เมื่อจัดการการชำระเงินระหว่างประเทศได้ ธุรกิจก็จะขยายออกไปยังตลาดนอกประเทศของตน มีซัพพลายเชนทั่วโลก และเข้าถึงบุคลากรที่มีความสามารถได้หลากหลายกลุ่ม โดยในปี 2024 ตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดนทั่วโลก (รวมทั้งการชำระเงินแบบดั้งเดิมและคริปโตเคอร์เรนซี) มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 1,000 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่การรับส่งการชำระเงินระหว่างประเทศอาจซับซ้อนได้ ระเบียบข้อบังคับทางการเงิน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้ การเข้าใจความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของการชำระเงินระหว่างประเทศแบบต่างๆ เป็นอย่างดีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจใดก็ตามที่ต้องการดำเนินงานและเติบโตในตลาดโลก
ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงประเภทการชำระเงินระหว่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป เครือข่ายที่รองรับ และวิธีที่ธุรกิจต่างๆ จะจัดการการชำระเงินดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จ
เนื้อหาหลักในบทความ:
- การชำระเงินระหว่างประเทศคืออะไร
- การชำระเงินระหว่างประเทศแตกต่างจากการชำระเงินภายในประเทศอย่างไร
- การชำระเงินระหว่างประเทศมีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด
- ประเภทของการชำระเงินระหว่างประเทศ
- ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ
- แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับส่งการชำระเงินระหว่างประเทศ
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
การชำระเงินระหว่างประเทศคืออะไร
การชำระเงินระหว่างประเทศ (หรือที่เรียกว่าการชำระเงินข้ามพรมแดน) คือ ธุรกรรมที่ผู้ชำระเงินและผู้รับเงินอยู่คนละประเทศกัน การชำระเงินเหล่านี้ถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับธุรกิจที่มีซัพพลายเออร์ ผู้ทำสัญญา พนักงาน ลูกค้า หรือพาร์ทเนอร์อยู่ในต่างประเทศ
ธุรกรรมเหล่านี้มักเป็นการโอนเงินจากสกุลเงินหนึ่งไปเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง ธุรกิจที่รับส่งการชำระเงินระหว่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ แนวทางปฏิบัติด้านการธนาคาร และอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต้นทางและประเทศปลายทางอย่างรอบคอบ ในการโอนเงินไปต่างประเทศ คุณมักจะต้องระบุชื่อผู้รับ หมายเลขบัญชี และรหัส SWIFT หรือหมายเลขบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ (IBAN) ของธนาคารที่อีกฝ่ายใช้ นอกจากนี้ คุณยังอาจต้องระบุที่อยู่ของผู้รับและที่อยู่ของธนาคารด้วย เราจะพาไปดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดต่างๆ ในการรับส่งการชำระเงินระหว่างประเทศที่ด้านล่างนี้
การชำระเงินระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าโลก เพราะช่วยให้ประเทศต่างๆ ทำการค้าระหว่างกันได้สะดวกขึ้น ทั้งยังช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ขยายการดำเนินงานออกไปนอกพรมแดนของประเทศได้ด้วย ในการสำรวจเมื่อปี 2024 ธุรกิจในอเมริกาเหนือจำนวน 97% รายงานว่า การชำระเงินข้ามพรมแดนนั้นค่อนข้างสำคัญหรือสำคัญมากต่อบริษัทของตน การชำระเงินเหล่านี้ครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจหลายแบบ เช่น การจ่ายเงินค่าสินค้าให้กับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ การจ่ายค่าตอบแทนให้กับพนักงานต่างประเทศ และการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างประเทศ
การชำระเงินระหว่างประเทศแตกต่างจากการชำระเงินภายในประเทศอย่างไร
การชำระเงินระหว่างประเทศและการชำระเงินภายในประเทศมีจุดประสงค์พื้นฐานเหมือนกัน นั่นคือ การโอนเงินจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง แต่การชำระเงินเหล่านี้ก็มีข้อแตกต่างอย่างมากในด้านขั้นตอนและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผล ข้อแตกต่างหลักๆ ระหว่างการชำระเงินระหว่างประเทศกับการชำระเงินภายในประเทศมีดังนี้
|
การชำระเงินภายในประเทศ |
การชำระเงินระหว่างประเทศ |
|
|---|---|---|
|
การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน |
มีสกุลเงินเดียว |
มักต้องมีการแปลงสกุลเงิน ซึ่งทำให้ธุรกิจเผชิญความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน |
|
การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ |
กำกับดูแลโดยระเบียบข้อบังคับในพื้นที่เท่านั้น |
ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง จึงมีความซับซ้อนมากกว่า |
|
เวลาดำเนินการ |
เร็วขึ้นเพราะมีขั้นตอนการธนาคารที่เรียบง่ายกว่า |
ช้าลงเนื่องจากมีระบบธนาคารและจุดตรวจหลายแห่ง |
|
ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม |
มักจะต่ำกว่า โดยมีตัวกลางน้อยกว่า |
สูงกว่า เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมในการแปลงสกุลเงิน ค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างชาติ และค่าบริการของธนาคารตัวกลาง |
|
ปัจจัยความเสี่ยง |
ความเสี่ยงโดยรวมลดลง |
ความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ การคว่ำบาตร การฉ้อโกง และการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้น |
|
ตัวกลาง |
มักจะมีเพียงธนาคารที่ส่งและรับเท่านั้น |
อาจมีสถาบันการเงินและเครือข่ายการชำระเงินหลายแห่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีขั้นตอนและค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป |
การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
การชำระเงินภายในประเทศจะมีเพียงสกุลเงินเดียว ส่วนการชำระเงินระหว่างประเทศมักจะมีการแปลงสกุลเงิน ซึ่งทำให้ธุรกิจต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมูลค่าของสกุลเงินตอนที่เริ่มทำธุรกรรมอาจต่างจากมูลค่าตอนที่ทำธุรกรรมเสร็จสิ้นได้การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
การชำระเงินภายในประเทศมักจะเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับด้านการเงินและธนาคารในท้องถิ่นเพียงชุดเดียว แต่การชำระเงินระหว่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของทั้งประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง ซึ่งอาจรับมือได้ยากและซับซ้อนกว่าเวลาดำเนินการ
การชำระเงินภายในประเทศมักจะใช้เวลาดำเนินการสั้นกว่า เพราะมีขั้นตอนการธนาคารที่เรียบง่ายกว่า ส่วนการชำระเงินระหว่างประเทศมักใช้เวลานานกว่าเพราะต้องผ่านระบบธนาคารและจุดตรวจต่างๆ มากกว่าค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม
การชำระเงินภายในประเทศมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าสำหรับธุรกิจ เพราะมีตัวกลางน้อยกว่าและมีค่าดำเนินการต่ำกว่า ส่วนการชำระเงินระหว่างประเทศมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสำหรับธุรกิจ เพราะมีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างชาติ และค่าบริการที่ธนาคารตัวกลางและธนาคารผู้รับเรียกเก็บปัจจัยความเสี่ยง
การชำระเงินระหว่างประเทศมาพร้อมความเสี่ยงเพิ่มเติมหลายอย่าง เช่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การคว่ำบาตร และความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงผ่านการชำระเงินที่เพิ่มขึ้น ระเบียบข้อบังคับต่างๆ อาจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในบางประเทศ ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงโดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อการชำระเงินครอบคลุมหลายประเทศ โอกาสที่คุณจะไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยไม่ได้ตั้งใจก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยตัวกลาง
การชำระเงินภายในประเทศมักจะมีตัวกลางเพียงไม่กี่ราย โดยมักมีเพียงธนาคารต้นทางและปลายทางเท่านั้น ส่วนการชำระเงินระหว่างประเทศอาจมีสถาบันการเงินหลายแห่งในประเทศต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายการชำระเงิน โดยแต่ละแห่งก็จะมีขั้นตอนและค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป
แม้ว่าการชำระเงินทั้ง 2 ประเภทจะมีหน้าที่พื้นฐานเหมือนกัน แต่การชำระเงินระหว่างประเทศนั้นซับซ้อนกว่าและต้องมีการวางแผนและการจัดการอย่างรอบคอบจากธุรกิจ
การชำระเงินระหว่างประเทศมีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด
การชำระเงินระหว่างประเทศนั้นตอบโจทย์วัตถุประสงค์ได้หลากหลายอย่างในการค้าโลก
การชำระเงินในการดำเนินงาน
การดำเนินธุรกิจในแต่ละวันมักต้องมีการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน บริษัทต่างๆ รับสินค้า วัตถุดิบ หรือบริการจากซัพพลายเออร์ในต่างประเทศเพราะคำนึงถึงความคุ้มค่าหรือคุณภาพ ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาที่ซื้อชิ้นส่วนรถยนต์จากซัพพลายเออร์ในเยอรมนี การชำระเงินในการดำเนินงานยังครอบคลุมถึงการจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานและผู้ทำสัญญาในต่างประเทศด้วย เวลาพนักงานเดินทางไปทำธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทก็อาจต้องรองรับค่าใช้จ่ายเหล่านั้นโดยตรงด้วย เช่น บริษัทในเม็กซิโกจะจ่ายค่าโรงแรมในฝรั่งเศสให้กับผู้บริหารที่เดินทางไปทำธุรกิจการลงทุนและธุรกรรมทางการเงิน
การชำระเงินระหว่างประเทศสำคัญอย่างยิ่งต่อกิจกรรมการลงทุนและการดำเนินงานของตลาดการเงิน บริษัทอาจลงทุนในธุรกิจหรือโปรเจ็กต์ในต่างประเทศหรือเข้าซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศ เช่น บริษัทเหมืองแร่ในแคนาดาที่ซื้อเหมืองในแอฟริกาใต้ การชำระเงินข้ามพรมแดนก็เป็นสิ่งจำเป็นพอๆ กันเมื่อทำการเทรดในตลาดการเงินต่างประเทศ เช่น เมื่อกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในยุโรปซื้อหุ้นในสหรัฐอเมริกา บริษัทต่างๆ ที่มีนักลงทุนหรือผู้ให้กู้จากต่างประเทศยังใช้การชำระเงินระหว่างประเทศเพื่อจ่ายเงินปันผลหรือจ่ายดอกเบี้ยด้วย เช่น บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange) และโอนเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นชาวอเมริกันการบริจาคเพื่อการกุศลและสาธารณกุศล
บริษัทต่างๆ ที่บริจาคให้กับองค์กรการกุศลในต่างประเทศตามกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) จะใช้การชำระเงินระหว่างประเทศในการโอนเงิน ตัวอย่างเช่น หลังจากฟิลิปปินส์ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ บริษัทในสวีเดนอาจบริจาคเงินให้กับหน่วยงานบรรเทาทุกข์ในฟิลิปปินส์ผ่านธุรกรรมระหว่างประเทศ
เมื่อเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ การชำระเงินระหว่างประเทศจึงยังคงมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยให้ธุรกรรมทางธุรกิจต่างๆ มากมายสะดวกขึ้น การทำความเข้าใจการใช้งานเหล่านี้อาจช่วยให้ธุรกิจต่างๆ วางแผนการดำเนินงานระหว่างประเทศและกลยุทธ์ทางการเงินได้ และมองเห็นความเป็นไปได้ที่มากขึ้นในอนาคต
ประเภทของการชำระเงินระหว่างประเทศ
การชำระเงินระหว่างประเทศมีได้หลายรูปแบบ และการเลือกจะต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่าย ขนาดธุรกรรม ความเร็วในการโอน และข้อกำหนดเฉพาะของผู้ส่งและผู้รับ
การชำระเงินระหว่างประเทศประเภทต่างๆ ที่พบบ่อยมีดังนี้
การโอนเงินต่างชาติ
การโอนเงินต่างชาติเป็นวิธีการโอนเงินเป็นจำนวนมากไปต่างประเทศที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย การโอนเงินต่างชาติมักใช้สำหรับธุรกรรมที่สำคัญๆ เช่น การซื้อทรัพย์สินหรือการจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ วิธีนี้มักถูกมองว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการส่งเงินจำนวนมากไปยังต่างประเทศ โดยธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ มักจัดการการโอนเงินเหล่านี้ ซึ่งเป็นการโอนเงินระหว่างธนาคารโดยตรงเช็คระหว่างประเทศ
แม้ว่าจะเป็นที่นิยมน้อยกว่าเพราะใช้เวลาดำเนินการนานกว่า แต่เช็คระหว่างประเทศก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการชำระเงินข้ามพรมแดน เช็คเหล่านี้เป็นเช็คที่เขียนจากธนาคารในประเทศหนึ่งและสามารถนำไปขึ้นเงินในอีกประเทศหนึ่งได้ โดยตอบโจทย์วัตถุประสงค์ต่างๆ ได้มากมาย เช่น การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์หรือส่งเงินให้กับบุคคลทั่วไป บางครั้งเช็คเหล่านี้เรียกว่าดราฟต์สกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อออกเป็นสกุลเงินท้องถิ่นของผู้รับโบรกเกอร์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (forex)
โบรกเกอร์ Forex ช่วยให้ธุรกิจและบุคคลทั่วไปแปลงและโอนเงินระหว่างประเทศในอัตราแลกเปลี่ยนที่แข่งขันได้ บริการเหล่านี้มักจะใช้สำหรับการโอนเงินตามรอบหรือการโอนเงินจำนวนมาก เช่น การจ่ายเงินให้แก่พนักงานหรือซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ เพราะวิธีนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เมื่อเทียบกับการโอนเงินผ่านธนาคารแบบเดิมๆธนาณัติระหว่างประเทศ
ธนาณัติระหว่างประเทศ (ซึ่งเป็นการชำระเงินล่วงหน้าและถือว่าปลอดภัยกว่าตัวเลือกการชำระเงินอื่นๆ) มักใช้สำหรับการส่งเงินจำนวนเล็กน้อยไปต่างประเทศ (เช่น การส่งของขวัญส่วนตัวหรือการซื้อเล็กๆ น้อยๆ)แพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์และฟินเทค
แพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับส่งเงินระหว่างประเทศได้โดยมีค่าธรรมเนียมถูกลงและมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ ในหลายกรณี แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นวิธีที่มีราคาย่อมเยาที่สุดในการส่งเงินไปต่างประเทศ แพลตฟอร์มเหล่านี้มักใช้กับธุรกรรมขนาดเล็กเนื่องจากใช้งานง่ายและรวดเร็ว แต่ก็ใช้ทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงได้เช่นกัน แพลตฟอร์มการชำระเงินบางแห่งยังอนุญาตให้ออกใบแจ้งหนี้ได้หลายสกุลเงินและทำการชำระเงินระหว่างประเทศแบบอัตโนมัติ ส่วนบางแพลตฟอร์มก็ช่วยให้โอนเงินระหว่างประเทศจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้โดยสะดวกการโอนคริปโตเคอร์เรนซี
ถึงแม้ว่าคริปโตเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin, Ether และสเตเบิลคอยน์ จะไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่สกุลเงินเหล่านี้ก็ช่วยให้สามารถโอนเงินระหว่างประเทศได้โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยและรวดเร็ว ทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบธนาคารแบบดั้งเดิม โดยปกติแล้ว วิธีเหล่านี้มักใช้กับธุรกรรมแบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-peer) หรือใช้ในธุรกิจที่ใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นรูปแบบหนึ่งในการชำระเงิน ในหลายๆ กรณี คริปโตเคอร์เรนซีจะมาพร้อมบริการโอนเงินระหว่างประเทศที่รวดเร็วที่สุดบัตรธุรกิจแบบเติมเงินระหว่างประเทศ
เมื่อใช้บัตรธุรกิจแบบเติมเงินระหว่างประเทศ คุณสามารถเติมเงินเข้าบัตรไว้ล่วงหน้าได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องเดินทางไปทำธุรกิจ จ่ายเงินให้ผู้ทำสัญญาในต่างประเทศ หรือซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ต่างประเทศบัตรเครดิตขององค์กรที่รองรับหลายสกุลเงิน
บัตรเครดิตขององค์กรที่รองรับหลายสกุลเงินหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือที่ใช้ลดต้นทุนสำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศได้ ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้บัตรเหล่านี้เพื่อชำระเงินเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยมีอัตราที่น่าพึงพอใจขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับบริษัทที่มีค่าใช้จ่ายระหว่างประเทศอยู่บ่อยๆ เช่น การชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าให้กับผู้ให้บริการในต่างประเทศหรือพนักงานที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ
การชำระเงินระหว่างประเทศแต่ละประเภทก็มีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกันไป และทางเลือกที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์เฉพาะของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ขนาดและความถี่ในการทำธุรกรรม ประเทศที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายและความเร็วของวิธีนั้นๆ และความต้องการหรือข้อกำหนดของผู้ส่งและผู้รับ
ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ
ระบบการชำระเงินระหว่างประเทศนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนเป็นไปโดยสะดวกขึ้น ระบบเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน ซึ่งมักครอบคลุมหลายประเทศและหลายสกุลเงิน ตัวอย่างระบบการชำระเงินระหว่างประเทศที่สำคัญๆ มีดังนี้
SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication)
SWIFT เป็นสหกรณ์ที่บริหารงานโดยสมาชิกเป็นเจ้าของซึ่งให้บริการการรับส่งข้อความที่ปลอดภัย โดยมีสถาบันการเงินใช้งานกว่า 11,000 แห่งในกว่า 200 ประเทศ ทั้งนี้ SWIFT ตอบโจทย์ธุรกรรมระหว่างประเทศได้หลายประเภท เช่น การโอนเงิน หนังสือเครดิต และธุรกรรมหลักทรัพย์SEPA (Single Euro Payments Area)
SEPA ช่วยให้การชำระเงินแบบไร้เงินสดทั่วยุโรปมีความคล่องตัวขึ้น ซึ่งผู้บริโภค ธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐในยุโรปสามารถรับส่งการโอนเครดิต การชำระเงินด้วยการหักบัญชีอัตโนมัติ และการชำระเงินด้วยบัตรได้โดยมีเงื่อนไข สิทธิ์ และภาระหน้าที่พื้นฐานแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามในยุโรปFedwire (Federal Reserve Wire Network)
fedwire ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (United States Federal Reserve) เป็นระบบชำระเงินที่สำเร็จเสร็จสิ้นทันทีทีละรายการสำหรับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันการเงินต่างๆ ใช้ fedwire กับการชำระเงินภายในประเทศและระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูงและมีเวลาจำกัด โดยมีสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐCHAPS (Clearing House Automated Payment System)
CHAPS เป็นระบบการชำระเงินในสหราชอาณาจักร ซึ่งช่วยให้โอนเงินได้ภายในวันเดียวกันสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง แม้ว่าวิธีนี้จะรองรับการโอนเงินภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็ใช้กับธุรกรรมระหว่างประเทศบางประเภทที่มีสกุลเงินเป็นปอนด์สเตอร์ลิงหรือยูโรได้เช่นกันTARGET2 (Trans-European Automated Real-time Gross Settlement Express Transfer System)
ระบบนี้เป็นระบบชำระเงินที่สำเร็จเสร็จสิ้นทันทีทีละรายการ (RTGS) สำหรับสกุลเงินยูโร โดยใช้สำหรับการโอนเงินเป็นยูโรที่มีมูลค่าสูงระหว่างธนาคารต่างๆ ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปCLS (Continuous Linked Settlement)
ระบบนี้เป็นระบบเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อขจัดความเสี่ยงในการชำระเงินสำหรับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ระบบจะจัดการธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมกันเป็นสกุลเงินของประเทศสมาชิก 18 ประเทศ ซึ่งมีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกรวมอยู่ด้วยหลายแห่งCIPS (China International Payment System)
CIPS เปิดตัวโดยธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Bank of China) เพื่อช่วยให้การหักบัญชีและการชำระเงินสะดวกขึ้นสำหรับธุรกรรมเงินหยวน (RMB) แบบข้ามพรมแดนและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสกุลเงินของจีนไปสู่ระดับสากล
ระบบเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินทั่วโลก และช่วยให้มีการโอนเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละวิธีก็จะเน้นในเรื่องที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นประเภทธุรกรรมแบบเฉพาะ (เช่น SWIFT) สกุลเงินเฉพาะ (เช่น TARGET2 สำหรับยูโร) หรือภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ (เช่น SEPA สำหรับยุโรป)
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรับส่งการชำระเงินระหว่างประเทศ
การจัดการการชำระเงินระหว่างประเทศอาจมีความซับซ้อน และธุรกิจจำเป็นต้องยึดมั่นตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดบางอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกรรมมีความปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนด และมีประสิทธิภาพ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดต่างๆ ที่สำคัญมีดังนี้
ทำความเข้าใจค่าใช้จ่าย
ก่อนที่จะเลือกวิธีการชำระเงินระหว่างประเทศ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน และค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวกลางที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ คุณควรตระหนักถึงการเพิ่มราคาของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินด้วย ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียม "แอบแฝง" ที่มักเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินคิดเพิ่มมาจากอัตราแลกเปลี่ยนพื้นฐานติดตามอัตราแลกเปลี่ยน
อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินจะผันผวนอยู่ตลอดและอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าใช้จ่ายในการชำระเงินระหว่างประเทศ ให้ติดตามตรวจสอบอัตราเหล่านี้เป็นประจำเพื่อดูผลกระทบที่มีต่อธุรกรรมของคุณ และพิจารณาหากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนรับรองการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
ประเทศต่างๆ ก็มีระเบียบข้อบังคับในการทำธุรกรรมทางการเงินแตกต่างกันไป การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจทำให้มีประเด็นทางกฎหมายและค่าปรับจำนวนมากตามมาได้ รวมถึงทำให้บริษัทคุณเสื่อมเสียชื่อเสียงอีกด้วย คุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณเข้าใจและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทั้งในประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง ตลอดจนเขตอำนาจศาลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องดูแลบันทึกให้ถูกต้องอยู่เสมอ
การเก็บบันทึกอย่างแม่นยำและละเอียดถี่ถ้วนสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบ การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และการจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ให้บันทึกธุรกรรมการชำระเงินระหว่างประเทศทั้งหมดอย่างละเอียด เช่น วันที่ จำนวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียม และรายละเอียดของอีกฝ่าย ให้ติดต่อนักบัญชีหรือเจ้าหน้าที่ด้านภาษีเพื่อติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับนัยทางภาษีของการรับเงินจากต่างประเทศตรวจสอบยืนยันรายละเอียดของผู้รับ
ตรวจสอบรายละเอียดของผู้รับอีกครั้งก่อนส่งการชำระเงินระหว่างประเทศ การระบุหมายเลขบัญชี, Routing Number หรือที่อยู่ผิดไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม หรือระบบโอนเงินเข้าผิดบัญชีได้ใช้วิธีการชำระเงินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
ใช้วิธีที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในการส่งการชำระเงินระหว่างประเทศเสมอ ให้คำนึงถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการชำระเงิน มาตรการรักษาความปลอดภัย และการสนับสนุนลูกค้าในกรณีที่มีปัญหาระบุข้อกำหนดการชำระเงินให้ชัดเจนไว้ในสัญญา
เมื่อติดต่อกับลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ ให้ระบุข้อกำหนดการชำระเงินอย่างชัดเจนในสัญญา เช่น สกุลเงินที่ใช้ในการชำระเงิน ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมธุรกรรม วันครบกำหนดการชำระเงิน และบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีการชำระเงินล่าช้าตระหนักถึงการฉ้อโกงที่อาจเกิดขึ้น
การชำระเงินระหว่างประเทศอาจตกเป็นเป้าของการฉ้อโกงได้ ให้ระมัดระวังกลโกงที่พบบ่อยๆ เช่น การพยายามฟิชชิ่งหรือการใช้ใบแจ้งหนี้ปลอม และฝึกอบรมพนักงานของคุณให้คอยสังเกตและรับมือกับกลโกงเหล่านี้ ให้ตรวจสอบยืนยันการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการชำระเงินเสมอ และพิจารณาใช้วิธีการชำระเงินที่ปลอดภัยซึ่งมาพร้อมระบบป้องกันการฉ้อโกง
การยึดมั่นตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ดำเนินการชำระเงินระหว่างประเทศได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามข้อกำหนด พร้อมทั้งบรรเทาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และมีโอกาสในการเติบโตจากการชำระเงินระหว่างประเทศ หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีรับชำระเงินระหว่างประเทศจากลูกค้า โปรดอ่านคำแนะนำของเราที่นี่
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ