Mastercard คืออะไร คู่มือที่ครอบคลุมสําหรับเครือข่ายบัตรทั่วโลก

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. Mastercard คืออะไร
    1. Mastercard Send คืออะไร
  3. Mastercard มีการใช้งานที่ไหน
  4. บริการเกตเวย์การชำระเงินของ Mastercard คืออะไร
  5. มีอุตสาหกรรมใดบ้างที่ใช้ Mastercard
  6. มีลูกค้ากลุ่มใดบ้างที่ใช้ Mastercard
    1. เจ้าของบัตรสำหรับใช้งานส่วนบุคคล
    2. ธุรกิจและองค์กร
  7. ภาพรวมบริการของ Mastercard สำหรับธุรกิจ
  8. ภาพรวมของ Mastercard ในฐานะเครือข่ายบัตร
  9. ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ Mastercard
  10. ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ Mastercard
    1. สำหรับธุรกิจ
    2. สำหรับลูกค้า
  11. มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Mastercard
  12. ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจที่รับชำระเงินผ่าน Mastercard
  13. ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Mastercard
  14. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Mastercard (ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในภาคการชำระเงินระดับโลก) ให้บริการทางการเงินหลายอย่างแก่ธุรกิจและบุคคลทั่วไปในอุตสาหกรรมต่างๆ เครือข่ายนี้จัดการกับธุรกรรมหลายประเภท ซึ่งสนับสนุนโดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหนือชั้นและโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

Mastercard มีรายรับ 32,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งแสดงถึงผลการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งแม้จะอยู่ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่การเข้าถึงและฟังก์ชันต่างๆ ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะในตลาดต่างๆ ที่นิยมใช้ระบบการชำระเงินในท้องถิ่นเป็นหลัก

ด้านล่าง เราจะพูดถึงวิธีทำงานของ Mastercard รวมถึงพื้นที่ที่มีการใช้งาน ผู้ที่ให้บริการ รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่นำเสนอ ไม่ว่าคุณจะกำลังพิจารณาการประมวลผลการชำระเงินในท้องถิ่น การทำธุรกรรมทั่วโลก หรือการดำเนินการชำระเงินในแง่มุมอื่นใด ข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องรู้มีดังนี้

เนื้อหาหลักในบทความ

  • Mastercard คืออะไร
  • Mastercard มีการใช้งานที่ไหนบ้าง
  • บริการเกตเวย์การชำระเงินของ Mastercard คืออะไร
  • มีอุตสาหกรรมใดบ้างที่ใช้ Mastercard
  • มีลูกค้ากลุ่มใดบ้างที่ใช้ Mastercard
  • ภาพรวมบริการของ Mastercard สำหรับธุรกิจ
  • ภาพรวมของ Mastercard ในฐานะเครือข่ายบัตร
  • ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ Mastercard
  • ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ Mastercard
  • มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Mastercard
  • ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจที่รับชำระเงินผ่าน Mastercard
  • ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Mastercard
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Mastercard คืออะไร

Mastercard เป็นบริษัทที่ให้บริการเครือข่ายการชำระเงิน (เครือข่ายการชำระเงินนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเครือข่ายการชำระเงินของ Mastercard) เครือข่ายนี้ช่วยให้ลูกค้าชำระเงินให้กับธุรกิจและองค์กรต่างๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

บัตรเดบิต บัตรเครดิต และบัตรเติมเงินที่มีแบรนด์ Mastercard จะออกให้โดยธนาคาร (Mastercard ไม่ได้ออกให้เอง) บัตรเหล่านี้ใช้เครือข่ายของ Mastercard เพื่อช่วยให้ลูกค้าทำการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะใช้เครือข่ายของบริษัทบัตรอื่นๆ Mastercard รองรับการประมวลผลการชำระเงินโดยการอนุมัติ การหักบัญชี และการชำระเงินตามธุรกรรม โดยเป็นตัวกลางระหว่างสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ

เครือข่ายของ Mastercard เป็นส่วนสำคัญของระบบการค้าระดับโลก เครือข่ายนี้สามารถจัดการการชำระเงินได้หลายประเภท (ตั้งแต่การชำระเงินแบบ B2B (ระหว่างธุรกิจ) ไปจนถึงแบบ P2P (ระหว่างบุคคล)) โดยข้ามพรมแดนและสกุลเงินได้ นอกจากนี้ Mastercard ยังมาพร้อมการวิเคราะห์ขั้นสูง โซลูชันเกตเวย์การชำระเงิน และระบบป้องกันการฉ้อโกง จึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนได้หลากหลาย ตั้งแต่ลูกค้ารายบุคคลไปจนถึงบัญชีระดับโลก องค์กร และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จัดการธุรกรรมเป็นปริมาณมาก

บริการของ Mastercard (ที่ใช้ API (Application Programming Interface)) จะผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มต่างๆ และช่วยให้ธุรกิจที่ต้องการโซลูชันการชำระเงินแบบกำหนดเองดำเนินงานได้ยืดหยุ่นขึ้น นอกจากนี้ เครือข่ายนี้ยังขยายฟังก์ชันผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ต่างๆ ด้วย โดยนำเสนอบริการที่เพิ่มมูลค่า เช่น โปรแกรมสะสมคะแนน การจัดหาเงินทุนสำหรับซัพพลายเชน และการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล

Mastercard Send คืออะไร

Mastercard Send (ซึ่งเป็นบริการแบบ P2P ของ Mastercard) คือ แพลตฟอร์มการชำระเงินแบบพุช (Push payment) ที่ช่วยให้แต่ละฝ่ายโอนเงินให้กันได้อย่างรวดเร็ว โดยส่งเงินเข้าบัตรเดบิต บัญชีธนาคาร หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้รับโดยตรง ซึ่งมักจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที

นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว ธุรกิจและหน่วยงานของรัฐยังใช้ Mastercard Send เพื่อเบิกจ่ายเงินด้วย (เช่น การเบิกจ่ายเงินประกัน รายได้จากงานเสริม หรือการจ่ายเงินบรรเทาทุกข์หลังเกิดภัยพิบัติ) เข้าบัตรของผู้รับโดยตรง บริการนี้ทำงานผ่านเครือข่ายระดับโลกของ Mastercard โดยรองรับการโอนในประเทศและข้ามพรมแดนในหลายๆ ประเทศ ทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ธนาคาร และแอปการชำระเงินต่างๆ เพื่อให้บริการฟีเจอร์การโอนเงินอยู่เบื้องหลัง

Mastercard มีการใช้งานที่ไหน

Mastercard ให้บริการในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยช่วยให้ทำธุรกรรมได้สะดวกขึ้นในประเทศและเขตแดนต่างๆ กว่า 210 แห่ง นอกจากนี้ เครือข่ายนี้ยังครอบคลุมสภาพแวดล้อมทางการเงินหลากหลายรูปแบบอีกด้วย ทั้งธุรกิจค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ องค์กรของรัฐ และสถาบันการเงินต่างๆ ธุรกิจทุกภาคส่วน (ตั้งแต่ธุรกิจบริการไปจนถึงการดูแลสุขภาพ) ต่างก็เปิดให้ลูกค้าเลือกชำระเงินด้วยวิธีของแบรนด์ Mastercard ได้ แม้ว่าในช่วงแรก เครือข่ายนี้จะเป็นที่นิยมผ่านเทอร์มินัลระบบบันทึกการขาย (POS) แต่เครือข่ายนี้ก็เริ่มขยายครอบคลุมเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อการชำระเงินแบบดิจิทัลพัฒนามากขึ้น

เครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกของ Mastercard ได้รับการใช้งานอย่างกว้างขวาง ทั้งสำหรับธุรกรรมส่วนบุคคลและธุรกรรมทางการค้า เครือข่ายนี้มีบัตรเครดิตกว่า 1,100 ล้านใบหมุนเวียนอยู่ในระบบ จึงจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในระบบการชำระเงินที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก ภาพรวมเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายนี้ทั่วโลกเป็นดังนี้

  • อเมริกาเหนือและยุโรป: Mastercard มีการใช้งานอย่างมากในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศในยุโรป เครือข่ายนี้จะจัดการธุรกรรมหลากหลายประเภท ตั้งแต่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงการชำระเงินตามสัญญาแบบ B2B ที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

  • เอเชียแปซิฟิก: Mastercard เป็นตัวเลือกที่ผู้คนนิยมใช้ชำระเงินในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ส่วนในจีนและอินเดีย (ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้มีเครือข่ายการชำระเงินภายในประเทศที่ใช้งานกันอย่างกว้างขวาง) ผู้คนก็จะใช้ Mastercard เพื่อทำธุรกรรมระหว่างประเทศแทน

  • ลาตินอเมริกา: Mastercard เป็นวิธีการชำระเงินมาตรฐานในประเทศต่างๆ เช่น บราซิล อาร์เจนตินา และเม็กซิโก บริษัทนี้เป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารในท้องถิ่นเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของประเทศเหล่านี้

  • ตะวันออกกลางและแอฟริกา: Mastercard เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และแอฟริกาใต้ นอกจากนี้ เครือข่ายนี้ยังขยายเข้าสู่ตลาดการเงินที่ยังไม่ค่อยทันสมัยในพื้นที่แถบแอฟริกาใต้สะฮาราอีกด้วย

บริการเกตเวย์การชำระเงินของ Mastercard คืออะไร

Mastercard Payment Gateway Services (MPGS) คือ เกตเวย์การชำระเงินบนระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ผู้ค้าสามารถรับชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายในหลายๆ ช่องทางได้อย่างปลอดภัย บริการนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเว็บไซต์หรือแอปของผู้ค้ากับเครือข่ายการชำระเงินหรือธนาคาร โดยจัดการการกำหนดเส้นทางธุรกรรม การอนุมัติ การคัดกรองการฉ้อโกง และการแปลงเป็นโทเค็น MPGS รองรับวิธีการชำระเงินหลายแบบ (เช่น บัตร กระเป๋าเงินดิจิทัล และตัวเลือกการชำระเงินในท้องถิ่นต่างๆ) ในกว่า 200 ประเทศ นักพัฒนาสามารถผสานการทำงานได้โดยใช้ API แบบ REST ทั้งนี้ Mastercard มีเอกสาร API อย่างเป็นทางการให้ผ่านพอร์ทัลสำหรับนักพัฒนาที่ developer.mastercard.com ซึ่งครอบคลุมเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์ การจัดการเซสชัน หน้าการชำระเงินที่โฮสต์ และการหักยอดในบัตรแบบอัตโนมัติ

ในส่วนของค่าบริการ ค่าใช้จ่ายมักจะมีการเจรจาโดยตรงกับ Mastercard หรือผ่านสถาบันผู้รับบัตรหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต โดยจะแตกต่างกันไปตามปริมาณธุรกรรม ภูมิภาค และประเภทผู้ค้า การใช้เกตเวย์แบบตรงเข้าเครือข่าย (Direct-to-network) เช่น MPGS มีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น การเข้าถึงทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ความปลอดภัยระดับองค์กร และความไว้วางใจที่มากับแบรนด์เครือข่ายรายใหญ่ แต่ข้อเสียก็คือค่าบริการที่อาจขาดความโปร่งใส และการตั้งค่าก็จะยากกว่าเมื่อเทียบกับโซลูชันแบบครบวงจร ผู้ค้ารายย่อยอาจพบว่าการใช้เกตเวย์แบบเรียบง่ายที่มีทั้งการรับบัตร การประมวลผล และการสนับสนุนรวมอยู่ในแพ็กเกจเดียวนั้นคุ้มค่ากว่า

มีอุตสาหกรรมใดบ้างที่ใช้ Mastercard

แม้ส่วนแบ่งตลาดที่แน่นอนจะผันผวนอยู่ตลอด แต่ Mastercard เป็นผู้ให้บริการรายหลักในตลาดส่วนใหญ่ทั่วโลก โดย Mastercard เป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรปและอเมริกาเหนือสำหรับการชำระและรับเงิน ตัวอย่างภาคธุรกิจหลักๆ ที่นิยมใช้ Mastercard เป็นอย่างมากมีดังนี้

  • การค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ: ร้านค้าปลีกจำนวนมากรับชำระเงินผ่าน Mastercard ตั้งแต่ร้านค้าในท้องถิ่นไปจนถึงเครือข่ายค้าปลีกระดับโลก แพลตฟอร์มออนไลน์ยังนิยมใช้ Mastercard ด้วยเพราะมีความรวดเร็วและมาพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย

  • ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงโรงแรมและสายการบินต่างๆ ต่างนิยมใช้ Mastercard กัน และความแพร่หลายไปทั่วโลกนี้เองทำให้ Mastercard เป็นวิธีที่ผู้คนมักใช้เพื่อทำการจองและชำระเงิน

  • สาธารณูปโภคและบริการ: ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทประปาและการไฟฟ้า และผู้ให้บริการอื่นๆ ต่างรับ Mastercard สำหรับการชำระเงินแบบครั้งเดียวและการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า

  • ภาครัฐและสถาบัน: หน่วยงานของรัฐและสถาบันการศึกษาต่างๆ ใช้ Mastercard ในการซื้อปริมาณมาก โดยธุรกรรมเหล่านี้มักมีข้อมูลระดับ 3 อยู่ ซึ่งจะให้รายละเอียดธุรกรรมแบบครอบคลุม เช่น สินค้าที่ซื้อไป ยอดภาษี และรายละเอียดอื่นๆ การให้รายละเอียดระดับนี้มักจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมได้

  • ธุรกรรมแบบ B2B: Mastercard ยังเป็นที่นิยมในภาคส่วน B2B ด้วย โดยรองรับตัวเลือกการชำระเงินหลายแบบ เช่น บัตรดิจิทัลที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้ชำระเงินทีละหลายรายการและชำระเงินให้กับผู้ให้บริการ

  • เทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ๆ: กระเป๋าเงินดิจิทัลและแอปการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่มักใช้ Mastercard เป็นเครือข่ายหลักสำหรับธุรกรรมที่แปลงเป็นโทเค็น ทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลเพื่อช่วยให้ขั้นตอนนี้มีความปลอดภัยมากขึ้น

  • ธุรกรรมข้ามพรมแดน: Mastercard มีความเชี่ยวชาญในการจัดการธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยรองรับหลายสกุลเงินและมีอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ดี

  • โมเดลการชำระเงินตามรอบบิล: แพลตฟอร์มการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) และธุรกิจอื่นๆ ที่พึ่งพารายรับจากการชำระเงินตามรอบบิลมักจะใช้ Mastercard สำหรับการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า

  • บริการทางการเงินและบริษัทฟินเทค: ผู้จัดการสินทรัพย์ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และองค์กรทางการเงินอื่นๆ ใช้ Mastercard ในการโอนเงิน กิจกรรมการลงทุน และการจัดการสภาพคล่อง การผสานการทำงานด้วย API จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดทำโซลูชันทางการเงินที่กำหนดเอง

  • การดูแลสุขภาพ: ผู้ป่วยและผู้ให้บริการดูแลสุขภาพหลายๆ รายหันมาใช้ตัวเลือกการชำระเงินที่เน้นสุขภาพโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้จัดการค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้ดีขึ้น

  • การศึกษา: ผู้ปกครอง นักเรียน และสถาบันการศึกษาต่างๆ อาจชอบใช้บัตรเติมเงินหรือตัวเลือกเครดิตแบบเฉพาะทางในการชำระค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา

มีลูกค้ากลุ่มใดบ้างที่ใช้ Mastercard

นอกจากจะเป็นที่นิยมในตลาดเหล่านี้แล้ว Mastercard ยังเป็นตัวเลือกหลักของลูกค้าและธุรกิจบางกลุ่มอีกด้วย ดังนี้

เจ้าของบัตรสำหรับใช้งานส่วนบุคคล

  • คนรุ่นใหม่: คนรุ่นใหม่มักใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบพื้นฐาน โดยให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องการเข้าถึงได้ง่ายและความสะดวกในการใช้งาน และผู้ใช้กลุ่มนี้มักใช้บัตรกับการช้อปปิ้งออนไลน์ บริการเรียกรถ และแอปส่งอาหาร

  • ครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง: ครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง (ซึ่งมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น) มักจะเลือกใช้บัตรที่มีคะแนนสะสมหรือเงินคืน ลูกค้ากลุ่มนี้มักใช้บัตรเพื่อชำระค่าใช้จ่ายที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น การเที่ยวพักร้อนหรือการปรับปรุงบ้าน

  • บุคคลที่ร่ำรวย: ลูกค้าที่มีฐานะร่ำรวยมักเลือกใช้บัตรระดับพรีเมียมหรือบัตรสุดหรู โดยบัตรเหล่านี้จะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่า แต่ก็ให้สิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น สิทธิพิเศษในการท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟและบริการผู้ช่วยส่วนตัว

  • นักท่องเที่ยว: ผู้ที่ขึ้นเครื่องบินบ่อยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมักนิยมใช้บัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมในต่างประเทศ นำไปใช้ได้ทั่วโลก และมีการสะสมไมล์

  • เกมเมอร์ออนไลน์และลูกค้าคอนเทนต์ดิจิทัล: ลูกค้ากลุ่มนี้มักสนใจโซลูชันแบบเติมเงินหรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งช่วยให้ทำการซื้อในแอปหรือชำระเงินตามรอบบิลได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจและองค์กร

  • ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB): SMB มักจะใช้บัตรเครดิตสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และมักมองหาบัตรที่ให้คะแนนสะสมหรือมีเงินคืนเพื่อจูงใจ

  • องค์กรขนาดใหญ่: บริษัทระดับองค์กรย่อมต้องมีโซลูชันการชำระเงินที่เหนือชั้น ซึ่งรองรับการทำธุรกรรมจำนวนมากและฟีเจอร์การรายงานเชิงลึก การป้องกันการฉ้อโกงและการวิเคราะห์ข้อมูลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ธุรกิจประเภทนี้คำนึงถึงเช่นกัน และ Mastercard ก็มีบริการมากมายในด้านดังกล่าว

  • องค์กรไม่แสวงผลกำไรและมูลนิธิ: องค์กรไม่แสวงผลกำไร (ซึ่งมักให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณอย่างเข้มงวด) อาจใช้บัตรเติมเงินหรือบัตรที่มีค่าธรรมเนียมต่ำเพื่อจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ภาพรวมบริการของ Mastercard สำหรับธุรกิจ

Mastercard นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันไปของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็ก องค์กรขนาดใหญ่ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล Mastercard มีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินงานในหลายประเทศ ส่วนฟังก์ชันการรองรับหลายสกุลเงินก็ช่วยให้ทำธุรกรรมในพื้นที่ที่ใช้สกุลเงินต่างกันได้ ซึ่งช่วยให้ทำการค้าระหว่างประเทศและอีคอมเมิร์ซง่ายขึ้น

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างบริการของ Mastercard สำหรับธุรกิจต่างๆ

  • บัตรธุรกิจ Mastercard: รวมถึงบริการบัตรเครดิตมาตรฐานที่มาพร้อมฟีเจอร์การจัดการค่าใช้จ่าย
  • บัตรองค์กรของ Mastercard: บัตรที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีตัวเลือกการเรียกเก็บเงินแบบรวมศูนย์
  • บัตร Mastercard Corporate Fleet Card: บัตรสำหรับบริษัทที่มียานพาหนะต่างๆ โดยเฉพาะ ซึ่งจะรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษา
  • Mastercard Send: บริการที่ช่วยให้เบิกจ่ายเงินไปยังปลายทางต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • Mastercard B2B Hub: โซลูชันแบบอัตโนมัติสำหรับเจ้าหนี้การค้าที่ช่วยลดความยุ่งยากในการชำระเงินและผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์ที่มีอยู่
  • Mastercard Track: บัญชีแยกประเภทแบบดิจิทัลที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมและการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อกับซัพพลายเออร์เป็นไปโดยสะดวกขึ้น

นอกจากนี้ Mastercard ยังรองรับธุรกรรมเฉพาะทางหลากหลายแบบนอกเหนือจากการค้าปลีกแบบเดิมๆ เช่น การชำระเงินแบบ B2B, กระเป๋าเงินดิจิทัล ไปจนถึงระบบการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ องค์กรระดับโลกมักใช้ฟังก์ชันของ Mastercard กับโซลูชันการเบิกจ่ายและการปฏิบัติงานด้านการเงิน ทำให้ผู้ให้บริการรายนี้สามารถจัดการกิจกรรมทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างครอบคลุม

ภาพรวมของ Mastercard ในฐานะเครือข่ายบัตร

นอกจากบริการและผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอให้กับธุรกิจแล้ว Mastercard ยังให้บริการเครือข่ายขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้ทำธุรกรรมการชำระเงินได้สะดวกขึ้นอีกด้วย โดยจะรวบรวมสถาบันการเงิน ธุรกิจ และลูกค้าต่างๆ มาไว้ด้วยกัน เครือข่ายนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่คอยอนุมัติ หักบัญชี และชำระเงินให้กับธุรกรรม โดยมีวิธีการทำงานดังนี้

  • การอนุมัติ: เมื่อรูด เสียบ หรือป้อนข้อมูลบัตร Mastercard ออนไลน์ ระบบจะส่งรายละเอียดธุรกรรมไปที่ธนาคารของธุรกิจ จากนั้นจึงส่งต่อให้ธนาคารที่ออกบัตรของเจ้าของบัตรเพื่อขออนุมัติ โดยเครือข่ายของ Mastercard เป็นเหมือนตัวกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้

  • การหักบัญชี: หลังจากอนุมัติแล้ว ธนาคารที่ออกบัตรก็จะโอนเงินเข้าธนาคารที่รับบัตรผ่านเครือข่าย Mastercard โดยจะมีการบันทึกและกระทบยอดรายละเอียดธุรกรรม

  • การชำระเงิน: ระบบจะฝากเงินจากธนาคารที่รับบัตรเข้าบัญชีธนาคารของธุรกิจ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วันทำการ

รายได้หลักของ Mastercard มาจากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บกับสถาบันการเงินเป็นค่าใช้บัตรและเครือข่ายของแบรนด์ Mastercard นอกจากนี้ยังเรียกเก็บค่าบริการอื่นๆ ด้วย เช่น การประมวลผลข้อมูลและการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามเขตอำนาจศาลและบริการต่างๆ ที่ใช้ไป

บทบาทที่ Mastercard มีต่อการประมวลผลธุรกรรมแสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดขึ้นในวงกว้างภายในระบบการเงินทั่วโลกนี้ นอกจากนี้ Mastercard ยังปรับตัวอยู่ตลอดไปพร้อมๆ กับความก้าวหน้าไม่หยุดนิ่งของเทคโนโลยีการชำระเงิน

ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ Mastercard

การรับชำระเงินผ่าน Mastercard ช่วยให้ธุรกิจที่ให้บริการแก่ลูกค้าได้ประโยชน์หลายประการ ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของลูกค้าและประสิทธิภาพในการดำเนินงานทางการเงิน Mastercard เป็นหนึ่งในเครือข่ายการชำระเงินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด และช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากที่ไว้วางใจการชำระเงินด้วยวิธีนี้ ส่วนธุรกิจแบบ B2B ในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มสูงที่จะได้ประโยชน์จากการรับชำระเงินผ่านเครือข่ายบัตรระหว่างประเทศระดับแนวหน้านี้อีกด้วย

ข้อดีเด่นๆ ที่แสดงถึงประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้จากการรับ Mastercard มีดังนี้

  • การเข้าถึงทั่วโลก: Mastercard มีการใช้งานในประเทศและเขตแดนต่างๆ กว่า 210 แห่ง ด้วยเหตุนี้ การรับชำระเงินด้วย Mastercard จึงช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลกและเข้าถึงตลาดต่างๆ ได้ทันที

  • ความรวดเร็วและความสะดวกสบาย: ลูกค้าจะทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่แตะหรือรูดบัตร ซึ่งทำให้เครือข่ายบัตรนี้เป็นตัวเลือกที่ตัดสินใจได้ไม่ยากสำหรับธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างราบรื่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการชำระเงิน

  • ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยขั้นสูง: Mastercard ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหนือชั้น (เช่น การแปลงเป็นโทเค็นและการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก) เพื่อปกป้องธุรกรรม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง

  • การวิเคราะห์ข้อมูล: Mastercard ช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทำให้สามารถตัดสินใจโดยมีข้อมูลประกอบเกี่ยวกับการจัดการสินค้าคงคลัง กลยุทธ์ค่าบริการ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • ตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น: Mastercard ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอโซลูชันการชำระเงินได้หลายแบบ เช่น การชำระเงินแบบไร้สัมผัส การทำธุรกรรมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

ข้อได้เปรียบเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า และรักษาความไว้วางใจจากบรรดาลูกค้า พาร์ทเนอร์ และผู้ให้บริการได้ง่ายขึ้น

ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ Mastercard

การใช้ Mastercard เป็นวิธีการชำระเงินจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งค่าธรรมเนียมก็จะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้ง ภาคส่วนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ของ Mastercard ที่ใช้ และปัจจัยอื่นๆ ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว อัตราค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารมักอยู่ที่ 1-3% ของธุรกรรมและยังมีค่าธรรมเนียมแบบคงที่ด้วย ค่าธรรมเนียมที่ Mastercard เรียกเก็บจากคุณจะอิงตามสถานการณ์ของคุณโดยเฉพาะ ต่อไปนี้คือภาพรวมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ ที่คุณอาจพบเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ Mastercard

สำหรับธุรกิจ

  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม: ค่าบริการเหล่านี้จะคำนวณเป็นรายธุรกรรม และมักจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดธุรกรรมบวกกับค่าธรรมเนียมแบบคงที่ โดยจำนวนเงินที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการบัญชีผู้ค้าของคุณ

  • ค่าธรรมเนียมรายเดือนและรายปี: ผลิตภัณฑ์ Mastercard บางอย่างจะมีการเรียกเก็บเงินตามรอบบิลเป็นรายเดือนหรือรายปี โดยเฉพาะบริการสำหรับธุรกิจระดับพรีเมียมที่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง

  • ค่าธรรมเนียมข้ามพรมแดน: ธุรกรรมที่ใช้สกุลเงินต่างประเทศมักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งธุรกิจอาจมีค่าธรรมเนียมนี้สูงกว่าเมื่อเทียบกับลูกค้ารายบุคคล

  • ค่าธรรมเนียมสำหรับภาคส่วนนั้นๆ โดยเฉพาะ: ธุรกิจในบางภาคส่วน (เช่น สินค้าหรูหราหรือการท่องเที่ยว) อาจมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบเฉพาะ

สำหรับลูกค้า

  • ค่าธรรมเนียมรายปี: ค่าธรรมเนียมรายปีมีได้ตั้งแต่ 0 ไปจนถึงหลายร้อยดอลลาร์ โดยขึ้นอยู่กับบัตรใบนั้นๆ

  • อัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยของ Mastercard อาจแตกต่างกันไปตามประวัติเครดิตของลูกค้าและนโยบายของธนาคารที่ออกบัตร

  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ: แม้ว่าค่าธรรมเนียมนี้มักจะต่ำกว่าค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศที่เรียกเก็บกับธุรกิจ แต่ก็อาจกลายเป็นเงินจำนวนมากได้สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวบ่อยหรือคนที่ชอบซื้อของออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ

ทั้งนี้จะมีความแตกต่างกันไปในภูมิภาคต่างๆ ตัวอย่างเช่น ตลาดใหม่ๆ อาจมีค่าธรรมเนียมต่างจากตลาดที่มั่นคงแล้วเป็นอย่างมาก เนื่องจากความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคดังกล่าว

มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Mastercard

Mastercard ใช้หลายวิธีในการรักษาความปลอดภัยให้กับธุรกรรมต่างๆ ในเครือข่ายทั่วโลก โดย Mastercard จะปรับเปลี่ยนและยกระดับกลไกการรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเช่นเดียวกับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกอื่นๆ บริษัทนี้ทุ่มทรัพยากรจำนวนมากในการรักษากลยุทธ์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงและยืดหยุ่นเอาไว้แม้การประมวลผลการชำระเงินทั่วโลกจะมีความซับซ้อนต่างๆ มากมาย

เมื่อลงทุนเพื่อปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์ Mastercard จึงช่วยให้ธุรกิจและลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ประโยชน์จากมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยแบบรัดกุม ต่อไปนี้คือภาพรวมคร่าวๆ เกี่ยวกับวิธีรักษาความปลอดภัยของ Mastercard

  • การเข้ารหัสและการแปลงเป็นโทเค็นขั้นสูง: Mastercard ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่เหนือชั้นกว่าโปรโตคอล SSL/TLS แบบมาตรฐาน โดยใช้วิธีเฉพาะต่างๆ กับข้อมูลที่จัดเก็บและอยู่ระหว่างการส่ง ส่วนการแปลงเป็นโทเค็นก็ไม่ใช่แค่การแทนที่ข้อมูลบัตรแบบทั่วๆ ไป เพราะมักจะรวมข้อมูลบัตรเข้ากับประวัติธุรกรรมและข้อมูลพฤติกรรมเพื่อสร้างโทเค็นที่มีข้อมูลหลายแง่มุม ซึ่งทำให้การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นไปได้ยากขึ้น โทเค็นนี้จะไม่ซ้ำกันและมีไว้สำหรับแต่ละธุรกรรมโดยเฉพาะ แม้มิจฉาชีพจะได้โทเค็นนี้ไป ก็เอาไปใช้อะไรไม่ได้หากไม่มีคีย์ถอดรหัสที่ Mastercard จัดเก็บไว้อย่างปลอดภัย

  • การตรวจสอบสิทธิ์และการรองรับไบโอเมตริก: ระบบจะใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยกับธุรกรรมต่างๆ โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ไม่ได้ใช้แค่รหัสจาก SMS เท่านั้น แต่ยังใช้เครื่องมือตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันและฮาร์ดแวร์ต่างๆ ด้วย เช่น โทเค็นความปลอดภัย นอกเหนือจากการจดจำใบหน้าและลายนิ้วมือแล้ว Mastercard ยังมีการตรวจสอบการจดจำเสียงและรูปแบบพฤติกรรมเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ให้กับลูกค้าอีกด้วย

  • ปัญญาประดิษฐ์และการตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์: อัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิงจะสแกนธุรกรรมแบบเรียลไทม์เพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งให้ทราบถึงกิจกรรมที่น่าสงสัย อัลกอริทึมเหล่านี้ได้รับการฝึกมาด้วยชุดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่และหลากหลาย ทั้งยังยกระดับความสามารถในการตรวจจับขึ้นเรื่อยๆ ไปตามเวลาอีกด้วย

  • ชิป EMV และ Mastercard Identity Check: ในกรณีของบัตรใบจริง ชิป EMV จะสร้างรหัสที่ไม่ซ้ำกันให้กับธุรกรรมแต่ละรายการ ซึ่งทำให้การแอบบันทึกข้อมูล (Skimming) หรือการทำซ้ำ (Replication) ทำได้ยาก ในกรณีที่เป็นการซื้อทางออนไลน์ Mastercard Identity Check (หรือที่รู้จักกันในชื่อ SecureCode) จะช่วยรักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกชั้นหนึ่งคล้ายๆ กับ PIN

  • การรักษาความปลอดภัยตามภูมิศาสตร์ ภาคส่วน และแบบกำหนดเอง: มาตรการรักษาความปลอดภัยจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่ตั้งและภาคส่วนธุรกิจ ภูมิภาคที่มีอัตราการฉ้อโกงสูงก็อาจต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์แบบไดนามิก และภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงก็จะมีการตรวจสอบตัวตนและการตรวจสอบธุรกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Mastercard ยังมีโซลูชันแบบเฉพาะตัวด้วย เช่น บัตรองค์กรที่มีการควบคุมการใช้จ่ายที่ซับซ้อนและการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

  • การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและการปฏิเสธความรับผิด: Mastercard ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลต่างๆ เช่น PSD2 และ PCI DSS และปรับให้เข้ากับระเบียบข้อบังคับในท้องถิ่นของประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์และออสเตรเลีย โดยเจ้าของบัตรยังได้รับการคุ้มครองเพิ่มเติมจากนโยบายการปฏิเสธความรับผิดของ Mastercard ซึ่งทำให้เจ้าของบัตรไม่ต้องรับผิดชอบต่อการทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว

ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจที่รับชำระเงินผ่าน Mastercard

หากธุรกิจของคุณได้รับการตั้งค่าให้รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตอยู่แล้ว ก็อาจจะรับชำระเงินผ่าน Mastercard ได้ด้วย ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินส่วนใหญ่จะมีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่พร้อมรองรับการดำเนินการนี้

ขั้นตอนการตั้งค่าเพื่อรับชำระเงินผ่าน Mastercard ที่แน่ชัดจะแตกต่างกันไปตามแผนของคุณในการประมวลผลธุรกรรมต่างๆ (ที่จุดขาย ทางออนไลน์ ฯลฯ) ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ และผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินของคุณ แต่ในกรณีส่วนใหญ่ ขั้นตอนจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • เปิดบัญชีผู้ค้า (หรือใช้ผู้ให้บริการ เช่น Stripe): บัญชีผู้ค้าคือบัญชีธนาคารเฉพาะทางที่ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องมีเพื่อรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต แต่หากคุณรับชำระเงินโดยใช้ Stripe คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีผู้ค้า เพราะ Stripe มีฟังก์ชันนี้ให้

  • เลือกผู้ประมวลผลการชำระเงินที่เข้ากันได้กับ Mastercard: เลือกผู้ประมวลผลการชำระเงินที่เข้ากันได้กับ Mastercard ผู้ประมวลผลนี้จะจัดการธุรกรรมในแง่มุมทางเทคนิคต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ประมวลผลการชำระเงินส่วนใหญ่ยังเข้ากันได้กับ Mastercard และเครือข่ายบัตรระดับแนวหน้าอื่นๆ อีกด้วย

  • ตั้งค่าเทอร์มินัลสำหรับบัตรและซอฟต์แวร์ธุรกรรม: ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์สำหรับการรูดหรือเสียบบัตร รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ ผู้ประมวลผลการชำระเงินมักมีบริการให้ครบทั้ง 2 อย่าง แต่ธุรกิจต่างๆ ก็สามารถซื้อเองได้ตราบใดที่ยังเป็นไปตามกำหนดเฉพาะต่างๆ ของ Mastercard

  • ทำตามข้อบังคับในการปฏิบัติตามข้อกำหนด PCI DSS: Mastercard กำหนดให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม PCI DSS ซึ่งเป็นชุดข้อบังคับด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับธุรกิจที่รับชำระเงินด้วยบัตร โดยอาจต้องมีการตรวจสอบเป็นประจำตามปริมาณธุรกรรม

  • ทำสัญญาและข้อตกลงกับผู้ประมวลผลของคุณ: คุณควรทำสัญญาและข้อตกลงที่ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไข โครงสร้างค่าธรรมเนียม และความรับผิดอื่นๆ กับผู้ประมวลผลการชำระเงินหรือธนาคารที่รับบัตรให้เสร็จสิ้น

  • เปิดใช้งานบัญชีผู้ค้าของคุณและตรวจสอบยืนยันรายละเอียด: หลังจากปฏิบัติตามข้อกำหนดทางเทคนิคและระเบียบข้อบังคับครบทั้งหมดแล้ว ธุรกิจก็จะตั้งค่าบัญชีผู้ค้าเพื่อเริ่มรับชำระเงินได้ โดยจะมีการตรวจสอบยืนยันรายละเอียดธนาคารและการทดสอบระบบการชำระเงินเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้อย่างถูกต้อง

  • แสดงแบรนด์ Mastercard ให้ลูกค้าเห็น: การติดโลโก้และป้ายของ Mastercard ตามสถานที่ตั้งต่างๆ และทัชพอยต์บนระบบดิจิทัลจะช่วยให้ลูกค้าทราบว่าบริษัทรับชำระเงินผ่าน Mastercard ทั้งนี้ คุณจะทำหรือไม่ก็ได้ เพราะไม่ได้เป็นข้อบังคับ

ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Mastercard

Mastercard เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งจากโซลูชันการชำระเงินระดับโลกหลายๆ อย่างที่ธุรกิจและลูกค้าต่างเลือกใช้ได้ ในการเลือกใช้เครือข่ายการชำระเงิน จะต้องพิจารณาจากตำแหน่งที่ตั้ง ประเภทธุรกรรม และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ในส่วนของผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เครือข่ายบัตรรายใหญ่อื่นๆ หลายรายก็มีข้อได้เปรียบในแบบของตัวเอง

  • Visa: Visa เป็นคู่แข่งรายสำคัญของ Mastercard โดยครอบคลุมทั่วโลกในระดับใกล้เคียงกัน ทั้งยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีบริการเฉพาะทางสำหรับธุรกิจด้วย เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล

  • American Express: เครือข่ายนี้ไม่ได้มีผู้คนใช้งานกันแพร่หลายเท่า Mastercard หรือ Visa แต่ก็มีสิทธิพิเศษต่างๆ มาทดแทน เช่น โปรแกรมสะสมคะแนนที่น่าสนใจและการคุ้มครองการซื้อ

  • Discover: Discover (ซึ่งนิยมใช้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก) โดดเด่นในเรื่องการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและมักมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครือข่ายอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการชำระเงินอื่นๆ อีกหลายวิธีทั่วโลกนอกเหนือจาก Mastercard เช่น เครือข่ายธนาคารในท้องถิ่น กระเป๋าเงินดิจิทัล และตัวเลือกคริปโตเคอร์เรนซี

หากต้องการดูตัวเลือกอื่นนอกจาก Mastercard โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายบัตรในสหรัฐอเมริกา และอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายการชำระเงินประเภทอื่นๆ

Mastercard vs Visa vs American Express vs Discover: Key differentiators - Chart showing the key differences between Mastercard, Visa, and American express including benefit programs and key structure.

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe