รู้จักการชำระเงินทางอีเมล: วิธีการทำงานและสถานการณ์ที่ควรใช้

Payment Links

ใช้ Payment Links เพื่อขายสินค้าออนไลน์โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ แค่สร้างหน้าการชำระเงินที่สมบูรณ์ด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งและแชร์กับลูกค้าของคุณ โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ด

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การชำระเงินทางอีเมลคืออะไร
  3. การชำระเงินทางอีเมลทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจ
  4. ธุรกิจควรรับชำระเงินทางอีเมลในสถานการณ์ใด
  5. ทำไมธุรกิจจึงควรใช้ลิงก์ชำระเงินแทนใบแจ้งหนี้
  6. การชำระเงินทางอีเมลแตกต่างจากการโอนเงินทางอีเมลอย่างไร
  7. ธุรกิจจะเขียนอีเมลขอให้ชำระเงินที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร
  8. Stripe Payment Links ช่วยอะไรได้บ้าง

การชำระเงินทางอีเมลคือช่องทางที่ธุรกิจรับเงินได้อย่างรวดเร็วและสะดวกโดยไม่ต้องใช้เว็บไซต์หรือขั้นตอนการชำระเงินเต็มรูปแบบ เนื่องจากอีเมลมีผู้ใช้มากกว่า 4.5 พันล้านคนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารดิจิทัลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด การชำระเงินทางอีเมลจึงช่วยให้ธุรกิจสามารถเรียกเก็บเงินทางดิจิทัลได้อย่างสอดคล้องกับช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าใช้อยู่แล้ว โดยการส่งใบแจ้งหนี้หรือลิงก์ชำระเงินที่ปลอดภัยไปให้โดยตรง

ด้านล่างนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่าการชำระเงินทางอีเมลคืออะไร เหมาะสำหรับสถานการณ์ใดบ้าง และวิธีนำไปใช้ประกอบกลยุทธ์การชำระเงินสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การชำระเงินทางอีเมลคืออะไร
  • การชำระเงินทางอีเมลทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจ
  • ธุรกิจควรรับชำระเงินทางอีเมลในสถานการณ์ใด
  • ทำไมธุรกิจจึงควรใช้ลิงก์ชำระเงินแทนใบแจ้งหนี้
  • การชำระเงินทางอีเมลแตกต่างจากการโอนเงินทางอีเมลอย่างไร
  • ธุรกิจจะเขียนอีเมลขอให้ชำระเงินที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร
  • Stripe Payment Links ช่วยอะไรได้บ้าง

การชำระเงินทางอีเมลคืออะไร

การชำระเงินทางอีเมลช่วยให้ธุรกิจสามารถขอและรับการชำระเงินทางดิจิทัลได้โดยการส่งอีเมลพร้อมเส้นทางการชำระเงินที่ปลอดภัยไปให้ลูกค้า ซึ่งการชำระเงินจะไม่เกิดขึ้นในอีเมล เพียงแต่อีเมลจะนำส่งลิงก์หรือปุ่มไปให้เพื่อพาลูกค้าไปยังหน้าการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับการปกป้อง เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์

คุณไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เพื่อรับชำระเงินทางอีเมล เพราะลิงก์ชำระเงินที่โฮสต์จะทำหน้าที่เป็นการชำระเงินแบบสแตนด์อโลน จึงไม่ต้องมีหน้าการชำระเงินบนเว็บไซต์

การชำระเงินทางอีเมลทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจ

การชำระเงินทางอีเมลออกแบบมาให้ธุรกิจใช้ได้อย่างเรียบง่ายและคาดเดาได้ โดยมุ่งหมายให้จากขั้น "ขอให้ชำระเงินแล้ว" ถึงขั้น "ได้รับการชำระเงินแล้ว" มีขั้นตอนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

วิธีการทำงานมีดังนี้

  • ธุรกิจสร้างคำขอชำระเงิน: ธุรกิจสร้างลิงก์ชำระเงินหรือใบแจ้งหนี้ออนไลน์โดยใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่งจะสร้างหน้าการชำระเงินที่ปลอดภัยและไม่ซ้ำใครที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมนั้นๆ โดยคำขอจะกำหนดจำนวนเงิน สกุลเงิน และวัตถุประสงค์ของการชำระเงิน

  • ธุรกิจส่งคำขอทางอีเมล: มีการแชร์ลิงก์ชำระเงินให้ลูกค้าในอีเมลที่อธิบายการเรียกเก็บเงินและขอการชำระเงินอย่างชัดเจน

  • ลูกค้าชำระเงิน: เมื่อลูกค้าคลิกลิงก์ชำระเงิน ระบบจะนำลูกค้าไปยังหน้าการชำระเงินที่โฮสต์ ซึ่งลูกค้าจะสามารถตรวจสอบการเรียกเก็บเงินและป้อนรายละเอียดการชำระเงินของตนได้ ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจะได้รับการจัดการทั้งหมดในหน้านี้

  • ระบบประมวลผลการชำระเงิน: ระบบการชำระเงินจะเข้ารหัสข้อมูล ตรวจสอบการอนุมัติ และยืนยันการทำธุรกรรมกับธนาคารหรือเครือข่ายบัตรของลูกค้า หากการชำระเงินได้รับอนุมัติ ระบบจะหักยอดทันทีหรือตามการตั้งค่าของธุรกิจ

  • ธุรกิจได้รับเงิน: หลังจากดำเนินการแล้ว เงินจะฝากเข้าบัญชีของธุรกิจตามการตั้งเวลาการเบิกจ่ายมาตรฐาน คล้ายกับการชำระเงินออนไลน์อื่นๆ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับวิธีการชำระเงินและการตั้งค่าธนาคารของธุรกิจ

  • ระบบบันทึกการชำระเงิน: ลูกค้าได้รับการยืนยันหรือใบเสร็จ และระบบของธุรกิจจะทำเครื่องหมายที่การชำระเงินว่าเสร็จสมบูรณ์ ทำให้มีเส้นทางการตรวจสอบที่ชัดเจนไว้สำหรับการบัญชีและการสนับสนุนลูกค้า

ธุรกิจสามารถติดตามได้ว่ามีการส่งอีเมลการชำระเงินหรือไม่ มีการใช้ลิงก์หรือไม่ และใบแจ้งหนี้ใดยังเปิดอยู่ ทำให้ง่ายต่อการติดตามผลเมื่อจำเป็น

ธุรกิจควรรับชำระเงินทางอีเมลในสถานการณ์ใด

การชำระเงินทางอีเมลมักเป็นตัวเลือกที่เน้นการทำงานให้เสร็จได้จริง เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาเมื่อสถานการณ์ต้องการความเร็ว ความชัดเจน และการตั้งค่าที่ง่ายดายมากกว่าประสบการณ์การชำระเงินที่สร้างขึ้นจนครบถ้วนสมบูรณ์

สถานการณ์ต่อไปนี้อาจเอื้อให้ใช้การชำระเงินทางอีเมล

  • ความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง: ธุรกิจที่พูดคุยกับลูกค้าโดยตรงมักจะสื่อสารผ่านอีเมลเป็นหลัก การส่งลิงก์ชำระเงินในเธรดเดียวกันกับการสนทนาที่มีมาก่อนหน้าจะช่วยกำหนดหลักแหล่งให้ธุรกรรมอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิม

  • งานที่มีราคาที่กำหนดเองหรือมีการต่อรองราคา: บางครั้งราคาก็แตกต่างกันไปตามลูกค้า ขอบเขต หรือการมีส่วนร่วม (เช่น สำหรับบริการ การให้คำปรึกษา หรือโครงการแยกเดี่ยว) ในกรณีเหล่านี้ การชำระเงินทางอีเมลจะทำให้ง่ายต่อการขอเป็นจำนวนเงินที่เจาะจงโดยไม่ต้องสร้างขั้นตอนการชำระเงินขึ้นใหม่

  • ลูกค้าที่อยู่ไกลหรือกระจายตัว: การชำระเงินทางอีเมลช่วยให้ธุรกิจสามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าในเมืองหรือประเทศอื่นได้ ขอเพียงใช้วิธีการชำระเงินที่ระบบรองรับ ขั้นตอนการชำระเงินก็จะเหมือนกันทุกที่

  • ยอดขายปริมาณน้อยหรือไม่ต่อเนื่อง: หากมียอดขายแค่เป็นครั้งคราว กระบวนการสร้างและบำรุงรักษาการชำระเงินเต็มรูปแบบอาจเป็นงานที่มากเกินไป การชำระเงินทางอีเมลจะตั้งค่าและจัดการได้ง่ายกว่า

  • การชำระเงินที่จุดขายแบบใช้เทคโนโลยีง่ายๆ: เมื่อใดที่เครื่องอ่านบัตรใช้ไม่ได้ การส่งลิงก์ทางอีเมลจะช่วยป้องกันไม่ให้ชำระเงินล่าช้า

ทำไมธุรกิจจึงควรใช้ลิงก์ชำระเงินแทนใบแจ้งหนี้

ลิงก์ชำระเงินดีกว่าใบแจ้งหนี้ในบางแง่มุม โดยในสถานการณ์ที่เหมาะสม ลิงก์ชำระเงินจะทำให้ชำระเงินเร็วขึ้น ง่ายขึ้น และแม่นยำยิ่งขึ้นได้

ประโยชน์บางส่วนมีดังนี้

  • การชำระเงินที่รวดเร็ว: ลิงก์ชำระเงินช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้ทันทีที่เปิดอีเมล ลูกค้าจะไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ธนาคารหรือเริ่มกระบวนการโอนเงินเอง จึงช่วยให้ชำระเงินได้เร็วขึ้น

  • จำนวนเงินที่ชัดเจนและคงที่: ลิงก์ชำระเงินจะล็อกจำนวนเงินที่ต้องชำระไว้ จึงช่วยลดข้อผิดพลาดจากการพิมพ์ยอดรวมผิดหรือการชำระเงินเป็นบางส่วน

  • ปฏิสัมพันธ์น้อยที่สุด: ใบแจ้งหนี้แบบดั้งเดิมมักจะทำให้เกิดข้อสงสัยว่าต้องชำระเงินอย่างไรหรือส่งเงินที่ไหน ส่วนลิงก์ชำระเงินนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา และอีเมลจะให้บริบทที่อาจตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้

  • การกระทบยอดที่ชัดเจน: ลิงก์ชำระเงินแต่ละลิงก์จะเชื่อมโยงกับคำขอที่เจาะจง ช่วยให้ธุรกิจจับคู่การชำระเงินกับใบแจ้งหนี้หรือโครงการได้ง่ายขึ้น

  • การทำได้ง่ายในอุปกรณ์เคลื่อนที่: ลิงก์ชำระเงินสร้างขึ้นให้ใช้ได้ในโทรศัพท์และแท็บเล็ต ส่วนใบแจ้งหนี้มักจะจัดการยากกว่าเมื่อใช้ในที่อื่นที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

การชำระเงินทางอีเมลแตกต่างจากการโอนเงินทางอีเมลอย่างไร

ในตอนแรกที่เห็น การชำระเงินทางอีเมลกับการโอนเงินทางอีเมลอาจดูคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วทั้งสองอย่างใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างกันและทำงานบนระบบที่แตกต่างกันมาก

ข้อแตกต่างหลักๆ มีดังนี้

  • การเริ่มต้นการทำธุรกรรม: การชำระเงินทางอีเมลจะมีธุรกิจเป็นผู้เริ่มต้น โดยจะส่งคำขอให้ชำระเงินเพื่อให้ลูกค้าตอบกลับ ในขณะที่การโอนเงินทางอีเมลมักจะมีผู้ส่งเงินเป็นผู้เริ่มต้น โดยจะส่งเงินไปยังอีกคนหนึ่งโดยใช้ที่อยู่อีเมล

  • โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง: การชำระเงินทางอีเมลอาศัยผู้ประมวลผลการชำระเงินและระบบชำระเงินออนไลน์ที่จัดการบัตร กระเป๋าเงิน หรือวิธีการชำระเงินในท้องถิ่น ส่วนการโอนเงินทางอีเมลปกติแล้วจะโอนเงินโดยตรงระหว่างบัญชีธนาคารผ่านเครือข่ายธนาคารเฉพาะ

  • กรณีการใช้งาน: การชำระเงินทางอีเมลออกแบบมาเพื่อธุรกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น ใบแจ้งหนี้ บริการ และการขาย ส่วนการโอนเงินทางอีเมลมักใช้สำหรับการชำระเงินระหว่างบุคคล เช่น การแบ่งค่าใช้จ่ายหรือส่งเงินให้ครอบครัว

  • การเข้าถึงทางภูมิศาสตร์: การชำระเงินทางอีเมลสามารถรองรับลูกค้าต่างประเทศ หลายสกุลเงิน และธุรกรรมข้ามพรมแดนได้โดยขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ แต่การโอนเงินทางอีเมลมักจำกัดเฉพาะบางประเทศหรือระบบธนาคารในประเทศเท่านั้น

  • วิธีการชำระเงิน: การชำระเงินทางอีเมลรองรับบัตรและกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งลูกค้าจำนวนมากใช้ทางออนไลน์อยู่แล้ว ส่วนการโอนเงินทางอีเมลโดยทั่วไปจะใช้ยอดคงเหลือในธนาคารและไม่รองรับการชำระเงินด้วยบัตร

ธุรกิจจะเขียนอีเมลขอให้ชำระเงินที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร

การเขียนอีเมลขอให้ชำระเงินเป็นโอกาสที่จะสื่อสารกับลูกค้าให้ดี การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุดจะต้องชัดเจน ให้เกียรติกัน และลูกค้าดำเนินการได้ง่าย

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดบางส่วนมีดังนี้

  • ส่งจากที่อยู่ที่คนจำได้: ใช้อีเมลธุรกิจและการจัดรูปแบบที่เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าข้อความเป็นของจริง

  • เขียนหัวเรื่องให้เจาะจง: อ้างอิงใบแจ้งหนี้หรือบริการในหัวเรื่องโดยตรง วิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าได้ทราบว่าอีเมลนั้นเกี่ยวกับอะไร ซึ่งอาจกระตุ้นให้ลูกค้าเปิดข้อความโดยเร็ว

  • ระบุจำนวนเงินและวัตถุประสงค์แต่เนิ่นๆ: อธิบายตั้งแต่ประโยคแรกหรือประโยคที่สองว่าจะให้ชำระเงินค่าอะไรและต้องชำระเท่าไหร่ วิธีนี้ช่วยลดคำถามต่อเนื่องและความล่าช้าได้

  • ใส่ลิงก์ชำระเงินที่ชัดเจนเพียงลิงก์เดียว: เขียนกำกับลิงก์ชำระเงินให้ดีแล้วใส่ไว้ในจุดที่สังเกตเห็นง่าย เช่น ขึ้นบรรทัดใหม่เป็นของตัวเอง

  • ใช้น้ำเสียงเหมาะสม: เขียนข้อความด้วยสำนวนภาษาแบบเดียวกับที่จะใช้สนทนาทางธุรกิจอื่นๆ โดยเป็นภาษาที่สุภาพและเป็นกลาง แสดงความให้เกียรติและเสริมสร้างความไว้วางใจ

  • ให้ช่องทางตอบกลับ: บอกให้ลูกค้าทราบวิธีติดต่อคุณหากมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลใดๆ

Stripe Payment Links เป็นโซลูชันแบบไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่งช่วยให้คุณสร้างและแชร์หน้าการชำระเงินที่ปลอดภัยทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

Payment Links ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ได้รับเงินเร็วขึ้น: แชร์ลิงก์ชำระเงินที่กำหนดเองให้กับลูกค้าและรับชำระเงินแบบครั้งเดียวหรือตามแบบแผนล่วงหน้าได้ทันที โดยไม่ต้องออกใบแจ้งหนี้หรือผสานการทำงานให้ซับซ้อน

  • เพิ่มคอนเวอร์ชัน: เพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันด้วยการออกแบบให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นขึ้น

  • ประหยัดเวลา: สร้าง ปรับแต่ง และแชร์หน้าการชำระเงินได้ง่ายๆ ผ่านแดชบอร์ดของ Stripe โดยแทบไม่ต้องเขียนโค้ด

  • ขยายไปทั่วโลก: รับชำระเงินจากลูกค้าทั่วโลก โดย Adaptive Pricing จะช่วยปรับราคาให้เข้ากับท้องถิ่นมากกว่า 135 สกุลเงิน และเสนอวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นที่พร้อมใช้งาน

  • เข้าถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Stripe: ผสานการทำงาน Payment Links เข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Stripe เช่น Stripe Billing, Stripe Radar และ Stripe Tax เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระเงิน

  • รักษาการควบคุมไว้: ปรับแต่งรูปลักษณ์และความรู้สึกของหน้าการชำระเงินให้สอดคล้องกับแบรนด์ของคุณ และติดตามกิจกรรมการชำระเงินทั้งหมดในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Payment Links สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ

Payment Links

สร้างหน้าการชำระเงินที่สมบูรณ์ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งและแชร์กับลูกค้าของคุณ

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payment Links

รองรับการชำระเงินหลายฝ่ายและการเบิกจ่ายทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย