เรียนรู้พื้นฐานงบกระแสเงินสด (Cash flow)

Invoicing
Invoicing

Stripe Invoicing คือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ออกใบแจ้งหนี้สำหรับทั่วโลกที่สร้างมาเพื่อช่วยให้คุณประหยัดเวลาและรับเงินได้เร็วขึ้น สร้างใบแจ้งหนี้แล้วส่งให้ลูกค้าของคุณได้ในไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องใช้โค้ด

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. งบกระแสเงินสดคืออะไร
  3. ประเภทของกระแสเงินสด
  4. วิธีจัดทำงบกระแสเงินสด
    1. งบกระแสเงินสดทางตรง
    2. งบกระแสเงินสดทางอ้อม
    3. ตัวอย่างงบกระแสเงินสด (แบบทางตรง)
  5. วิธีคำนวณงบกระแสเงินสด
    1. สรุปผลรวมงบกระแสเงินสดปลายปี
  6. วิธีอ่านงบกระแสเงินสด
    1. ยอดเงินสดปลายงวดควรแสดงผลที่เพิ่มขึ้น
    2. เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานควรเป็นบวกเสมอ
    3. เงินสดจากการลงทุนติดลบเป็นเรื่องปกติ
    4. เงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินมักติดลบเล็กน้อย
    5. อ่านงบกระแสเงินสดจากข้อมูลระยะยาว
    6. เปรียบเทียบกับตัวเลขอุตสาหกรรม
    7. สรุปพื้นฐานงบกระแสเงินสดที่ดี
  7. Stripe Invoicing ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

งบกระแสเงินสด (Cash flow statement) ถือเป็นหนึ่งในงบการเงินหลักที่ธุรกิจทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยต้องจัดทำเพื่อสะท้อนสภาพคล่องของกิจการ งบกระแสเงินสดช่วยให้นักลงทุน ผู้บริหาร ลูกค้า รวมถึงเจ้าหนี้ มองเห็นว่าธุรกิจมีการหมุนเวียนเงินสดเท่าไหร่และเพียงพอต่อการดำเนินกิจการในอนาคตหรือไม่ การเรียนรู้วิธีคำนวณและวิเคราะห์งบกระแสเงินสดอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพรวมและการตัดสินใจทางธุรกิจ ช่วยในการวางแผนสภาพคล่องทางการเงินและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของกิจการ

บทความนี้จะอธิบายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับงบกระแสเงินสด ตั้งแต่ทำความรู้จักว่างบกระแสเงินสดคืออะไร ประเภทของกระแสเงินสด วิธีจัดทำและตัวอย่างงบกระแสเงินสด รวมถึงวิธีคำนวณและวิธีอ่านงบกระแสเงินสด พร้อมทั้งแนะนำโซลูชันที่ช่วยรองรับการจัดการงบกระแสเงินสดของธุรกิจเพื่อการวางแผนธุรกรรมการเงินที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เนื้อหาหลักในบทความ

  • งบกระแสเงินสดคืออะไร
  • ประเภทของกระแสเงินสด
  • วิธีจัดทำงบกระแสเงินสด
  • วิธีคำนวณงบกระแสเงินสด
  • วิธีอ่านงบกระแสเงินสด
  • Stripe Invoicing ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

งบกระแสเงินสดคืออะไร

งบกระแสเงินสด (Cash flow statement) คือ รายงานทางการเงินที่แสดงความเคลื่อนไหวของปริมาณเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดภายในงวดบัญชีหนึ่ง (เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี) เป็นหนึ่งในงบการเงินสำคัญที่ใช้ประเมินสภาพคล่องทางการเงินที่แท้จริงของธุรกิจ มีความแตกต่างจากงบกำไรขาดทุนที่แสดงถึงผลประกอบการและมักมีรายการที่ยังไม่เป็นเงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคา หรือค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน อย่างลิขสิทธิ์ หรือซอฟต์แวร์

งบกระแสเงินสดจึงเป็นข้อมูลหลักที่ช่วยให้นักลงทุน ผู้บริหาร และสถาบันการเงินสามารถวิเคราะห์ศักยภาพในการสร้างรายได้จริง ความน่าสนใจในการลงทุน และความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจได้อย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นพื้นฐานการวางแผนและการตัดสินใจกลยุทธ์ทางการเงิน

ประเภทของกระแสเงินสด

ธุรกรรมที่ส่งผลต่อกระแสเงินสด (Cash flow) นั้นมีหลากหลาย ทั้งจากการรับเงินจากลูกค้า การจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ หรือการกู้ยืมและชำระหนี้ โดยกระแสเงินสดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน โดยสามารถแบ่งออกเป็นรายรับและรายจ่ายคร่าวๆ ดังนี้

ประเภทของกระแสเงินสด

ตัวอย่างรายรับ

ตัวอย่างรายจ่าย

กิจกรรมดำเนินงาน: รายรับรายจ่ายที่เกิดจากกิจกรรมหลักในการดำเนินธุรกิจ

  • เงินสดรับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ
  • เงินสดจ่ายเพื่อซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าบริการ
  • จ่ายค่าแรงพนักงาน

กิจกรรมลงทุน: รายรับรายจ่ายจากการซื้อขายสินทรัพย์ระยะยาวและการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

  • เงินสดรับจากการขายหุ้นหรือธุรกิจย่อย
  • เงินสดรับจากการขายที่ดิน โรงงาน อาคาร หรือเครื่องจักร
  • เงินสดจ่ายเพื่อลงทุนในหุ้นและการซื้อธุรกิจย่อย
  • เงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน โรงงาน อาคาร หรือเครื่องจักร

กิจกรรมจัดหาเงิน: รายรับรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงินหรือการเพิ่มทุน

  • เงินสดรับจากการกู้ยืมเงิน
  • เงินสดรับจากการเพิ่มทุน
  • เงินสดรับจากการออกหุ้น
  • เงินสดจ่ายคืนเงินกู้
  • เงินสดจ่ายชำระหนี้
  • เงินสดจ่ายเงินปันผล

วิธีจัดทำงบกระแสเงินสด

ในประเทศไทย การจัดทำงบกระแสเงินสดสามารถทำได้ด้วย 2 วิธีหลัก คือ งบกระแสเงินสดทางตรงและงบกระแสเงินสดทางอ้อม

งบกระแสเงินสดทางตรง

งบกระแสเงินสดทางตรง เป็นการบันทึกรายรับและรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงของกิจการ จุดเด่นของวิธีนี้คือช่วยให้เห็นภาพกระแสเงินสดเข้า-ออกอย่างละเอียด เช่น เงินสดที่ได้รับจากการขายสินค้าและบริการ เงินสดที่จ่ายให้ซัพพลายเออร์ หรือเงินเดือนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน วิธีนี้เหมาะกับการบริหารเงินสดสำหรับผู้บริหารที่ต้องการวางแผนสภาพคล่องระยะสั้นจากรายรับรายจ่าย

งบกระแสเงินสดทางอ้อม

งบกระแสเงินสดทางอ้อม เริ่มต้นจากกำไรสุทธิที่ปรากฏในงบกำไรขาดทุน แล้วทำการปรับปรุงด้วยรายการที่ไม่ใช่เงินสด วิธีนี้ง่ายต่อการจัดทำเนื่องจากสามารถอ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนที่มีอยู่แล้วเพื่อระบุจำนวนเงินสดคงเหลือ เช่น การบวกกลับค่าเสื่อมราคา รายได้ค้างรับ หนี้สินค้างจ่าย หรือรายการอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินสด วิธีนี้เหมาะกับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และนักบัญชีที่ต้องการดูความสัมพันธ์ระหว่างกำไรกับกระแสเงินสดเพื่อประเมินผลประกอบการ

ตัวอย่างงบกระแสเงินสด (แบบทางตรง)

งบกระแสเงินสด (แบบทางตรง) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2024

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operating activities)

เงินสดรับ
เงินสดรับจากการขายสินค้าและบริการ ฿1,200,000
เงินสดรับอื่นๆ ฿50,000
รวมเงินสดรับ ฿1,250,000

เงินสดจ่าย
เงินสดจ่ายให้แก่ผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการ (฿700,000)
เงินสดจ่ายให้พนักงาน (฿250,000)
เงินสดจ่ายดอกเบี้ย (฿20,000)
เงินสดจ่ายภาษีเงินได้ (฿30,000)
รวมเงินสดจ่าย (฿1,000,000)

เงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน ฿250,000

กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (Investing activities)

เงินสดรับ
เงินสดรับจากการขายอุปกรณ์ ฿40,000
เงินสดรับจากการลงทุนระยะยาว ฿10,000
รวมเงินสดรับ ฿50,000

เงินสดจ่าย
เงินสดจ่ายซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (฿300,000)
รวมเงินสดจ่าย (฿300,000)
เงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (฿250,000)

กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (Financing activities)

เงินสดรับ
เงินสดรับจากการกู้ยืมระยะยาว ฿200,000
รวมเงินสดรับ ฿200,000

เงินสดจ่าย
เงินสดจ่ายคืนเงินกู้ (฿100,000)
เงินสดจ่ายเงินปันผล (฿50,000)
รวมเงินสดจ่าย (฿150,000)

เงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมจัดหาเงิน ฿50,000
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพิ่มขึ้นสุทธิ ฿50,000
เงินสดต้นปี ฿100,000
เงินสดปลายปี ฿150,000

วิธีคำนวณงบกระแสเงินสด

คำนวณงบกระแสเงินสดได้โดยการรวมเงินสดรับ แล้วลบด้วยเงินสดจ่ายของแต่ละกิจกรรม แล้วนำผลลัพธ์มาบวกกันเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงสุทธิของเงินสดในรอบระยะบัญชีหนึ่ง (เช่น รายไตรมาสหรือรายปี)

รวมเงินสดรับกิจกรรมดำเนินงาน – รวมเงินสดจ่ายกิจกรรมดำเนินงาน = เงินสดสุทธิกิจกรรมดำเนินงาน

(1,200,000 บาท + 50,000 บาท) – (700,000 บาท + 250,000 บาท+ 20,000 บาท + 30,000 บาท)
เงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน = 250,000 บาท
  • เงินสดรับจากการขายสินค้าและบริการ = 1,200,000
    เงินสดรับอื่นๆ = 50,000
    รวมเงินสดรับ = 1,250,000 บาท
  • เงินสดจ่ายผู้ขายและผู้ให้บริการ = (700,000)
    เงินสดจ่ายพนักงาน = (250,000)
    เงินสดจ่ายดอกเบี้ย = (20,000)
    เงินสดจ่ายภาษีเงินได้ = (30,000)
    รวมเงินสดจ่าย = (1,000,000) บาท

ดังนั้น

เงินสดสุทธิที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงาน = 1,250,000 – 1,000,000 = 250,000 บาท

รวมเงินสดรับกิจกรรมลงทุน – รวมเงินสดจ่ายกิจกรรมลงทุน = เงินสดสุทธิกิจกรรมลงทุน

= (40,000 บาท + 10,000 บาท) – 300,000 บาท
เงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน = (250,000) บาท
  • เงินสดรับจากการขายอุปกรณ์ = 40,000
    เงินสดรับการลงทุนระยะยาว = 10,000
    รวมเงินสดรับ = 50,000 บาท
  • เงินสดจ่ายซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ = (300,000)
    รวมเงินสดจ่าย = (300,000) บาท

ดังนั้น

เงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน = 50,000 – 300,000 = (250,000) บาท

รวมเงินสดรับกิจกรรมดำเนินงาน – รวมเงินสดจ่ายกิจกรรมดำเนินงาน = เงินสดสุทธิกิจกรรมดำเนินงาน

= 200,000 บาท – (100,000 บาท + 50,000 บาท)
เงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน = 50,000 บาท
  • + เงินสดรับจากกู้ยืมระยะยาว = 200,000
    รวมเงินสดรับ = 200,000 บาท
  • เงินสดจ่ายคืนเงินกู้ = (100,000)
    เงินสดจ่ายเงินปันผล = (50,000)
    รวมเงินสดจ่าย = (150,000) บาท

ดังนั้น

เงินสดสุทธิที่ใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน = 200,000 – 150,000 = 50,000 บาท

สรุปผลรวมงบกระแสเงินสดปลายปี

เงินสดสุทธิ + เงินสดต้นปี = เงินสดปลายปี

= (250,000 บาท – 250,000 บาท + 50,000 บาท) + 100,000 บาท
เงินสดปลายปี = 150,000 บาท
  • + เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน = 250,000
    เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน = (250,000)
    + เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน = 50,000
    รวมเงินสดสุทธิ = 50,000 บาท
  • + เงินสดต้นปี = 100,000
    รวมเงินสดจากต้นปี = 100,000 บาท

ดังนั้น

เงินสดปลายปี = 50,000 + 100,000 = 150,000 บาท

วิธีอ่านงบกระแสเงินสด

การอ่านงบกระแสเงินสดแตกต่างจากการดูเพียงกำไรสุทธิจากงบกำไรขาดทุน เพราะถึงแม้บริษัทจะมีกำไรตามงบกำไรขาดทุนแต่หากไม่สามารถบริหารจัดการงบกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพก็อาจมีปัญหาในการชำระหนี้และการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ วิธีอ่านงบกระแสเงินสดขั้นพื้นฐานสามารถทำได้โดยการพิจารณาข้อมูลทางการเงินดังต่อไปนี้

ยอดเงินสดปลายงวดควรแสดงผลที่เพิ่มขึ้น

สถานะทางการเงินที่ดีควรมียอดเงินสดจากปลายงวดที่เป็นบวกและแสดงผลที่เพิ่มขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนสถานะสภาพคล่องของกิจการ หากยอดเงินสดปลายงวดแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับต้นงวด หมายความว่ากิจการสามารถสร้างเงินสดได้มากกว่าที่ใช้ไปในช่วงเวลานั้น

เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานควรเป็นบวกเสมอ

ธุรกิจที่มั่นคงควรมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวกเสมอและควรเป็นอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่าธุรกิจหลักสามารถสร้างรายได้ มีเงินรับเข้ามาได้มากกว่าเงินสดที่ต้องจ่ายออกไป หากมีกำไรสุทธิสูงแต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ อาจสะท้อนปัญหาการเก็บหนี้ การบริหารสินค้าคงคลัง หรือกำไรที่ไม่ได้มาจากเงินสดจริง

เงินสดจากการลงทุนติดลบเป็นเรื่องปกติ

ธุรกิจที่กำลังเติบโตเพราะมีการซื้อสินทรัพย์เพิ่มมักจะมีกระแสเงินสดจากการลงทุนติดลบเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมาจากการจ่ายเงินสดก้อนโตที่มักเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เพราะฉะนั้นการมีเงินสดติดลบจากการลงทุนถือเป็นเรื่องเชิงบวกเนื่องจากมีการลงทุนเพื่อการเติบโต แต่ธุรกิจก็ควรวางเป้าหมายด้วยเช่นกันว่าในอนาคตจะสร้างเงินสดรับเข้ามาในกิจกรรมดำเนินงานมากกว่าที่ลงทุนไป

เงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินมักติดลบเล็กน้อย

กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอาจมีทั้งบวกและลบสลับกันไป ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดหาเงินและช่วงเวลาจ่ายชำระของแต่ละกิจการ เงินจากสัดส่วนนี้ช่วยบอกได้ว่าบริษัทพึ่งพาหนี้มากน้อยแค่ไหน หากการจัดหาเงินทุนมีความสมดุลไม่มีภาระหนี้สินมากเกินไป มักแสดงถึงกิจการที่กำลังไปได้ดี มีวินัยทางการเงินและมีการบริหารหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ

อ่านงบกระแสเงินสดจากข้อมูลระยะยาว

การอ่านงบกระแสเงินสดอย่างชัดแจ้งต้องไม่มองแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ควรวิเคราะห์จากข้อมูลเงินทุนหมุนเวียนระยะยาวเพื่อให้เข้าใจความสามารถในการสร้างและบริหารเงินสดของธุรกิจอย่างแท้จริง ควรดูงบกระแสเงินสดย้อนหลัง 3–5 ปี เพื่อเห็นภาพรวมความสม่ำเสมอในการสร้างกระแสเงินสดและการจัดการสภาพคล่องของกิจการ นอกจากนี้ยังสามารถใช้แนวโน้มที่ผ่านมาในการคาดการณ์ทิศทางเงินสดและการวางแผนเพื่ออนาคตที่มั่นคง

เปรียบเทียบกับตัวเลขอุตสาหกรรม

นอกจากการอ่านและทำความเข้าใจงบกระแสเงินสด ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบตัวเลขเหล่านี้กับมาตรฐานหรือค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเพื่อวัดความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้เห็นข้อมูลในเชิงกว้างว่าบริษัทมีประสิทธิภาพด้านการเงินมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับคู่แข่งหรือตลาดโดยรวม ทั้งนี้ควรคำนึงถึงโครงสร้างต้นทุนและลักษณะการลงทุนที่แตกต่างกันแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

สรุปพื้นฐานงบกระแสเงินสดที่ดี

ตัวเลขกระแสเงินสด

สภาพคล่อง

ยอดเงินสดปลายงวด

ควรเป็นบวกและเพิ่มขึ้นเสมอ

เงินสดจากกิจกรรมดำเนินการ

ควรเป็นบวกเสมอ

เงินสดจากการลงทุน

ติดลบเป็นเรื่องปกติ

เงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

มักติดลบเล็กน้อย (บวกลบสลับกันไป)

Stripe Invoicing ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Invoicing ทำให้กระบวนการบัญชีลูกหนี้ (AR) ของคุณง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะจัดการการเรียกเก็บเงินแบบครั้งเดียวหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ:

  • สร้างการจัดการบัญชีลูกหนี้แบบอัตโนมัติ: สร้าง ปรับ และส่งใบแจ้งหนี้อย่างเป็นมืออาชีพได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Stripe จะติดตามสถานะใบแจ้งหนี้ ส่งการแจ้งเตือนการชำระเงิน และดำเนินการคืนเงินโดยอัตโนมัติ ช่วยให้คุณสามารถควบคุมกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เร่งกระแสเงินสด: ลดวันขายคงค้าง (DSO) และได้รับเงินเร็วขึ้นด้วยการชำระเงินทั่วโลกที่ผสานรวม การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และเครื่องมือการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้คุณสามารถกู้คืนรายได้ได้มากขึ้น
  • ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัยด้วยการรองรับมากกว่า 25 ภาษา 135 สกุลเงิน และวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี โดยสามารถเข้าถึงและชำระใบแจ้งหนี้ได้ง่ายผ่านพอร์ทัลลูกค้าแบบบริการตนเอง
  • ลดภาระงานในสำนักงาน: สร้างใบแจ้งหนี้ในไม่กี่นาทีและลดเวลาที่ใช้ในการเรียกเก็บเงินผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติ และหน้าการชำระเงินใบแจ้งหนี้ในระบบ Stripe
  • ผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่: Stripe Invoicing สามารถผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์บัญชีและการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นที่นิยมได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาระบบให้ซิงค์กันและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe สามารถทำให้กระบวนการบัญชีลูกหนี้ของคุณง่ายขึ้น หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Invoicing

Invoicing

สร้างและส่งใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าได้ในไม่กี่นาที โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Invoicing

สร้างและจัดการใบแจ้งหนี้สำหรับการชำระเงินครั้งเดียวด้วย Stripe Invoicing