การเรียกเก็บค่าใข้จ่ายจากบัตรเครดิตแบบอนุมัติล่วงหน้า: คืออะไรและมีระยะเวลาเท่าใด

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้ามีระยะเวลาเท่าใด
  3. การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้าทำงานอย่างไร
  4. การกันวงเงินล่วงหน้าเทียบกับการเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการ
  5. ผลกระทบของการกันวงเงินล่วงหน้าต่อบัตรเครดิตเทียบกับบัตรเดบิต
  6. ข้อดีของการใช้การเรียกเก็บเงินแบบการกันวงเงินล่วงหน้าสำหรับธุรกิจ
  7. โดยปกติธุรกิจประเภทใดบ้างที่ใช้การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้า
  8. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

การเรียกเก็บเงินแบบการกันวงเงินล่วงหน้าคือการกันยอดเงินคงเหลือที่ใช้ได้ในบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตไว้จำนวนหนึ่ง โดยตรวจสอบว่าบัตรถูกต้องและมีเงินทุนเพียงพอที่จะทำธุรกรรม จำนวนเงินนี้จะถูกกันไว้โดยบริษัทผู้ออกบัตรแต่ยังไม่ได้โอนเงินให้กับธุรกิจ โดยปกติแล้วการเรียกเก็บเงินลักษณะนี้จะใช้ในสถานการณ์ที่ยังไม่ทราบจำนวนเงินสุดท้ายในตอนที่ทำธุรกรรมตอนแรก เช่น ที่โรงแรมหรือสถานีเติมน้ำมัน

การกันวงเงินล่วงหน้าช่วยให้ธุรกิจมั่นใจได้ว่าสามารถเรียกเก็บเงินตามจำนวนธุรกรรมจริงได้ในภายหลัง เมื่อมีการคำนวณและเรียกเก็บยอดเงินสุดท้ายแล้ว การกันวงเงินล่วงหน้าจะถูกยกเลิก และยอดเงินตามจำนวนจริงจะถูกหักออกจากบัญชี หากการซื้อขายไม่ได้ดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์ จำนวนเงินที่กันไว้หน้าจะถูกคืนกลับเข้าสู่วงเงินคงเหลือที่สามารถใช้ได้ของบัตรหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของบริษัทผู้ออกบัตร

ขั้นตอนนี้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานที่ใช้เพื่อตรวจสอบว่าบัตรยังสามารถใช้งานได้และมีวงเงินหรือเงินคงเหลือเพียงพอสำหรับรองรับการเรียกเก็บเงินที่อาจเกิดขึ้น รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐระบุว่า 35% ของการชำระเงินทั้งหมดในปี 2025 ชำระด้วยบัตรเครดิต ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญที่ธุรกิจต้องบริหารจัดการการกันวงเงินล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกรรมของลูกค้าได้รับการคุ้มครอง

ต่อไปนี้เราจะอธิบายสิ่งที่ธุรกิจต้องทราบเกี่ยวกับการกันวงเงินล่วงหน้า แม้ว่าการเรียกเก็บเงินเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดปลีกย่อย แต่ก็มีผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพของประสบการณ์การชำระเงินและความปลอดภัยในการชำระเงิน

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้ามีระยะเวลาเท่าใด
  • การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้าทำงานอย่างไร
  • การกันวงเงินล่วงหน้าเทียบกับการเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการ
  • ผลกระทบของการกันวงเงินล่วงหน้าต่อบัตรเครดิตเทียบกับบัตรเดบิต
  • ข้อดีของการใช้การเรียกเก็บเงินแบบการกันวงเงินล่วงหน้าสำหรับธุรกิจ
  • โดยปกติธุรกิจประเภทใดบ้างที่ใช้การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้า
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้ามีระยะเวลาเท่าใด

การเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบกันวงเงินล่วงหน้ามักจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน แต่ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามนโยบายของบริษัทผู้ออกบัตรและประเภทของธุรกรรม โดยธนาคารบางแห่งอาจกันเงินไว้นานถึง 14 วัน ในกรณีของธุรกิจบางประเภท เช่น โรงแรมหรือบริษัทให้เช่ารถยนต์ การกันเงินอาจยาวนานกว่านั้นและอาจใช้เวลานานถึง 30 วัน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบก็คือ หากมีการประมวลผลธุรกรรมจริงก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการกันวงเงินเอาไว้ การกันวงเงินล่วงหน้าจะถูกยกเลิกและแทนที่ด้วยการเรียกเก็บเงินจริง หากธุรกรรมไม่เสร็จสมบูรณ์หรือธุรกรรมมีจำนวนน้อยกว่าที่กันไว้ล่วงหน้า ระบบจะปล่อยวงเงินที่กันไว้ จากนั้นวงเงินที่ไม่ได้ใช้ก็จะพร้อมใช้อีกครั้งในบัญชีของเจ้าของบัตร นอกจากนี้ลำดับเวลาในการปล่อยเงินที่กันไว้ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาการดำเนินการของธุรกิจและการประมวลผลของบริษัทผู้ออกบัตรอีกด้วย

การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้าทำงานอย่างไร

การเรียกเก็บเงินกันวงเงินล่วงหน้าเป็นวิธีการที่ธุรกิจใช้ยืนยันว่าบัตรยังมีการใช้งานอยู่และมีเงินทุนเพียงพอสำหรับทำธุรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่ทราบยอดรวมทั้งหมดในทันที โดยปกติแล้วกระบวนการทำงานมีดังนี้

  1. ธุรกิจเริ่มการกันวงเงินล่วงหน้าแบบชั่วคราว: เมื่อคุณใช้บัตรของคุณสำหรับธุรกรรมที่ไม่ทราบยอดเงินสุดท้ายล่วงหน้า ธุรกิจจะทำการกันวงเงินล่วงหน้า ซึ่งเป็นการกันวงเงินชั่วคราวในจำนวนหนึ่งบนบัตรของคุณ

  2. เงินจะถูกหักออกจากยอดเงินในบัญชีธนาคารของคุณ: จำนวนเงินที่ถูกกันวงเงินล่วงหน้าไม่ใช่การเรียกเก็บเงินจริง แต่เป็นการกันวงเงินชั่วคราว จำนวนเงินนี้จะถูกหักออกจากวงเงินเครดิตที่สามารถใช้ได้ของคุณเพื่อสำรองเงินไว้สำหรับธุรกรรมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต วงเงินบัญชีที่แท้จริงจะยังไม่ลดลงในขั้นตอนนี้ ระยะเวลาที่การกันวงเงินล่วงหน้าคงอยู่ในบัญชีของคุณอาจแตกต่างกันไป โดยจะขึ้นอยู่กับนโยบายของธุรกิจและแนวปฏิบัติของบริษัทผู้ออกบัตร โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์

  3. ธุรกิจทำการบันทึกยอดธุรกรรมสุดท้าย: เมื่อทราบยอดเงินสุดท้ายของการซื้อของคุณแล้ว (เช่น เมื่อคุณเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม) ธุรกิจจะทำรายการให้เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นการกันวงเงินล่วงหน้าจะถูกแทนที่ด้วยการเรียกเก็บเงินจริงตามยอดสุดท้ายของธุรกรรม สิ่งที่เรียกว่า การปิดการกันวงเงินล่วงหน้า นี้คือการเปลี่ยนยอดเงินที่ถูกกันวงเงินชั่วคราวให้กลายเป็นการเรียกเก็บเงินที่เสร็จสมบูรณ์และมีการชำระยอดแล้วจริง

  4. เงินที่ไม่ได้ใช้จะส่งคืนมายังบัญชีของคุณ: หากจำนวนเงินที่ทำธุรกรรมจริงน้อยกว่าจำนวนเงินที่กันวงเงินไว้ หรือหากธุรกรรมถูกยกเลิก การกันเงินที่ไม่ได้ใช้จะถูกปล่อย ซึ่งหมายความว่าจำนวนเงินที่กันวงเงินไว้ (หรือส่วนที่เหลือ) จะกลับมาพร้อมใช้งานในบัญชีของคุณอีกครั้ง

เจ้าของบัตรควรติดตามตรวจสอบการกันวงเงินล่วงหน้าเนื่องจากวงเงินนี้จะทำให้อำนาจการใช้จ่ายของบัตรลดลงชั่วคราว ซึ่งอาจส่งผลต่อการซื้อในอนาคต ธุรกิจต่างๆ ใช้การกันวงเงินแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนความปลอดภัย โดยเฉพาะในกรณีที่ให้บริการหรือส่งมอบผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะเรียกเก็บเงินขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ธุรกิจจะป้องกันความไม่แน่นอนเรื่องการชำระเงินได้

Credit card authorization process - Flow chart of credit card authorization process

การกันวงเงินล่วงหน้าเทียบกับการเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการ

เนื่องจากคำศัพท์ทั้งสองคำหมายถึงสถานะการทำธุรกรรมที่ยังไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินอย่างเป็นทางการ ผู้บริโภคและธุรกิจจึงอาจสับสนระหว่างการกันวงเงินกับการเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการได้ แม้ว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดในวงจรการชำระเงินจะมีบทบาทในการทำงานที่แตกต่างกันก็ตาม:

  • การกันวงเงินล่วงหน้า: การกันวงเงินล่วงหน้าคือคำสั่งที่ริเริ่มโดยธุรกิจเพื่อสั่งให้ธนาคารของเจ้าของบัตรระงับจำนวนเงินเครดิตหรือเงินสดตามที่กำหนด การดำเนินการนี้จะลดจำนวนเงินที่เจ้าของบัตรสามารถใช้จ่ายได้ แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงวงเงินในบัญชีจริงหรือสร้างรายการเรียกเก็บเงินในใบแจ้งยอดรอบบิลสุดท้าย

  • การเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการ: การเรียกเก็บเงินที่รอดำเนินการเป็นสถานะทางธนาคารที่แสดงต่อลูกค้า ซึ่งเป็นสถานะที่กว้างกว่า โดยจะแสดงอยู่ในรายการเดินบัญชีออนไลน์ ซึ่งบ่งชี้ว่าธุรกรรมนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเครือข่ายบัตรและยังไม่ได้รับการชำระเงินหรือหักยอดอย่างเป็นทางการ

ผลกระทบของการกันวงเงินล่วงหน้าต่อบัตรเครดิตเทียบกับบัตรเดบิต

การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้าบนบัตรเครดิตช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบัตรและยืนยันว่ามีเงินเพียงพอสำหรับการชำระเงิน โดยเฉพาะสำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต การกันวงเงินล่วงหน้าเป็นการตรวจสอบวงเงินเครดิตของเจ้าของบัตรแทนที่จะเป็นยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารเหมือนกรณีของบัตรเดบิต ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะหมายความว่าการกันวงเงินล่วงหน้าจะลดวงเงินที่เจ้าของบัตรสามารถใช้จ่ายได้ในภายหลัง แต่จะไม่ส่งผลต่อเงินในบัญชีธนาคารจริงๆ จนกว่าธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์

แม้ว่าการสื่อสารฝั่งแบ็กเอนด์ระหว่างธุรกิจกับบริษัทผู้ออกบัตรจะดูเหมือนเหมือนกันในทุกธุรกรรม แต่การกันวงเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้าจะส่งผลต่อการเงินส่วนบุคคลของลูกค้าแตกต่างกันไป โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรที่ใช้

  • ที่ที่เก็บเงินทุนไว้: เมื่อมีการใช้การกันวงเงินล่วงหน้ากับ บัตรเครดิต ธนาคารที่ออกบัตรของเจ้าของบัตรจะทำการกันวงเงินเครดิตที่สามารถใช้ได้ไว้ชั่วคราว ในทางกลับกัน เมื่อมีการกันวงเงินกับ บัตรเดบิต ธนาคารจะกันเงินสดออกจากบัญชีเงินฝากหลักของผู้ใช้โดยตรง ทำให้เงินส่วนนั้นถูกล็อกไว้และไม่สามารถนำไปใช้ได้ในธุรกรรมอื่น

  • ผลกระทบจากการระงับต่อการใช้จ่าย: ความแตกต่างนี้เป็นตัวกำหนดกำลังการใช้จ่ายในทันทีของลูกค้า การกันวงเงินของบัตรเครดิตจะเพียงแค่ลดวงเงินเครดิตที่เจ้าของบัตรสามารถใช้ได้สำหรับการซื้อครั้งถัดไปโดยไม่กระทบต่อบัญชีธนาคารของผู้ใช้ แต่การกันวงเงินของบัตรเดบิตจะลดยอดเงินสดที่ลูกค้าสามารถใช้ได้ทันที หากธุรกิจทำการกันวงเงินบัตรเดบิตในจำนวนมาก อาจทำให้เกิดการแจ้งเตือนเงินไม่เพียงพอได้ทันทีโดยไม่ตั้งใจ

  • สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อรายการถูกเรียกเก็บเงินจริงหรือหมดอายุ: เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผู้ค้าจะส่งคำสั่งหักยอดเพื่อเรียกเก็บยอดเงินจริงที่ต้องชำระ หากยอดบิลสุดท้ายน้อยกว่าวงเงินที่กันไว้ล่วงหน้า วงเงินเครดิตหรือยอดเงินสดที่เหลือจะถูกคืนกลับให้ผู้ใช้ หากธุรกิจไม่ดำเนินการให้ธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ การกันวงเงินจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติในที่สุด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปอย่างมากตามประเภทของบัตร โดยการกันวงเงินของบัตรเครดิตมักจะถูกยกเลิกภายใน 3–7 วันทำการ ในขณะที่การกันวงเงินของบัตรเดบิตอาจใช้เวลานานถึงหลายสัปดาห์กว่าจะถูกคืนกลับเข้าสู่ยอดเงินในบัญชีเงินฝาก

ข้อดีของการใช้การเรียกเก็บเงินแบบการกันวงเงินล่วงหน้าสำหรับธุรกิจ

การกันวงเงินล่วงหน้าช่วยมอบหลักประกันทางการเงินทั้งสำหรับธุรกิจและลูกค้า สำหรับธุรกิจ การกันวงเงินล่วงหน้าถือเป็นวิธีที่ช่วยให้มั่นใจว่าลูกค้ามีเงินหรือวงเงินเครดิตเพียงพอก่อนที่ธุรกิจจะตกลงให้บริการ ขั้นตอนนี้เป็นมาตรการป้องกันการโต้แย้งการชำระเงินและการดึงเงินคืน และมีประโยชน์อย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอย่างธุรกิจโรงแรมหรือการเช่ารถ ซึ่งอาจไม่สามารถทราบค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้น การกันเงินไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความไม่คาดคิด และทำให้มั่นใจได้ว่าการชำระเงินจะเข้าบัญชีของคุณตามที่คาดไว้

  • ป้องกันการเรียกเก็บเงินรอบสุดท้ายที่ไม่คาดคิด: การกันวงเงินล่วงหน้าช่วยให้ธุรกิจสามารถกันวงเงินไว้ในจำนวนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งช่วยยืนยันว่าธุรกิจจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับบริการที่ให้ และยังช่วยให้การทำบัญชีและการวางแผนทางการเงินมีความเป็นระบบมากขึ้น ทำให้การคาดการณ์และการจัดทำงบประมาณมีความแม่นยำมากขึ้น

  • กำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าตั้งแต่เนิ่นๆ: การกันวงเงินล่วงหน้ายังสามารถช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้โดยการทำให้ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่การให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับการติดตามการชำระเงินในภายหลัง แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการสื่อสารเกี่ยวกับการกันวงเงินล่วงหน้าแก่ลูกค้า ได้แก่ การใช้ภาษาที่ชัดเจน และการระบุระยะเวลาโดยประมาณ

  • ให้ความยืดหยุ่นแก่ลูกค้า: การกันวงเงินล่วงหน้าสามารถเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าได้เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ให้บริการได้โดยไม่ต้องชำระเงินในทันที นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะของบัญชีได้โดยไม่เกิดผลกระทบทางการเงินในทันทีเหมือนการทำธุรกรรมเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยป้องกันการใช้จ่ายเกินตัว

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการการเรียกเก็บเงินและการจอง: ธุรกิจสามารถลดเวลาในการออกใบเรียกเก็บเงินและการเรียกเก็บเงินได้ด้วยการใช้การกันวงเงินล่วงหน้าได้ เนื่องจากกันวงเงินล่วงหน้าช่วยให้กระบวนการทำธุรกรรมง่ายขึ้นด้วยการยืนยันว่ามีเงินเพียงพอก่อนให้บริการ จึงช่วยให้การจัดการการจองและการสำรองบริการเป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น

  • ช่วยให้การควบคุมงบประมาณและการวางแผนทางการเงินง่ายขึ้น: ธุรกิจสามารถคาดการณ์ยอดลูกหนี้ที่คาดว่าจะได้รับชำระได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าก็สามารถติดตามการใช้จ่ายและวงเงินเครดิตหรือเงินคงเหลือที่สามารถใช้ได้ของตนได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มชั้นของการกำกับดูแลทางการเงิน ซึ่งสามารถส่งเสริมการจัดทำงบประมาณและการวางแผนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงหลักของการพึ่งพาการกันวงเงินล่วงหน้า ได้แก่ การสูญเสียรายรับ อุปสรรคของลูกค้า และความซับซ้อนในการบริหารจัดการทางการเงิน การไม่ดำเนินการหักยอดหรือปลดการกันวงเงินอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่การอนุมัติที่หมดอายุ การชำระเงินไม่สำเร็จ และความไม่พอใจของลูกค้า

Benefits of preauthorization charge on credit cards - Benefits of preauthorization include merchant protection, more accessible funds, curb of payment processing fees etc.

โดยปกติธุรกิจประเภทใดบ้างที่ใช้การเรียกเก็บเงินแบบกันวงเงินล่วงหน้า

การเรียกเก็บเงินแบบการกันวงเงินล่วงหน้ามักจะใช้กับธุรกิจที่ยังไม่ทราบยอดสุดท้ายของธุรกรรมในตอนแรก หรือในกรณีที่มีช่องว่างระหว่างการเริ่มต้นกับสิ้นสุดบริการ โดยต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วน

  • โรงแรมและที่พัก: สถานประกอบการเหล่านี้มักจะใช้การกันวงเงินล่วงหน้าเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามจริงหรือค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นด้วยการกันวงเงินในบัตรเครดิตของลูกค้าเอาไว้

  • บริการรถเช่า: การกันวงเงินล่วงหน้าใช้เพื่อกันเงินไว้จำนวนหนึ่งให้ครอบคลุมค่าเช่า ค่าประกันภัย และค่ามัดจำความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

  • ปั๊มน้ำมัน: สำหรับการชำระเงินที่ตู้จ่ายน้ำมัน ระบบจะใช้การกันวงเงินล่วงหน้าเพื่อยืนยันว่าบัตรมีเงินเพียงพอจ่ายค่าน้ำมันที่เติม

  • ร้านอาหาร: โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ลูกค้าเปิดบัญชีค่าใช้จ่ายแบบค้างชำระ การกันวงเงินล่วงหน้าจะถูกใช้เพื่อยืนยันวิธีการชำระเงินก่อนที่จะสรุปยอดบิลสุดท้าย

  • ผู้ค้าปลีกที่มีสินค้ามูลค่าสูง: ผู้ค้าปลีกบางรายอาจทำการกันวงเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีเงินเพียงพอก่อนจะดำเนินการธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง

  • บริการและการชำระเงินตามรอบบิลออนไลน์: บริษัทที่เสนอช่วงทดลองใช้ฟรีอาจทำการกันวงเงินล่วงหน้าเป็นจำนวนเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบยืนยันวิธีการชำระเงิน ซึ่งจะเรียกเก็บเงินจริงหากการสมัครใช้บริการดำเนินต่อไปหลังจากช่วงทดลองใช้ฟรี

  • ตัวแทนท่องเที่ยวและสายการบิน: เมื่อจองการเดินทาง ระบบจะใช้การกันวงเงินล่วงหน้าเพื่อกันเงินไว้สำหรับการซื้อตั๋วและค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกที่อาจเกิดขึ้น

  • บริการให้เช่า: การเช่าอาจรวมถึงการเช่าอุปกรณ์ บริการให้เช่าเฟอร์นิเจอร์ หรือบริการที่ยอดค่าใช้จ่ายสุดท้ายขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งของที่เช่าในตอนที่คืน

การกันวงเงินล่วงหน้าสามารถปรับใช้ได้กับโมเดลธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจอง การเช่า หรือบริการที่มีความผันแปร

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe