ในยุคเศรษฐกิจไร้พรมแดน หลายธุรกิจในประเทศไทยดำเนินธุรกิจในระดับนานาชาติ โดยมีฐานลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในหลายภูมิภาค สิ่งนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก ช่วยให้กระบวนการดำเนินงานเป็นระเบียบและโปร่งใสมากขึ้น สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเพิ่มความสะดวกให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้าทั่วโลก
ในบทความนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับ e-invoice (ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์) การนำไปใช้งาน ความสำคัญของเครื่องมือเหล่านี้ต่อองค์กรยุคใหม่ ข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศไทยสำหรับการใช้งาน ขั้นตอนการจัดทำ ตัวอย่างใบแจ้งหนี้ที่ใช้หน่วยเงินอื่นๆ นอกจากนี้ เราจะแนะนำโซลูชันที่รองรับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้หลายสกุลเงินทั่วโลก เพื่อช่วยให้ระบบการเงินและการทำบัญชีเติบโตได้อย่างราบรื่น ขยายตลาดได้อย่างมั่นใจ และยกระดับการดำเนินงานขององค์กรไปสู่ระดับสากล
เนื้อหาหลักในบทความ
- ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร
- ความสำคัญของใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสมัยใหม่
- ข้อกำหนดทางกฎหมายของไทยสำหรับการใช้ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
- ขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
- ตัวอย่างใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินต่างประเทศ
- Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง
ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร
ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์คือเอกสารที่จัดทำ ส่ง รับ และจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัลแทนการใช้กระดาษ โดยมีหน้าที่หลักเพื่อเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการจากผู้ซื้อ ธุรกิจสามารถออกเอกสารเป็นสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินต่างประเทศก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อการใช้งาน การจัดทำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินอื่นจำเป็นต้องยื่นคำขอและได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรล่วงหน้า
ความสำคัญของใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจสมัยใหม่
การนำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับธุรกิจ เพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมระหว่างพาร์ทเนอร์และลูกค้า พร้อมทั้งเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในงานด้านการเงินและการทำบัญชี ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อองค์กรยุคใหม่ ดังที่อธิบายไว้ด้านล่าง
- ลดต้นทุนและเวลา: การออกใบแจ้งหนี้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ลดงานเอกสารและค่าใช้จ่ายในกระบวนการพิมพ์และจัดส่ง และสามารถจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลได้
- ส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวก: การลดการพึ่งพากระดาษและการขนส่งเอกสารไม่เพียงช่วยลดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ที่มุ่งสู่อนาคตขององค์กรที่ตระหนักถึงความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- กระแสเงินสด: ใบแจ้งหนี้ที่สามารถส่งโดยอัตโนมัติและติดตามตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ช่วยให้สามารถติดตามการชำระเงินได้อย่างแม่นยำ ลดระยะเวลาในการเก็บหนี้ (DSO) เร่งรอบการเรียกเก็บเงิน และเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งส่งผลให้กระแสเงินสดดีขึ้น
- ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน: ผู้บริหารสามารถดูลูกหนี้คงค้าง อายุหนี้ และแนวโน้มการเรียกเก็บเงินได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้จัดการความเสี่ยงด้านเครดิต คาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตได้อย่างชัดเจน และเข้าถึงตัวเลขปัจจุบันเพื่อวิเคราะห์รายรับ ค่าใช้จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้อย่างโปร่งใสและแม่นยำ
- โปร่งใสและตรวจสอบได้: เวิร์กโฟลว์ที่มีเส้นทางการตรวจสอบรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง ใช้ทั้งลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (e-signature) และฟีเจอร์การประทับเวลาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของผู้ขาย
- ปรับปรุงประสบการณ์ของพาร์ทเนอร์: ประสบการณ์การเรียกเก็บเงินขั้นสูงช่วยให้ซัพพลายเออร์และลูกค้าสามารถติดตามสถานะผ่านระบบ เช่น ส่งแล้ว อนุมัติแล้ว รออนุมัติ หรือกำหนดเวลาชำระเงินแล้วได้ทันที และสามารถดาวน์โหลดใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หรือรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างอิสระ
- กระบวนการอัตโนมัติ: การออกใบแจ้งหนี้ดิจิทัลช่วยให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น รองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน กระบวนการอัตโนมัติช่วยให้ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจและมาร์เก็ตเพลสทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
- ลดข้อผิดพลาด: แพลตฟอร์มสามารถทำการตรวจสอบยืนยันข้อมูลสำคัญได้ การมีข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลตั้งแต่ต้นช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดปัญหาข้อมูลขาดหายหรือการอนุมัติที่ไม่ถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และป้องกันความล่าช้าที่เกิดจากเอกสารสูญหาย
- การปฏิบัติตามกฎหมาย: ปฏิบัติตามระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้สำหรับ e-Tax Invoice & e-Receipt และจัดให้มีระบบจัดเก็บเอกสารที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของนโยบาย Thailand 4.0 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ข้อกำหนดทางกฎหมายของไทยสำหรับการใช้ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความปลอดภัย และลดขั้นตอนในการจัดเตรียมเอกสาร โดยเป็นทางเลือกเพิ่มเติมนอกเหนือจากเอกสารรูปแบบกระดาษภายใต้พระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ธุรกิจที่ออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 384
กฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำ การส่ง หรือการจัดเก็บเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย รวมถึงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ใบรับรองดิจิทัล และการประทับเวลา
การขออนุมัติออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินต่างประเทศ
ตามประกาศอธิบดีเกี่ยวกับมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 92 การจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินอื่น (หรือเป็นภาษาต่างประเทศ) ต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรล่วงหน้า
มาตรา 86/4 และ 86/6
มาตรา 86/4 และ 86/6 กำหนดข้อมูลที่ใบกำกับภาษีต้องมี เช่น คำว่า "ใบกำกับภาษี"; ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ของผู้ออกใบกำกับภาษี, เอกสารทางการเงินหรือใบเสร็จดิจิทัล, ชื่อผู้ซื้อ, หมายเลขใบกำกับภาษี, รายละเอียดสินค้าและบริการ, จำนวนเงิน, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, วันที่ออกใบกำกับภาษี ฯลฯ
ใช้ระบบที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้
ระบบต้องเก็บรักษาบันทึกการใช้งานและเส้นทางการตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลไฟล์ การเข้าถึงข้อมูลต้องมีการควบคุมด้วยรหัสผ่านหรือการเข้ารหัส เพื่อให้ธุรกิจสามารถตรวจสอบบันทึกย้อนหลังได้ในกรณีเกิดการโต้แย้งการชำระเงิน
มาตรฐานรูปแบบข้อมูล
เอกสารต้องอยู่ในรูปแบบ Extensible Markup Language (XML) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของ ETDA และมีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมสรรพากรใช้ในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt
มาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
เอกสารต้องจัดเก็บไว้ในระบบอย่างน้อย 5 ปี (บางกรณีอาจนานถึง 7 ปี) โดยต้องสามารถเข้าถึงและแสดงเนื้อหาของเอกสารได้เหมือนต้นฉบับ รวมถึงต้องจัดเก็บข้อมูลเมตา เช่น ชื่อ ขนาด ประเภท หรือวันที่สร้างของแต่ละไฟล์
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เนื่องจากใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มีข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
ธุรกิจในประเทศไทยสามารถออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศได้ โดยทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้
ระบุข้อความต้องการ: กำหนดเป้าหมายสำหรับการนำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เช่น ประเทศที่เกี่ยวข้องและประเภทเงิน ภาษีที่เกี่ยวข้อง และเอกสารส่งออกที่จำเป็น ในขณะเดียวกัน ให้ประเมินกระบวนการเรียกเก็บเงินปัจจุบันเพื่อระบุจุดล่าช้า ความคลาดเคลื่อน หรือความไม่มีประสิทธิภาพ และกำหนดความต้องการรวมถึงแนวทางแก้ไขที่จำเป็นเพื่อแก้ไขช่องว่างเหล่านั้น
สมัครใช้งานระบบ e-Tax (แบบคำขอ บ.อ.01): หากบริษัทของคุณยังไม่ได้ดำเนินการลงทะเบียนในระบบ e-Tax ของกรมสรรพากร คุณสามารถลงทะเบียนใช้ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้โดยยื่นแบบคำขอ บอ.01 ผ่านบริการออนไลน์ เตรียมใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการภายใต้ Thailand NRCA และติดตั้งโปรแกรม Ultimate Sign & Viewer (ข้ามขั้นตอนนี้หากคุณสามารถออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้อยู่แล้ว)
การขออนุมัติออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศ: การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 92
- ไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร
- เลือกเมนู "ส่งคำขออนุมัติ" เพื่อเข้าสู่บริการยื่นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
- กรอก TIN 13 หลักของธุรกิจ
- ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอเพื่อส่งคำขออนุมัติการใช้หน่วยเงินต่างประเทศ
- ไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร
สามารถยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรต่ออธิบดีผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่ (สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ) หรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด/สาขา พร้อมระบุเหตุผลและหลักฐานประกอบตามความเหมาะสมของนิติบุคคลนั้นๆ
- เลือกโซลูชันใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์: เลือกโซลูชันที่สามารถบันทึกข้อมูลไฟล์ในรูปแบบโครงสร้าง XML ที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ ETDA และรองรับตัวเลือกสกุลเงินที่หลากหลาย โดยจะต้องมีฟีเจอร์ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์และเส้นทางการตรวจสอบ รวมถึงมีอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) ที่ผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์การทำบัญชีและแพลตฟอร์มสินค้าคงคลังได้อย่างสะดวก
- ออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์: สร้างไฟล์ XML ให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ETDA เลือกสกุลเงิน ระบุอัตราแลกเปลี่ยน และตรวจสอบรวมถึงกรอกข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด เช่น ชื่อ อีเมล และมูลค่าสินค้าและบริการ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.71/2541 หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถใช้ Stripe Invoicing เพื่อออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะลดข้อผิดพลาดและความจำเป็นในการป้อนหรือประมวลผลข้อมูลด้วยตนเอง จากนั้นให้ลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์และใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยืนยันตัวตน
ส่งออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์และส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร : ส่งออกไฟล์ PDF/A-3/XML ให้กับลูกค้า/พาร์ทเนอร์ และส่งไฟล์ XML ไปยังแพลตฟอร์ม e-Tax Invoice & e-Receipt ผ่านช่องทางที่เลือกไว้ (เว็บ/ผู้ให้บริการ หรืออัปโหลดผ่านระบบของกรมสรรพากร) เมื่อใช้ e-Tax Invoice by Time Stamp โปรดส่งให้ผู้รับจากอีเมลที่ลงทะเบียนไว้และ CC csemail@etax.teda.th
จัดเก็บและสำรองข้อมูล: จัดเก็บไฟล์ XML/PDF ไว้ในระบบตามระยะเวลาที่กำหนด (อย่างน้อย 5 ปี) และทดสอบการกู้คืนข้อมูลเป็นระยะ ควรเก็บหลักฐานการส่ง/การรับเอกสารจากพาร์ทเนอร์ไว้เสมอ รวมถึงผลการตรวจสอบยืนยัน
แนวทางปฏิบัติอื่นๆ ในการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินต่างประเทศมักมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งในด้านการเงิน กฎหมาย และการทำบัญชี
- กำหนดแหล่งที่มาของอัตราแลกเปลี่ยน: ระบุแหล่งที่มาของอัตราแลกเปลี่ยนให้ชัดเจน ว่าใช้ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสถาบันการเงินใด และระบุเวลาที่อัตรานั้นมีผลบังคับใช้อย่างแน่นอน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- ใช้รหัสและรูปแบบที่ถูกต้อง: ใช้รหัสสกุลเงินที่เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 4217 (เช่น USD, EUR, JPY) และใช้รหัสประเทศ รูปแบบวันที่-เวลา สัญลักษณ์ หรือจุดทศนิยมให้สอดคล้องกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนเมื่ออ่านจำนวนเงินในเอกสาร ใบสั่งซื้อ และแพลตฟอร์มการทำบัญชี
- ใช้ระบบที่รองรับหลายสกุลเงิน: เลือกโซลูชันที่สามารถจัดการกับหน่วยเงินได้หลากหลายทั่วโลกและอัปเดตอัตราแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ เช่น Stripe Invoicing ซึ่งรองรับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่า 135 สกุลเงินทั่วโลก พร้อมเครื่องมือสำหรับการแปลงอัตราแลกเปลี่ยนและการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ
- ตรวจสอบภาษีหรือค่าธรรมเนียมข้ามพรมแดน: ตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศของผู้ขาย/ผู้ซื้อ เพื่อดูว่าต้องเสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมข้ามพรมแดนหรือไม่ หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้โซลูชันจากผู้ให้บริการที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทั่วโลก เช่น Stripe
- แปลงยอดเงินเป็นเงินบาทเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำบัญชี: การแปลงสกุลเงินครอบคลุมยอดขาย ราคาต่อหน่วย หรือภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราเดียวกับที่ระบุไว้ในเอกสาร จัดการส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในบัญชีกำไร/ขาดทุน และตรวจสอบความสอดคล้องกับงบการเงินและรายงานทางการเงินประจำงวด
- ระบุเงื่อนไขการชำระเงิน: แม้ว่าการระบุเงื่อนไขการชำระเงินจะไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อความชัดเจนและความสม่ำเสมอทางธุรกิจ โดยควรระบุรายละเอียดการส่งเงิน เช่น วิธีการชำระเงิน สกุลเงิน ธนาคารผู้รับเงิน ค่าธรรมเนียมธนาคาร ดอกเบี้ยกรณีชำระล่าช้า ผู้รับผิดชอบ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือการเก็บภาษีซ้อน (ถ้ามี)
ตัวอย่างใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในสกุลเงินต่างประเทศ
ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกเป็นสกุลเงินต่างประเทศต้องมีข้อมูลต่อไปนี้
หมายเลขใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
วันที่ขาย
วันครบกำหนดชำระ
ผู้ขาย
หมายเลขอ้างอิง
สกุลเงิน
อัตราแลกเปลี่ยน
ชื่อบริษัท ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์
TIN
ชื่อลูกค้าและหมายเลขโทรศัพท์
อีเมล
สินค้า/บริการ
ปริมาณที่ขาย
ราคาต่อหน่วย
ส่วนลด (ถ้ามี)
ภาษีและฐานภาษี
ยอดรวม
นอกจากนี้ ให้ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์หรือการประทับเวลาที่สามารถตรวจสอบยืนยันย้อนหลังได้
Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Invoicing ทำให้กระบวนการลูกหนี้การค้า (AR) ง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะจัดการการเรียกเก็บเงินแบบครั้งเดียวหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
- ทำให้การจัดการลูกหนี้การค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ: สร้าง ปรับแต่ง และส่งใบแจ้งหนี้แบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Stripe จะติดตามสถานะใบแจ้งหนี้ ส่งการแจ้งเตือนให้ชำระเงิน และดำเนินการคืนเงินโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้คุณดูแลกระแสเงินสดได้ดีอยู่เสมอ
- เร่งกระแสเงินสด: ลดวันขายคงค้าง (DSO) และได้รับเงินเร็วขึ้นด้วยการชำระเงินทั่วโลกที่มีการผสานการทำงาน การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และเครื่องมือการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้คุณสามารถกู้คืนรายรับได้มากขึ้น
- ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัยด้วยการรองรับภาษามากกว่า 25 ภาษา, สกุลเงินมากกว่า 135 สกุล และวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี โดยสามารถเข้าถึงและชำระใบแจ้งหนี้ได้ง่ายผ่านพอร์ทัลลูกค้าแบบสำเร็จรูป
- ลดภาระงานในสำนักงาน: สร้างใบแจ้งหนี้ในไม่กี่นาทีและลดเวลาที่ใช้ในการเรียกเก็บเงินผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติและหน้าการชำระเงินใบแจ้งหนี้ในระบบที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe
- ผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่: Stripe Invoicing สามารถผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์บัญชีและการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นที่นิยมได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาระบบให้ซิงค์กันและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe สามารถทำให้ขั้นตอนการจัดการลูกหนี้การค้าของคุณง่ายขึ้นได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ