ส่วนลดอีคอมเมิร์ซ: วิธีเพิ่มคอนเวอร์ชันโดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร

Checkout
Checkout

Stripe Checkout เป็นแบบฟอร์มการชำระเงินสำเร็จรูปที่คุณสามารถปรับแต่งให้เหมาะสำหรับเพิ่มยอดขาย นอกจากนี้คุณยังผสานรวม Checkout เข้ากับเว็บไซต์โดยตรงหรือนำลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่จัดการโดย Stripe ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงยังรับการชำระเงินแบบครั้งเดียวหรือการชำระเงินตามรอบบิลได้อีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ส่วนลดอีคอมเมิร์ซคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ
  3. ส่วนลดอีคอมเมิร์ซประเภทใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  4. ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์คืออะไร
  5. การจัดส่งฟรีหรือส่วนลดตามปริมาณมีข้อดีอะไรบ้าง
  6. ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกและการแนะนำคืออะไร
  7. แฟลชเซลส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกค้าอย่างไร
  8. ธุรกิจจะสร้างกลยุทธ์ส่วนลดอีคอมเมิร์ซที่สร้างผลกำไรได้อย่างไร
  9. Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง

ส่วนลดอีคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจออนไลน์ โดยใช้เพื่อเพิ่มคอนเวอร์ชัน ดึงดูดลูกค้า และเพิ่มมูลค่าของคำสั่งซื้อในยุคที่นักช้อปออนไลน์สามารถเปรียบเทียบราคาได้ทันทีและพร้อมละทิ้งรถเข็นสินค้าได้ทุกเมื่อ กลยุทธ์ส่วนลดที่เหมาะสมจะเปลี่ยนความลังเลให้เป็นการตัดสินใจซื้อ อันที่จริง ข้อมูลระบุว่าลูกค้า 64% ยอมรับว่าส่วนลดมีส่วนช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ข้อมูลด้านล่างจะอธิบายส่วนลดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งได้แก่ โปรโมชันเป็นเปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอการจัดส่งฟรี รางวัลจูงใจในการแนะนำ และแฟลชเซล

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ส่วนลดอีคอมเมิร์ซคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ
  • ส่วนลดอีคอมเมิร์ซประเภทใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์คืออะไร
  • การจัดส่งฟรีหรือส่วนลดตามปริมาณมีข้อดีอะไรบ้าง
  • ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกและการแนะนำคืออะไร
  • แฟลชเซลส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกค้าอย่างไร
  • ธุรกิจจะสร้างกลยุทธ์ส่วนลดอีคอมเมิร์ซที่สร้างผลกำไรได้อย่างไร
  • Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง

ส่วนลดอีคอมเมิร์ซคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ

ส่วนลดอีคอมเมิร์ซช่วยลดค่าใช้จ่ายของสินค้าและบริการที่จำหน่ายทางออนไลน์ชั่วคราว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองได้ตัดสินใจอย่างชาญฉลาด และช่วยให้พวกเขามีเหตุผลสนับสนุนในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

ต่อไปนี้คือข้อดีบางประการที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณจะได้รับจากการให้ส่วนลด

  • อัตราการละทิ้งรถเข็นลดลง: ราคายังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสูงสุดที่มีผลต่อพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปเลือกตัวเลือกอื่นได้เพียงปลายนิ้วคลิก การจัดโปรโมชันจึงช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าทำการซื้อให้เสร็จแทนที่จะกดออก โดยลูกค้า 65% ระบุว่าโปรโมชันที่กำหนดเป้าหมายคือเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

  • การได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น: ลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกมักเปิดใจลองใช้สินค้าหรือบริการจากธุรกิจที่ไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้นเมื่อมีรางวัลจูงใจทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยส่วนลดจะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกค้ารู้สึกจากการซื้อครั้งแรก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนจากนักช้อปมาเป็นลูกค้า

  • กระตุ้นยอดขาย เพิ่มกระแสเงินสด: ส่วนลดสามารถเร่งสร้างยอดขายหรือช่วยระบายสินค้าคงคลังที่จำหน่ายออกช้าได้ หากใช้อย่างชาญฉลาด ส่วนลดจะช่วยให้ธุรกิจจูงใจพฤติกรรมการซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องลดราคาขายถาวร

  • รักษาฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคง: ส่วนลดแบบกำหนดเป้าหมายอาจทำให้ลูกค้าปัจจุบันกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการอีกครั้งได้

ส่วนลดอีคอมเมิร์ซประเภทใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ไม่มีส่วนลดรูปแบบใดที่ใช้ได้ผลในทุกสถานการณ์ เพราะโปรโมชันอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือโปรโมชันที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าหรือเป้าหมายทางธุรกิจ

ตัวเลือกบางส่วนมีดังนี้

  • ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์: ลูกค้าสามารถประเมินมูลค่าของส่วนลดเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งต่อการจัดการลดราคาทั้งเว็บไซต์ แคมเปญตามฤดูกาล และการมอบรางวัลจูงใจเพื่อกระตุ้นให้มีการซื้อครั้งแรก

  • ส่วนลดตามปริมาณ: การกำหนดค่าสินค้าหรือบริการตามปริมาณจะกระตุ้นให้ลูกค้าเพิ่มสินค้าลงในรถเข็นมากขึ้น “ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งประหยัด” เป็นกลยุทธ์ที่ดึงดูดใจ

  • การจัดส่งฟรี: ลูกค้ามักให้ความสำคัญกับการจัดส่งฟรีมากกว่าส่วนลดราคาที่เทียบเท่ากัน หากส่วนลดนั้นสัมพันธ์กับมูลค่าการสั่งซื้อขั้นต่ำ ก็อาจช่วยเพิ่มขนาดคำสั่งซื้อเฉลี่ยได้ด้วย

  • ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรก: ส่วนลดเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อนำเสนอในรูปแบบของขวัญต้อนรับเพียงครั้งเดียว หากนำเสนอควบคู่ไปกับการสร้างความประทับใจที่ตรงจุดหลังการซื้อ ก็จะสามารถกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้

  • ส่วนลดสำหรับการแนะนำ: ส่วนลดเหล่านี้จะตอบแทนความภักดีของลูกค้า โดยมีแนวโน้มที่จะดึงดูดลูกค้าที่มีมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า (LTV) สูงกว่า

  • ส่วนลดแบบจำกัดเวลาและแฟลชเซล: การจัดโปรโมชันที่กำหนดช่วงเวลาชัดเจนสามารถกระตุ้นยอดเข้าชมและยอดขายให้พุ่งสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ส่วนลดประเภทนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้เป็นครั้งคราว เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเร่งด่วน แทนที่เคยชินกับการรอช่วงลดราคาครั้งถัดไป

ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์คืออะไร

ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์จะช่วยลดราคาสินค้าตามเปอร์เซ็นต์คงที่ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดในการปรับเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อราคาสินค้า

เหตุผลที่ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์นี้ใช้ได้ผลและข้อควรจำ

  • ปรับมูลค่าส่วนลดให้สัมพันธ์กับยอดซื้อ: เนื่องจากจำนวนเงินที่ประหยัดได้จะผันแปรตามยอดรวม ลูกค้าจึงรู้สึกว่าส่วนลดเหล่านี้มีความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือราคาสูง

  • เข้าใจง่าย: ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องคำนวณเกณฑ์หรือเปรียบเทียบการซื้อแบบชุดรวมเพื่อให้เห็นถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับ

  • มีความยืดหยุ่น: ธุรกิจสามารถใช้ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์โดยครอบคลุมหรือจำกัดตามเป้าหมายสินค้าคงคลัง ช่วงฤดูกาล หรือการหาลูกค้าใหม่ ซึ่งใช้ได้ผลดีเท่ากันไม่ว่าจะเป็นการลดราคาทั้งเว็บไซต์ การจัดโปรโมชันเฉพาะหมวดหมู่ หรือข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะราย

เนื่องจากส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์มีผลกับสินค้าทุกรายการที่เข้าเกณฑ์ จึงอาจลดผลกำไรได้อย่างมาก ส่วนลดที่ดูเหมือนว่ามีมูลค่าน้อยนั้นมักต้องเพิ่มยอดขายเป็นจำนวนมากเพื่อคงไว้ซึ่งความสามารถในการทำกำไร คุณควรปรับแต่งเปอร์เซ็นต์เพื่อให้ยังคงได้ผลกำไรอยู่

การจัดส่งฟรีหรือส่วนลดตามปริมาณมีข้อดีอะไรบ้าง

การจัดส่งฟรีและส่วนลดตามปริมาณจะกำหนดวิธีที่ลูกค้ามองเห็นค่าใช้จ่ายรวมของคำสั่งซื้อ โดยสามารถเพิ่มขนาดคำสั่งซื้อโดยรวมไปพร้อมๆ กับการเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันได้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ลูกค้าตอบกลับโปรโมชันเหล่านี้

  • การจัดส่งฟรีจะขจัดอุปสรรคที่สำคัญของการชำระเงิน: การจัดส่งฟรีช่วยขจัดค่าใช้จ่ายแอบแฝงในช่วงท้ายของขั้นตอนการซื้อที่ลูกค้าอาจมองว่าเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดหรือไม่เป็นธรรม โดยในปี 2024 พบว่านักช้อป 48% ตัดสินใจละทิ้งรถเข็นสินค้าเนื่องจากค่าใช้จ่ายอย่างค่าจัดส่งและภาษีนั้นสูงเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้ว ลูกค้ามักให้ความสำคัญกับการส่งจัดฟรีมากกว่าส่วนลดสินค้าในมูลค่าที่เท่ากัน

  • ส่วนลดตามปริมาณจะช่วยจูงใจให้ยอดซื้อสูงขึ้น: ส่วนลดเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ามีเหตุผลในการเลือกซื้อสินค้าเพิ่ม และจะได้ผลดีเป็นพิเศษกับสินค้าที่ขายเป็นชุดรวมหรือสินค้าที่ต้องซื้อซ้ำเป็นประจำ

  • เกณฑ์ขั้นต่ำจะช่วยเพิ่มมูลค่าของคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ย: การมอบสิทธิ์ได้รับการจัดส่งฟรีเมื่อมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำครบตามกำหนดจะกระตุ้นให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติมแทนที่จะรีบชำระเงิน เพราะนักช้อปส่วนใหญ่ยินดีที่จะเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อเพื่อแลกกับการไม่ต้องเสียค่าจัดส่ง

การจัดส่งฟรีไม่ได้หมายความว่าฟรีสำหรับธุรกิจ และส่วนลดตามปริมาณก็ทำให้อัตรากำไรต่อหน่วยลดลง หากคุณใช้ส่วนลดเหล่านี้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าต้องมั่นใจว่าคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นหรือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจะสามารถครอบคลุมต้นทุนส่วนที่เพิ่มขึ้นมานี้ได้

ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกและการแนะนำคืออะไร

ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกและการแนะนำช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจลองใช้งานครั้งแรก โดยส่วนลดจากการแนะนำยังมีข้อดีเพิ่มเติมคือเป็นการมอบรางวัลให้แก่ลูกค้าที่กลับมาใช้ซื้อซ้ำ

ส่วนลดทั้งสองประเภทมีกลยุทธ์ในการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการลงมือทำดังนี้

  • ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อเป็นครั้งแรกจะช่วยลดความลังเล: ส่วนลดต้อนรับช่วยให้ลูกค้าใหม่ตัดสินใจเลือกคุณได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายอื่น

  • ส่วนลดสำหรับการแนะนำจะสร้างความไว้วางใจ: ผู้คนมักมีแนวโน้มที่จะลองซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจมากขึ้นเมื่อได้รับการแนะนำจากคนรู้จัก ส่วนลดสำหรับการแนะนำจึงเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าที่ประทับใจช่วยบอกต่อธุรกิจของคุณ

  • การมอบรางวัลให้ทั้งสองฝ่ายได้ผลลัพธ์ดีที่สุด: เมื่อทั้งผู้แนะนำและลูกค้าใหม่ได้รับส่วนลดหรือเครดิต ก็จะเกิดแรงจูงใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้การเข้าร่วมและอัตราคอนเวอร์ชันเพิ่มสูงขึ้น

การให้ส่วนลดก้อนใหญ่สำหรับการซื้อครั้งแรกอาจกระตุ้นให้เกิดการซื้อแบบครั้งเดียว แต่อาจส่งผลให้การรักษาลูกค้าในระยะยาวลดลง ในขณะที่รางวัลจูงใจมูลค่าเล็กน้อยแต่ผ่านการคิดมาอย่างดีมักจะดึงดูดลูกค้าที่สนใจในผลิตภัณฑ์จริงๆ มากกว่าแค่ต้องการข้อเสนอ

แฟลชเซลส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกค้าอย่างไร

เมื่อส่วนลดมีอายุการใช้งานชั่วคราว ลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินการทันที แฟลชเซลสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการที่ตนเคยพิจารณาไว้ก่อนหน้านี้ได้ง่ายขึ้น

ต่อไปนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น

  • แฟลชเซลสร้างความรู้สึกเร่งด่วน: เมื่อได้รับโอกาสที่มีระยะเวลาให้ใช้งานแบบจำกัด ลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินการเร็วขึ้น

  • แฟลชเซลจะรวมความต้องการซื้อไว้ในเวลาอันสั้น: แฟลชเซลมักจะดึงดูดปริมาณการเข้าชมและคำสั่งซื้อให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาจำกัด ผลลัพธ์นี้มีประโยชน์สำหรับการบรรลุเป้าหมายรายรับหรือการระบายสินค้าคงคลังอย่างรวดเร็ว

  • ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ: การลดราคาช่วงสั้นๆ ช่วยดึงดูดนักช้อปที่มองหาโปรโมชั่น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของลูกค้าตอบโจทย์ ลูกค้าบางคนก็มีโอกาสกลับมาซื้ออีกครั้ง

การจัดแฟลชเซลบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ หากจัดแฟลชเซลถี่หรือเดาทางง่ายเกินไป ลูกค้าของคุณก็อาจจับทางได้ว่าควรรอส่วนลดครั้งถัดไปแทนที่จะยอมซื้อในราคาเต็ม

ธุรกิจจะสร้างกลยุทธ์ส่วนลดอีคอมเมิร์ซที่สร้างผลกำไรได้อย่างไร

กลยุทธ์ส่วนลดที่สร้างผลกำไรต้องเกิดจากความตั้งใจ การผสมผสานส่วนลดที่เหมาะสมจะสร้างประโยชน์ให้ทั้งลูกค้า สินค้าคงคลัง การดำเนินงาน และผลกำไรสุทธิของคุณ

  • เริ่มต้นด้วยวัตถุประสงค์: ส่วนลดทุกรายการควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น การดึงดูดลูกค้าใหม่ การเพิ่มมูลค่าคำสั่งซื้อ การระบายสินค้าคงคลัง หรือการดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำ

  • เข้าใจอัตรากำไรของคุณ: การทำความเข้าใจว่าคุณต้องใช้ปริมาณเงินเพิ่มเติมเท่าใดเพื่อชดเชยส่วนลดจะช่วยป้องกันไม่ให้การจัดโปรโมชันที่ดูเหมือนจะมีรายรับดีแต่กลับสอบตกในแง่ของความสามารถในการทำกำไรและการเติบโต

  • ใช้เกณฑ์และเงื่อนไขอย่างมีกลยุทธ์: เพิ่มความเฉพาะเจาะจงด้วยมูลค่าคำสั่งซื้อขั้นต่ำ สิทธิ์การใช้งานแบบจำกัด หรือส่วนลดเฉพาะผลิตภัณฑ์ เน้นมอบรางวัลจูงใจในจุดที่สำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการลดราคาสินค้าที่ลูกค้าพร้อมจะซื้อในราคาเต็มอยู่แล้ว

  • ลองใช้ส่วนลดแบบกำหนดเป้าหมาย: ข้อเสนอเฉพาะบุคคลที่อ้างอิงตามพฤติกรรมลูกค้ามักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการจัดโปรโมชันแบบเหมารวม การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการสูญเสียผลกำไรได้อีกด้วย

  • วัดผลต่อเนื่องมากกว่าแค่การขายครั้งแรก: ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่ได้รับส่วนลดในระยะยาว แม้หลังจากช่วงโปรโมชันสิ้นสุดลงแล้ว อัตราการรักษาลูกค้า อัตราการซื้อซ้ำ และ LTV จะเป็นตัวกำหนดว่าส่วนลดนั้นประสบความสำเร็จจริงหรือไม่

Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Checkout เป็นรูปแบบการชำระเงินสำเร็จรูปที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้คุณรับชำระเงินบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ง่ายๆ

Checkout สามารถช่วยคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้

  • เพิ่มการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงิน: การออกแบบที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และขั้นตอนการชำระเงินแบบคลิกเดียวของ Checkout ทำให้ลูกค้าสามารถป้อนและนำข้อมูลการชำระเงินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างง่ายดาย

  • ลดเวลาในการพัฒนา: ฝัง Checkout ลงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรง หรือส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่โฮสต์โดย Stripe ด้วยโค้ดเพียงไม่กี่บรรทัด

  • ปรับปรุงความปลอดภัย: Checkout จะจัดการข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อน ทำให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI) ได้ง่ายขึ้น

  • ขยายไปทั่วโลก: แปลงค่าบริการเป็นสกุลเงินต่างๆ ได้มากกว่า 100 สกุลเงินด้วย Adaptive Pricing ซึ่งรองรับมากกว่า 30 ภาษา และแสดงวิธีการชำระเงินแบบไดนามิกที่มีแนวโน้มจะเพิ่มการเปลี่ยนเป็นลูกค้าแบบชำระเงินได้มากที่สุด

  • ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง: ผสานการทำงานของ Checkout กับสินค้าอื่นๆ ของ Stripe เช่น Billing สำหรับการชำระเงินตามรอบบิล, Radar สำหรับการป้องกันการฉ้อโกง และอื่นๆ อีกมากมาย

  • รักษาการควบคุม: ปรับแต่งประสบการณ์การชำระเงินได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการบันทึกวิธีการชำระเงินและการตั้งค่าการดำเนินการหลังการซื้อ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่า Checkout ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขั้นตอนการชำระเงินได้อย่างไร หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Checkout

Checkout

ผสานรวม Checkout เข้ากับเว็บไซต์โดยตรงหรือนำลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่จัดการโดย Stripe เพื่อให้รับการชำระเงินแบบครั้งเดียวหรือการชำระเงินตามรอบบิลได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย

Stripe Docs เกี่ยวกับ Checkout

สร้างแบบฟอร์มการชำระเงินที่เขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยและผสานรวมกับเว็บไซต์ของคุณหรือโฮสต์ไว้ในระบบของ Stripe