การเก็บเงินปลายทาง (Cash On Delivery หรือ COD) เป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินที่ใช้น้อยที่สุดในอีคอมเมิร์ซของเยอรมนี โดยครองสัดส่วนในตลาดเพียง 0.5% แต่การเก็บเงินปลายทางก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับลูกค้าบางกลุ่มและการใช้งานในบางสถานการณ์
บทความนี้จะอธิบายวิธีการทำงานของการเก็บเงินปลายทาง ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และข้อดีข้อเสียของแนวทางนี้สำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ และเราจะพูดถึงด้วยว่าคุณต้องคำนึงถึงอะไรบ้างเมื่อจะป้อนธุรกรรม COD ลงในบันทึกข้อมูล รวมถึงตัวเลือกการชำระเงินอื่นๆ ที่คุณมีในฐานะผู้ค้าปลีกออนไลน์
เนื้อหาหลักในบทความ
- การเก็บเงินปลายทางหมายถึงอะไร
- ค่าธรรมเนียมและขีดจำกัดของการเก็บเงินปลายทาง
- การเก็บเงินปลายทางมีข้อดีอะไรบ้าง
- การเก็บเงินปลายทางมีข้อเสียอะไรบ้าง
- ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการทำบัญชีสำหรับการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง
- สถานการณ์ใดบ้างที่ไม่แนะนำให้ผู้ค้าปลีกใช้วิธีการชำระเงินนี้
- ทางเลือกอื่นนอกจากการเก็บเงินปลายทางมีอะไรบ้าง
การเก็บเงินปลายทางหมายถึงอะไร
การเก็บเงินปลายทางเป็นวิธีการชำระเงินที่ผู้ซื้อจะชำระค่าสินค้าที่สั่งซื้อเมื่อจัดส่งถึงแล้ว โดยจ่ายให้กับผู้ให้บริการขนส่งโดยตรง ซึ่งหมายความว่าจะเป็นการชำระเงินด้วยบัตรหรือธนบัตรเมื่อส่งมอบพัสดุแล้ว ไม่ใช่การชำระเงินล่วงหน้า แนวทางนี้พบได้บ่อยที่สุดในอีคอมเมิร์ซ และบริษัทขนส่งขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น DHL และ GLS ก็ให้บริการวิธีนี้เช่นกัน
วิธีการทำงานของการเก็บเงินปลายทาง
COD มีขั้นตอนการทำงานเพียงไม่กี่ขั้นตอน โดยปกติแล้วจะมีลักษณะดังนี้
- เสนอและเลือกตัวเลือกการชำระเงิน: ผู้ค้าปลีกออนไลน์ต้องเปิดใช้งานตัวเลือกการชำระเงินนี้ในระบบร้านค้าของตน ลูกค้าจึงจะสามารถเลือกเก็บเงินปลายทางได้ระหว่างขั้นตอนการสั่งซื้อ
- การจัดส่งและการส่งมอบ: ผู้ให้บริการจัดส่งดำเนินการจัดส่งเป็นบริการเพิ่มเติม ผู้รับจะต้องรับพัสดุด้วยตัวเอง หากผู้รับที่เดินเรื่องมาแต่เดิมไม่อยู่บ้าน สามารถให้บุคคลที่ได้รับอนุมัติลงนามรับพัสดุแทนได้เช่นกัน
- ** การชำระเงิน:** ผู้รับชำระยอดรวมตามใบแจ้งหนี้ของสินค้าบวกค่าจัดส่งและค่าธรรมเนียมการเก็บเงินปลายทาง โดยชำระให้ผู้จัดส่งโดยตรง จากนั้นผู้จัดส่งจะออกหลักฐานการซื้อและส่งมอบพัสดุ
- รับเงิน: หลังจากผู้ซื้อชำระเงิน ผู้จัดส่งจะโอนยอดรวมตามใบแจ้งหนี้ไปยังบัญชีธนาคารของผู้ขาย จากนั้น ผู้ค้าปลีกจะได้รับใบเสร็จของธุรกรรมหรือการยืนยันแบบดิจิทัล และบันทึกข้อมูลเงินที่ได้รับ
ค่าธรรมเนียมและขีดจำกัดของการเก็บเงินปลายทาง
โดยทั่วไปแล้ว ผู้จัดส่งจะเสนอการเก็บเงินปลายทางโดยเป็นบริการแบบเสียค่าใช้จ่าย และเพิ่มค่าธรรมเนียม COD ไปยังค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ซึ่งค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ผู้ให้บริการขนส่งและบริการ ผู้ให้บริการแต่ละรายยังกำหนดขีดจำกัดการเก็บเงินปลายทางที่แตกต่างกันด้วย
DHL ให้บริการเก็บเงินปลายทางที่ชำระเงินได้หลายวิธี โดยผู้รับจะชำระด้วยเงินสด ใช้ POSTCARD ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ DHL หรือใช้บัตร EC ที่ที่ทำการไปรษณีย์ท้องถิ่นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทการจัดส่ง โดยทั่วไปลูกค้าจะเลือกใช้ทางเลือกการชำระเงินผ่านสาขาเมื่อไม่ได้อยู่บ้านระหว่างจัดส่ง ในขณะที่ DHL จะไม่จัดส่งสินค้า COD ไปยังตู้รับพัสดุหรือจุดรับสินค้า และยอดเงินสูงสุดเมื่อเก็บเงินปลายทางจะแตกต่างกันไปตามอัตราค่าจัดส่ง ดังนั้นผู้ส่งจะต้องตรวจสอบขีดจำกัดก่อนจัดส่ง
GLS ก็ให้บริการจัดส่งแบบ COD เช่นกัน แต่มีกฎด้านขีดจำกัดและวิธีการชำระเงินที่ยอมรับเป็นของตัวเอง ขีดจำกัดเหล่านี้มักจะสอดคล้องกับเกณฑ์ความรับผิดที่เกี่ยวข้องและอาจแตกต่างกันได้ตามตัวเลือกผู้ให้บริการขนส่งที่คุณเลือก
เนื่องจากค่าธรรมเนียม ประเภทการชำระเงิน และขีดจำกัดจะแตกต่างกันไปตามผู้จัดส่งแต่ละรายและมีการอัปเดตเป็นประจำ ผู้ค้าปลีกจึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขล่าสุดกับพาร์ทเนอร์การจัดส่งที่เกี่ยวข้องของตนก่อนที่จะเสนอการเก็บเงินปลายทาง
การเก็บเงินปลายทางมีข้อดีอะไรบ้าง
การเก็บเงินปลายทางมีข้อดีหลายประการทั้งต่อผู้ขายและผู้ซื้อในอีคอมเมิร์ซ ต่อไปนี้คือภาพรวมของประโยชน์ที่สำคัญที่สุด
ข้อดีสำหรับผู้ค้าปลีกออนไลน์
ความปลอดภัยในการชำระเงิน: การเก็บเงินปลายทางทำให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์มีความปลอดภัยในการชำระเงินมากขึ้น เพราะลูกค้าจะต้องชำระเงินก่อนจึงจะได้รับสินค้า ไม่ใช่ได้รับสินค้าไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากลูกค้าปฏิเสธ ผู้ให้บริการขนส่งก็จะส่งพัสดุกลับคืนมาหาผู้ขาย จึงแทบไม่เกิดความสูญเสียทางการเงินหรือไม่เกิดเลย
การสร้างความเชื่อมั่น: ผู้ซื้อส่วนใหญ่จะชอบที่ไม่ต้องชำระเงินล่วงหน้า ผู้ค้าปลีกบนเว็บที่เสนอการเก็บเงินปลายทางสามารถลดอุปสรรคในการซื้อและกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อได้ การเสนอตัวเลือกนี้ได้ผลค่อนข้างดีกับร้านค้าใหม่หรือร้านค้าขนาดเล็กในเว็บที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า
ข้อดีสำหรับลูกค้า
การจัดส่งที่รวดเร็ว: ผู้ค้าปลีกออนไลน์จะจัดส่งสินค้าทันทีที่ลูกค้าสั่งซื้อ เพราะไม่จำเป็นต้องรอให้ชำระเงินเสร็จก่อน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ความปลอดภัย: ลูกค้าชำระค่าสินค้าต่อเมื่อได้รับจริง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการส่งเงินไปร้านปลอมหรือชำระเงินไปแล้วไม่มีสินค้าส่งมา นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถตรวจสอบความเสียหายของพัสดุก่อนชำระเงินได้ด้วย และปฏิเสธการส่งมอบได้หากมีปัญหา
ขั้นตอนการชำระเงินที่เรียบง่าย: การเก็บเงินปลายทางมีข้อดีสำหรับลูกค้าอีกประการคือลูกค้าไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลธุรกรรมใดๆ ระหว่างขั้นตอนการสั่งซื้อ โดยทั่วไปแล้วลูกค้าแค่ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องบอก IBAN (International Bank Account Number หรือหมายเลขบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ) หรือรายละเอียดธนาคารอื่นๆ ซึ่งหมายความว่า COD เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเช่นกันสำหรับผู้ที่ไม่ใช้บริการชำระเงินออนไลน์หรือการชำระเงินด้วยบัตร
ซื้อสินค้าได้แม้จะมีเครดิตไม่ดี: โดยทั่วไปแล้ว บุคคลทั่วไปที่มีเครดิตไม่ดียังสั่งซื้อสินค้าแบบเก็บเงินปลายทางได้อยู่ เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบเครดิต ผู้คนจึงทำการซื้อเหล่านี้ได้แม้ตัวเองจะมีคะแนนเครดิตต่ำ ในขณะที่ตัวเลือกการชำระเงินที่กำหนดให้ชำระเงินหลังได้รับสินค้ามักจะไม่ให้บริการต่อผู้ที่มีคะแนนเครดิตไม่ดี
การเก็บเงินปลายทางมีข้อเสียอะไรบ้าง
แม้ว่าการเก็บเงินปลายทางจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางประการ ดังนี้
ข้อเสียสำหรับผู้ค้าปลีกออนไลน์
ไม่รับประกันการชำระเงิน: วิธีนี้อาจเป็นแนวทางที่สุ่มเสี่ยงสำหรับผู้ขายที่ผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อ เพราะหากผู้ซื้อปฏิเสธรับมอบสินค้าและสินค้าถูกส่งคืนมา ผู้ค้าปลีกจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการผลิตเอง ตัวเลือกการชำระเงินอย่างการจ่ายเงินล่วงหน้าจะไม่มีความเสี่ยงนี้
ความท้าทายด้านโลจิสติกส์: การเก็บเงินปลายทางต้องอาศัยการติดตามดูธุรกรรมและการจัดส่งซ้ำอย่างใกล้ชิด ผู้ให้บริการจะต้องเฝ้าตรวจสอบเงินที่ไหลเข้าให้ถูกต้อง บันทึกข้อมูลการโอนเงินที่ทำทันที และติดตามพัสดุที่ส่งคืน การจัดการงานเหล่านี้อาจเป็นภาระด้านการดำเนินงานที่หนักหน่วงสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องทำในปริมาณมาก และมักต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมในการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ
ได้เงินล่าช้า: ผู้ให้บริการขนส่งอาจต้องใช้เวลาหลายวันในการดำเนินการและโอนยอดเงินรวมตามใบแจ้งหนี้ ซึ่งผู้ค้าปลีกจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเงินดังกล่าวเลยในระหว่างนั้น จึงอาจส่งผลเสียต่อกระแสเงินสดของผู้ค้าปลีกได้
ข้อเสียสำหรับลูกค้า
ค่าธรรมเนียมการเก็บเงินปลายทาง: โดยทั่วไปลูกค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเก็บเงินปลายทางเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าสินค้าและค่าจัดส่ง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเหล่านี้อาจสูงเกินความสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคำสั่งซื้อขนาดเล็ก
จำนวนเงินที่ถูกต้อง: ผู้ให้บริการขนส่งไม่สามารถเตรียมเงินทอนให้พอดีได้เสมอไปสำหรับการชำระเงินด้วยเงินสด ดังนั้น ผู้รับจะต้องเตรียมเงินให้พอดีเมื่อรับสินค้าที่จัดส่งแบบ COD เพราะหากไม่ได้เตรียมไว้แล้วพนักงานขนส่งไม่มีเงินทอน ผู้ให้บริการขนส่งอาจต้องลองจัดส่งอีกครั้งในภายหลังหรือเก็บพัสดุไว้ที่ศูนย์คัดแยกในท้องถิ่น ทั้งสองทางล้วนทำให้ต้องล่าช้าออกไปอีกและไม่สะดวกสำหรับลูกค้า
การจัดส่งถึงมือผู้รับ: คำสั่งซื้อที่จัดส่งแบบเก็บเงินปลายทางต้องส่งถึงมือผู้รับเอง ดังนั้นผู้รับจะต้องอยู่บ้านเมื่อพัสดุมาถึง ผู้รับจึงมักต้องจัดเวลาให้เป็นพิเศษและเสียเวลานัดหมายการจัดส่งมากขึ้น
ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการทำบัญชีสำหรับการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทาง
นอกเหนือจากข้อกังวลในทางปฏิบัติแล้ว การเก็บเงินปลายทางยังมีความท้าทายด้านการบริหารจัดการอีกหลายประการ ผู้ขายที่ใช้เว็บจะต้องติดตามผลกำไรของตนอย่างละเอียดรอบคอบและบันทึกข้อมูลให้ถูกต้องในบัญชีของตน
ผู้ให้บริการขนส่งมักจะส่งใบเสร็จยืนยันการโอนเงินไปให้ผู้ขายซึ่งใช้เป็นหลักฐานการนำส่ง หลังจากบันทึกข้อมูลเงินที่ได้รับแล้ว ผู้ขายจะต้องกระทบยอดกับคำสั่งซื้อที่เปิดอยู่ในระบบเพื่อจับคู่การชำระเงินแต่ละรายการเข้ากับการซื้อที่ถูกต้อง หากบุคคลทั่วไปปฏิเสธการจัดส่งแบบ COD และผู้ให้บริการขนส่งส่งคืนพัสดุกลับมา ผู้ค้าปลีกก็ต้องบันทึกข้อมูลนั้นให้ถูกต้องด้วย
การทำบัญชีด้วยตนเองมีความเสี่ยงซึ่งหลักๆ แล้วจะอยู่ที่เวลาประมวลผลธุรกรรมหลายรายการพร้อมกัน ดังนั้นสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีปริมาณคำสั่งซื้อจำนวนมาก ระบบการทำบัญชีอัตโนมัติจึงเป็นทางเลือกที่ดี ซอฟต์แวร์สมัยใหม่จะอ้างอิงการชำระเงินขาเข้ากับหนี้การค้าที่ค้างชำระแล้วโพสต์อย่างถูกต้อง ช่วยทุ่นแรงพนักงานและลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้
สถานการณ์ใดบ้างที่ไม่แนะนำให้ผู้ค้าปลีกใช้วิธีการชำระเงินนี้
แม้ว่าการเก็บเงินปลายทางจะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกการชำระเงินที่เหมาะสมเสมอไป ในบางกรณียังเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ค้าปลีกดิจิทัลด้วย คุณจึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะเสนอวิธีนี้ให้กับลูกค้า
อัตราการคืนสินค้าสูง
COD มักไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสินค้าที่มีอัตราการส่งคืนสูง สินค้าอย่างรองเท้าหรือเสื้อผ้าจะถูกส่งคืนอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ขายได้ในด้านการจัดส่งและการจัดการการส่งมอบซ้ำ
สินค้าราคาแพง
ความเสี่ยงอีกประการจะเกิดกับสินค้าราคาสูง เนื่องจากผู้ซื้อจะชำระเงินต่อเมื่อส่งมอบสินค้า ผู้รับจึงสามารถปฏิเสธการรับสินค้านั้นได้ ดังที่กล่าวไปแล้วว่าเงื่อนไขนี้อาจทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดส่งและการจัดการการคืนสินค้าซึ่งผู้ขายล้วนต้องแบกรับเอง วิธีการชำระเงินอื่นๆ มีการปกป้องมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าใหม่ที่ซื้อสินค้าราคาแพง
สินค้าเน่าเสียง่าย
การเก็บเงินปลายทางยังมีความเสี่ยงเทียบเท่ากันเมื่อใช้กับการขายสินค้าเน่าเสียง่ายหรือสินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิ เช่น หากบุคคลปฏิเสธไม่รับการส่งมอบสินค้าที่เป็นอาหาร สินค้าบางส่วนอาจไม่สามารถนำมาขายใหม่ได้อีก และยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้ค้าปลีกต้องแบกรับในการกำจัดสินค้าเหล่านั้นด้วย
ความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง
โดยหลักการแล้ว การเก็บเงินปลายทางจะเพิ่มความเสี่ยงของการฉ้อโกงต่อผู้ขายอีคอมเมิร์ซ เพราะผู้ที่ต้องการทำร้ายธุรกิจอาจสั่งซื้อโดยมีเจตนาที่จะปฏิเสธการจัดส่งได้ ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องเผชิญกับความยุ่งยากด้านโลจิสติกส์และความสูญเสียทางการเงินเพิ่มเติม รายละเอียดที่อยู่ที่ไม่ถูกต้องก็อาจทำให้จัดส่งไม่สำเร็จและเกิดค่าใช้จ่ายตามมาได้เช่นกัน หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ขายก็ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังอาจสั่งซื้อโดยใช้ชื่อปลอมหรือใช้ข้อมูลระบุตัวตนที่ขโมยมาได้อีกด้วย
ทางเลือกอื่นนอกจากการเก็บเงินปลายทางมีอะไรบ้าง
ผู้ค้าปลีกที่อยากได้อัตราคอนเวอร์ชันสูงๆ มักจะทำได้ดีที่สุดจากการเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายให้ลูกค้า เพราะผู้ซื้อในเยอรมนีถึง 82% จะละทิ้งการสั่งซื้อผ่านเว็บกันเป็นปกติหากไม่สามารถชำระเงินผ่านวิธีการที่ตัวเองต้องการ
จากการศึกษา "Online Payment 2025" ของ EHI พบว่าการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ การหักบัญชีอัตโนมัติ และการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตเป็นตัวเลือกที่นิยมเป็นพิเศษในเยอรมนี โดยในปี 2024 มีส่วนแบ่งรายรับในอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ 25.8%, 17.3% และ 12.3% ตามลำดับ ในขณะที่การโอนเงินต่างชาติ/การชำระเงินล่วงหน้าและการผ่อนชำระต่างมีส่วนแบ่งอยู่ที่แบบละ 4.3% ส่วนการเก็บเงินปลายทางมีส่วนแบ่งคิดเป็น 2.9% ของรายรับในอีคอมเมิร์ซเยอรมนีปี 2024
Stripe Payments จะทำให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์เช่นคุณสามารถเสนอวิธีการชำระเงินกว่า 125 วิธีให้กับลูกค้าได้ พร้อมด้วยการชำระเงินในคลิกเดียวที่รวดเร็วอย่างยิ่งผ่านโซลูชันการชำระเงินเพียงหนึ่งเดียว ให้บริการใน 195 ประเทศทั่วโลกและกว่า 135 สกุลเงิน ในขณะที่อินเทอร์เฟซผู้ใช้แบบเชื่อมต่อแล้วใช้งานได้ทันทีและฟีเจอร์ API จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาได้อย่างมาก
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ