสมที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจง ธุรกิจต่างๆ จะสามารถลดค่าใช้จ่ายและปรับปรุงประสิทธิภาพทางการเงินโดยรวมได้

  • ความเร็วและประสิทธิผล
    เวลาที่ใช้ในการประมวลผลธุรกรรมอาจแตกต่างกันอย่างมากในช่องทางการชําระเงินต่างๆ ธุรกิจจึงต้องตระหนักถึงตัวเลือกที่มีเพื่อให้โอนเงินได้ทันเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินสด ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ และความพึงพอใจของลูกค้า

  • ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกําหนด
    ช่องทางการชําระเงินมีระดับการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับแตกต่างกันไป การตรวจสอบว่าการโอนเงินมีความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดจะช่วยปกป้องธุรกิจจากการฉ้อโกง การละเมิดข้อมูล และปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

  • การเข้าถึงทั่วโลก
    สําหรับธุรกิจที่ดําเนินงานหรือทําธุรกรรมข้ามพรมแดน การทําความเข้าใจช่องทางการชําระเงินที่ใช้ได้นั้นจะช่วยอํานวยความสะดวกด้านการค้าและการขยายธุรกิจระหว่างประเทศ ด้วยการใช้ช่องทางการชำระเงินที่เหมาะสม ธุรกิจต่างๆ จะสามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศและจัดการธุรกรรมข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ประสบการณ์ของลูกค้า
    การนําเสนอตัวเลือกการชําระเงินที่หลากหลายจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มอัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชําระเงิน ความคุ้นเคยกับช่องทางการชำระเงินที่แตกต่างกันจะทำให้ธุรกิจสามารถมอบวิธีการชำระเงินที่สะดวกและเข้าถึงได้มากที่สุดให้แก่ลูกค้า ส่งผลให้ความพึงพอใจและความภักดีโดยรวมเพิ่มขึ้น

เนื่องจากช่องทางการชําระเงินมีบทบาทสําคัญต่อธุรกิจและเศรษฐกิจทั่วโลก การจัดการระบบเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพธุรกรรม จัดการค่าใช้จ่าย รักษาความปลอดภัย และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้

ช่องทางการชําระเงินที่ได้รับความนิยม

ด้วยการเติบโตของการค้าแบบดิจิทัลและการเชื่อมต่อทั่วโลก ช่องทางการชำระเงินจึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทั้งธุรกิจและบุคคล แม้ปัจจุบันจะมีช่องทางการชําระเงินจํานวนมากที่พร้อมให้บริการ แต่ตัวอย่างบางส่วนที่พบบ่อยที่สุดมีดังนี้

ACH

ACH หรือสำนักหักบัญชีอัตโนมัติ (Automated Clearing House) เป็นเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สําหรับการประมวลผลธุรกรรมทางการเงินในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นระบบรวมศูนย์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ ทำให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การฝากบัญชีอัตโนมัติ การชำระบิล และการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

เครือข่าย ACH ได้รับการจัดการโดยสมาคมสํานักหักบัญชีอัตโนมัติแห่งชาติ (Nacha) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางและสมาคมการชําระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ระบบนี้จะปรับปรุงกระบวนการทำธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยผ่านการรวมบัญชีและการแบ่งกลุ่ม ซึ่งทำให้เครือข่าย ACH คุ้มทุนและมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการอื่นๆ เช่น เช็คกระดาษหรือการโอนเงินระหว่างธนาคาร

วิธีการทํางานของการโอนเงินแบบ ACH

เครือข่าย ACH มอบวิธีการที่น่าเชื่อถือ ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีประสิทธิภาพสําหรับธุรกิจและบุคคลทั่วไปในการจัดการการชําระเงินและการโอนเงินของตนภายในสหรัฐอเมริกา

ต่อไปนี้คือภาพรวมเกี่ยวกับวิธีการทํางานของกระบวนการ ACH:

  1. การเริ่มต้น: กระบวนการเริ่มต้นเมื่อธุรกิจ บุคคลทั่วไป หรือองค์กรอื่น ("ผู้ริเริ่ม") เริ่มการชําระเงินผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินของตน ("สถาบันการเงินที่รับฝากเงินต้นทาง" หรือ "ODFI")
  2. การส่งข้อมูล: ODFI รวบรวมรายละเอียดธุรกรรม เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้รับ เงินที่ชําระค่าธุรกรรม และรหัสระบุที่จําเป็น แล้วส่งธุรกรรมไปยังเครือข่าย ACH
  3. การหักยอด: เครือข่าย ACH จะรวบรวมธุรกรรมจาก ODFI ต่างๆ และจัดเรียงเป็นกลุ่มตามธนาคารที่รับเงิน ("สถาบันการเงินผู้รับฝากเงิน" หรือ "RDFI") โดยปกติแล้ว กลุ่มธุรกรรมจะได้รับการประมวลผลตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งวัน
  4. การชําระเงิน: เครือข่าย ACH ประมวลผลธุรกรรมเป็นกลุ่ม โดยโอนเงินทุนจาก ODFI ไปยัง RDFI ธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งปรับบัญชีสำรองของธนาคารต่างๆ ให้เหมาะสม มีบทบาทสำคัญในกระบวนการชำระเงิน
  5. การลงรายการบัญชี: RDFI ได้รับรายละเอียดธุรกรรมและลงรายการไปยังบัญชีธนาคารของผู้รับ ขั้นตอนนี้จะทำให้ธุรกรรม ACH เสร็จสิ้น
  6. การกระทบยอดและการแก้ไขการโต้แย้งการชําระเงิน: ทั้งผู้เริ่มดําเนินการและผู้รับเงินมีโอกาสตรวจสอบธุรกรรมของตนและทำการโต้แย้งหรือรายงานข้อกังวลใดๆ หากจําเป็น

ธุรกรรม ACH สามารถแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่ดังนี้ การฝากบัญชีแบบ ACH และการหักบัญชีแบบ ACH ในการทำธุรกรรมฝากบัญชีแบบ ACH ผู้ริเริ่มจะส่งเงินไปยังบัญชีของผู้รับ เช่นเดียวกับการฝากเงินเดือนหรือสวัสดิการของรัฐโดยตรง ในการทำธุรกรรมการหักบัญชีแบบ ACH ผู้ริเริ่มจะดึงเงินจากบัญชีของผู้รับ ซึ่งคล้ายกับการชำระบิลหรือการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ ACH Direct Debit เป็นวิธีการชําระเงินกับ Stripe โปรดไปที่นี่

SWIFT

SWIFT ย่อมาจาก "Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication" คือเครือข่ายการสื่อสารระดับโลกที่สถาบันการเงินใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างปลอดภัย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการโอนเงินของธนาคารระหว่างประเทศ เครือข่ายนี้เป็นองค์กรสหกรณ์ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเบลเยียม และมีธนาคารสมาชิกและสถาบันการเงินหลายพันแห่งทั่วโลก

ตัว SWIFT เองนั้นไม่ได้โอนเงินทุน แต่ทําหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ปลอดภัยซึ่งอํานวยความสะดวกในกระบวนการโอนเงิน โดยการส่งข้อความมาตรฐานระหว่างสถาบันที่เข้าร่วม ข้อความเหล่านี้ประกอบด้วยข้อมูลสําคัญ อย่างเช่น วิธีการชําระเงิน รายละเอียดบัญชี และรายละเอียดธุรกรรม ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารดําเนินการธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการทํางานของการโอนเงินแบบ SWIFT

ต่อไปนี้คือภาพรวมการทํางานของกระบวนการ SWIFT

  1. การเริ่มต้น: ลูกค้าธนาคาร ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปหรือธุรกิจ ต้องการโอนเงินระหว่างประเทศไปที่ธนาคารของตน ในบริบทนี้ ธนาคารจะถูกเรียกว่า "ธนาคารต้นทาง"
  2. การสร้างข้อความ: ธนาคารต้นทางจะจัดเตรียมข้อความ SWIFT ที่มีรายละเอียดธุรกรรมที่จําเป็น เช่น ข้อมูลบัญชีของผู้ส่งและผู้รับ ยอดธุรกรรม และประเภทของสกุลเงิน
  3. การส่งข้อมูล: ข้อความ SWIFT จะถูกส่งอย่างปลอดภัยผ่านเครือข่าย SWIFT ซึ่งใช้ระบบรหัสประจำตัวเฉพาะที่เรียกว่า “รหัสระบุธุรกิจ” (BIC) หรือ “รหัส SWIFT” เพื่อส่งข้อความไปยังธนาคารผู้รับที่ถูกต้อง โดยปกติแล้ว รหัสเหล่านี้จะมีความยาว 8 หรือ 11 ตัวอักษร และช่วยในการระบุธนาคาร ประเทศ และสาขาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
  4. ธนาคารตัวกลาง: ธนาคารตัวกลางอย่างน้อยหนึ่งแห่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการโอนเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธุรกรรมแต่ละรายการ ธนาคารเหล่านี้ช่วยอํานวยความสะดวกในการทําธุรกรรมด้วยการส่งต่อข้อความ SWIFT ไปยังธนาคารแห่งถัดไปในเครือข่ายการชําระเงิน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะไปถึงธนาคารของผู้รับ
  5. ใบเสร็จและการประมวลผล: ธนาคารของผู้รับจะได้รับข้อความ SWIFT ตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรม และดำเนินการชำระเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้รับ
  6. การยืนยัน: เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ธนาคารของผู้รับอาจส่งข้อความยืนยันไปยังธนาคารต้นทางผ่านเครือข่าย SWIFT
  7. การกระทบยอดและการแก้ไขการโต้แย้งการชําระเงิน: ทั้งผู้ส่งและผู้รับมีโอกาสตรวจสอบธุรกรรมของตน และสามารถทำการโต้แย้งหรือรายงานข้อกังวลใดๆ ได้ หากจําเป็น

SWIFT ช่วยให้มั่นใจถึงการแลกเปลี่ยนข้อความทางการเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพระหว่างธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก จึงทำให้เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบการเงินโลก

Payment rail

Relative cost

Business size

Primary use cases

ACH

Low cost (described as cost-effective vs. wires and checks)

Small to large businesses

Payroll, bill payments, recurring payments, bank transfers

SWIFT

Higher cost (implied via international wires and intermediaries)

Medium to large, global businesses

International wire transfers, cross-border bank payments

SEPA

Low and standardized fees (same for domestic and cross-border euro payments)

Small to large EU businesses

Euro credit transfers, direct debits, subscriptions

CHIPS

High cost, high value (large-value focus)

Large enterprises, banks

High-value domestic and international USD transfers

FPS (UK)

Low (positioned as everyday, low-value payments)

Small to medium businesses

Real-time domestic UK payments, P2P, B2B

Fedwire (US)

High cost (high-value, time-sensitive transactions)

Large enterprises, financial institutions

Interbank settlements, securities, large transfers

Interac (Canada)

Low (everyday debit and e-transfer usage)

Small to medium businesses

Debit payments, domestic transfers, bill payments

RTP (US)

Lower than wires, faster than ACH (improved cash flow, reduced costs)

Small to medium businesses

Instant payments, real-time settlement, 24/7 transfers

Card rails (Visa, Mastercard, etc.)

Higher than bank transfers (fees and charges referenced)

All business sizes

Online payments, in-store purchases, global commerce

Mobile payment systems

Same as underlying card rails (settled like card payments)

Small to large businesses

Contactless payments, mobile checkout, digital wallets

Cryptocurrency and blockchain rails

Lower transaction fees (explicitly stated)

Tech-forward or niche businesses

Borderless payments, decentralized transfers

eftpos (Australia)

Low cost, generally the cheapest for domestic debit

Small to large businesses

In-store contactless payment, POS payments, retail, and domestic ecommerce

UPI (India)

Low cost, currently operates with no merchant discount rate

Small businesses to large enterprises

Instant peer-to-peer payments, QR code payments, ecommerce

Cartes Bancaires (France)

Low to medium cost

All sizes

Everyday retail, ecommerce, recurring billing

SEPA

SEPA ซึ่งย่อมาจาก “Single Euro Payments Area” เป็นโครงการผสานรวมการการชำระเงินที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความซับซ้อนของการโอนเงินผ่านธนาคารในสกุลเงินยูโรทั่วสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศที่เข้าร่วมอื่นๆ เช่น ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร เป้าหมายของ SEPA คือการสร้างตลาดแห่งเดียวสําหรับการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินยูโร ทำให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนสามารถดำเนินการได้ง่ายเท่ากับการทำธุรกรรมภายในประเทศ

SEPA จะครอบคลุมธุรกรรมที่ใช้สกุลเงินยูโรหลายประเภท รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคาร การหักบัญชีอัตโนมัติ และการชําระเงินด้วยบัตร คณะมนตรีการชําระเงินแห่งยุโรป (EPC) มีหน้าที่พัฒนากฎ มาตรฐาน และแนวทางที่กํากับดูแลธุรกรรม SEPA โดยปฏิบัติตามกรอบการทำงานที่สอดคล้องกันและรวมเป็นหนึ่งเดียวสําหรับทุกประเทศที่เข้าร่วม

วิธีทํางานของ SEPA

ต่อไปนี้คือภาพรวมเกี่ยวกับวิธีการทํางานของ SEPA

  1. การสร้างมาตรฐาน: SEPA ได้นํารูปแบบและขั้นตอนปฏิบัติแบบมาตรฐานมาใช้กับการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอิงตามมาตรฐานการส่งข้อความ ISO 20022 ทั่วโลก รูปแบบที่เป็นมาตรฐานนี้ทําให้สถาบันการเงินสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการประมวลผลและกระทบยอดธุรกรรมข้ามพรมแดน
  2. บัญชีธนาคาร: ภายใต้ SEPA ลูกค้าและธุรกิจจำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารที่อยู่ในสหภาพยุโรปเพียงบัญชีเดียวเพื่อทำและรับชำระเงินทั่วทั้งโซน SEPA จึงทําให้ไม่จําเป็นต้องเปิดบัญชีแยกกันในประเทศต่างๆ
  3. IBAN และ BIC: ธุรกรรม SEPA กําหนดให้ต้องใช้หมายเลขบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ (IBAN) และ BIC ในการระบุบัญชีธนาคารและสถาบันทางการเงิน รหัสเหล่านี้จะแทนที่หมายเลขบัญชีประจําตัวประชาชนและรหัสธนาคารแบบดั้งเดิม ทําให้ธุรกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้นและมีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดน้อยลง
  4. การประมวลผลการชําระเงิน: ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือระหว่างประเทศ ธุรกรรม SEPA จะปฏิบัติตามระยะเวลาการประมวลผลและค่าธรรมเนียมมาตรฐาน จึงมอบสภาพแวดล้อมการชําระเงินที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้นสําหรับลูกค้าและธุรกิจ
  5. การหักบัญชีอัตโนมัติ: รูปแบบการหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA (SDD) ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เรียกเก็บการชําระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าเป็นสกุลเงินยูโรจากลูกค้าทั่วทั้งเขต SEPA ได้ ทําให้จัดการการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าและการชําระเงินตามรอบบิลได้ง่ายขึ้น
  6. การโอนเงินผ่านธนาคาร: รูปแบบการโอนเงินผ่านธนาคารแบบ SEPA (SCT) ช่วยให้การโอนเงินในสกุลเงินยูโรระหว่างบัญชีภายในโซน SEPA เกิดขึ้นได้ โดยปกติแล้วการโอนเงินเหล่านี้จะได้รับการประมวลผลภายใน 1 วันทําการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการชําระเงินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

SEPA ช่วยให้ลูกค้าและธุรกิจในประเทศที่เข้าร่วมสามารถดำเนินธุรกรรมข้ามพรมแดนได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการชำระเงิน และอำนวยความสะดวกในการค้าและพาณิชย์ภายในภูมิภาค ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ SDD เป็นวิธีการชําระเงินกับ Stripe ได้ที่นี่

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments ช่วยให้ธุรกิจสามารถตั้งค่าและรับชำระเงินได้มากกว่า 125 วิธี รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคารแบบ ACH โดยช่วยมอบโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรและครอบคลุมทั่วโลกที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกสามารถรับชำระเงินได้ทั้งทางออนไลน์ ที่จุดขาย และจุดต่างๆ ทั่วโลก

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • กระทบยอดการชำระเงินโดยอัตโนมัติ: กระทบยอดการโอนเงินผ่านธนาคารแบบ ACH กับการชำระเงินหรือใบแจ้งหนี้เฉพาะได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือกระทบยอดอัตโนมัติที่ใช้บัญชีธนาคารเสมือนสำหรับลูกค้าแต่ละรายและเครื่องมือสำหรับแก้ไขปัญหา

  • ทำให้การคืนเงินง่ายขึ้น: ทำการคืนเงินหรือคืนเงินส่วนเกินให้กับลูกค้า

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาด้านวิศวกรรมหลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ล่วงหน้าและ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และการชำระเงินที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe