ในปี 2024 จำนวนธุรกรรมบัตรเครดิตในสหรัฐอเมริกามีมากกว่า 56,000 ล้านรายการ การเสนอบัตรเครดิตให้เป็นตัวเลือกการชำระเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบความสะดวกสบายสำหรับลูกค้าอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นสำหรับธุรกิจ
ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายถึงประโยชน์ของการเสนอบริการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนใบแจ้งหนี้ บริการนี้ช่วยรักษาลูกค้าได้อย่างไร และขั้นตอนปฏิบัติในการเริ่มต้นใช้งาน นอกจากนี้ เราจะอธิบายเรื่องค่าใช้จ่ายบางส่วนและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าจะรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนใบแจ้งหนี้ของธุรกิจของคุณหรือไม่
เนื้อหาหลักในบทความ
- คุณจะเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตลงในใบแจ้งหนี้ได้อย่างไร
- การเสนอการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในใบแจ้งหนี้มีประโยชน์อย่างไร
- ตัวเลือกการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตช่วยเพิ่มการรักษาลูกค้าได้อย่างไร
- ค่าธรรมเนียมในการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนใบแจ้งหนี้มีอะไรบ้าง
- วิธีรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจากใบแจ้งหนี้อย่างปลอดภัยด้วย Stripe
- การออกใบแจ้งหนี้ที่มีการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีความท้าทายอะไรบ้าง
- Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง
คุณจะเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตลงในใบแจ้งหนี้ได้อย่างไร
การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในใบแจ้งหนี้เริ่มต้นด้วยการเลือกผู้ประมวลผลการชำระเงินที่เหมาะสม เชื่อมต่อบัตรเครดิตกับระบบการออกใบแจ้งหนี้ของคุณ และให้ความรู้ลูกค้าเกี่ยวกับวิธีชำระเงิน
อันดับแรก ให้เลือกผู้ประมวลผลการชำระเงินที่มีฟีเจอร์การออกใบแจ้งหนี้หรือผสานการทำงานกับระบบการออกใบแจ้งหนี้ที่คุณมีอยู่ แพลตฟอร์มการออกใบแจ้งหนี้ส่วนใหญ่ (เช่น FreshBooks, Zoho, QuickBooks) จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงการประมวลผลการชำระเงินกับบัญชีของคุณได้โดยตรงผ่านการผสานการทำงานที่เรียบง่าย
จากนั้น ตอนที่คุณสร้างใบแจ้งหนี้สำหรับลูกค้า มักจะมีตัวเลือกในการเพิ่มปุ่ม "ชำระเงินตอนนี้" ที่จะลิงก์ไปยังผู้ประมวลผลการชำระเงินโดยตรง ซึ่งในส่วนนี้ คุณจะสามารถให้บริการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ ทำลูกค้าของคุณทราบว่าพวกเขาสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ โดยการแสดงตัวเลือกนี้ในใบแจ้งหนี้ของคุณและให้คำแนะนำที่ลูกค้าอาจต้องการ
การเสนอการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในใบแจ้งหนี้มีประโยชน์อย่างไร
การให้ลูกค้าชำระใบแจ้งหนี้ด้วยบัตรเครดิต คุณสามารถรองรับความต้องการชำระเงินที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้ ประโยชน์ของการเสนอการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนใบแจ้งหนี้มีดังนี้
กระแสเงินสดที่ดีขึ้น: การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเนื่องจากการชำระเงินเหล่านี้ได้รับการอนุมัติเกือบจะในทันทีและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับการชำระเงินประเภทอื่นๆ ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่ต้องรอคอยเช็คหรือการโอนเงินผ่านธนาคารโดยใช้ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (ACH) เพื่อทำการเคลียร์การชำระเงิน
ธุรกรรมต่างประเทศที่สะดวกสบาย: การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตช่วยลดความซับซ้อนของการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยขจัดความจำเป็นในการใช้อัตราแลกเปลี่ยนหรือระบบธนาคารที่ไม่คุ้นเคย
มาตรการรักษาความปลอดภัยในตัว: ระบบการชำระเงินเหล่านี้มาพร้อมกับฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยในตัวเพื่อจัดการความเสี่ยงของการฉ้อโกงหรือการโต้แย้งการชำระเงิน
มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้อยลง: การทำให้กระบวนการการเรียกเก็บเงินดำเนินโดยอัตโนมัติจะช่วยขจัดงานที่ต้องลงมือทำเอง เช่น การฝากเช็คกระดาษและการกระทบยอดรายการเดินบัญชีธนาคาร ทำให้มีเวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ
อัตราการชำระเงินตรงเวลาสูงขึ้น: การมอบตัวเลือกการชำระเงินที่ดำเนินการทันทีจะช่วยลดความยุ่งยากที่มักทำให้เกิดความล่าช้า
รองรับการชำระเงินตามรอบบิลหรือการชำระเงินที่บันทึกไว้: การจัดเก็บข้อมูลบัตรไว้อย่างปลอดภัยจะช่วยให้สามารถเรียกเก็บเงินซ้ำโดยอัตโนมัติได้ ทำให้มีกระแสรายได้ที่คาดการณ์ได้และสร้างประสบการณ์ที่เรียบง่ายแก่ลูกค้าระยะยาว
ตัวเลือกการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตช่วยเพิ่มการรักษาลูกค้าได้อย่างไร
การเสนอตัวเลือกบัตรเครดิตเป็นตัวเลือกในการชำระเงินสามารถเพิ่มอัตราการรักษาลูกค้าได้โดยทำให้การชำระเงินรวดเร็วและง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้บริการของธุรกิจคุณอีกครั้งในอนาคต
การชำระเงินที่รวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น: ความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของความพึงพอใจของลูกค้า การมีการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตที่เรียบง่ายจะช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งช่วยลดอัตราการละทิ้ง และทำให้สามารถกลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ความไว้วางใจและความคุ้นเคยของลูกค้า: บัตรเครดิตเป็นวิธีมาตรฐานสากล และการมีวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าใช้งานและไว้วางใจอยู่แล้วจะสร้างความไว้วางใจต่อแบรนด์ของคุณทันที โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าใหม่หรือลูกค้าต่างประเทศ
รายละเอียดการชำระเงินที่จัดเก็บไว้: ผู้ประมวลผลการชำระเงินในปัจจุบันช่วยให้คุณจัดเก็บข้อมูลบัตรได้อย่างปลอดภัยเพื่อใช้ในอนาคต ความสะดวกสบายของการ "คลิกครั้งเดียว" นี้ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้เนื่องจากลูกค้าไม่จำเป็นต้องป้อนรายละเอียดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการซื้อ
การเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าที่เชื่อถือได้: สำหรับธุรกิจที่ใช้โมเดลการชำระเงินตามรอบบิลหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า บัตรเครดิตจะช่วยให้สามารถทำการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าได้ ซึ่งโมเดลรูปแบบนี้ทำให้มีกระแสรายรับที่คาดการณ์ได้และป้องกันไม่ให้บริการต้องหยุดชะงักเนื่องจากลืมชำระเงินแบบที่ต้องทำเอง
ตัวเลือกการชำระเงินที่สอดคล้องกัน: การเสนอตัวเลือกบัตรที่เชื่อถือได้ให้เหมือนกันในทุกช่องทางของคุณ ไม่ว่าจะเป็นใบแจ้งหนี้ดิจิทัล บนเว็บไซต์ของคุณ หรือที่เทอร์มินัลจริง จะช่วยสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ที่เป็นหนึ่งเดียวและเป็นมืออาชีพได้
การบันทึกและการจัดการการโต้แย้งการชำระเงินที่ชัดเจน: บัตรเครดิตจะทำให้ลูกค้าได้มีประวัติการทำธุรกรรมที่โปร่งใสและมีระบบป้องกันการฉ้อโกงที่มีประสิทธิภาพ และการที่ลูกค้ารู้ว่าตนมีบันทึกที่ชัดเจนและมีแนวทางระดับมืออาชีพในการระงับข้อพิพาท จะทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับธุรกิจของคุณ
การให้บริการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเป็นวิธีหนึ่งที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพในการสร้างการโต้ตอบในเชิงบวกซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
ค่าธรรมเนียมในการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตบนใบแจ้งหนี้มีอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมที่พบบ่อยที่สุดสำหรับการรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตคือค่าธรรมเนียมธุรกรรม ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นเปอร์เซ็นต์ของการชำระเงิน บวกกับจำนวนเงินคงที่ต่อธุรกรรม คุณสามารถส่งผ่านค่าธรรมเนียมการประมวลผลบัตรเครดิตไปให้ลูกค้าได้โดยเพิ่มค่าธรรมเนียมเล็กน้อยหรือค่าธรรมเนียมคงที่ลงในใบแจ้งหนี้เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า ดังนั้นควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียของกลวิธีนี้อย่างรอบคอบ และพิจารณารวมต้นทุนเหล่านี้ไว้ในรูปแบบการกำหนดราคาของคุณ
ผู้ประมวลผลการชำระเงินบางรายอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนในการใช้บริการหรือค่าธรรมเนียมเตรียมการสำหรับฟีเจอร์หรือการผสานการทำงานขั้นสูงเพิ่มเติมด้วย หากรับชำระเงินในหลายสกุลเงิน คุณอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1% ของมูลค่าธุรกรรม
ศึกษาเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืนของผู้ประมวลผลการชำระเงิน หากลูกค้าโต้แย้งการเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิต ผู้ประมวลผลการชำระเงินของคุณอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากคุณ (ปกติจะอยู่ที่ 15–25 ดอลลาร์) เพื่อแก้ไขการโต้แย้งการชำระเงิน การดึงเงินคืนเกิดขึ้นได้ แต่การตรวจสอบใบแจ้งหนี้และสื่อสารกับลูกค้าจะช่วยลดจำนวนการดึงเงินคืนได้
วิธีรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจากใบแจ้งหนี้อย่างปลอดภัยด้วย Stripe
Stripe Invoicing ช่วยให้การสร้างใบแจ้งหนี้ที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเป็นเรื่องง่าย การตั้งค่านั้นรวดเร็ว ปลอดภัย และเรียบง่าย
Stripe รองรับบัตรเครดิตหลากหลายประเภท รวมถึง Visa, Mastercard, American Express และบัตรต่างประเทศบางใบ วิธีรับชำระเงินด้วยบัตรมีดังนี้
ตั้งค่า Stripe: ลงทะเบียนใช้บัญชี Stripe หลังจากเริ่มต้นใช้งานเรียบร้อยแล้ว คุณจะเริ่มส่งใบแจ้งหนี้จากแดชบอร์ด Stripe ได้ Stripe ยังผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify เพื่อรับชำระเงินออนไลน์ได้ด้วย
สร้างและส่งใบแจ้งหนี้: Stripe เพิ่มปุ่มการชำระเงินเมื่อคุณสร้างใบแจ้งหนี้ เมื่อลูกค้าได้รับใบแจ้งหนี้ ลูกค้าจะสามารถคลิกปุ่มนั้น ป้อนรายละเอียดบัตรเครดิต และชำระเงินได้ทันที Stripe จะเป็นผู้จัดการการชำระเงินอย่างปลอดภัยทุกด้าน โดยเป็นไปตามมาตรฐานการชำระเงินต่างๆ เช่น มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS)
รับเงิน: เมื่อลูกค้าชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ระบบจะประมวลผลเงินดังกล่าวแล้วโอนเข้าบัญชี Stripe ของคุณก่อนที่จะถูกส่งไปยังบัญชีธนาคารของคุณ โดย Stripe จะช่วยให้คุณสามารถติดตามการชำระเงินได้แบบเรียลไทม์
การออกใบแจ้งหนี้ที่มีการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีความท้าทายอะไรบ้าง
ก่อนที่คุณจะรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตในใบแจ้งหนี้ คุณควรทำความเข้าใจถึงอุปสรรคดังต่อไปนี้
การดึงเงินคืน: หากลูกค้าโต้แย้งการชำระเงิน ลูกค้าจะสามารถเริ่มดำเนินการดึงเงินคืนได้ โดยที่บริษัทบัตรเครดิตจะคืนเงินที่ชำระให้ หากการดึงเงินคืนเกิดขึ้นจนกลายรูปแบบ อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคุณกับผู้ประมวลผลการชำระเงิน ซึ่งอาจทำให้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้นหรืออาจถึงขั้นมีการระงับบัญชีได้
ความเสี่ยงในการฉ้อโกง: โดยทั่วไปแล้วการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจะมีความปลอดภัย แต่มีโอกาสที่จะเป็นการฉ้อโกงได้เสมอ โดยเฉพาะหากคุณทำงานร่วมกับลูกค้าต่างประเทศหรือจัดการการชำระเงินจำนวนมาก ผู้ประมวลผลการชำระเงินมีเครื่องมือมากมายสำหรับตรวจจับการฉ้อโกง แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอยู่ การเรียกเก็บเงินที่เป็นการฉ้อโกงสามารถก่อให้เกิดการสูญเสียทางการเงินและอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของธุรกิจคุณได้
Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Invoicing ทำให้ขั้นตอนบัญชีลูกหนี้การค้า (AR) ของคุณง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะจัดการการเรียกเก็บเงินแบบครั้งเดียวหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
ทำให้การจัดการลูกหนี้การค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ: สร้าง ปรับแต่ง และส่งใบแจ้งหนี้แบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Stripe จะติดตามสถานะใบแจ้งหนี้ ส่งการแจ้งเตือนให้ชำระเงิน และดำเนินการคืนเงินโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้คุณดูแลกระแสเงินสดได้ดีอยู่เสมอ
เร่งกระแสเงินสด: ลดวันขายคงค้าง (DSO) และได้รับเงินเร็วขึ้นด้วยการชำระเงินทั่วโลกที่มีการผสานการทำงาน การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และเครื่องมือการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้คุณสามารถกู้คืนรายรับได้มากขึ้น
ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัยด้วยการรองรับภาษามากกว่า 25 ภาษา, สกุลเงินมากกว่า 135 สกุล และวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี โดยสามารถเข้าถึงและชำระใบแจ้งหนี้ได้ง่ายผ่านพอร์ทัลลูกค้าแบบสำเร็จรูป
ลดภาระงานในสำนักงาน: สร้างใบแจ้งหนี้ในไม่กี่นาทีและลดเวลาที่ใช้ในการเรียกเก็บเงินผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติและหน้าการชำระเงินใบแจ้งหนี้ในระบบที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe
ผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่: Stripe Invoicing สามารถผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์บัญชีและการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นที่นิยมได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาระบบให้ซิงค์กันและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe สามารถทำให้ขั้นตอนการจัดการลูกหนี้การค้าของคุณง่ายขึ้นได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ