การติดตามหนี้: สิ่งที่ธุรกิจแบบชำระเงินตามรอบบิลต้องรู้

Billing
Billing

Stripe Billing เสริมศักยภาพให้กับทุกรูปแบบค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า แบบแบ่งระดับราคา หรือแบบผสมผสาน เพื่อให้คุณบริหารจัดการลูกค้าได้ในแบบที่ต้องการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การติดตามหนี้คืออะไร
  3. ทำไมการติดตามหนี้จึงสำคัญต่อธุรกิจ
  4. การจัดการการติดตามหนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง
    1. กระบวนการติดตามหนี้ทำงานอย่างไร
  5. แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามหนี้
  6. แนวทางการจัดการการติดตามหนี้ของ Stripe
  7. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

การชำระเงินไม่สำเร็จสำหรับบริการในรูปแบบการเรียกเก็บเงินตามรอบบิลเป็นสาเหตุของยอดรวมการเลิกใช้บริการถึง 20%–40% ของสำหรับธุรกิจแบบเรียกเก็บเงินตามรอบบิล การติดตามหนี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่บริษัทใช้เพื่อพยายามลดจุดอ่อนที่มาพร้อมกับโมเดลการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล สามารถช่วยสนับสนุนความมั่นคงทางการเงินของบริษัทและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้ ด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม ธุรกิจจะสามารถบรรเทาความตึงเครียดจากการชำระเงินเกินกำหนด ในขณะที่ยังคงสานความสัมพันธ์ที่ให้เกียรติลูกค้าไปพร้อมกันได้

เราจะอธิบายถึงความจำเป็นในการติดตามหนี้ นัยสำคัญ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปรับใช้กลยุทธ์การติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การติดตามหนี้คืออะไร
  • ทำไมการติดตามหนี้จึงสำคัญต่อธุรกิจ
  • การจัดการติดตามหนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • กระบวนการติดตามหนี้ทำงานอย่างไร
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามหนี้
  • แนวทางการจัดการติดตามหนี้ของ Stripe
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การติดตามหนี้คืออะไร

การติดตามหนี้คือกระบวนการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเรียกเก็บเงินที่ครบกำหนดหรือเลยกำหนดชำระ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญสำหรับการรักษากระแสเงินสด การควบคุมอัตราการเลิกใช้บริการของลูกค้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า นอกจากนี้ การติดตามหนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญในการลด "หนี้เสีย" ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงหนี้การค้าค้างชำระหรือเงินที่ค้างชำระให้กับบริษัทที่ถือว่าเรียกเก็บเงินไม่ได้หลังจากพยายามชำระเงินซ้ำแล้ว

ทำไมการติดตามหนี้จึงสำคัญต่อธุรกิจ

การติดตามหนี้เป็นข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับธุรกิจเนื่องจากสาเหตุหลายประการ ดังนี้

  • การปรับปรุงกระแสเงินสด
    การดำเนินการให้มั่นใจว่าจะมีการเก็บเงินตรงเวลา การติดตามหนี้จะช่วยรักษากระแสเงินสดให้มั่นคง ซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินงานและการเติบโตของธุรกิจในแต่ละวัน

  • การลดหนี้เสีย
    การติดตามบัญชีที่เกินกำหนดชำระอย่างจริงจังสามารถป้องกันไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งอาจส่งผลให้ธุรกิจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

  • การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า
    ด้วยการสื่อสารที่เป็นระบบและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ธุรกิจสามารถใช้การติดตามหนี้เพื่อช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ได้ การแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับลูกค้าเพื่อแก้ไขปัญหา จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ที่อาจเป็นแง่ลบให้กลายเป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าได้

  • การเพิ่มประสิทธิภาพให้ทรัพยากรภายใน
    หากใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำงานโดยอัตโนมัติ กระบวนการติดตามหนี้จะช่วยประหยัดทรัพยากรภายในที่ธุรกิจอาจต้องใช้ไปกับการติดตามลูกค้าที่ทั้งน่าเบื่อและไม่มีประสิทธิภาพ

  • การลดความเสี่ยง
    แนวทางการติดตามหนี้ที่สม่ำเสมอช่วยให้ธุรกิจสามารถระบุและจัดการความเสี่ยงได้โดยการตรวจพบแนวโน้มของการชำระเงินล่าช้าหรือการไม่ชำระเงิน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าในกลุ่มลูกค้าหรือตลาดที่เฉพาะเจาะจง

  • การสนับสนุนการคาดการณ์ทางการเงิน
    เมื่อการติดตามหนี้ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจต่างๆ จะมองเห็นภาพรวมเกี่ยวกับหนี้การค้าของตนอย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวางแผนและการคาดการณ์ทางการเงินที่ถูกต้อง

  • การดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนด
    อาจมีข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับวิธีติดตามหนี้สิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจ การกำหนดกระบวนการติดตามหนี้ที่มีโครงสร้างชัดเจนช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านี้

  • การเสริมสร้างชื่อเสียงของบริษัท
    กระบวนการการติดตามหนี้อย่างมืออาชีพและมีโครงสร้างสามารถส่งเสริมชื่อเสียงของบริษัทโดยการสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าในทุกจุดสัมผัส

การจัดการการติดตามหนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง

การจัดการติดตามหนี้คือกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเรียกเก็บเงินคืนจากลูกค้าในลักษณะที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าไว้ได้ โดยกระบวนการจัดการติดตามหนี้ประกอบด้วยรายละเอียดต่อไปนี้

  • การสร้างข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัดเจนด้วยระบบอัตโนมัติ
    ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ โปรดตั้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระเงินที่ชัดเจน แล้วสื่อสารกับลูกค้า ซึ่งรวมถึงวันที่ครบกำหนดชำระเงิน ค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า ระยะผ่อนผัน และวิธีการชำระเงินที่ยอมรับ ความโปร่งใสจะช่วยกำหนดความคาดหวังที่เหมาะสมและป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งประกอบด้วยการผสานข้อกำหนดไว้ในขั้นตอนของกระบวนการเริ่มต้นใช้งานสำหรับผู้ใช้ การใช้ API เพื่ออัปเดตข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยอัตโนมัติ และการดำเนินการให้มั่นใจว่าลูกค้าจะเข้าถึงข้อกำหนดเหล่านี้ผ่านบัญชีของตัวเองได้อย่างง่ายดาย

  • การผสานการจัดการลูกหนี้การค้าเข้ากับสแต็กเทคโนโลยีของคุณ
    สำหรับบริษัทที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี การผสานการจัดการลูกหนี้การค้าเข้ากับสแต็กเทคโนโลยีที่หลากหลายถือเป็นส่วนสำคัญของการจัดการติดตามหนี้ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่การใช้ซอฟต์แวร์บัญชีเท่านั้น แต่ยังต้องมั่นใจว่าแพลตฟอร์มการจัดการการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล ระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) และเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ จะซิงค์กันเพื่อให้ข้อมูลบัญชีลูกค้าแบบเรียลไทม์

  • ใช้การสื่อสารที่ปรับตามบุคคลและมีข้อมูลประกอบเพื่อแจ้งเตือน
    เมื่อส่งการแจ้งเตือน (อย่างเป็นมิตร) ถึงลูกค้า ให้ใช้การสื่อสารที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลซึ่งอิงตามข้อมูลของลูกค้า ตัวอย่างเช่น การแบ่งกลุ่มลูกค้าตามประวัติการเรียกเก็บเงินหรือปฏิสัมพันธ์กับบริการของคุณจะช่วยปรับแต่งข้อความได้ ใช้แคมเปญอีเมลอัตโนมัติ การแจ้งเตือนในแอป และการแจ้งเตือนติดตามหนี้อย่างเป็นทางการ หากเกี่ยวข้อง

  • การแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลหลายช่องทาง
    นอกเหนือจากวิธีการสื่อสารแบบเดิมๆ เช่น อีเมลและโทรศัพท์ ควรใช้การแจ้งเตือนภายในแอป, SMS และแม้แต่การสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย หากเหมาะสม เป้าหมายคือการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางที่พวกเขามีส่วนร่วมมากที่สุด

  • การรวมเอกสารประกอบสำหรับการสื่อสารไว้ใน CRM
    บันทึกการสื่อสารทั้งหมดไว้ในส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบ CRM ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการจัดการการชำระเงินตามรอบบิลของคุณ การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทีมขายและฝ่ายสนับสนุนลูกค้าเข้าถึงประวัติการสื่อสารได้อย่างง่ายดาย

  • การนำข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้กับการติดตามผลทางโทรศัพท์
    ใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อค้นหาเวลาที่ดีที่สุดในการโทรติดต่อลูกค้าและให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับประวัติของลูกค้า ความต้องการ และเหตุผลในการไม่ชำระเงิน

  • ตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่นและปรับตามความต้องการของลูกค้า
    บริษัทเทคโนโลยีควรพิจารณาการใช้อัลกอริทึมที่นำเสนอตัวเลือกการชำระเงินแบบไดนามิกโดยดูจากประวัติและมูลค่าของลูกค้า สำหรับลูกค้าที่มีมูลค่าสูง การเสนอข้อกำหนดที่ยืดหยุ่นมากขึ้นอาจเป็นเรื่องที่เหมาะสม นอกจากนี้ การมอบตัวเลือกแบบบริการตนเองและทางเลือกแพ็กเกจการชำระเงินต่างๆ สามารถช่วยให้ลูกค้ารู้สึกมีอำนาจและยกระดับความสัมพันธ์ได้

  • การใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์การติดตามหนี้เฉพาะทางที่มีแมชชีนเลิร์นนิง
    ซอฟต์แวร์การติดตามหนี้ได้รับการพัฒนาให้มีอัลกอริทึมของแมชชีนเลิร์นนิงที่คาดการณ์พฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้าและปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เหมาะสมได้ การผสานการทำงานซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการการติดตามหนี้ได้อย่างมาก

  • การประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยการวิเคราะห์แบบคาดการณ์
    ใช้การวิเคราะห์ตามการคาดการณ์เพื่อประเมินพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้าในอนาคต ข้อมูลนี้สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจว่าควรปรับเงื่อนไขสินเชื่อหรือต้องมีการรับประกันการชำระเงินด้วยวิธีอื่นหรือไม่

  • การปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
    ใช้การทดสอบ A/B คำติชมของลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงกระบวนการการติดตามหนี้ของคุณอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณวัด KPI ที่ถูกต้องและใช้ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

  • การฝึกอบรมพนักงานโดยมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จของลูกค้า
    การฝึกอบรมไม่ควรเน้นแค่กระบวนการติดตามหนี้เท่านั้น แต่ยังต้องเน้นย้ำหลักการความสำเร็จของลูกค้าในวงกว้างด้วย สนับสนุนทีมของคุณด้วยข้อมูลและเครื่องมือต่างๆ และช่วยให้ทีมเข้าใจบทบาทของการติดตามหนี้ภายในบริบทของวงจรการทำงานและการรักษาลูกค้า

กระบวนการติดตามหนี้ทำงานอย่างไร

สำหรับธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจประเภท SaaS หรือธุรกิจในรูปแบบการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล การติดตามหนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการรายรับ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ หรือการแก้ไขรายการธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตที่ไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การติดตามหนี้ไม่ใช่เพียงการทวงหนี้อย่างเดียว แต่โดยปกติจะมีกระบวนการทำงานดังนี้

  1. การชำระเงินไม่สำเร็จ: กระบวนการติดตามหนี้จะเริ่มต้นทันทีที่การชำระเงินไม่สำเร็จ ซึ่งอาจเกิดจากการที่บัญชีของลูกค้าปฏิเสธธุรกรรม SaaS หรือบริษัทคู่สัญญาไม่สามารถชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ได้ภายในวันครบกำหนด

  2. การติดต่อประสานงานทันที: ธุรกิจหลายแห่งเลือกใช้แนวทางการติดตามหนี้แบบ "ประนีประนอม" โดยปกติจะเป็นการส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบว่าการชำระเงินถูกปฏิเสธ และให้ระยะเวลาผ่อนผันเพื่อให้ลูกค้าเข้าไปแก้ไขข้อมูลการชำระเงิน

  3. Smart Retries: เกตเวย์การชำระเงินสมัยใหม่มักจะใช้ระบบ Smart Retries แทนที่จะใช้วิธีส่งอีเมลหาลูกค้าเพียงอย่างเดียว ระบบจะพยายามตัดยอดจากบัตรอีกครั้งในเวลาที่วางแผนไว้แล้วว่ามีโอกาสที่ธุรกรรมจะสำเร็จมากที่สุด

  4. การยกระดับการติดตามหนี้: หากการแจ้งเตือนในเบื้องต้นไม่ได้รับการตอบกลับ น้ำเสียงและจังหวะของการสื่อสารอาจมีความเด็ดขาดมากขึ้น ข้อความจะเริ่มระบุถึงผลกระทบที่จะตามมาหากยังคงไม่มีการชำระเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมกรณีชำระเงินล่าช้า การระงับบริการ หรือแม้กระทั่งการปิดบัญชี

  5. การระงับบริการ: หากการชำระเงินไม่ได้รับการแก้ไขหลังพ้นช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ธุรกิจสามารถเปลี่ยนไปใช้การระงับบัญชีได้ โดยลูกค้าอาจถูกปิดกั้นไม่ให้ใช้ซอฟต์แวร์หรือมีการระงับบริการของลูกค้าจนกว่าจะชำระยอดคงเหลือ

  6. การแจ้งเตือนครั้งสุดท้าย: หากการ การติดตามหนี้ทั้งหมดไม่ประสบผลสำเร็จ บัญชีจะถือว่าถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ในขั้นตอนนี้ ธุรกิจสามารถเลือกที่จะตัดหนี้หรือส่งมอบบัญชีดังกล่าวไปยังหน่วยงานทวงหนี้

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามหนี้

กลยุทธ์การจัดการการติดตามหนี้ที่ดีที่สุดคือกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ธุรกิจนั้นให้บริการอยู่ แม้ว่าแนวทางนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ แต่ยังมีแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดบางประการที่สามารถใช้ได้ผลดีกับธุรกิจส่วนใหญ่ ดังนี้

  • การสื่อสารที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น: แจ้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระเงินให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น การทำเช่นนี้จะกำหนดความคาดหวังและช่วยป้องกันการเข้าใจผิด

  • การใช้ระบบอัตโนมัติที่มีความใส่ใจแบบมนุษย์: การใช้ซอฟต์แวร์ติดตามหนี้เพื่อดำเนินการกับงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ เช่น การส่งการแจ้งเตือนและการติดตามบัญชีไม่ควรเป็นการสื่อสารซึ่งดูแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ โปรดสร้างการสื่อสารด้านการติดตามหนี้ที่มีความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะใช้ระบบอัตโนมัติหรือไม่

  • การส่งการแจ้งเตือนที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล: ปรับแต่งข้อความการติดตามหนี้โดยระบุชื่อลูกค้าและรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับบัญชีของลูกค้า ข้อความที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมักจะมีประสิทธิภาพมากกว่าข้อความทั่วไป

  • การค่อยๆ ยกระดับอย่างทันท่วงที: เริ่มด้วยการแจ้งเตือนอย่างอ่อนโยนและค่อยๆ ปรับโทนและความถี่ในการสื่อสารเมื่อใบแจ้งหนี้เลยกำหนดชำระ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการสื่อสารทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงน้ำเสียงของแบรนด์ที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบ ซึ่งยังคงรักษาความรู้สึกดีๆ ของลูกค้า

  • ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย: ใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น อีเมล โทรศัพท์ และ SMS เพื่อติดต่อลูกค้า การทำเช่นนี้จะเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเห็นข้อความของคุณ

  • ความยืดหยุ่นในการชำระเงิน: นำเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย (บัตรเครดิต กระเป๋าเงิน ฯลฯ) และพิจารณาการเจรจาเรื่องแผนการชำระเงินกับลูกค้าที่อาจประสบปัญหาทางการเงิน หากจำเป็น

  • เก็บบันทึกโดยละเอียด: เก็บบันทึกโดยละเอียดของการสื่อสารกับลูกค้าทั้งหมดในระหว่างกระบวนการติดตามหนี้ การติดตามภายในนั้นมีความสำคัญสำหรับการติดตามภายในบริษัท และอาจเป็นสิ่งสำคัญในกรณีที่มีการโต้แย้งการชำระเงิน

  • ทราบถึงกรอบกฎหมาย: ควรตรวจสอบว่าคุณมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายในการเรียกเก็บหนี้ในเขตอำนาจศาลของคุณ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจว่าขั้นตอนการติดตามหนี้ของคุณเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ

  • วัดและวิเคราะห์ประสิทธิภาพ: วัดประสิทธิภาพในกระบวนการติดตามหนี้ของคุณเป็นประจำ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุแนวโน้มและส่วนที่ควรปรับปรุง

  • ความคิดเห็นจากลูกค้า: ขอรับความคิดเห็นจากลูกค้าเกี่ยวกับกระบวนการติดตามหนี้อย่างขยันขันแข็ง การทำความเข้าใจมุมมองของลูกค้าอาจเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ต่อการปรับปรุง

  • แผนงานฉุกเฉิน: มีแผนงานที่ชัดเจนว่าเมื่อใดที่ควรส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานทวงหนี้หรือดำเนินการทางกฎหมาย และต้องแน่ใจว่าได้แจ้งขั้นตอนเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจนในข้อความติดตามหนี้

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเหล่านี้จะช่วยให้คุณและทีมเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ ปรับปรุงการเรียกเก็บเงิน และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้

แนวทางการจัดการการติดตามหนี้ของ Stripe

แนวทางของ Stripe ในด้านการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า การจัดการการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล และการจัดการการติดตามหนี้ สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างระบบอัตโนมัติ การปรับแต่งตามความต้องการ และการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ลูกค้า โดย Stripe มอบเครื่องมือชุดใหญ่ให้แก่ธุรกิจเพื่อจัดการกับการชำระเงินที่เกินกำหนด ไม่ว่าจะเป็นอีเมลอัตโนมัติ, Smart Retries, พอร์ทัลลูกค้า และการผสานการทำงานกับบริการของบริษัทอื่น โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

  • อีเมลอัตโนมัติ
    Stripe ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ระบบอัตโนมัติในการส่งอีเมลหาลูกค้าเมื่อการชำระเงินไม่สำเร็จ โดยอีเมลเหล่านี้สามารถปรับแต่งได้และสามารถใส่ลิงก์เพื่อให้ลูกค้าอัปเดตข้อมูลการชำระเงินของตนเองได้

  • Smart Retries
    Stripe ใช้อัลกอริทึมอัจฉริยะเพื่อลองเรียกเก็บเงินที่ชำระไม่สำเร็จซ้ำเมื่อการชำระเงินมีแนวโน้มจะสำเร็จมากที่สุด ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการดำเนินการด้วยตัวเองและช่วยให้คุณได้รับรายรับมากขึ้น

  • พอร์ทัลลูกค้า
    Stripe ให้บริการพอร์ทัลลูกค้าที่ลูกค้าสามารถจัดการการชำระเงินตามรอบบิลของตนเอง และข้อมูลการเรียกเก็บเงิน รวมถึงอัปเดตวิธีการชำระเงิน วิธีการชำระเงินที่หมดอายุคือสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้การชำระเงินไม่สำเร็จ

  • การตั้งค่าการเรียกเก็บเงินที่ปรับแต่งได้
    ธุรกิจสามารถปรับแต่งวิธีที่ Stripe จัดการการชำระเงินที่ไม่สำเร็จ ซึ่งรวมถึงการกำหนดจำนวนครั้ง Stripe พยายามเรียกเก็บเงินอีกครั้ง และจำนวนเวลาที่ต้องผ่านไปก่อนที่ธุรกิจจะถือว่าเรียกเก็บเงินไม่ได้ และปิดใบแจ้งหนี้

  • การผสานการทำงานกับบริการการติดตามหนี้ของบริษัทอื่น
    ธุรกิจที่ต้องการฟีเจอร์การติดตามหนี้ที่ล้ำสมัยกว่าเดิม มีตัวเลือกในการผสานการทำงาน Stripe กับบริการจัดการติดตามหนี้ของบริษัทอื่น ซึ่งบริการเหล่านี้มักมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น อีเมลติดตามหนี้ที่ปรับแต่งได้มากขึ้น, การแจ้งเตือนผ่าน SMS และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด

  • หน้าใบแจ้งหนี้ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบของเรา
    เมื่อการชำระเงินไม่สำเร็จเนื่องจากบัตรเครดิตหมดอายุหรือปัญหาอื่นๆ Stripe จะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านหน้าใบแจ้งหนี้ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบของ Stripe ซึ่งมีความปลอดภัย โดยลูกค้าสามารถอัปเดตรายละเอียดการชำระเงินและดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสมบูรณ์ได้

  • เหตุการณ์การอัปเดตการชำระเงินตามรอบบิล
    ธุรกิจสามารถติดตามการอัปเดตและการเปลี่ยนแปลงการชำระเงินตามรอบบิล ซึ่งรวมถึงการยกเลิกเนื่องจากไม่มีการชำระเงิน โดยใช้เหตุการณ์การชำระเงินตามรอบบิลของ Stripe เมื่อวิเคราะห์แล้ว ก็สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับกลยุทธ์การติดตามหนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้

การอำนวยความสะดวกผ่านช่องทางการสื่อสารที่ราบรื่นและให้เกียรติลูกค้า ควบคู่ไปกับการอัปเดตและติดตามผลแบบเรียลไทม์ ทำให้ Stripe ช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายรับไปพร้อมกับการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ในขณะที่สภาพการณ์ของการชำระเงินยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การก้าวตามฟีเจอร์ล่าสุดและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการติดตามหนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่มุ่งหวังความยั่งยืนทางการเงินและความพึงพอใจของลูกค้า เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe ทำงานร่วมกับธุรกิจในรูปแบบการเรียกเก็บเงินตามรอบบิล

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Billing

Billing

เรียกเก็บและรักษารายรับได้มากขึ้น ใช้วิธีอัตโนมัติกับขั้นตอนการจัดการรายรับ ตลอดจนรับการชำระเงินได้ทั่วโลก

Stripe Docs เกี่ยวกับ Billing

สร้างและจัดการการชำระเงินตามรอบบิล ติดตามการใช้งาน และออกใบแจ้งหนี้