เพิ่มยอดขายด้วยกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า (Bundling strategy)

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ประเด็นสำคัญ
  3. กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าคืออะไร
  4. ทำไมธุรกิจจึงควรใช้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้า
    1. เพิ่มยอดขายและมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ
    2. กระตุ้นการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง
    3. เพิ่มการทดลองใช้สินค้าใหม่
    4. ลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ
    5. ช่วยระบายสินค้า
    6. สร้างความพึงพอใจ
    7. กระตุ้นยอดขายตามเทศกาล
  5. วิธีการออกแบบชุดสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย
  6. ข้อควรระวังในการจัดชุดสินค้า
    1. คำนวณต้นทุนอย่างรอบคอบ
    2. จัดกลุ่มสินค้าให้มีความสอดคล้องกัน
    3. เงื่อนไขอายุการใช้งานและการเก็บรักษา
    4. ผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือคุณภาพ
    5. ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม
    6. ข้อกำหนดทางกฎหมาย
    7. การจัดรวมชุดระหว่างแบรนด์สินค้า
  7. แนวทางในการส่งเสริมกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า
    1. โซลูชันการชำระเงินที่ครบวงจร
    2. หน้าชำระเงินที่ช่วยเพิ่มคอนเวอร์ชัน
    3. ระบบที่รองรับการแยกคืนสินค้า
    4. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบจัดการอื่นๆ
    5. ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า
  8. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
  9. FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าในประเทศไทย

ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ (Ecommerce) ในประเทศไทยเข้มข้นขึ้น การหาวิธีเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องพึ่งการลดราคาเพียงอย่างเดียวเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเจ้าของธุรกิจและนักการตลาด โดยหนึ่งในกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทั้งหน้าร้านค้าและช่องทางออนไลน์ คือ กลยุทธ์การจัดชุดสินค้า (Bundling strategy) ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกับกลยุทธ์การตลาดและโปรโมชันอื่นๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

บทความนี้จะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าว่าคืออะไร เหตุใดจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ธุรกิจควรนำมาใช้ รวมถึงวิธีการออกแบบชุดสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคและข้อควรระวังที่ธุรกิจควรรู้ พร้อมแนวทางการเลือกโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเปลี่ยนการจัดชุดสินค้าให้เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย เพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ และขับเคลื่อนรายได้ให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • กลยุทธ์ขายสินค้าแบบจัดชุด (Bundling strategy) คือ การนำสินค้าหรือบริการตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปมาจัดเป็นชุดรวมกันในแพ็กเกจเดียวแทนที่จะขายแยกชิ้น โดยมักกำหนดราคาขายหรือเงื่อนไขพิเศษเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อแยกชิ้น

  • การใช้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าจะมอบประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ธุรกิจ เช่น ช่วยเพิ่มยอดขายและมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ กระตุ้นการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพิ่มการทดลองใช้สินค้าใหม่ และลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ เป็นต้น

  • แม้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าจะมีประโยชน์แต่ก็มีข้อควรระวังหลายประการ เช่น การคำนวณต้นทุนอย่างรอบคอบ การจัดกลุ่มสินค้าให้มีความสอดคล้องกัน เงื่อนไขอายุการใช้งานและการเก็บรักษา รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม เป็นต้น

  • ธุรกิจควรกำหนดนโยบายการคืนสินค้าให้ชัดเจนและเลือกระบบจัดการสต๊อกที่รองรับการแยกคืนสินค้าเป็นรายการ โดยสามารถเลือกใช้ Stripe Connect เพื่อรองรับการคืนสินค้าและคืนเงินเฉพาะรายการแทนการคืนเต็มจำนวน ซึ่งจะช่วยให้บริหารสถานะการคืนสินค้าและยอดธุรกรรมได้อย่างแม่นยำ

  • Stripe Payments ช่วยให้ธุรกิจรองรับการชำระเงินได้หลากหลายวิธีและหลายช่องทาง รวบรวมข้อมูลธุรกรรมไว้ในระบบเดียว เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและปรับกลยุทธ์ด้านราคา ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมเพื่อประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า

กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าคืออะไร

กลยุทธ์ขายสินค้าแบบจัดชุด (Bundling strategy) คือ การนำสินค้าหรือบริการตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไปมาจัดเป็นชุดรวมกันในแพ็กเกจเดียวแทนที่จะขายแยกชิ้น โดยมักกำหนดราคาขายหรือเงื่อนไขพิเศษเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อแยกชิ้น กลยุทธ์นี้จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ (Ecommerce) เช่น การจัดเซ็ตแชมพูกับครีมนวด หรือการขายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตผนวกกับบริการสตรีมมิง

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าไม่ใช่เพียงการนำสินค้าหลายชิ้นมารวมกันในแพ็กเกจเดียวแล้วลดราคา ธุรกิจควรวิเคราะห์ว่าสินค้าใดควรนำมาจัดชุดรวมกันเพื่อเป็นการส่งเสริมกันและช่วยกระตุ้นการขาย พร้อมกำหนดราคาที่จูงใจให้การเลือกซื้อเป็นชุดน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาอัตรากำไรและสะท้อนคุณค่าของสินค้าไว้ได้อย่างเหมาะสม

ทำไมธุรกิจจึงควรใช้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้า

ธุรกิจควรนำกลยุทธ์การจัดชุดสินค้ามาปรับใช้ในการตลาดเนื่องด้วยประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

เพิ่มยอดขายและมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ

การจัดชุดสินค้าช่วยจูงใจให้ลูกค้าซื้อหลายชิ้นในครั้งเดียว โดยนำเสนอเป็นแพ็กเกจที่ดูคุ้มค่ากว่าการซื้อแยกชิ้น การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายและส่งผลให้มูลค่าใช้จ่ายต่อคำสั่งซื้อ (AOV) สูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบการตลาดในการเพิ่มจำนวนลูกค้า

กระตุ้นการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง

การนำสินค้าที่ใช้งานร่วมกันมาจัดเป็นชุดจะช่วยให้ลูกค้าเห็นความเชื่อมโยงและตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มเติมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนในการเลือกสินค้า และเปิดโอกาสให้ธุรกิจกระตุ้นการขายต่อยอด (Upselling) หรือเสนอขายสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงสามารถขายสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือสินค้าเสริม (Cross-selling) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เพิ่มการทดลองใช้สินค้าใหม่

ธุรกิจสามารถนำสินค้าใหม่มาจัดชุดกับสินค้ายอดนิยมหรือสินค้าที่มีอัตราการซื้อซ้ำบ่อยเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าใหม่ในราคาที่รู้สึกคุ้มค่าหรือได้ทดลองสินค้าหรือบริการอื่นของธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายในราคาเต็ม การทำเช่นนี้จะช่วยลดความลังเลในการซื้อและสร้างการรับรู้ให้สินค้าใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น

ลดขั้นตอนในการตัดสินใจซื้อ

การรวมสินค้าที่จำเป็นหรือใช้งานร่วมกันไว้ในชุดเดียวสามารถช่วยลดตัวเลือกและขั้นตอนในการซื้อได้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น การเลือกสินค้าที่เสริมกันมาจัดเป็นชุดที่มีความสอดคล้องในการใช้งาน เข้าหมวดหมู่ หรืออยู่ในธีมเดียวกันจะทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าของข้อเสนอได้ง่ายขึ้น เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกหรือไม่แน่ใจว่าควรซื้ออะไรคู่กัน

ช่วยระบายสินค้า

กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าสามารถช่วยระบายสินค้าบางรายการที่ขายช้าหรือมีสต๊อกคงเหลือได้เป็นอย่างดีโดยการนำมาจัดชุดเข้ากับสินค้าที่ได้รับความนิยม ทำให้ธุรกิจบริหารจัดการสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ควรเป็นสินค้าที่เข้าพวก เข้าธีม หรือมีความสอดคล้องในการใช้งานทางใดทางหนึ่ง

สร้างความพึงพอใจ

การจัดชุดสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานและสร้างความรู้สึกถึงความคุ้มค่าสามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดเวลาในการเลือกซื้อสินค้าได้ ซึ่งเมื่อประสบการณ์ในการซื้อมอบทั้งความสะดวกและคุ้มค่า ก็มีส่วนช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับประโยชน์ เกิดความพึงพอใจ และเพิ่มโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำ

กระตุ้นยอดขายตามเทศกาล

ธุรกิจและนักการตลาดควรใช้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าตามเทศกาลหรือโอกาสพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการซื้อของผู้บริโภคไทยมักเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน แบรนด์สามารถนำเสนอสินค้าในรูปแบบเซ็ตของขวัญหรือชุดสินค้าจำนวนจำกัดเพื่อสร้างความสดใหม่และกระตุ้นความสนใจ ซึ่งหากชุดสินค้าพิเศษได้รับความนิยม ก็อาจสามารถต่อยอดเป็นจุดขายที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักหรือเป็นที่จดจำในระยะยาวได้

วิธีการออกแบบชุดสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย

ผู้ประกอบการสามารถออกแบบชุดสินค้าด้วยการนำกลยุทธ์หรือเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับสินค้าหรือบริการเพื่อเพิ่มยอดขายและเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ ดังนี้

วิธีการออกแบบชุดสินค้า

ตัวอย่างการใช้งาน

จับคู่หรือจัดกลุ่มสินค้าหรือบริการที่มักใช้ร่วมกัน ทำให้เห็นชัดว่าการซื้อสินค้าที่จัดเป็นเซ็ตนั้นคุ้มค่ากว่าหรือซื้อแยกแล้วต้องจ่ายมากกว่า ด้วยการแสดงราคาต่อเซ็ตและราคาที่ซื้อแยกอย่างชัดเจนและสื่อสารให้เน้นถึงส่วนต่าง ซึ่งช่วยให้ลูกค้ารับรู้ถึงความคุ้มค่าได้ทันที

การจัดเซ็ตแชมพูกับครีมนวดในราคา 329 บาท หากซื้อแยกราคาปกติจะอยู่ที่ 199 บาทต่อชิ้น มูลค่ารวม 398 บาท หากลูกค้าซื้อเป็นเซ็ตจะช่วยประหยัดได้ทันที 69 บาท

จับคู่หรือจัดชุดสินค้าขายดีกับสินค้าใหม่ โดยใช้สินค้ายอดนิยมเป็นสินค้าหลักแล้วจับคู่กับสินค้าใหม่หรือสินค้าที่แบรนด์ต้องการผลักดัน เพื่อจูงใจให้ลูกค้าที่ตั้งใจซื้อสินค้าขายดีอยู่แล้วได้ทดลองสินค้าใหม่ในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น

การจัดทำเซ็ตเซรั่มขายดีเข้าชุดกับผลิตภัณฑ์เปิดตัวใหม่อย่างมาส์กหน้าลดรอยคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใส (Best seller + New arrival set)

สินค้าที่ครบจบในเซ็ตเดียว เนื่องจากลูกค้าไม่ได้ต้องการราคาที่คุ้มค่าหรือถูกลงเพียงอย่างเดียวเสมอไป บางครั้งลูกค้าก็ต้องการความสะดวก และไม่ต้องการเสียเวลาในการเลือกสินค้าทีละชิ้น

ชุดเริ่มต้นชงชาเขียวพื้นฐานที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ชงชาครบเซ็ต ซึ่งในชุดจะมีผงมัทฉะ แปรงชงชาไม้ไผ่ ชามชงชา ช้อนด้ามโค้งสำหรับตักผงชา กระชอนร่อนผงชา และแท่นวางแปรง

จัดชุดสินค้าโดยการเน้นนำเสนอผลลัพธ์ของสินค้า หรือประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของลูกค้า แทนการนำเสนอเพียงชื่อสินค้าหรือเพียงอธิบายว่าชุดสินค้ามีอะไรบ้าง

นำเสนอเซ็ตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคนทำงานนอนดึก แทนที่จะขายเซรั่ม ครีม และมาส์กหน้าแบบจัดชุดโดยที่ไม่อธิบายเพิ่มเติม หรือนำเสนอเซ็ตออกกำลังกายสำหรับมือใหม่ แทนที่จะสื่อสารแค่ว่าถ้าซื้อดัมเบล เสื่อโยคะ และยางยืดออกกำลังกายพร้อมกันจะได้ราคาที่ต่ำลง

จัดชุดสินค้าในช่วงเทศกาลหรือวันพิเศษ เช่น วันหยุดปีใหม่ สงกรานต์ วาเลนไทน์ วันแม่ วันพ่อ ช่วงก่อนเปิดเทอม หรือแคมเปญวันคู่ 9.9/11.11/12.12

เซ็ตของขวัญสำหรับวันปีใหม่ เซ็ตของขวัญสำหรับผู้ใหญ่หรือลูกค้า และเซ็ตวันวาเลนไทน์ เป็นต้น

จัดชุดสินค้าที่ใช้ร่วมกันหรือช่วยเสริมกัน เพื่อเพิ่มคุณค่าโดยรวมและสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้ามากกว่าการซื้อสินค้าแยกชิ้น ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ

ร้านอาหารที่จัดชุดเมนูเป็นเซ็ต โดยรวมอาหารทานเล่น อาหารจานหลัก เครื่องดื่ม และของหวานไว้ด้วยกัน หรือร้านเสื้อผ้าออนไลน์ที่จัดเซ็ตเสื้อผ้าสำหรับคู่รัก รวมถึงเซ็ตเสื้อผ้าสำหรับครอบครัว เช่น เซ็ตแม่–ลูก หรือพ่อ–ลูก

จัดชุดสินค้าหรือบริการแบบแบ่งระดับ ให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบความคุ้มค่าและเลือกซื้อตามความต้องการและงบประมาณ โดยกำหนดองค์ประกอบและราคาของแต่ละชุดให้มีความคุ้มค่ามากกว่าซื้อสินค้าแยกชิ้น รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงมูลค่าและความแตกต่างที่ชัดเจนในชุดสินค้าหรือชุดบริการแต่ละระดับ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเลือกอัปเกรดไปยังชุดสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น

แบ่งบริการคอร์สดูแลรถเป็น 3 ระดับ

  • พื้นฐาน: ล้างรถ + ดูดฝุ่น ราคา 590 บาท
  • พรีเมียม: ล้างรถ + ดูดฝุ่น + เคลือบสี ราคา 990 บาท
  • เพรสทีจ: ล้างรถ + ดูดฝุ่น + เคลือบสี + ทำความสะอาดภายใน + เคลือบกระจก ราคา 1,290 บาท

การจัดชุดสินค้าแบบมิกซ์แอนด์แมทช์ โดยกำหนดราคาต่อชุดและสินค้าที่ร่วมรายการ เพิ่มความยืดหยุ่นและอิสระให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าจากรายการได้ตามความต้องการ ซึ่งจะสร้างความรู้สึกคุ้มค่าและช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

ขายเซ็ตเครื่องเขียนที่เปิดโอกาสให้เลือกสมุด ปากกา และดินสอกด รวม 3 ชิ้น ในราคา 199 บาท

ข้อควรระวังในการจัดชุดสินค้า

แม้กลยุทธ์การจัดชุดสินค้าจะมีประโยชน์และสามารถประยุกต์ใช้ทางการตลาดได้หลากหลาย แต่ก็มีข้อควรระวังหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้สามารถส่งเสริมการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลเสียต่อธุรกิจ ดังนี้

คำนวณต้นทุนอย่างรอบคอบ

ควรตั้งราคาโดยคำนึงถึงส่วนลด ต้นทุนของสินค้า และอัตรากำไรที่ต้องการ รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งที่อาจเพิ่มขึ้นจากการจัดชุด เพื่อที่ชุดสินค้าจะได้มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับลูกค้าและยังคงรักษาอัตรากำไรในระดับที่เหมาะสม

จัดกลุ่มสินค้าให้มีความสอดคล้องกัน

ควรจัดกลุ่มสินค้าให้สอดคล้องกับระดับราคา คุณภาพ และกลุ่มเป้าหมาย โดยพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการนำสินค้าราคาประหยัดมารวมกับสินค้าพรีเมียม การจัดชุดสินค้าควรยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าแต่ละรายการ พร้อมทั้งรักษาคุณค่าและภาพลักษณ์โดยรวมของแบรนด์ให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ

เงื่อนไขอายุการใช้งานและการเก็บรักษา

พิจารณาความสอดคล้องของอายุการใช้งาน อายุการเก็บรักษา และเงื่อนไขการจัดเก็บของสินค้าแต่ละรายการในชุด โดยหลีกเลี่ยงการรวมสินค้าที่ใกล้หมดอายุ และควรระบุวันผลิตและ/หรือวันหมดอายุของสินค้าอย่างชัดเจนและโปร่งใส

ผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือคุณภาพ

ไม่ควรรวมสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือคุณภาพของสินค้าอื่นๆ ในชุด เช่น เป็นสินค้าที่สามารถเกิดการรั่วหรือแตกหักเมื่อสัมผัสกันหรือจัดเก็บในสภาพแวดล้อมเดียวกัน เป็นต้น รวมถึงควรพิจารณาความเข้ากันได้ของเงื่อนไขการจัดเก็บ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสง และการควบคุมความเย็น

ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม

ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับน้ำหนัก ขนาด และความเปราะบางของสินค้า โดยคำนึงถึงความเสี่ยงระหว่างการขนส่ง เพื่อป้องกันการกระแทก แตก รั่ว หรือเสียรูป และควรหลีกเลี่ยงการจัดรวมสินค้าที่มีข้อกำหนดด้านการขนส่งที่แตกต่างกันไว้ในชุดเดียวกัน

ข้อกำหนดทางกฎหมาย

ควรตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแต่ละรายการก่อนนำมาจัดชุด โดยเฉพาะอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเฉพาะ

การจัดรวมชุดระหว่างแบรนด์สินค้า

ในกรณีการจัดชุดสินค้าจากหลากหลายแบรนด์ ควรตรวจสอบสิทธิในเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และเงื่อนไขจากเจ้าของแบรนด์หรือซัพพลายเออร์ก่อนเสมอ และหลีกเลี่ยงการออกแบบหรือสื่อสารที่อาจทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างแบรนด์ หากไม่ได้มีการรับอนุญาต

แนวทางในการส่งเสริมกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า

ธุรกิจควรบริหารและจัดเตรียมระบบเพื่อเอื้อให้วางกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินการตามแนวทาง ดังนี้

โซลูชันการชำระเงินที่ครบวงจร

แนวทางสำคัญในการส่งเสริมกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าคือการใช้โซลูชันการชำระเงินที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานของธุรกิจ ตั้งแต่รับชำระเงินได้หลายช่องทางในระบบเดียว (เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet), พร้อมเพย์, โมบายแบงก์กิ้ง หรือบัตรเครดิตและเดบิต) รวมถึงฟีเจอร์ที่สามารถตั้งราคา โปรโมชัน ส่วนลด และเงื่อนไขของชุดสินค้าได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจบริหารการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมอบความยืดหยุ่นให้ลูกค้าเลือกชำระตามช่องทางต่างๆ ได้อย่างสะดวก

โดยสามารถเลือกใช้ Stripe Payments ที่จะช่วยให้สามารถรองรับการชำระเงินได้หลากหลายวิธีและหลายช่องทาง พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลธุรกรรมไว้ในระบบเดียว เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและปรับกลยุทธ์ด้านราคา ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมเพื่อประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า

หน้าชำระเงินที่ช่วยเพิ่มคอนเวอร์ชัน

ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นซึ่งช่วยเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันได้โดยตรง โดยเลือกใช้โซลูชันหน้าชำระเงินที่ปลอดภัย ปรับแต่งได้ ช่วยลดความติดขัดและจำนวนขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในกระบวนการชำระเงิน พร้อมทั้งมีตัวเลือกหน้าชำระเงินแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าชำระเงินแบบเต็มหน้า ฟอร์มที่ฝังในเว็บไซต์ หรือใช้ลิงก์ชำระเงิน โดยรองรับทั้งการชำระเงินแบบครั้งเดียว การแบ่งชำระ และการชำระตามรอบบิล (Recurring payments)

ธุรกิจสามารถเลือกใช้ Stripe Checkout เพื่อสร้างหน้าชำระเงินและกำหนดราคาสำหรับชุดสินค้า พร้อมแสดงราคาและส่วนต่างของราคาได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นความคุ้มค่าและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมอบประสบการณ์ชำระเงินที่สะดวกและต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกชุดสินค้าไปจนถึงการชำระเงิน

ระบบที่รองรับการแยกคืนสินค้า

ธุรกิจควรกำหนดนโยบายการคืนสินค้าให้ชัดเจนและเลือกระบบจัดการสต๊อกสินค้าที่รองรับการแยกสินค้าแต่ละรายการ เพื่อให้สามารถรับคืนสินค้าและดำเนินการคืนเงินเฉพาะรายการโดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกหรือคืนสินค้าทั้งชุด นอกจากนี้ระบบควรสามารถคำนวณมูลค่าสินค้า ส่วนลด และยอดเงินคืนของแต่ละรายการได้อย่างถูกต้อง รวมถึงปรับจำนวนสินค้าคงคลังโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการชุดสินค้า ลดความซับซ้อน และลดข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้น

ธุรกิจสามารถเลือกใช้ Stripe Connect เพื่อออกแบบระบบที่รองรับการคืนเงินจากการแยกคืนสินค้าแต่ละรายการแทนการคืนเงินเต็มจำนวนจากยอดคำสั่งซื้อ โดยคำนวณยอดคืนเงินตามมูลค่าของสินค้าชิ้นนั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้จัดการสถานะการคืนสินค้าและยอดธุรกรรมได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนทางบัญชี และสามารถย้อนตรวจสอบประวัติการคืนสินค้าเพื่อป้องกันการตัดยอดหรือการคืนเงินซ้ำซ้อน

ความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบจัดการอื่นๆ

ธุรกิจควรเลือกโซลูชันที่รองรับการเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่นและปลอดภัย เช่น ระบบชำระเงิน, ระบบจัดการสต๊อกสินค้า, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า, ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer relationship management: CRM) หรือระบบจัดการบัญชี ผ่าน API (Application Programming Interface), ปลั๊กอิน หรือแอปเสริมต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลธุรกรรม สถานะการชำระเงิน รายได้ และข้อมูลต่างๆ มีการบันทึก อัปเดต และส่งต่อระหว่างระบบได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะลดปัญหาสต๊อกคลาดเคลื่อนและลดต้นทุนในการดำเนินงาน

ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้า

ธุรกิจควรมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยวัดผลและปรับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการ และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยนำข้อมูลยอดขาย ประวัติการสั่งซื้อ และข้อมูลลูกค้ามาใช้ค้นหาว่าสินค้าใดมักถูกซื้อร่วมกัน สินค้าชุดใดสร้างยอดขายสูง หรือช่วงราคาใดที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดีที่สุด รวมถึงความสามารถในการใช้ AI (Artificial intelligence) เพื่อคาดการณ์ยอดขายและแนะนำชุดสินค้าที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มได้

ธุรกิจสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่าง Stripe Radar เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการปรับราคา โปรโมชัน และองค์ประกอบของชุดสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าและสภาวะตลาด ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจและปรับกลยุทธ์บนพื้นฐานของข้อมูลจริง เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดชุดสินค้า และสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายอย่างต่อเนื่อง

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดชุดสินค้าในประเทศไทย

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe