วิธีการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะบันทึกรายรับและรายจ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ว่าจะได้รับหรือจ่ายเงินเมื่อใดก็ตาม ส่วนการทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดจะบันทึกธุรกรรมก็ต่อเมื่อได้รับหรือจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะรับรู้รายรับเมื่อเกิดขึ้น (ซึ่งมักจะเป็นเวลาที่มีการจัดส่งสินค้าหรือให้บริการ) แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการชำระเงินก็ตาม และรับรู้รายจ่ายเมื่อมีรายจ่ายเกิดขึ้นเช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาที่มีการชำระเงิน วิธีนี้จะจับคู่รายรับกับรายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างรายการเหล่านี้ในรอบการรายงานรอบเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจึงแสดงสถานภาพทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทได้แม่นยำกว่า
ธุรกิจในสหรัฐอเมริกาที่มีรายรับ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปในช่วงระยะเวลา 3 ปีจะต้องใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง แต่ธุรกิจเล็กๆ บางแห่งก็ใช้วิธีนี้ด้วยเช่นกัน ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงเกณฑ์คงค้างประเภทต่างๆ วิธีการทำงานของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง ข้อได้เปรียบและความท้าทายต่างๆ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
เนื้อหาหลักในบทความ
- วิธีการทำบัญชีประเภทต่างๆ
- การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเทียบกับการทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด
- การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างมีวิธีการทำงานอย่างไร
- รายการคงค้างประเภทต่างๆ
- ข้อได้เปรียบของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
- ความท้าทายของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
- แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
- Stripe Revenue Recognition ช่วยอะไรได้บ้าง
วิธีการทำบัญชีประเภทต่างๆ
ธุรกิจต่างๆ ใช้วิธีการทำบัญชีหลักๆ อยู่ 3 วิธีในการบันทึกธุรกรรมทางการเงิน ได้แก่ แบบเกณฑ์คงค้าง แบบเกณฑ์เงินสด และแบบผสมผสาน ภาพรวมของแต่ละวิธีและกฎต่างๆ สำหรับการบันทึกรายรับและรายจ่ายมีดังนี้
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง: การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะบันทึกรายรับและรายจ่ายเมื่อเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะมีการชำระเป็นเงินสดเมื่อใดก็ตาม วิธีนี้จะแสดงสถานภาพทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทได้แม่นยำมากกว่า จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่หรือบริษัทที่จัดการกับธุรกรรมเครดิต
การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด: การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดจะบันทึกธุรกรรมเฉพาะเมื่อมีการชำระเป็นเงินสดแล้วเท่านั้น วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจว่าบริษัทจะรับรู้รายรับเมื่อได้รับเงินแล้ว และรับรู้รายจ่ายเมื่อมีการชำระเงินออกไปแล้ว ธุรกิจขนาดเล็กและบุคคลทั่วไปมักจะใช้วิธีนี้เพราะช่วยให้เห็นว่าธุรกิจมีเงินสดอยู่มากน้อยเพียงใดในช่วงเวลานั้นๆ
การทำบัญชีแบบผสมผสาน: การทำบัญชีแบบผสมผสานเป็นการรวมการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างกับแบบเกณฑ์เงินสดเข้าด้วยกัน เมื่อใช้วิธีนี้ ธุรกิจจะใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดกับธุรกรรมส่วนใหญ่ แต่เปลี่ยนไปใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างกับรายการที่สำคัญๆ ความยืดหยุ่นนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการลดความยุ่งยากของธุรกรรมแบบวันต่อวัน แต่ต้องใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเพื่อให้รายงานลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้า หรือสินค้าคงคลังจำนวนมากได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ธุรกิจจะต้องทำบัญชีแบบผสมผสานอย่างรอบคอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายภาษีและมาตรฐานการทำบัญชี
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเทียบกับการทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด
เมื่อคุณเลือกวิธีการทำบัญชี ให้คำนึงถึงประเภทธุรกิจที่คุณทำ ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความต้องการด้านการทำบัญชีที่ยุ่งยากก็มักจะใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง ธุรกิจขนาดเล็กที่เน้นใช้เงินสดและบุคคลทั่วไปก็อาจเลือกใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดเพราะเป็นวิธีที่เรียบง่าย ส่วนบริษัทมหาชนหรือบริษัทที่มีรายรับจำนวนมากมักใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ
ต่อไปนี้คือข้อดีและข้อเสียของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างและแบบเกณฑ์เงินสด
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะบันทึกรายรับและรายจ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ว่าจะได้รับหรือจ่ายเงินเมื่อใดก็ตาม
ข้อดี
วิธีนี้แสดงสถานะทางการเงินของธุรกิจได้แม่นยำกว่า โดยการระบุรายรับที่เกิดขึ้นให้ตรงกับรายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างรายรับเหล่านั้น
วิธีนี้ช่วยให้วางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินได้ง่ายขึ้นโดยการจัดกิจกรรมทางธุรกิจให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ทางการเงิน
หลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป (Generally Accepted Accounting Principle หรือ GAAP) ในสหรัฐอเมริกาและมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Reporting Standards หรือ IFRS) ทั่วโลกมักจะกำหนดหรือส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดใหญ่หรือมหาชนใช้วิธีนี้เพื่อให้การรายงานทางการเงินสอดคล้องกันและเปรียบเทียบได้
ข้อเสีย
เนื่องจากมีการติดตามลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจึงนำมาใช้และจัดการได้ยากกว่า
วิธีนี้ไม่ได้แสดงถึงกระแสเงินสดโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดสำหรับธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับเงินสด
การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสด
การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดจะบันทึกรายรับเมื่อได้รับเงินสดและบันทึกรายจ่ายเมื่อมีการชำระเงินออกไป
ข้อดี
สามารถจัดการการติดตามธุรกรรมเงินสดที่ตรงไปตรงมาได้ง่ายกว่าการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
ธุรกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลักหรือธุรกิจที่มีโครงสร้างทางการเงินที่ตรงไปตรงมาจะได้ประโยชน์จากการทราบยอดเงินสดที่ใช้ได้
การทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดอาจช่วยให้ธุรกิจจัดการภาษีได้ง่ายขึ้น เพราะจะยังไม่มีการเก็บภาษีจากรายได้จนกว่าจะได้รับเงินจริงๆ ส่วนรายจ่ายก็จะไม่มีการลงบันทึกจนกว่าจะชำระเรียบร้อย
ข้อเสีย
วิธีนี้อาจไม่ได้แสดงสถานะทางการเงินในระยะยาวอย่างถูกต้อง เพราะไม่ได้คำนึงถึงภาระหน้าที่หรือลูกหนี้การค้าในอนาคต
วิธีนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกน้อยกว่าเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของธุรกิจเมื่อเวลาผ่านไป เพราะอาจนำเสนอผลลัพธ์ของกิจกรรมทางการเงินโดยอิงตามช่วงเวลาของกระแสเงินสดได้ไม่ถูกต้อง
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างมีวิธีการทำงานอย่างไร
วิธีการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะบันทึกรายรับและรายจ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ว่าจะได้รับหรือมีการชำระเป็นเงินสดเมื่อใดก็ตาม ส่วนการทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดจะบันทึกเฉพาะเมื่อมีการส่งมอบเงินแล้วเท่านั้น
วิธีการทำงานของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างมีดังนี้
บันทึกรายรับเมื่อเกิดขึ้น ไม่ใช่เวลาที่มีการชำระ
บริษัทจะถือว่ารายรับเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดส่งสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของบริษัทภายใต้สัญญาหรือข้อตกลง
รายรับดังกล่าวจะเป็นไปได้จริงเมื่อบริษัทคาดหวังได้ว่าจะมีการชำระเงินสำหรับสินค้าหรือบริการนั้นๆ
เมื่อรายรับเกิดขึ้นและเป็นไปได้จริง บริษัทก็จะบันทึกรายรับนั้นๆ ไว้ในงบกำไรขาดทุน แม้จะยังไม่มีการชำระเป็นเงินสด แต่ธุรกิจยังสร้างรายการลูกหนี้การค้าเพื่อติดตามจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องชำระได้
บันทึกรายจ่ายเมื่อเกิดขึ้น ไม่ใช่เวลาที่มีการชำระ
บริษัทจะถือว่ารายจ่ายเกิดขึ้นหลังจากได้รับสินค้าหรือบริการจากซัพพลายเออร์หรือพนักงาน ซึ่งเป็นการบังคับให้บริษัทต้องจ่ายเงินสำหรับสินค้าหรือบริการนั้น
ธุรกิจจะบันทึกรายจ่ายที่เกิดขึ้นไว้ในงบกำไรขาดทุน แม้ว่าจะยังไม่ได้ชำระรายจ่ายนั้นๆ แต่ธุรกิจจะสร้างรายการเจ้าหนี้การค้าเพื่อติดตามจำนวนเงินที่ต้องชำระให้กับซัพพลายเออร์หรือพนักงาน
จับคู่รายรับกับรายจ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะใช้หลักการจับคู่ ซึ่งเป็นการระบุรายจ่ายให้ตรงกับรายรับที่เกี่ยวข้องในรอบการรายงานเดียวกัน เมื่อใช้หลักการนี้ บริษัทควรรับรู้รายจ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างรายรับในรอบเดียวกันกับรายรับนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น สมมติว่าบริษัทขายสินค้าให้ลูกค้าในเดือนธันวาคม แต่จะไม่ได้รับการชำระเงินจนกว่าจะถึงเดือนมกราคมของปีต่อไป เมื่อใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง บริษัทจะรับรู้รายรับในเดือนธันวาคมเมื่อมีรายรับเกิดขึ้น แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการชำระเป็นเงินสดก็ตาม บริษัทจะสร้างรายการลูกหนี้การค้าเพื่อติดตามยอดเงินที่ค้างชำระ เมื่อบริษัทได้รับการชำระเงินด้วยเงินสดในเดือนมกราคม บริษัทก็จะลดลูกหนี้การค้าและเพิ่มบัญชีเงินสด
รายการคงค้างประเภทต่างๆ
รายการคงค้างในการทำบัญชีมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ รายได้ค้างรับและรายจ่ายค้างจ่าย รายการคงค้างเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของขั้นตอนปิดบัญชีช่วงสิ้นสุดรอบในการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง โดยช่วยให้มั่นใจว่า งบการเงินจะแสดงรายรับและรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างรอบนั้นๆ โดยเป็นไปตามหลักการจับคู่ของการทำบัญชี
รายรับค้างรับ: รายรับค้างรับ (หรือที่เรียกว่าสินทรัพย์ค้างรับ) คือ รายรับที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับเป็นเงินสด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจให้บริการไปแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบแจ้งหนี้หรือยังไม่ได้รับการชำระเงิน เช่น ในกรณีของบริษัทที่ให้บริการให้คำปรึกษาไปเมื่อช่วงสิ้นเดือน แต่ไม่ได้ออกใบเรียกเก็บเงินกับลูกค้าจนกว่าจะถึงเดือนถัดไป บริษัทดังกล่าวจะต้องรับรู้รายรับที่เกิดขึ้นในรอบการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
รายจ่ายค้างจ่าย: รายจ่ายค้างจ่าย (หรือที่เรียกว่าหนี้สินค้างจ่าย) คือ รายจ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระเงินหรือบันทึกลงในบัญชี ตัวอย่างเช่น บริษัทมักจะจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานหลังได้รับบริการจากพนักงานแล้ว บริษัทก็จะต้องบันทึกรายจ่ายเหล่านี้ในเดือนที่ใช้บริการจากพนักงาน
ในขณะที่รายการคงค้างจะรับรู้รายรับหรือรายจ่ายเมื่อมีการจัดส่งสินค้าหรือให้บริการไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับหรือจ่ายเงิน รายการรับล่วงหน้าจะรับรู้รายรับเมื่อมีการชำระเงินเข้ามาก่อนที่จะส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ
ข้อได้เปรียบของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะแสดงสถานะทางการเงินของบริษัทได้อย่างถูกต้องมากกว่า โดยการบันทึกรายรับและรายจ่ายตอนที่เกิดขึ้น แทนที่จะเป็นตอนที่ได้รับหรือจ่ายเงินสด ต่อไปนี้คือประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากความถูกต้องแม่นยำที่เพิ่มขึ้น
รับข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไร: การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามจริงและความสามารถในการทำกำไรโดยการจับคู่รายจ่ายกับรายรับที่เกิดขึ้น วิธีนี้ช่วยในการจัดทำงบประมาณ การคาดการณ์ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ธุรกิจต่างๆ สามารถวิเคราะห์ผลการดำเนินงานได้โดยไม่เกิดความไม่ถูกต้องจากช่วงเวลากระแสเงินสดที่ไม่ตรงกัน
ติดตามบัญชีในระยะยาวอย่างถูกต้อง: สำหรับธุรกิจที่จัดการสัญญาระยะยาว การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะช่วยให้รายรับและรายจ่ายสอดคล้องกับภาระหน้าที่ตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง วิธีนี้จะช่วยให้ธุรกิจติดตามความคืบหน้าทางการเงินของแต่ละโปรเจ็กต์ได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
ปรับปรุงการจัดการกระแสเงินสดและเครดิต: ธุรกิจที่ดำเนินงานโดยใช้เครดิต (การมอบหรือรับสินค้าและบริการก่อนที่จะได้รับหรือจ่ายเงินสด) สามารถติดตามลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง ซึ่งจะช่วยให้จัดการการคาดการณ์กระแสเงินสดและประเมินสภาพคล่องที่จำเป็นเพื่อรองรับการดำเนินงานได้
ควบคุมงบประมาณอย่างสม่ำเสมอ: เมื่อธุรกิจจับคู่รายจ่ายกับรายรับได้โดยตรง ธุรกิจก็จะวิเคราะห์ได้ว่า มีส่วนใดบ้างที่ได้งบประมาณสูงหรือต่ำเกินไป และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องตามนั้น ซึ่งจะช่วยให้มีการจัดสรรทรัพยากรโดยมีการควบคุมและมีกลยุทธ์มากขึ้น
ให้การวิเคราะห์ที่ถูกต้องแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง: นักลงทุน เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ จะอาศัยงบการเงินที่ถูกต้องเพื่อให้ตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลประกอบ การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะแสดงประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงเสถียรภาพทางการเงินให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชัดเจนมากกว่า
ความท้าทายของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
แม้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง แต่ก็มีความท้าทายเช่นกัน ดังนี้
ข้อกำหนดในการจัดทำและการติดตามที่ซับซ้อน: การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างกำหนดให้ธุรกิจต้องติดตามลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้า และเหตุการณ์ทางการเงินอื่นๆ ที่ไม่ได้มีธุรกรรมเงินสดเกิดขึ้นในทันที ซึ่งทำให้ขั้นตอนการทำบัญชียุ่งยากขึ้น โดยต้องจัดให้มีระบบและนโยบายที่เข้มงวดในการบันทึกและจับคู่รายรับกับรายจ่ายอย่างถูกต้อง
ต้องมีบุคลากรทางบัญชีที่เชี่ยวชาญ: บริษัทจะต้องมีนักบัญชีที่เชี่ยวชาญซึ่งเข้าใจหลักการทำบัญชี และสามารถบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาจต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติมและค่าจ้างพนักงานที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับระบบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่สูงขึ้น: การใช้และบำรุงรักษาระบบทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้ระบบทำบัญชีแบบเกณฑ์เงินสดที่เรียบง่าย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ทำบัญชีที่ซับซ้อนมากขึ้น และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการตรวจสอบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ภาระในการจัดการกระแสเงินสดเพิ่มเติม: เนื่องจากการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะมุ่งเน้นรายรับและรายจ่ายที่เกิดขึ้นมากกว่ากระแสเงินสด จึงอาจแสดงเงินสดที่พร้อมใช้ได้ไม่ถูกต้อง ธุรกิจต่างๆ จะต้องจัดการกระแสเงินสดแยกจากการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินงานในแต่ละวัน
ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นและการตัดสินใจผิดพลาด: การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างมักจะมีการประมาณการและการตัดสินใจ เช่น การเผื่อไว้สำหรับรายการบัญชีที่น่าสงสัย (ลูกหนี้การค้าที่อาจไม่ชำระเงินและกลายเป็นหนี้สูญ) วิธีการคิดค่าเสื่อมราคา และรายจ่ายค้างจ่าย เช่น ภาษีและโบนัส ตัวเลขประมาณการเหล่านี้อาจทำให้งบการเงินมีข้อผิดพลาดและความไม่เป็นกลางได้
ความต้องการด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ซับซ้อน: ความซับซ้อนของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่งบการเงินจะเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้ตรวจพบประเด็นต่างๆ และเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ขั้นตอนเพิ่มเติมที่ใช้เวลานาน: ธุรกิจที่ใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างจะต้องกระทบยอดลูกหนี้การค้า เจ้าหนี้การค้า และรายจ่ายคงค้างเป็นประจำ การกระทบยอดเหล่านี้อาจใช้เวลานานและต้องใส่ใจในรายละเอียดเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงกัน
ความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง: มิจฉาชีพอาจอาศัยความยืดหยุ่นของการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเกี่ยวกับเวลาและการประมาณการเพื่อนำเสนอภาพรวมทางการเงินที่ดูดีเกินจริง ซึ่งอาจทำให้เกิดการจัดการผลกำไรผิดพลาดหรือแม้กระทั่งการรายงานที่เป็นการฉ้อโกง
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างกับธุรกิจของคุณมีดังนี้
ใช้แนวทางการรับรู้รายรับที่แม่นยำ
หากธุรกิจของคุณใช้โมเดลที่มีการชำระเงินตามรอบบิล ให้ประเมินหาช่วงเวลาในการรับรู้รายรับให้ถี่ถ้วน คุณอาจรับรู้รายรับในระหว่างรอบการชำระเงินตามรอบบิล หรือเมื่อทำงานไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยพิจารณาจากการโอนสิทธิ์ควบคุมสินค้าหรือบริการ
วิเคราะห์สัญญาอย่างละเอียดเพื่อระบุภาระหน้าที่ในการปฏิบัติตามสัญญาต่างๆ แยกกัน และจัดสรรราคาธุรกรรมให้สอดคล้องตามนั้น เพื่อให้คุณรับรู้รายรับของสินค้าหรือบริการแบบรวมชุดได้อย่างถูกต้อง
ประเมินสิ่งตอบแทนผันแปรอย่างถูกต้อง (เช่น โบนัส รางวัลจูงใจ) และปรับการรับรู้รายรับไปตามโอกาสที่จะได้หรือไม่ได้สิ่งตอบแทนนั้นๆ
ปรับขั้นตอนการรับรู้รายจ่ายให้เป็นมาตรฐานและตรวจสอบขั้นตอนดังกล่าว
วางมาตรฐานให้กับขั้นตอนการลงบันทึกค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่เกิดขึ้นประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และเงินเดือน เพื่อลดข้อผิดพลาดและทำให้มั่นใจว่าจะรับรู้รายจ่ายอย่างทันท่วงที
จัดให้มีขั้นตอนในการประเมินหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (เช่น คดีความที่อาจเกิดขึ้น การเคลมประกัน) ให้ลงรายการคงค้างสำหรับหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นและชี้แจงหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในเชิงอรรถของงบการเงิน
ปรับปรุงตัวเลขประมาณการสำหรับรายการคงค้างเป็นประจำ เช่น หนี้เสีย (ยอดค้างจ่ายที่ต้องตัดบัญชี) และรายจ่ายในการรับประกัน ให้ผสานข้อมูลที่ผ่านๆ มาเข้ากับแนวโน้มในปัจจุบันเพื่อให้มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
ยกระดับมาตรการควบคุมภายในและการจัดทำเอกสาร
แยกความรับผิดชอบในการอนุมัติธุรกรรม บันทึกธุรกรรม และกระทบยอดบัญชี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดและการฉ้อโกง
ตรวจสอบขั้นตอนการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างเป็นประจำ รวมถึงตัวเลขประมาณการและรายการบันทึก เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด
จัดให้มีเอกสารประกอบแบบละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง ขั้นตอน และการคำนวณทั้งหมด เพื่อความโปร่งใสและการตรวจสอบ
ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อปรับปรุงความแม่นยำ
ใช้ซอฟต์แวร์ทำบัญชีที่มีฟังก์ชันการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างที่รัดกุมเพื่อคำนวณ ติดตามรายการคงค้าง และจัดทำรายงานที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ
ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มรายรับและรายจ่าย ระบุความผิดปกติ และเพิ่มความแม่นยำของการคาดการณ์
Stripe Revenue Recognition ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Revenue Recognition จะช่วยยกระดับการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง เช่น การตรวจสอบ การปิดบัญชีช่วงสิ้นเดือน การรายงาน และอื่นๆ เพื่อให้คุณปิดบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น เครื่องมือนี้จะช่วยจัดทำและกำหนดค่ารายงานรายรับโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้มีการปฏิบัติตาม ASC 606 and IFRS 15
Revenue Recognition ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
เห็นรายรับของคุณได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น: ในแดชบอร์ด Stripe คุณสามารถดูธุรกรรมและข้อกำหนด Stripe ทั้งหมด และนำเข้าข้อมูลที่ไม่ใช่ของ Stripe ได้
จัดทำรายงานรายรับโดยอัตโนมัติ: จัดทำรายงานการทำบัญชีที่พร้อมใช้งาน โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรทางวิศวกรรม
ปรับให้เหมาะสำหรับธุรกิจของคุณ: สร้างและปรับใช้กฎที่กำหนดเองแบบอัตโนมัติเพื่อรับรู้รายรับตามแนวทางปฏิบัติในการทำบัญชีสำหรับธุรกิจของคุณ
ตรวจสอบแบบเรียลไทม์: เตรียมพร้อมรับการตรวจสอบโดยการติดตามยอดรายรับย้อนกลับได้ถึงลูกค้าและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Revenue Recognition สามารถช่วยให้คุณปฏิบัติตามหลักการทำบัญชีทั่วโลก หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ