วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรและผลที่มีต่อธุรกรรมของลูกค้าและธุรกิจในปัจจุบัน

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. วิธีการชำระเงินหลักๆ ในสหราชอาณาจักรมีอะไรบ้าง
    1. บัตรเดบิตและบัตรเครดิต
    2. กระเป๋าเงินดิจิทัล
    3. ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL)
    4. การโอนเงินผ่านธนาคารแบบเรียลไทม์
    5. การหักบัญชีและโอนเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติแบบ Bacs
    6. การโอนเงินแบบ CHAPS
  3. วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรส่งผลต่อธุรกรรมของลูกค้าและธุรกิจอย่างไร
  4. มีเทคโนโลยีใดบ้างที่ช่วยให้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรทำงานได้น่าเชื่อถือในวงกว้าง
  5. มีปัญหาอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักร
  6. ธุรกิจควรตัดสินใจเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรอย่างไร
  7. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และธุรกิจในประเทศนี้ก็ดำเนินงานในสภาพแวดล้อมที่ผสานระบบดั้งเดิมที่มีมานานเข้ากับระบบที่มุ่งเน้นดิจิทัลและรวดเร็ว โดยในปี 2024 ผู้บริโภคและธุรกิจในสหราชอาณาจักรมีการชำระเงินไป 48,800 ล้านรายการ

แม้ว่าผู้บริโภคจะจัดการระบบการชำระเงินในสหราชอาณาจักรได้ง่าย แต่ระบบการรับชำระเงินที่รองรับระบบเหล่านี้กลับมีความซับซ้อน โดยมีการทำงานต่างกัน มีค่าบริการต่างกัน และอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดแบบเหนือความคาดหมายอีกด้วย

ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงวิธีการชำระเงินหลักๆ ของสหราชอาณาจักรและการเลือกใช้วิธีต่างๆ ให้เหมาะกับธุรกิจ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • วิธีการชำระเงินหลักๆ ในสหราชอาณาจักรมีอะไรบ้าง
  • วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรส่งผลต่อธุรกรรมของลูกค้าและธุรกิจอย่างไร
  • มีเทคโนโลยีใดบ้างที่ช่วยให้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรทำงานได้น่าเชื่อถือในวงกว้าง
  • มีปัญหาอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักร
  • ธุรกิจควรตัดสินใจเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรอย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

วิธีการชำระเงินหลักๆ ในสหราชอาณาจักรมีอะไรบ้าง

สหราชอาณาจักรมีวิธีการเคลื่อนย้ายเงินในการชำระเงินอยู่หลายวิธี ซึ่งวิธีเหล่านี้ต่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ และเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเลือกต่างๆ มีดังนี้

บัตรเดบิตและบัตรเครดิต

การชำระเงินด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิตจะดำเนินการผ่านเครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยอนุมัติการทำธุรกรรมในไม่กี่วินาที และตัดบัญชีพร้อมกันหลายรายการในอีก 1-2 วันต่อมา ชิป EMV, เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส และโปรโตคอลการตรวจสอบสิทธิ์ที่รัดกุมช่วยให้การชำระเงินด้วยบัตรเป็นไปอย่างปลอดภัยในวงกว้าง

กระเป๋าเงินดิจิทัล

กระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ (57% ของผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรใช้วิธีนี้ในปี 2024) วิธีนี้ใช้เครือข่ายบัตรที่มีอยู่และช่วยให้ชำระเงินได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL)

ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL) ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับเงินล่วงหน้าโดยผู้บริโภคจะผ่อนชำระเป็นงวดๆ ผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรประมาณ 25% ใช้วิธีนี้ในปี 2024 โดยระเบียบข้อบังคับของ Financial Conduct Authority (FCA) ที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี 2026 จะเริ่มกำหนดให้มีการตรวจสอบความพร้อมชำระหนี้และจัดให้มีการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ

การโอนเงินผ่านธนาคารแบบเรียลไทม์

Faster Payments Service (FPS) คือ ระบบระหว่างธนาคารแบบรวดเร็วในสหราชอาณาจักร ซึ่งประมวลผลการชำระเงินไปประมาณ 5,090 ล้านรายการในปี 2024 ระบบนี้เป็นรากฐานสำคัญของการเบิกจ่ายทันที การโอนเงินผ่านบริการธนาคารออนไลน์ และการชำระเงินแบบ "ชำระเงินผ่านธนาคาร" ใหม่ๆ ซึ่งดำเนินควบคู่ไปกับ Open Banking เพื่อให้ผู้ให้บริการจากภายนอกเปิดใช้งานการชำระเงินระหว่างบัญชีได้

FPS เคลื่อนย้ายเงินได้ในไม่กี่วินาทีตลอดเวลา ระบบนี้จะดำเนินการระหว่างธนาคารหลายรอบต่อวันและรองรับการโอนเงินได้สูงถึง 1 ล้านปอนด์ แม้ว่าธนาคารหลายแห่งจะมีวงเงินน้อยกว่านี้ก็ตาม

การหักบัญชีและโอนเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติแบบ Bacs

Bacs จะจัดการการหักบัญชีอัตโนมัติและการโอนเงินเข้าบัญชีอัตโนมัติตามรอบ 3 วันอย่างเคร่งครัด (วันทำการเท่านั้น) ระบบจะส่งเงินในวันแรก ประมวลผลข้ามคืนในวันที่ 2 และเข้าบัญชีในเช้าของวันที่ 3

Bacs จัดการการชำระเงินจำนวนมากโดยมีค่าใช้จ่ายต่ำ จึงเหมาะกับการจ่ายเงินเดือน การเบิกจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ และการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า แม้ความเร็วจะน้อยลงแต่ก็มีความแน่นอนเข้ามาทดแทน เพราะทุกอย่างจะเรียบร้อยตามกำหนดวันทำการที่ชัดเจน

การโอนเงินแบบ CHAPS

CHAPS คือ ระบบชำระเงินที่มีมูลค่าสูงภายในวันเดียวกันของสหราชอาณาจักร โดยทำงานผ่านแพลตฟอร์มชำระเงินที่สำเร็จเสร็จสิ้นทันทีทีละรายการ (Real-time gross settlement) ของธนาคารกลางอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ ระบบจึงจัดการการชำระเงินทีละรายการด้วยเงินของธนาคารกลาง การโอนเงินจะเรียบร้อยในไม่กี่ชั่วโมงและเป็นที่สิ้นสุดหลังโอนไปแล้ว

CHAPS ไม่มีขีดจำกัดสูงสุดในการทำธุรกรรม โดยธนาคารจะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (มักอยู่ที่ 20-30 ปอนด์) กับการชำระเงินที่เวลาและความแน่นอนสำคัญกว่าเรื่องค่าใช้จ่าย เช่น ธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์และการโอนเงินจำนวนมากขององค์กร

วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรส่งผลต่อธุรกรรมของลูกค้าและธุรกิจอย่างไร

ผู้คนและธุรกิจในสหราชอาณาจักรเลือกใช้วิธีการชำระเงินที่แตกต่างกันไปในกรณีต่างๆ โดยเป็นผลมาจากความคุ้นชิน ความสะดวก และลักษณะการเคลื่อนย้ายเงิน

ตัวอย่างการทำธุรกรรมจริงโดยใช้วิธีการชำระเงินให้เหมาะสมมีดังนี้

  • บิลที่เรียกเก็บประจำจากผู้บริโภค: ในแต่ละปี Bacs คอยดูแลเรื่องการชำระบิลแบบประจำเป็นจำนวนมาก โดยครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ค่าสาธารณูปโภคไปจนถึงการสมัครใช้บริการ แม้ว่าตัวเลือกนี้จะช้ากว่า แต่ลูกค้าก็ได้รับความสะดวกเพราะสามารถคาดการณ์ได้ ส่วนธุรกิจก็ใช้ระบบอัตโนมัติและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง

  • การชำระเงินแบบเพียร์ (Peer payment) และการโอนเงินครั้งเดียว: ลูกค้ามักเลือกใช้การโอนเงินแบบ FPS เมื่อโอนเงินให้เพื่อน ชำระเงินให้ผู้ทำสัญญารายย่อย หรือชำระเงินตามใบแจ้งหนี้โดยตรง

  • การชำระเงินออกจากธุรกิจ: การโอนเงินแบบ FPS นั้นยืดหยุ่นและรวดเร็ว จึงเป็นประโยชน์ในการชำระเงินแบบ B2B เมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินเดือนและการชำระเงินตามรอบที่แน่นอนอื่นๆ ธุรกิจมักเลือกใช้การหักบัญชีอัตโนมัติแบบ Bacs เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยและมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน

  • การซื้อด้วยเงินสดติดกระเป๋า: ผู้คนมักใช้เงินสดเมื่อซื้อของเล็กๆ น้อยๆ และวิธีนี้มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ในการชำระเงินของลูกค้าในปี 2024 ผู้คนประมาณ 1.2 ล้านคนยังคงใช้จ่ายด้วยเงินสดในชีวิตประจำวัน แต่หลายๆ คนก็จะใช้เงินสดเป็นวิธีสำรอง ไม่ได้ใช้วิธีนี้กันเป็นหลักแต่อย่างใด

  • การผ่อนชำระ: BNPL มีบทบาทสำคัญในการชำระเงินทางออนไลน์และยังคงเป็นทางเลือกที่ลูกค้าต่างเลือกใช้

  • ธุรกรรมทางธุรกิจที่มีมูลค่าสูง: ธุรกิจต่างๆ ใช้การโอนเงินแบบ CHAPS เมื่อชำระเงินจำนวนมากและมีเวลาจำกัด เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขององค์กร วิธีนี้ช่วยให้เงินจะถึงมือผู้รับและดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยในวันเดียวกัน ซึ่งก็คุ้มกับค่าธรรมเนียมแบบคงที่ที่ต้องเสียแพงขึ้น

มีเทคโนโลยีใดบ้างที่ช่วยให้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรทำงานได้น่าเชื่อถือในวงกว้าง

ระบบการชำระเงินของสหราชอาณาจักรทำงานได้ดีในระดับประเทศ ระบบเหล่านี้ใช้ได้ผลเพราะเทคโนโลยีสนับสนุนได้รับการออกแบบมาให้มีความสม่ำเสมอ ยืดหยุ่น และรวดเร็ว

วิธีการทำงานมีดังนี้

  • เทคโนโลยีหักบัญชีแบบรวมศูนย์: การประมวลผลหลักสำหรับ Faster Payments, Bacs และระบบแสดงภาพเช็ค (Check imaging) จะดำเนินการโดย Vocalink แพลตฟอร์มเหล่านี้จัดการเงินเดือนในสหราชอาณาจักรกว่า 90%, บิลในครัวเรือน 70% และสวัสดิการของรัฐจำนวน 98% โครงสร้างที่ใช้ร่วมกันนี้ช่วยรับรองว่า ระบบการชำระเงินหลักของประเทศนี้จะมีระยะเวลาให้บริการสูงและมีผลการดำเนินงานที่คาดการณ์ได้

  • กลไกชำระเงินแบบเรียลไทม์: ระบบชำระเงินที่สำเร็จเสร็จสิ้นทันทีทีละรายการ (Real-time gross settlement หรือ RTGS) ที่ดีขึ้นของธนาคารกลางอังกฤษจะช่วยจัดการการชำระเงินผ่าน CHAPS และระหว่างธนาคาร ระบบนี้ใช้การส่งข้อความตามมาตรฐาน ISO 20022 และรอบการชำระเงินหลายรอบต่อวันเพื่อช่วยให้การชำระเงินที่มีมูลค่าสูงเสร็จสิ้นได้ในทันที

  • เลเยอร์การยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย: เทคโนโลยีต่างๆ เช่น ชิป EMV, การเข้ารหัสแบบไร้สัมผัส, การยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติในกระเป๋าเงินดิจิทัล และ 3D Secure สำหรับบัตรออนไลน์ ช่วยควบคุมการฉ้อโกงโดยยังคงรักษาความรวดเร็วในการชำระเงิน เลเยอร์การป้องกันเหล่านี้ทำงานเสริมบนเครือข่ายบัตร และช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าการแตะจ่ายหรือการชำระเงินออนไลน์มีความปลอดภัย

  • การเชื่อมต่อและกำหนดเส้นทางระดับธนาคาร: การชำระเงินจะถูกส่งไปยังปลายทางที่ถูกต้องด้วยข้อมูลระบุบัญชีที่เป็นมาตรฐาน การตรวจสอบยืนยันผู้รับเงิน และเครื่องมือคัดกรองการฉ้อโกงที่มีประสิทธิภาพ ธนาคารแลกเปลี่ยนข้อความผ่านเครือข่ายที่เข้ารหัสและมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการออกแบบให้ยังคงออนไลน์ได้แม้ในช่วงที่มีปริมาณธุรกรรมหนาแน่น

  • เฟรมเวิร์ก API ที่ทันสมัย: Open Banking API (อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน) ช่วยให้มีการเชื่อมต่อที่ได้มาตรฐานและมีการกำกับดูแล ซึ่งช่วยให้ธุรกิจและแพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มชำระเงินผ่านธนาคารได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องผสานการทำงานกับธนาคารหลายสิบแห่งในแบบของตัวเอง วิธีนี้จะเชื่อมโยงระบบเดิมเข้ากับระบบการชำระเงินใหม่ๆ ที่ดำเนินการด้วยแอป

มีปัญหาอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักร

วิธีการชำระเงินต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของปัจจัยหนุนอื่นๆ เช่น ระเบียบข้อบังคับ การฉ้อโกง โครงสร้างพื้นฐาน และพฤติกรรมของลูกค้า

เรื่องที่ควรระวังมีดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายในการชำระเงินที่เพิ่มขึ้น: เมื่อไม่นานมานี้ ค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตรที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลระบบการชำระเงินต้องตรวจสอบค่าบริการเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ต้องจ่ายเงินมากเกินไป โดย BNPL จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA อย่างเป็นทางการด้วยเช่นกันในปี 2026 ซึ่งอาจทำให้ผู้ให้บริการต้องปรับเปลี่ยนวิธีการตั้งราคาและนำเสนอสินค้าเหล่านี้ในขั้นตอนการชำระเงินไป

  • ความเสี่ยงใหม่ๆ ในการรักษาความปลอดภัย: การชำระเงินแบบพุช (Push payment) ได้รวดเร็วส่งผลให้การฉ้อโกงแบบ Authorized Push Payment (APP) กลายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งทำให้หน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ วางกฎที่เพิ่มความรับผิดชอบให้กับทางธนาคาร การฉ้อโกงแบบไม่แสดงบัตรยังนำมาซึ่งข้อกำหนดในการตรวจสอบสิทธิ์ที่เข้มงวดขึ้นด้วย ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนการชำระเงินช้าลงได้

  • พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป: ลูกค้าใช้เงินสดกันน้อยลงเพราะหันไปใช้บัตร, กระเป๋าเงินดิจิทัล, BNPL และการโอนเงินแบบเรียลไทม์กันมากขึ้น แต่คนบางกลุ่มก็ยังใช้เงินสดหรือเช็คกันอยู่ ซึ่งหมายความว่าธุรกิจต่างๆ ต้องตัดสินใจว่าจะรองรับวิธีการชำระเงินรูปแบบเก่าเหล่านี้อย่างไร (และมากน้อยแค่ไหน)

  • การแข่งขันในตลาดและผู้เล่นหน้าใหม่: ฟินเทคและผู้เล่นที่ไม่ใช่ธนาคารเริ่มเข้าใช้ Faster Payments ได้โดยตรงกันมากขึ้นเรื่อยๆ และพัฒนาบริการระหว่างบัญชี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ให้บริการแบบเดิมๆ ต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ มีทางเลือกมากขึ้น แต่ก็ต้องประเมินตัวเลือกใหม่ๆ อยู่เสมอเช่นกัน

ธุรกิจควรตัดสินใจเลือกใช้วิธีการชำระเงินในสหราชอาณาจักรอย่างไร

การเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุด และการใช้วิธีต่างๆ ร่วมกันเป็นอย่างดีจะช่วยให้คุณเคลื่อนย้ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

โปรดคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • ให้เริ่มจากความคาดหวังของลูกค้า: หากคุณขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าโดยตรง คุณควรจะรับบัตรและกระเป๋าเงินดิจิทัลได้ โดยการหักบัญชีอัตโนมัติก็เป็นวิธีที่สะดวกในการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า ในการชำระเงินแบบ B2B ลูกค้ามักชอบใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร โดยเฉพาะกับใบแจ้งหนี้ที่มีมูลค่าสูงขึ้น

  • เปรียบเทียบโครงสร้างค่าใช้จ่าย: แต่ละวิธีก็มีรูปแบบการคิดค่าธรรมเนียมต่างกันไป ค่าธรรมเนียมบัตรที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อาจพุ่งสูงขึ้นได้เมื่อใช้กับธุรกรรมขนาดใหญ่ ในขณะที่การชำระเงินระหว่างธนาคารก็จะไม่ต้องคำนวณอะไรให้ยุ่งยาก ส่วน Bacs ก็เหมาะกับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าในปริมาณมากเพราะมีค่าใช้จ่ายต่ำ และ CHAPS จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อการจัดการในวันเดียวกันสำคัญกว่าค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น

  • ประเมินระยะเวลากระแสเงินสด: Faster Payments และ Open Banking ช่วยให้มีการชำระเงินในทันที ซึ่งทำให้เงินทุนหมุนเวียนดีขึ้นและลดความล่าช้าในการกระทบยอด Bacs จะได้ผลดีเมื่อคุณวางแผนล่วงหน้าได้ ในขณะที่การชำระเงินผ่านบัตรจะล่าช้าไป 1-2 วัน ซึ่งคุณควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยในโมเดลกระแสเงินสด

  • ชั่งน้ำหนักภาระงานบริหารจัดการ: บางวิธีก็มีการตั้งค่าหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่าวิธีอื่นๆ การส่งข้อมูลโดยตรงกับ Bacs ก็จะต้องมีการส่งไฟล์ ในขณะที่ CHAPS ก็มีข้อกำหนดในการจัดการอย่างปลอดภัย ผู้ให้บริการ เช่น Stripe จะรวมวิธีการหลายๆ วิธีไว้ใน API และแดชบอร์ดเดียว ซึ่งช่วยให้การปรับใช้และการกระทบยอดในแต่ละวันสะดวกขึ้น

  • วางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลง: พฤติกรรม ระเบียบข้อบังคับ และเทคโนโลยีต่างๆ ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบวิธีการชำระเงินต่างๆ ของคุณเป็นประจำจะช่วยให้คุณพร้อมใช้วิธีที่ดีขึ้นเมื่อมีวิธีใหม่ๆ เข้ามา

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe