รายการรหัสการปฏิเสธบัตรทั้งหมดและความหมายของแต่ละรหัส

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การอนุมัติบัตรคืออะไร
  3. รหัสการปฏิเสธคืออะไร
    1. สาเหตุทั่วไปที่สถาบันผู้ออกบัตร (ธนาคารของลูกค้า) อาจปฏิเสธธุรกรรม
    2. สาเหตุทั่วไปที่สถาบันผู้รับบัตร (ธนาคารของผู้ค้า) อาจปฏิเสธธุรกรรม
  4. ประเภทการปฏิเสธบัตร
  5. รายการรหัสการปฏิเสธบัตร
  6. รหัสการปฏิเสธของ Stripe
  7. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การปฏิเสธบัตรอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และอาจทำให้สูญเสียยอดขายได้ ในการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นนี้ คุณจะต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตนั้นได้รับการอนุมัติอย่างไรและมีสาเหตุใดบ้างที่อาจทำให้เกิดการปฏิเสธ ผู้ประมวลผลการชำระเงินจะออกรหัสการปฏิเสธที่ระบุถึงเหตุผลในการปฏิเสธธุรกรรม ธุรกิจต่างๆ จึงควรศึกษาวิธีการจำแนกและทำความเข้าใจรหัสเหล่านี้เพื่อจะได้รับมือกับธุรกรรมที่ถูกปฏิเสธและอาจช่วยให้กู้คืนยอดขายได้สำเร็จ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การอนุมัติบัตรคืออะไร
  • รหัสการปฏิเสธคืออะไร
  • ประเภทของการปฏิเสธบัตร
  • รายการรหัสการปฏิเสธบัตร
  • รหัสการปฏิเสธของ Stripe
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การอนุมัติบัตรคืออะไร

การอนุมัติบัตร คือ ขั้นตอนการอนุมัติที่จะตรวจสอบว่าเจ้าของบัตรมีเงินเพียงพอที่จะใช้ทำการซื้อที่พยายามดำเนินการหรือไม่ โดยขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังเมื่อมีการประมวลผลการทำธุรกรรมผ่านบัตร

สำหรับธุรกรรมที่จุดขาย ลูกค้าจะรูด แตะ หรือสอดบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเข้าไปในเครื่องอ่านบัตร แต่หากเป็นการซื้อทางออนไลน์ ลูกค้าจะป้อนข้อมูลการชำระเงินเมื่อได้รับแจ้ง ระบบจะส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังสถาบันผู้รับบัตร (หรือที่เรียกว่า "ธนาคารที่รับบัตร") ของธุรกิจ ซึ่งจะส่งข้อมูลนั้นๆ ผ่านเครือข่ายบัตรที่ถูกต้องไปให้สถาบันผู้ออกบัตร ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ออกบัตรให้กับเจ้าของบัตร

สถาบันผู้ออกบัตรจะตรวจสอบบัญชีของเจ้าของบัตร และดูว่ามีเงินหรือเครดิตที่ใช้ได้เพียงพอที่จะทำธุรกรรมนั้นๆ หรือไม่ สถาบันผู้ออกบัตรจะอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอ ซึ่งหากอนุมัติ สถาบันผู้ออกบัตรก็จะโอนเงินไปยังสถาบันผู้รับบัตร ซึ่งสถาบันผู้รับบัตรก็จะนำฝากเข้าบัญชีของธุรกิจ

รหัสการปฏิเสธคืออะไร

โดยทั่วไปแล้ว รหัสการปฏิเสธมักจะเป็นรหัสข้อผิดพลาดที่มี 2 หลัก โดยเป็นตัวอักษรคละกับตัวเลข ซึ่งแสดงถึงสาเหตุที่ธุรกรรมผ่านบัตรถูกปฏิเสธ แม้ว่ารหัสอาจมีต้นทางได้จากหลากหลายแหล่ง แต่ก็มักมาจากธนาคารที่ออกบัตร ผู้ประมวลผลการชำระเงิน หรือเครือข่ายเครดิต

หากเข้าใจว่าการปฏิเสธนั้นๆ มาจากที่ใด ก็จะช่วยให้ธุรกิจวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดขั้นตอนต่อๆ ไปได้

สาเหตุทั่วไปที่สถาบันผู้ออกบัตร (ธนาคารของลูกค้า) อาจปฏิเสธธุรกรรม

  • เงินไม่เพียงพอหรือเกินวงเงินเครดิต
  • สงสัยว่ามีการฉ้อโกงหรือกิจกรรมที่ผิดปกติ
  • ป้อนรายละเอียดของบัตรไม่ถูกต้อง (เช่น CVV หรือวันหมดอายุผิด)
  • มีการแจ้งว่าบัตรสูญหายหรือถูกขโมยไป
  • บัญชีถูกระงับหรือปิดใช้งาน

สาเหตุทั่วไปที่สถาบันผู้รับบัตร (ธนาคารของผู้ค้า) อาจปฏิเสธธุรกรรม

  • บัญชีของผู้ค้าไม่ได้รับการตั้งค่าให้รับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตประเภทนั้นๆ
  • ธุรกรรมเกินขีดจำกัดการประมวลผลของผู้ค้า
  • บัญชีของผู้ค้าถูกระงับหรือถูกแจ้งว่ามีความเสี่ยง

ธุรกิจต่างๆ จะไม่ได้เห็นรหัสที่แน่นอนเสมอไป หากธุรกิจใช้ผู้ประมวลผลการชำระเงินอย่าง Stripe ธุรกิจนั้นๆ ก็อาจเห็นรหัสการปฏิเสธแบบเฉพาะตัวอื่นๆ หรือรหัสตอบสนองของเกตเวย์การชำระเงินที่บ่งชี้ถึงเหตุผลที่การทำธุรกรรมนั้นๆ ไม่สำเร็จ พร้อมทั้งให้แนวทางในการแก้ไขปัญหาและทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้น

ประเภทการปฏิเสธบัตร

การปฏิเสธบัตรมีหลายประเภท จากการศึกษาของ Ethoca สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตถูกปฏิเสธก็คือมีเงินหรือเครดิตไม่เพียงพอ โดยคิดเป็น 44% ของการปฏิเสธ ซึ่งธุรกิจก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักในกรณีเหล่านี้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่มาจากเจ้าของบัตรเอง แต่การเสนอตัวเลือกแบบซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (ซึ่ง Stripe รองรับ) จะช่วยลดการปฏิเสธอันเนื่องมาจากการมีเงินไม่เพียงพอได้ นอกจากนี้ เจ้าของบัตรอาจต้องย้ายเงินจากบัญชีอื่นมายังบัญชีที่มีเงินไม่เพียงพอเพื่อทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้น

อีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อยของการปฏิเสธบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตก็คือข้อมูลไม่ถูกต้อง ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับธุรกรรมทางออนไลน์ ซึ่งเจ้าของบัตรจำเป็นต้องป้อนหมายเลขบัตร ตลอดจน CVV และวันหมดอายุของบัตร การศึกษาของ Ethoca เดียวกันนี้พบว่า 1 ใน 5 ของการปฏิเสธบัตรเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าดำเนินการผิดพลาดและป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้ง่ายโดยให้เจ้าของบัตรป้อนข้อมูลอีกครั้งให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ การชำระเงินด้วยบัตรยังอาจถูกปฏิเสธเนื่องจากกิจกรรมถูกสงสัยว่าเป็นการฉ้อโกง ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อมีการซื้อมูลค่าสูงหรือทำธุรกรรมจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ เจ้าของบัตรสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการติดต่อกับธนาคารที่ออกบัตรและยืนยันตัวตน ซึ่งจะเป็นการอนุมัติการเรียกเก็บเงิน

บางครั้ง บัตรก็อาจถูกปฏิเสธเนื่องจากยังไม่ได้เปิดใช้งานบัตร ซึ่งแก้ไขได้โดยให้เจ้าของบัตรดำเนินการตามขั้นตอนการเปิดใช้งานที่ระบุไว้จนเสร็จสิ้น ในทำนองเดียวกัน บัตรที่หมดอายุแล้วก็จะถูกปฏิเสธเช่นกัน ในกรณีนี้เจ้าของบัตรจะต้องใช้ตัวเลือกการชำระเงินแบบอื่น ชิปหรือแถบแม่เหล็กของบัตรเสียหายก็อาจทำให้ถูกปฏิเสธด้วยเช่นกันหากเทอร์มินัลไม่สามารถอ่านบัตรได้ ในกรณีนี้ วิธีแก้ไขปัญหาคือให้ป้อนข้อมูลบัตรด้วยตัวเองหรือใช้การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (ถ้ามี)

นอกจากนี้ บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตจะถูกปฏิเสธเช่นกันหากเทอร์มินัลไม่สามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายบัตรที่เชื่อมโยงกับบัตรนั้นๆ ได้ ตัวอย่างเช่น หากบัตรใช้เครือข่ายบัตร American Express แต่เทอร์มินัลไม่ได้สื่อสารกับ American Express ระบบก็จะไม่สามารถประมวลผลธุรกรรมได้ โซลูชันต่างๆ อย่าง Stripe จะทำงานร่วมกับเครือข่ายบัตรรายใหญ่เกือบทุกเครือข่าย (ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก) จึงช่วยหลีกเลี่ยงการปฏิเสธที่มีสาเหตุมาจากระบบไม่รองรับเครือข่ายบัตรได้

รายการรหัสการปฏิเสธบัตร

ด้านล่างนี้คือรายการรหัสการปฏิเสธบัตรที่อาจปรากฏขึ้นหากผู้ประมวลผลพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถประมวลผลธุรกรรมได้ (โปรดทราบว่า รหัสตอบสนองของเกตเวย์การชำระเงินอาจแตกต่างจากรหัสการปฏิเสธที่ธนาคารออกให้) ทั้งนี้ แต่ละรหัสจะระบุถึงเหตุผลว่าเหตุใดการชำระเงินจึงถูกปฏิเสธ

  • 01: โปรดติดต่อสถาบันผู้ออกบัตร
  • 02: โปรดติดต่อสถาบันผู้ออกบัตร (เงื่อนไขพิเศษ)
  • 03: ผู้ค้าไม่ถูกต้อง
  • 04: ยึดบัตร (ไม่ใช่การฉ้อโกง)
  • 05: ถูกปฏิเสธจากบริษัทผู้ออกบัตร
  • 06: ข้อผิดพลาด
  • 07: ยึดบัตร (การฉ้อโกง)
  • 10: อนุมัติเฉพาะบางส่วน
  • 12: ธุรกรรมไม่ถูกต้อง
  • 13: ยอดเงินไม่ถูกต้อง
  • 14: หมายเลขบัญชีไม่ถูกต้อง
  • 15: ไม่มีบริษัทผู้ออกบัตรนี้
  • 19: ธุรกรรมซ้ำ
  • 21: ไม่ได้ดำเนินการใดๆ
  • 25: ไม่พบข้อมูลในระบบ
  • 28: ไฟล์ไม่พร้อมสำหรับการอัปเดตชั่วคราวหรือเสียหาย
  • 41: บัตรได้รับแจ้งสูญหาย, ยึดบัตร
  • 43: บัตรถูกขโมย, ยึดบัตร
  • 51: เงินไม่เพียงพอ
  • 52: ไม่มีบัญชีกระแสรายวัน
  • 53: ไม่มีบัญชีออมทรัพย์
  • 54: บัตรหมดอายุ
  • 55: PIN ไม่ถูกต้อง
  • 57: ธุรกรรมไม่ได้รับอนุญาต—บัตร
  • 58: ธุรกรรมไม่ได้รับอนุญาต—เทอร์มินัล
  • 59: บัตรต้องสงสัยว่าอาจมีการฉ้อโกง
  • 61: เกินวงเงินการอนุมัติ
  • 62: รหัสบริการไม่ถูกต้อง/ถูกจำกัด
  • 63: ละเมิดความปลอดภัย
  • 64: ธุรกรรมไม่เป็นไปตามข้อกำหนด AML
  • 65: เกิดวงเงินการถอน
  • 70: ต้องระบุข้อมูล PIN
  • 75: ใส่ PIN ผิดเกินจำนวนครั้งที่อนุญาต
  • 76: การปรับคืนที่ไม่ได้ร้องขอ
  • 78: ถูกบล็อก, การใช้งานครั้งแรก
  • 79: ปรับคืนแล้ว
  • 82: ผลลัพธ์ CAM, dCVV, iCVV หรือ CVV เป็นลบ
  • 85: ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ
  • 86: ยืนยัน PIN ไม่ได้
  • 91: บริษัทผู้ออกบัตรหรือ Switch ไม่พร้อมให้บริการ
  • 92: ไม่สามารถกำหนดเส้นทางธุรกรรมได้
  • 93: ไม่สามารถทำธุรกรรมจนเสร็จสมบูรณ์—ละเมิดกฎหมาย
  • 96: ข้อผิดพลาดภายในระบบ
  • 97: CVV ไม่ถูกต้อง
  • 9G: ถูกบล็อกโดยเจ้าของบัตร/ติดต่อเจ้าของบัตร
  • 1A: ต้องตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าเพิ่มเติม
  • R0: หยุดการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าตามคำขอของลูกค้า
  • R1: หยุดการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าตามคำขอของลูกค้า

Stripe ใช้รหัสการปฏิเสธในแบบของตัวเอง ซึ่งครอบคลุมสาเหตุที่เป็นไปได้หลายแบบเช่นเดียวกับรหัสการปฏิเสธแบบเดิม แต่จะอธิบายปัญหาได้ชัดเจนกว่า รหัสการปฏิเสธของ Stripe มีดังนี้

รหัสการปฏิเสธของ Stripe

Stripe ใช้รหัสการปฏิเสธในแบบของตัวเอง รหัสตอบสนองของเกตเวย์การชำระเงินเหล่านี้ครอบคลุมสาเหตุที่เป็นไปได้หลายแบบเช่นเดียวกับรหัสการปฏิเสธแบบเดิม แต่จะอธิบายปัญหาได้ชัดเจนกว่า รหัสการปฏิเสธของ Stripe มีดังนี้

card decline codes V2

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe