ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการ SME ไทยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดที่มีตัวเลือกสินค้าและบริการมากมาย ระบบสมาชิก หรือ Subscription model จึงถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ SME ในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอและช่วยรักษาฐานลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่งระบบสมาชิกนั้นมักมีการใช้งานคู่กับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า (Recurring Payment) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาในกระบวนการทำงาน และอำนวยความสะดวกในการเรียกเก็บเงิน
ในบทความนี้เราจะทำความรู้จักระบบสมาชิกในประเทศไทย, เรียนรู้การทำงานและข้อดีของระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า, ธุรกิจในประเทศไทยที่ใช้ระบบสมาชิกและวิธีเริ่มต้นระบบสมาชิกสำหรับ SME, พร้อมทั้งแนะนำโซลูชันที่ช่วยเรียกเก็บค่าสมาชิกด้วยระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า (Recurring payment) ซึ่งผู้ประกอบการ SME หรือธุรกิจขนาดใดก็สามารถเริ่มต้นศึกษาและปรับใช้ระบบสมาชิกเพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้และส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
เนื้อหาหลักในบทความ
- ระบบสมาชิก (Subscription model) คืออะไร
- ทำความรู้จักระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
- ข้อดีของระบบสมาชิก
- ธุรกิจใดบ้างที่ใช้ระบบสมาชิก
- วิธีเริ่มต้นใช้งานระบบสมาชิกสำหรับ SME
- Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
ระบบสมาชิก (Subscription model) คืออะไร
ระบบสมาชิก หรือ Subscription model คือรูปแบบธุรกิจที่ลูกค้าชำระค่าบริการเป็นประจำ เช่น รายเดือนหรือรายปี เพื่อความสามารถในการใช้สินค้าหรือบริการได้อย่างต่อเนื่อง โมเดลนี้ช่วยให้ธุรกิจมีรายรับที่สม่ำเสมอและคาดการณ์กระแสเงินสดได้ชัดเจนขึ้น ขณะที่ลูกค้าได้รับความสะดวกในการใช้บริการอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสั่งซื้อใหม่ทุกครั้ง
ตัวอย่างระบบสมาชิกที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือบริการสตรีมมิ่ง (อย่าง Netflix หรือ Disney+) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (เช่น [AIS], True และ [Dtac])
ทำความรู้จักระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
ระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า (Recurring Payment) คือ การเรียกเก็บเงินโดยอัตโนมัติเป็นประจำในรอบการชำระเงินที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น รายเดือน หรือรายปี โดยลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์ในการหักเงินก่อน ระบบจะทำงานโดยการตัดเงินจากบัตรของลูกค้าในวันที่มีการเรียกเก็บตามรอบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียกเก็บเงินและอำนวยความสะดวกโดยลูกค้าไม่ต้องกรอกข้อมูลการจ่ายเงินหรืออนุมัติการชำระเงินใหม่ทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำงานของระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
- สมัครระบบสมาชิก: ลูกค้าสมัครใช้บริการและกรอกข้อมูลการชำระเงิน พร้อมทั้งอนุญาตให้มีการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ
- ตั้งค่าบัญชี: ทำการตั้งค่าให้ระบบเรียกเก็บเงินจากช่องทางชำระเงินของลูกค้าตามรอบที่ตกลงกันไว้ เช่น รายเดือนทุกวันที่ 29 และตรวจสอบค่าสมาชิก (รวมภาษี/ส่วนลด)
- ชำระเงิน: เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน ระบบจะทำการตัดเงินจากบัตรลูกค้าโดยอัตโนมัติ
- อัปเดตสถานะ: ระบบจะแจ้งให้ทราบเมื่อการชำระเงินเสร็จสมบูรณ์และทำการออกใบเสร็จ
- การยกเลิก/เปลี่ยนแพ็กเกจ: ลูกค้าสามารถยกเลิกบริการ หรือเปลี่ยนแพ็กเกจสมาชิกได้โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าของบัญชี
ข้อดีของระบบสมาชิก
ระบบสมาชิกช่วยตอบโจทย์ธุรกิจตั้งแต่ SME จนถึงองค์กรชั้นนำ โดยข้อดีหลักๆ ของระบบสมาชิกมีดังนี้
- รายได้สม่ำเสมอ
ค่าสมาชิกรายเดือน/รายปี ช่วยให้ธุรกิจมีรายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ลดความผันผวนจากยอดขายครั้งคราว เนื่องจากระบบสมาชิกมักใช้งานคู่กับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า (Recurring Payment) ช่วยลดปัญหาการชำระเงินล่าช้า - วางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น (Better forecasting)
การมีข้อมูลรายได้และพฤติกรรมลูกค้าแบบประจำช่วยให้ ธุรกิจสามารถวางแผนกระแสเงินสด วางแผนคลังสินค้า กำลังการผลิต และงบลงทุนได้แม่นยำขึ้น - เพิ่มความสะดวกให้ทั้งธุรกิจและลูกค้า
ระบบสมาชิกช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับทั้งธุรกิจและลูกค้า ด้วยระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า ลดขั้นตอนกระบวนการทำงานของธุรกิจ ลูกค้าได้รับแจ้งสถานะธุรกรรมเมื่อถึงงวดชำระโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลหรืออนุมัติการจ่ายทุกครั้ง - รักษาฐานลูกค้าและลดต้นทุนการตลาด
ลูกค้าสมัครสมาชิกด้วยความสนใจจึงมักมีแนวโน้มซื้อซ้ำสูง หากธุรกิจรักษามาตรฐานของบริการ/ผลิตภัณฑ์และความพึงพอใจ จะช่วยรักษาฐานลูกค้า เพิ่มความไว้วางใจ และสามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากในการโฆษณาหรือทำโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่อยู่เสมอ - ยกระดับประสบการณ์ส่วนบุคคล (Personalization)
ระบบสมาชิกเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้แนะนำสินค้าหรือคอนเทนต์ตามโปรไฟล์และประวัติการใช้งานจริงของลูกค้า เป็นการสร้างประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล ทำให้ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงคุณค่าของแบรนด์มากขึ้น และช่วยในการสร้าง Brand loyalty - เพิ่มโอกาสในการขายต่อยอด
เมื่อรู้พฤติกรรมของสมาชิก ธุรกิจสามารถปรับข้อเสนอสินค้า/บริการเสริมให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำไปสู่การซื้อซ้ำ, การขายต่อยอด (Upsell), การขายที่เกี่ยวเนื่อง (Cross sell), เพิ่มมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อคน, เพิ่มยอดขาย และอาจต่อยอดสู่การบอกต่อ (Referal) ที่ทรงพลังและมีมูลค่าสูง - ข้อมูลเชิงลึกคุณภาพสูง
การลงทะเบียนสมัครสมาชิกช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีข้อมูลเชิงลึกที่คุณภาพสูง สามารถนำไปวิเคราะห์ วัดผล และทำการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างตรงจุด
ธุรกิจใดบ้างที่ใช้ระบบสมาชิก
ธุรกิจที่ใช้ระบบสมาชิกในประเทศไทยมีมากมาย ตั้งแต่ความบันเทิง การสื่อสาร ไปจนถึงซอฟต์แวร์และการบริการในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่าง เช่น
- วิดีโอสตรีมมิ่ง: ดูหนัง/ซีรีส์แบบไม่จำกัดด้วยค่าบริการรายเดือน อย่าง Netflix, Disney+, TrueID, Viu และ iQIYI
- สตรีมเพลง: ฟังเพลงโดยไม่มีโฆษณาและมีฟีเจอร์ดาวน์โหลดออฟไลน์ เช่น Spotify, Apple Music, YouTube Music (Premium) และ JOOX
- เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ: แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต/โทร/ SMS รายเดือน เช่น AIS, True และ Dtac
- ซอฟต์แวร์: ซอฟต์แวร์สำหรับการทำงาน เช่น Microsoft 365, Google Workspace, Adobe Creative Cloud, Zoom และ Canva
- คอร์สเรียนออนไลน์: แพลตฟอร์มเรียนเสริมออนไลน์ เช่น FutureSkill, StartDee, Engoo, Skillshare และ Coursera Plus
- ฟิตเนสคลับ: แพ็กเกจสมาชิกฟิตเนส เช่น Jetts Fitness, Fitness First, Virgin Active และ Fitness24Seven
- Subscription box: บริการกล่องสมาชิกรายเดือน เช่น BeautyBoxy – กล่องบิวตี้ไอเท็มรายเดือน, Thai Snack Box – กล่องขนมทานเล่นรายเดือน, Banana Book Boxes – กล่องหนังสือรายเดือนสำหรับเด็ก และ Hound Hamper – กล่องผลิตภัณฑ์รายเดือนสำหรับสัตว์เลี้ยง
วิธีเริ่มต้นใช้งานระบบสมาชิกสำหรับ SME
การเริ่มต้นระบบสมาชิกอาจดูเป็นเรื่องใหญ่เกินตัวสำหรับ SME แต่การปรับใช้ระบบไม่ใช่เรื่องยากหากมีการวางแผนและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและความต้องการ
ก่อนเริ่มใช้งานระบบสมาชิก ธุรกิจ SME ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจว่ามีการใช้งานอย่างต่อเนื่องหรือไม่ และควรทำการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายว่ามีพฤติกรรมการซื้อซ้ำหรือยินดีจ่ายเงินในรูปแบบสมาชิกหรือไม่ ซึ่งการทำแบบสอบถามหรือทดลองขายในรูปแบบสั่งซื้อล่วงหน้า (preorder) สามารถช่วยยืนยันความต้องการได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น รวมทั้งศึกษาตลาดโดยรวม ทั้งตัวอย่างจากคู่แข่ง และกรณีตัวอย่างที่สำเร็จและไม่สำเร็จ
ออกแบบแพ็กเกจสมาชิกให้ตอบโจทย์
ระบบสมาชิกที่ดีมาจากการออกแบบแพ็กเกจที่มีความยืดหยุ่นและคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้า เช่น การมีโมเดลสมาชิกเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายปี หรือครึ่งปีให้เลือก รวมทั้งมีแพ็กเกจหลากหลายสำหรับแต่ละกลุ่มลูกค้า เช่น แพ็กเกจพื้นฐานที่ราคาเข้าถึงง่ายเหมาะกับการแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน หรือแพ็กเกจพรีเมียมที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ อย่างของแถมหรือบริการจัดส่งฟรี
วางแผนโครงสร้างระบบและประสบการณ์สมาชิก
นอกจากการออกแบบแพ็กเกจ การวางแผนเชิงเทคนิคก็มีความสำคัญเช่นกัน หัวใจหลักคือการทำให้ระบบสมาชิกเป็นไปได้ง่าย ไม่ซับซ้อน โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ควรมีการวางแผนระบบจัดการต่างๆ เช่น ระบบจัดการสมาชิก แดชบอร์ดสมาชิก สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ระบบสื่อสารและการแจ้งเตือน และฟีเจอร์ต่อยอดสมาชิก อย่างระบบสะสมแต้ม (Loyalty program) หรือระบบแนะนำเพื่อน (Referral program)
เลือกระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
เลือกแพลตฟอร์มที่รองรับระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าอย่าง Stripe โซลูชันชำระเงินครบวงจรที่รองรับระบบ Recurring payment มีระบบชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าสำหรับระบบสมาชิกโดยเฉพาะ พร้อมตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น บัตรเครดิตและบัตรเดบิต การโอนเงินผ่านธนาคาร และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ SME ไทยที่ต้องการเติบโตแบบยั่งยืน มีรายได้ต่อเนื่อง และรักษาฐานลูกค้าได้อย่างเป็นระบบ
วางกลยุทธ์การตลาดและเปิดตัวระบบสมาชิก
วางแผนกลยุทธ์การตลาดการเปิดตัวระบบสมาชิก เช่น สร้างคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นบทความ วิดีโอ หรือรีวิว หรือจัดกิจกรรมช่วงเปิดตัวเพื่อเพิ่มการสมัคร เช่น อีเวนต์ แคมเปญเชิญชวนเพื่อน หรือมอบโปรโมชันหรือส่วนลดพิเศษที่น่าดึงดูดให้สมัครสมาชิก โดยการใช้ช่องทางการตลาดที่มีอยู่ เช่น โซเชียลมีเดีย, อีเมล, เว็บไซต์, LINE ใช้ข้อความทางการตลาดที่เน้น “สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก” หรือ “ส่วนลด 10% ทุกครั้ง” เพื่อสร้างคุณค่าที่ชัดเจนในการสมัครสมาชิก นอกจากนี้ควรมีวางแผนการเงินและตั้งเป้าหมายตัวชี้วัดผลอื่นๆ
ติดตามผลและพัฒนา
ควรมีการติดตามผลการใช้งานระบบสมาชิก เพื่อนำไปพัฒนา ต่อยอด และปรับปรุง เช่น รายได้ประจำต่อเดือน, อัตราการต่ออายุสมาชิก (Retention Rate), ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อสมาชิก, อัตราการเลิกใช้บริการ/ซื้อสินค้า, มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า, ความพึงพอใจ และคำติชม ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ SME สามารถปรับกลยุทธ์ได้ถูกจุด เพิ่มความคุ้มค่า สร้างฐานลูกค้าที่แข็งแรง ลดการเลิกใช้บริการ และสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ