การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจในฝรั่งเศส: แนวทางที่ธุรกิจควรรู้

Capital
Capital

Stripe Capital ให้คุณเข้าถึงการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วเพื่อการจัดการกระแสเงินสดและลงทุนกับการเติบโต

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ธุรกิจควรจัดหาเงินทุนตอนไหน
    1. การเริ่มทำธุรกิจ
    2. การเข้าซื้อกิจการ
    3. การขยายธุรกิจ
  3. การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจเป็นการภายในมีประเภทใดบ้าง
    1. การลงทุนส่วนบุคคล
    2. การให้เงินทุนแลกกับหุ้น
    3. เงินกู้จากผู้ถือหุ้น
    4. การใช้เงินทุนของตนเอง
  4. การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาครัฐมีประเภทใดบ้าง
    1. เงินช่วยเหลือ
    2. เงินอุดหนุน
    3. การแข่งขัน
  5. การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาคเอกชนมีประเภทใดบ้าง
    1. เงินกู้จากธนาคาร
    2. ไมโครเครดิต
    3. เงินกู้ Honor loan
    4. การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์
    5. นักลงทุนอิสระ
    6. เงินจากเพื่อนและคนในครอบครัว
    7. การระดมทุน
  6. เหตุใดธุรกิจจึงควรจัดหาเงินทุนจากหลายๆ แหล่ง
    1. ลดการพึ่งพาและความเสี่ยงที่จะล้มเหลว
    2. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาเงินทุนโดยรวม
    3. สร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุน
    4. ปรับให้เข้ากับขั้นตอนต่างๆ ของธุรกิจ
  7. Stripe Capital ช่วยอะไรได้บ้าง

ฝรั่งเศสมีแนวทางการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจหลายแบบให้เลือกใช้ แม้ว่าบริษัทในฝรั่งเศส (โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)) มักใช้เงินกู้เป็นทุนในการทำกิจการทางธุรกิจ (เช่น การก่อตั้ง การเข้าซื้อกิจการ และการขยายธุรกิจ) แต่ในปัจจุบันก็มีตัวเลือกเงินทุนจากภายใน ภาครัฐ และเอกชนให้เลือกใช้หลายสิบรูปแบบ

แต่ละวิธีก็มีข้อกำหนดและข้อจำกัดแตกต่างกันไป คุณควรทำความเข้าใจว่าแต่ละวิธีเหมาะกับกิจการทางธุรกิจแบบไหนมากที่สุด เพื่อวางกลยุทธ์การจัดหาเงินทุนให้สอดคล้องกัน

ในบทความนี้ เราจะพูดถึงโอกาสต่างๆ ในการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจในฝรั่งเศส รวมถึงข้อดี ข้อเสีย และวิธีขอรับเงินทุนดังกล่าว

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ธุรกิจควรจัดหาเงินทุนตอนไหน
  • การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจเป็นการภายในมีประเภทใดบ้าง
  • การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาครัฐมีประเภทใดบ้าง
  • การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาคเอกชนมีประเภทใดบ้าง
  • เหตุใดธุรกิจจึงควรจัดหาเงินทุนจากหลายๆ แหล่ง
  • Stripe Capital ช่วยอะไรได้บ้าง

ธุรกิจควรจัดหาเงินทุนตอนไหน

ธุรกิจในฝรั่งเศสควรจัดหาเงินทุนเมื่อพบความต้องการที่ชัดเจนแล้ว การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เพียงแค่การอัดฉีดเงินสดเข้ามาในธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บรรลุแผนที่ตั้งไว้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้น เข้าซื้อกิจการ หรือขยายธุรกิจ

การเริ่มทำธุรกิจ

การหาเงินทุนทำธุรกิจมักเริ่มต้นขึ้นเมื่อแผนต่างๆ (เช่น ข้อเสนอ การวิจัยตลาด การวางตำแหน่ง และแผนธุรกิจ) มีความชัดเจนเป็นที่เรียบร้อยแล้วและก่อนที่จะเริ่มดำเนินงาน ทั้งนี้ ควรมีแผนที่ชัดเจนและกำหนดจำนวนเงินทุนที่ต้องการให้แม่นยำ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้เงินทุนเท่าที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นโปรเจ็กต์

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ คุณต้องแสวงหาและติดต่อนักลงทุนเป้าหมายในช่วง 6-12 เดือนก่อนเปิดตัวจริง เพราะการตรวจสอบเอกสารและขอรับอนุมัติอาจใช้เวลาหลายเดือน

การเข้าซื้อกิจการ

เวลาที่เข้าซื้อกิจการ คุณควรคิดเรื่องการจัดหาเงินทุนหลังจากมีเป้าหมายชัดเจนแล้วจึงจะเหมาะที่สุด และควรเกิดขึ้นก่อนลงนามในหนังสือแสดงเจตนารมณ์ การจัดหาเงินทุนในระหว่างที่ยังเจรจากับผู้ขายต่างๆ อยู่จะช่วยให้ธุรกิจพบผู้ให้เงินทุนที่เหมาะกับโปรเจ็กต์นั้นๆ มากที่สุดและได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด

การขยายธุรกิจ

เมื่อต้องการขยายกิจการ เจ้าของธุรกิจมักแสวงหาเงินทุนสำหรับธุรกิจเนื่องจากความต้องการสภาพคล่องทางธุรกิจ ซึ่งอาจเกิดจากกระแสเงินสดติดลบ การชำระเงินล่าช้า การเติบโตอย่างรวดเร็ว ยอดธุรกิจที่พุ่งสูงขึ้น ความต้องการจ้างงาน การซื้อวัตถุดิบ หรือโอกาสในการลงทุนในกิจการใหม่

การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจเป็นการภายในมีประเภทใดบ้าง

การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจเป็นการภายในมีหลายประเภท ซึ่งช่วยในการเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจ หรือช่วยให้กระแสเงินสดคล่องตัวขึ้นได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากภายนอก ได้แก่

  • การลงทุนส่วนบุคคล
  • การให้เงินทุนแลกกับหุ้น
  • เงินกู้จากผู้ถือหุ้น
  • การใช้เงินทุนของตนเอง

การลงทุนส่วนบุคคล

การลงทุนส่วนบุคคล คือ การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุด โดยเจ้าของธุรกิจจะนำเงินของตนเองมาลงทุน การสมทบทุนนี้อาจอยู่ในรูปของเงินสดหรือรูปแบบอื่นๆ (เช่น อุปกรณ์ สิทธิบัตร ทรัพย์สิน ความเชี่ยวชาญ) นอกจากนี้ การลงทุนส่วนบุคคลยังเป็นพื้นฐานในการยื่นขอเงินทุนจากภายนอกอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มทำธุรกิจ

นักลงทุนส่วนใหญ่ต่างคาดหวังให้ผู้ประกอบการเอาสินทรัพย์ของตัวเองมาลงทุนเป็นจำนวนหนึ่งก่อนจึงจะพิจารณาให้เงินทุนกับธุรกิจใหม่ ทั้งนี้ ในฝรั่งเศส ผู้คนมักคาดหวังให้มีการลงทุนส่วนบุคคลอยู่ที่ 20%–30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด การสมทบทุนน้อยกว่านี้จะส่งผลให้จัดหาเงินทุนทำธุรกิจได้ยาก

การลงทุนส่วนบุคคลมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการลงทุนส่วนบุคคล
    การลงทุนส่วนบุคคลจะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนเพิ่มขึ้นและทำให้บริษัทดูสามารถชำระหนี้ได้ดีขึ้นในสายตาของผู้ที่มีโอกาสมาลงทุนในทันที วิธีนี้จะไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดหาเงินทุนหรือเงินกู้ที่ต้องจ่ายคืน และเงินดังกล่าวจะอยู่ในการควบคุมของเจ้าของทั้งสิ้นอยู่เสมอ นอกจากนี้ เจ้าของอาจได้รับเครดิตภาษีด้วย (เช่น การลดหย่อนภาษีตามกฎหมาย Madelin)
  • ข้อเสียของการลงทุนส่วนบุคคล
    ความเสี่ยงหลักของการลงทุนส่วนบุคคลก็คือมีโอกาสที่จะเสียเงินทุนทั้งหมดไปหากธุรกิจไปไม่รอด นอกจากนี้ จำนวนเงินที่ใช้ได้มักมีจำนวนจำกัด ซึ่งอาจส่งผลให้โปรเจ็กต์มีขอบเขตลดลงจากเดิมได้หากเจ้าของธุรกิจไม่สามารถจัดหาเงินทุนทำธุรกิจเพิ่มได้

การให้เงินทุนแลกกับหุ้น

การให้เงินทุนแลกกับหุ้นจะส่งผลให้บริษัทมีผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1 รายขึ้นไป โดยแลกกับการให้เงินทุนในรูปของเงินสดหรือรูปแบบอื่น การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทนี้จะทำให้โครงสร้างบริษัทเปลี่ยนไป เพราะวิธีนี้ส่งผลให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนไปและมีผลผูกมัดทางกฎหมายกับฝ่ายต่างๆ ในระยะยาว

ฝ่ายต่างๆ สามารถต่อรองการให้เงินทุนแลกกับหุ้นได้อย่างอิสระตามการประเมินมูลค่าของบริษัทในขณะที่ก่อตั้ง (ซึ่งก็คือการให้เงินทุนของผู้ก่อตั้ง) นอกจากนี้ยังมีการประเมินมูลค่าในภายหลังเพื่อระดมทุนและขยายธุรกิจได้ด้วย การให้เงินทุนแลกกับหุ้นควรมีการระบุอย่างเป็นทางการอยู่ในข้อบังคับของบริษัทและรายงานให้ผู้ตรวจสอบการให้เงินทุนทราบ (หากจำเป็น)

ตัวอย่างเช่น บริษัทจำกัดความรับผิด (SARL) และบริษัทร่วมทุนแบบเรียบง่าย (SAS) ของฝรั่งเศสจำเป็นต้องมีผู้ตรวจสอบการให้เงินทุน หากการให้เงินทุนที่ไม่ใช่ตัวเงินมีมูลค่าเกิน 30,000 ยูโร หรือหากการให้เงินทุนทั้งหมดมีมูลค่าเกินครึ่งหนึ่งของทุนเรือนหุ้น

การให้เงินทุนแลกกับหุ้นมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการให้เงินทุนแลกกับหุ้น
    การให้เงินทุนแลกกับหุ้นจะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดหนี้สินหรือมีค่าธรรมเนียมการจัดหาเงินทุน ทั้งยังช่วยดึงดูดผู้ถือหุ้นที่จะนำเงิน องค์ความรู้ เครือข่าย และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยธุรกิจ เมื่อต้องการจัดหาเงินทุน การให้เงินทุนแลกกับหุ้นยังช่วยให้บริษัทดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของธนาคารและนักลงทุนสถาบันอีกด้วย
  • ข้อเสียของการให้เงินทุนแลกกับหุ้น
    การมีผู้ถือหุ้นเพิ่มเข้ามาย่อมส่งผลให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจตัดสินใจลดลง และหากบรรดาผู้ถือหุ้นมีการกำกับดูแลที่ไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดความขัดแย้งหรือส่งผลกระทบต่อการเติบโตหรือความสำเร็จของบริษัทได้ โดยในบางกรณี ผู้ถือหุ้นที่เป็นเสียงข้างน้อยอาจขัดขวางการตัดสินใจสำคัญๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้

เงินกู้จากผู้ถือหุ้น

เงินกู้จากผู้ถือหุ้นคือการที่ผู้ถือหุ้นให้เงินกู้แก่บริษัทที่ตนถือหุ้นอยู่ โดยไม่ได้หุ้นเพิ่ม นี่คือหนึ่งในวิธีจัดหาเงินทุนเป็นการภายในที่รวดเร็วและยืดหยุ่นที่สุด และเป็นที่นิยมในหมู่ธุรกิจ SME และธุรกิจในครอบครัว

บุคคลต่อไปนี้สามารถให้เงินกู้แก่บริษัทได้

  • พาร์ทเนอร์และผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลทั่วไป: ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะถือหุ้นจำนวนเท่าใดก็ตาม
  • บุคคลอื่นๆ: กลุ่มนี้ ได้แก่ เจ้าของ ผู้บริหารจัดการ สมาชิกคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการกำกับดูแล ผู้จัดการ ประธาน ผู้อำนวยการทั่วไป ฯลฯ

ไม่มีการจำกัดจำนวนเงินกู้จากผู้ถือหุ้น โดยเงินดังกล่าวอาจมาจากแหล่งต่อไปนี้

  • ค่าตอบแทนของผู้บริหาร
  • เงินปันผลที่ยังไม่ได้จ่ายหรือการเบิกค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ชำระ
  • เงินที่ผู้ถือหุ้นมอบให้ด้วยความสมัครใจ

เงินกู้จากผู้ถือหุ้นมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของเงินกู้จากผู้ถือหุ้น
    เงินกู้จากผู้ถือหุ้นคือการจัดหาเงินทุนเป็นการภายในรูปแบบหนึ่งที่ยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับหรือส่งผลให้สัดส่วนหุ้นลดลง ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการคืนเงินถึงขีดสุดอีกด้วย นอกจากนี้ ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้นยังถือเป็นค่าธรรมเนียมการจัดหาเงินทุนที่นำมาหักออกจากรายได้ของบริษัทได้ด้วย ซึ่งช่วยให้เกิดสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างมาก
  • ข้อเสียของเงินกู้จากผู้ถือหุ้น
    ความเสี่ยงหลักเลยก็คือผู้ถือหุ้นย่อมต้องการให้บริษัทคืนเงินโดยเร็ว ซึ่งอาจทำให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงินได้หากไม่ได้คาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้ นอกจากนี้ นักลงทุนอาจมองอัตราส่วนเงินกู้ต่อเงินทุนที่สูงในเชิงลบว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการขาดแคลนเงินทุนในเชิงโครงสร้าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ในกรณีที่มีการชำระบัญชีตามกฎหมาย เงินกู้จากผู้ถือหุ้นจะมีความสำคัญน้อยกว่าหนี้สินอื่นๆ

การใช้เงินทุนของตนเอง

การใช้เงินทุนของตนเองจะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนในการทำโปรเจกต์และการลงทุนด้วยเงินของตนเองได้ โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากภายนอก วิธีนี้จึงเป็นรูปแบบการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจแบบพึ่งพาตนเองมากที่สุด

หากต้องการดูว่าสามารถใช้เงินทุนของตนเองได้หรือไม่ ธุรกิจควรคำนวณความสามารถในการใช้เงินทุนของตนเอง (Self-Financing Capacity หรือ SFC) ซึ่งเป็นขอบเขตที่ธุรกิจสามารถใช้เงินทุนของตัวเองได้โดยไม่ต้องหาเงินกู้จากภายนอก การใช้เงินทุนของตนเองมีได้หลายรูปแบบ แต่จะขึ้นอยู่กับรายได้ของบริษัท

การใช้เงินทุนของตนเองมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการใช้เงินทุนของตนเอง
    ข้อดีที่เห็นได้เร็วที่สุดในการใช้เงินทุนของตนเองก็คือการไม่ต้องพึ่งพาใคร บริษัทยังคงเป็นอิสระอย่างเต็มที่ ไม่ก่อให้เกิดหนี้สินหรือส่งผลให้สัดส่วนหุ้นลดลง และไม่ต้องรายงานการจัดหาเงินทุนต่อนักลงทุนภายนอก บริษัทต่างๆ ที่ใช้เงินทุนของตนเองได้ยังแสดงถึงสถานะทางการเงินที่ดีของบริษัทนั้นๆ ด้วย ซึ่งในระยะยาว วิธีนี้จะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนจากภายนอกในจำนวนที่มากขึ้นได้ ส่วนในแง่การเงิน การใช้เงินทุนของตนเองนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย (เช่น ไม่มีดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการยื่นขอ หรือหลักประกัน) ทั้งยังมีความคล่องตัวสูงสุด การตัดสินใจจะเกิดขึ้นภายในองค์กร และเงินทุนมักจะพร้อมให้ใช้งานได้ทันที
  • ข้อเสียของการใช้เงินทุนของตนเอง
    จำนวนเงินทุนที่มีใช้ได้มักจะจำกัดตามรายได้ของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้มีการลงทุนได้ไม่กี่แบบ ในกรณีของโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ (เช่น การเข้าซื้อกิจการ การลงทุนในอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ หรือการขยายธุรกิจสู่ระดับสากล) เงินทุนก็อาจไม่เพียงพอ นอกจากนี้ เมื่อใช้จ่ายเงินไปกับโปรเจ็กต์ต่างๆ ก็จะส่งผลให้มีเงินสำรองเพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินน้อยลง (เช่น ธุรกิจซบเซา การชำระเงินล่าช้า การขาดแคลนวัตถุดิบ)

การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาครัฐมีประเภทใดบ้าง

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่มีเครือข่ายการสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐแก่ธุรกิจมากที่สุด โดยให้เงินช่วยเหลือประมาณ 211,000 ล้านยูโรในปี 2023 นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสในการจัดหาเงินทุนมากมายเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กมากๆ (Very Small Business หรือ VSB), SME และสตาร์ทอัพในการก่อตั้งหรือขยายธุรกิจ โดยสามารถจัดหาเงินทุนได้ง่ายและข้อกำหนดในการคืนเงินก็มีความผ่อนปรน โดยการจัดหาเงินทุนจากภาครัฐในฝรั่งเศสแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • เงินช่วยเหลือ
  • เงินอุดหนุน
  • การแข่งขัน

เงินช่วยเหลือ

ฝรั่งเศสมีเงินช่วยเหลือกว่า 2,000 รูปแบบให้กับธุรกิจ เช่น เงินช่วยเหลือในการเริ่มทำธุรกิจ การเข้าซื้อกิจการหรือการขยายธุรกิจ และการจ้างงาน ตลอดจนเงินช่วยเหลือสำหรับอุตสาหกรรมบางอย่าง (เช่น เกษตรกรรม เทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน) หรือบางภูมิภาค (เช่น พื้นที่ฟื้นฟูชนบท เขตพื้นที่เป้าหมาย)

โครงการของรัฐบาลอยู่ในรูปแบบเงินกู้ทำธุรกิจแบบปลอดดอกเบี้ย การยกเว้นและการลดหย่อนภาษี และเงินล่วงหน้าแบบปลอดดอกเบี้ย การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทนี้อาจเป็นประโยชน์ เพราะมักมีจำนวนเงินสูง ทั้งยังไม่ลดสัดส่วนหุ้นลงหรือจำเป็นต้องชำระคืน

แต่ข้อกำหนดในการรับสิทธิ์มักจะเข้มงวด และการยื่นขอก็อาจใช้เวลาดำเนินการหลายเดือน เงินช่วยเหลือประเภทนี้จึงไม่ใช่แนวทางในการจัดหาเงินทุนอย่างรวดเร็ว

เงินช่วยเหลือในการเริ่มทำธุรกิจ

เงินช่วยเหลือในการเริ่มทำธุรกิจ ได้แก่ โครงการที่หน่วยงานรัฐบาลระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติหรือหน่วยงานภาครัฐบางแห่งกำหนดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจในการตั้งบริษัท การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทนี้จะช่วยลดอุปสรรคทั้งในด้านการเงินและการบริหารจัดการ รวมถึงระบบราชการที่ทำให้เริ่มทำธุรกิจได้ยากขึ้น

เงินช่วยเหลือบางประเภทเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจทุกรายขอรับได้ แต่บางรูปแบบก็เปิดให้เฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น เช่น คนหางาน คนหนุ่มสาว ผู้ทุพพลภาพ หรือผู้ประกอบการในบางพื้นที่โดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละโครงการของรัฐก็จะมีข้อกำหนดในการรับสิทธิ์และกำหนดเวลาแตกต่างกันไป และเงินช่วยเหลือบางประเภทก็ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ด้วย

ตัวอย่างโครงการของรัฐบาลประเภทต่างๆ ที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • เงินช่วยเหลือในการเริ่มทำธุรกิจหรือเข้าครอบครองกิจการ (Acre)
    เงินช่วยเหลือประเภทนี้เป็นการยกเว้นภาษีสวัสดิการสังคมชั่วคราวในช่วงที่เพิ่งเปิดตัวธุรกิจ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้เริ่มต้นทำบริษัทได้สะดวกยิ่งขึ้น
  • เงินช่วยเหลือในการเข้าครอบครองกิจการหรือก่อตั้งธุรกิจ (Arce)
    เงินช่วยเหลือประเภทนี้มีไว้สำหรับคนหางาน โดยในช่วงที่เปิดตัวหรือเข้าซื้อกิจการ ผู้ประกอบการจะได้รับสวัสดิการว่างงานบางส่วนมาเป็นเงินทุน
  • สัญญาสนับสนุนโปรเจ็กต์ของบริษัท (Cape)
    สัญญานี้จะช่วยทดสอบความมั่นคงทางการเงินของบริษัทใหม่หรือบริษัทที่ซื้อมา ผู้ประกอบการจะได้รับเงินช่วยเหลือหรือสิ่งช่วยเหลือจากบริษัทหรือองค์กรที่เป็นพี่เลี้ยง โดยแลกกับการเข้าร่วมโครงการที่จะช่วยให้บริษัทเหล่านี้พร้อมสำหรับการก่อตั้งหรือเข้าซื้อธุรกิจ
  • สถานะบริษัทนวัตกรรมรุ่นใหม่ (JEI) หรือบริษัทเกี่ยวกับอุดมศึกษารุ่นใหม่ (JEU)
    เงินช่วยเหลือประเภทนี้เป็นการยกเว้นภาษีและสวัสดิการสังคมที่มอบให้แก่บริษัทใหม่ๆ ซึ่งลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แต่ธุรกิจก็จะต้องมีสถานะเป็น JEI หรือ JEU ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2023 จึงจะได้รับการยกเว้นเหล่านี้

เงินช่วยเหลือในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มุ่งสนับสนุนธุรกิจที่มีมาอยู่แล้วด้วย โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการจ้างงาน ความสามารถในการแข่งขัน หรือการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น Bpifrance (ธนาคารเพื่อการลงทุนภาครัฐ) ให้เงินกู้เพื่อการพัฒนา การค้ำประกันโดยธนาคาร เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย และเงินอุดหนุนสำหรับโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและการส่งออก

เครดิตภาษีก็มีให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครดิตภาษีเพื่อการวิจัยหรือนวัตกรรม เครดิตภาษีเหล่านี้จะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนโดยเฉพาะได้ (เช่น ค่าเสื่อมราคาของอาคารและสินทรัพย์ การดำเนินการวิจัย การออกแบบต้นแบบ)

สุดท้ายนี้ Agency for Ecological Transition (ADEME) ยังเสนอเงินอุดหนุนพิเศษสำหรับโปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย (เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและคุณภาพอากาศ การจัดการของเสีย ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ)

เงินอุดหนุน

เงินอุดหนุน คือ เงินทุนที่รัฐบาลมอบให้โดยตรงและไม่ต้องจ่ายคืน เงินอุดหนุนจะมอบให้ธุรกิจต่างๆ เพื่อใช้ในโปรเจ็กต์บางอย่างและอาจมาจากรัฐบาลระดับชาติหรือหน่วยงานรัฐบาลระดับภูมิภาค กระทรวง หรือชุมชนก็ได้ ในฝรั่งเศส นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมาย New Territorial Organization of the Republic (NOTRe) ในปี 2015 รัฐบาลระดับภูมิภาคก็กลายเป็นผู้ให้เงินทุนภาครัฐระดับแนวหน้าของเศรษฐกิจในท้องถิ่น ซึ่งแต่ละภูมิภาคก็มีรายการเงินอุดหนุนแตกต่างกันไป

เงินอุดหนุนจากภาครัฐอาจสูงถึงหลายแสนยูโร และมักมอบให้โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รัฐอาจมอบเงินอุดหนุนนี้เพื่อให้นำไปจัดซื้อเครื่องจักร เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ขนาดใหญ่ พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันหรือซื้อซอฟต์แวร์ ซื้อที่ดินหรืออาคารสถานที่ หรือชำระค่าใช้จ่ายในส่วน R&D ทั้งภายในและภายนอก

เงินอุดหนุนมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของเงินอุดหนุน
    เงินอุดหนุนเป็นที่สนใจเพราะไม่ต้องจ่ายคืน ทั้งยังไม่มีผู้ถือหุ้นหรือดอกเบี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง เงินอุดหนุนช่วยให้โปรเจ็กต์สร้างกำไรได้มากขึ้นโดยตรงโดยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน นอกจากนี้ยังทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือด้วย ซึ่งทำให้ขอเงินทุนเพิ่มได้ง่ายขึ้น
  • ข้อเสียของเงินอุดหนุน
    เงินอุดหนุนมักมีข้อจำกัดและเงื่อนไขผูกมัด เช่น การสำรองจ่าย (กล่าวคือ บริษัทมักจะต้องออกค่าใช้จ่ายไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกคืนภายหลัง) การตรวจสอบบัญชีในภายหลัง ข้อกำหนดในการรายงาน และความเสี่ยงในการเพิกถอนหากไม่เป็นไปตามข้อผูกมัด การยื่นใบสมัครรับเงินอุดหนุนก็ใช้เวลานานและมักต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย

การแข่งขัน

การแข่งขันทางธุรกิจก็คือการแข่งขันที่เปิดให้ผู้ประกอบการมาเข้าร่วม โดยผู้ชนะก็จะได้รับเงินรางวัล การให้คำปรึกษา หรือทรัพยากรในรูปแบบที่ไม่ใช่ตัวเงิน

การแข่งขันที่โด่งดังที่สุดในฝรั่งเศสก็คือการแข่งขัน i-Lab Innovation โดย Bpifrance ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน France 2030 ในการค้นหาและสนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยมีรางวัลใหญ่เป็นเงินอุดหนุนสูงถึง 600,000 ยูโร พร้อมการให้คำปรึกษาแบบเฉพาะตัว

การแข่งขันมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการแข่งขัน
    นอกจากให้เงินสนับสนุนโดยตรงแล้ว ผู้ชนะการแข่งขันยังเป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย ซึ่งเป็นใบเบิกทางให้ได้พบกับเครือข่ายผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างๆ เงินรางวัลก็ไม่ส่งผลให้สัดส่วนหุ้นลดลงหรือต้องจ่ายคืนแต่อย่างใด
  • ข้อเสียของการแข่งขัน
    การแข่งขันเป็นวิธีจัดหาเงินทุนทำธุรกิจที่ต้องผ่านการคัดเลือกหลายรอบและไม่แน่นอน การยื่นสมัครก็ใช้เวลาเตรียมตัวนานมาก และไม่มีใครรับประกันผลลัพธ์ได้ด้วย นอกจากนี้ กำหนดการแข่งขันก็ไม่ยืดหยุ่นและไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการกระแสเงินสดแบบเร่งด่วนของบริษัทเสมอไป สุดท้ายนี้ การแข่งขันมักมุ่งเป้าไปที่สตาร์ทอัพและบริษัทด้านนวัตกรรม และไม่ค่อยเหมาะกับบริษัทที่อยู่ตัวแล้วซึ่งกำลังมองหาเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจในปัจจุบัน

การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจจากภาคเอกชนมีประเภทใดบ้าง

การจัดหาเงินทุนจากภาคเอกชนเป็นรูปแบบหลักในการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจในฝรั่งเศส โดยมีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ของธนาคารแบบดั้งเดิมไปจนถึงนักลงทุนอิสระ และช่วยให้ผู้ประกอบการมีตัวเลือกที่หลากหลายในทุกช่วงของการพัฒนาธุรกิจ การจัดหาเงินทุนจากภาคเอกชนมีประเภทหลักๆ ดังนี้

  • เงินกู้จากธนาคาร
  • ไมโครเครดิต
  • เงินกู้ Honor loan
  • การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์
  • นักลงทุนอิสระ
  • เงินของเพื่อนและครอบครัว
  • การระดมทุน

เงินกู้จากธนาคาร

เงินกู้จากธนาคารเป็นเงินทุนทำธุรกิจจากภายนอกซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับ SME และ VSB ในฝรั่งเศส เงินกู้เพื่อธุรกิจจากธนาคารสามารถนำมาใช้ลงทุน (เช่น อุปกรณ์ ทรัพย์สิน การเข้าซื้อกิจการ) หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนก็ได้ เงินกู้จากธนาคารนั้นไม่มีการจำกัดวงเงิน แต่มักจะอยู่ที่ 70%–80% ของราคาซื้อ

ในการออกเงินกู้ ธนาคารมักกำหนดให้ต้องมีการลงทุนส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก แผนธุรกิจที่รัดกุม และหลักประกัน (เช่น การค้ำประกันส่วนบุคคลจากเจ้าของธุรกิจ หลักประกันจากสินทรัพย์ของธุรกิจ การจำนอง) เงินกู้จากธนาคารจะมีระยะเวลาผ่อนชำระ 5–7 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันไป (โดยอยู่ที่ 3.45% ณ เดือนมกราคมปี 2026 ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งฝรั่งเศส (Bank of France))

เงินกู้จากธนาคารมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของเงินกู้จากธนาคาร
    เงินกู้จากธนาคารเป็นการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่เหมาะกับบริษัทฝรั่งเศสส่วนใหญ่ วิธีนี้ช่วยสนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่โดยไม่ลดสัดส่วนหุ้นหรือทำให้เสียอำนาจควบคุมบริษัทไป นอกจากนี้ ดอกเบี้ยเงินกู้ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย และหากมีความสัมพันธ์อันดีกับธนาคาร ก็อาจพัฒนาเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาวที่เป็นประโยชน์ในอนาคตได้
  • ข้อเสียของเงินกู้จากธนาคาร
    เงินกู้จากธนาคารจะต้องมีการยื่นเรื่องที่รัดกุม สถานภาพทางการเงินที่ดี ประวัติทางการเงินของธุรกิจ และหลักประกัน ธนาคารอาจกำหนดให้เจ้าของธุรกิจต้องค้ำประกัน ซึ่งทำให้สินทรัพย์ของเจ้าของตกอยู่ในความเสี่ยงได้หากบริษัทไปไม่รอด

นอกจากนี้ หากอัตราดอกเบี้ยสูง ค่าใช้จ่ายของเงินกู้ก็อาจส่งผลเสียต่อการทำกำไรของโปรเจ็กต์ได้ การชำระเงินจะถูกกำหนดไว้ตายตัวและไม่มีการผ่อนปรน ไม่ว่าผลประกอบการของธุรกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ไมโครเครดิต

ไมโครเครดิตสำหรับธุรกิจ คือ เงินกู้จำนวนเล็กน้อยซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถขอรับเงินกู้จากธนาคารแบบดั้งเดิมได้ เงินกู้แบบไมโครเครดิตส่วนใหญ่มักออกให้กับบุคคลทั่วไปที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจหรือเข้าซื้อกิจการ โดยมีพนักงานไม่ถึง 3 คน บริษัทดังกล่าวจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดและมีรูปแบบทางกฎหมายใดก็ได้ แต่จะต้องดำเนินงานอยู่ในฝรั่งเศส

คุณสามารถขอรับไมโครเครดิตได้จาก Association for the Right to Economic Initiatives (Association pour le Droit à l'Initiative Économique หรือ ADIE) หน่วยงานที่ได้รับการรับรองอื่นๆ (เช่น Créa Sol) หรือเครือข่ายการธนาคารเฉพาะทาง

กฤษฎีกาที่ 2024-1123 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2024 กำหนดว่า ไมโครเครดิตจะต้องไม่เกิน 17,000 ยูโรและต้องชำระคืนภายใน 5 ปี ตัวอย่างเช่น ADIE เสนอเงินกู้แบบไมโครเครดิตมูลค่า 300–15,000 ยูโร โดยมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 8% และมีกำหนดชำระคืนสูงสุด 48 เดือน

อย่างไรก็ตาม การอนุมัติไมโครเครดิตไม่ได้เกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ หากยื่นขอไมโครเครดิตก็จะต้องมีแผนธุรกิจประกอบด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบข้อมูลและความสามารถของธุรกิจในการชำระคืนเงินกู้ก่อนตัดสินใจอนุมัติ

ไมโครเครดิตมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของไมโครเครดิต
    ไมโครเครดิตช่วยให้ผู้ประกอบการที่อยู่นอกระบบธนาคารมีโอกาสจัดหาเงินทุนทำธุรกิจได้ เช่น คนหางาน ผู้รับสวัสดิการ หรือบุคคลทั่วไปที่ถูกระงับจากระบบธนาคาร เงินกู้แบบไมโครเครดิตยังมีบริการให้คำปรึกษาฟรีด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จขึ้นอย่างมาก และสุดท้าย ขั้นตอนการยื่นขอที่รวดเร็วก็ช่วยให้ไมโครเครดิตเป็นแนวทางแรกๆ ในกรณีที่ต้องการเงินทุนเร่งด่วนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ
  • ข้อเสียของไมโครเครดิต
    อัตราดอกเบี้ยของเงินกู้แบบไมโครเครดิตจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเงินกู้จากธนาคารแบบดั้งเดิม จึงทำให้วิธีนี้เป็นที่สนใจน้อยกว่า นอกจากนี้ การจำกัดวงเงินไว้ที่ 17,000 ยูโรยังทำให้นำไปใช้กับโปรเจ็กต์ทางธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากไม่ได้อีกด้วย และอย่างสุดท้าย เงินกู้แบบไมโครเครดิต (เช่น เงินกู้จาก ADIE) ก็จำเป็นต้องมีการวางหลักประกันจากเพื่อนและคนในครอบครัวเป็นจำนวน 50% ของเงินกู้ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีคนคอยสนับสนุน

เงินกู้ Honor loan

เงินกู้ Honor loan คือ เงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยที่มอบให้เจ้าของธุรกิจเป็นการส่วนตัวในรูปแบบเงินทุนทำธุรกิจเพื่อเริ่มต้น เข้าซื้อ หรือขยายบริษัท ผู้ประกอบการทุกรายสามารถขอเงินกู้ Honor loan ได้ โดยเงินกู้นี้มีไว้เพื่อส่งเสริมการลงทุนส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยให้มีเงินทุนทำโปรเจ็กต์เล็กๆ หรือช่วยให้ยื่นขอเงินกู้จากธนาคารสำหรับโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ ได้ง่ายขึ้น

เงินกู้ Honor loan จะมอบให้ผ่านเครือข่ายหลักๆ 2 อย่าง ได้แก่ Initiative France และ Réseau Entreprendre นอกจากนี้ยังมอบให้ผ่านองค์กรต่างๆ ด้วย (เช่น องค์กรไม่แสวงผลกำไร เครือข่ายองค์กรไม่แสวงผลกำไร ชุมชนท้องถิ่น) วงเงินกู้จะอยู่ระหว่าง 1,000–90,000 ยูโร และแตกต่างกันไปตามองค์กร ประเภทโปรเจ็กต์ และเงินทุนของผู้ประกอบการ โดยมีกำหนดการชำระคืนตั้งแต่ 1–7 ปี

เงินกู้ Honor loan มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของเงินกู้ Honor loan
    เงินกู้ Honor loan เป็นแหล่งที่ขอเงินทุนได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย (กล่าวคือ ไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมการยื่นขอ) และไม่ต้องวางหลักประกัน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวคูณที่สำคัญในการขอเงินกู้จากธนาคารด้วย ผู้ประกอบการอาจได้เงินทุนจากธนาคารเพิ่มอีก 7–13 ยูโรสำหรับเงินกู้ Honor loan ทุก 1 ยูโร และสุดท้าย เงินกู้ Honor loan ยังมาพร้อมบริการให้คำปรึกษาในช่วงเริ่มต้นโปรเจ็กต์ด้วย
  • ข้อเสียของเงินกู้ Honor loan
    เงินกู้ Honor loan ยังคงมีจำนวนค่อนข้างน้อยสำหรับโปรเจ็กต์ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก นอกจากนี้ เงินกู้ Honor loan ยังมอบให้กับเจ้าของธุรกิจเป็นการส่วนตัวอีกด้วย เจ้าของจึงมีหน้าที่ชำระเงินกู้ก้อนนี้ แม้ว่าบริษัทจะไปไม่รอดก็ตาม

การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์

การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์ คือ การจัดหาเงินทุนระยะสั้นรูปแบบหนึ่งที่มีไว้เพื่อรองรับในกรณีที่รีบใช้กระแสเงินสดเป็นการชั่วคราวระหว่างที่รอเงินทุนระยะยาว (เช่น การระดมทุน การเสนอขายหุ้นครั้งแรกให้แก่ประชาชนทั่วไป [IPO] การขายสินทรัพย์) การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ เงินกู้แบบบริดจ์ (Bridge loan) และการให้หุ้นแบบบริดจ์ (Bridge equity)

การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์เป็นการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจที่ดึงดูดใจสตาร์ทอัพได้ดีเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้บริษัทรักษาเสถียรภาพทางการเงินในช่วงเวลาสำคัญๆ ผ่านการอัดฉีดเงินสดเข้ามาเรื่อยๆ ได้ ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้กระแสเงินสดติดขัดในระหว่างที่ธุรกิจกำลังรอเงินทุนก้อนใหญ่กว่านั้นอยู่

การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์มีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์
    การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินทุนจำนวนมากในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เมื่อรีบใช้กระแสเงินสดและช่วยประคับประคองให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้ การให้หุ้นแบบบริดจ์ (Bridge equity) ยังช่วยให้นักลงทุนได้ข้อตกลงที่ดีขึ้นเมื่อเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นอีกด้วย
  • ข้อเสียของการจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์
    การจัดหาเงินทุนแบบบริดจ์มักมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินกู้แบบดั้งเดิม แนวทางนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่สนใจสำหรับบางบริษัท การให้หุ้นแบบบริดจ์ (Bridge equity) จะลดสัดส่วนหุ้นของบริษัทและอาจส่งผลให้เจ้าของธุรกิจมีอำนาจควบคุมน้อยลงได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าของธุรกิจกับนักลงทุนได้ ในทำนองเดียวกัน นักลงทุนก็อาจขอหลักประกันจำนวนมาก (เช่น สินทรัพย์ของธุรกิจ ทรัพย์สิน สินค้าคงคลัง) เป็นค่าชดเชยความเสี่ยงในกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ได้

นักลงทุนอิสระ

นักลงทุนอิสระ (มักเป็นผู้ประกอบการหรือผู้บริหารมาก่อน) จะนำเงินของตนมาลงทุนกับบริษัทต่างๆ ที่มีศักยภาพสูงด้านนวัตกรรม (เช่น เทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีสะอาด) เพื่อแลกกับหุ้นส่วนน้อยของธุรกิจ

ในปี 2024 นักลงทุนอิสระ 5,500 รายได้ลงทุน 98.6 ล้านยูโรกับสตาร์ทอัพในฝรั่งเศส 445 แห่ง โดยนักลงทุนอิสระแต่ละรายลงทุนเฉลี่ย 10,000–50,000 ยูโรต่อโปรเจ็กต์ แต่การลงทุนอาจสูงถึง 300,000–500,000 ยูโรและมากสุดที่ 1 ล้านยูโรเมื่อนักลงทุนอิสระร่วมมือกันหรือจัดตั้งบริษัทเพื่อการลงทุนขึ้นมา ทั้งนี้ ระยะเวลาการถอนทุนมักจะอยู่ที่ 3–5 ปี โดยนักลงทุนจะขายหุ้นของตนให้กับบริษัทหรือกองทุนรวมที่ใหญ่กว่า

นักลงทุนอิสระมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของนักลงทุนอิสระ
    นอกจากให้เงินทุนแล้ว นักลงทุนอิสระยังช่วยเพิ่มมูลค่าได้อย่างมากในรูปแบบของการสร้างเครือข่าย การให้คำปรึกษา และความน่าเชื่อถือ นักลงทุนเหล่านี้จะเอาเครือข่าย ความเชี่ยวชาญ และคำปรึกษามาช่วยพัฒนาธุรกิจ การมีนักลงทุนอิสระเข้ามามักจะช่วยเปิดโอกาสในการหาแหล่งเงินทุนอื่นๆ ตามมาด้วย
  • ข้อเสียของนักลงทุนอิสระ
    การมีนักลงทุนอิสระเข้ามาจะส่งผลให้สัดส่วนหุ้นลดลงและอำนาจตัดสินใจจะถูกแบ่งออกไป นอกจากนี้ บางโปรเจ็กต์ก็ไม่ผ่านเกณฑ์การลงทุนของนักลงทุนอิสระด้วย หากธุรกิจไม่มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งหรือมีแผนที่จะขายภายใน 3–5 ปี นักลงทุนอิสระก็อาจไม่สนใจที่จะลงทุน ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสน้อยลง

เงินจากเพื่อนและคนในครอบครัว

ผู้ประกอบการอาจระดมทุนจากเพื่อนๆ คนในครอบครัว และเพื่อนร่วมงานได้ การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทนี้มักเกิดขึ้นถัดจากวิธีการลงทุนส่วนบุคคล วิธีนี้มีบทบาทสำคัญในช่วงเริ่มต้น ซึ่งแผนธุรกิจยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์พอที่จะโน้มน้าวนักลงทุนสถาบันให้หันมาลงทุนได้

เพื่อนๆ และคนในครอบครัวสามารถบริจาคเงิน (เช่น ผ่านเช็ค การโอนเงินผ่านธนาคาร ธนาณัติ หรือเงินสด) หรือให้กู้ยืมโดยมีหรือไม่มีดอกเบี้ยก็ได้ ในกรณีที่จำนวนเงินเกิน 1,500 ยูโร การกู้ยืมจะต้องอยู่ในรูปแบบทางการอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และในกรณีที่เงินกู้เกิน 5,000 ยูโร ก็จะต้องแจ้งต่อ Business Tax Department (services des impôts des entreprises) เมื่อยื่นภาษี

เงินจากเพื่อนๆ และคนในครอบครัวมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนภาษีตามกฎหมาย Madelin (เครดิตภาษี 18% จากยอดการลงทุน) เช่นเดียวกับการลงทุนส่วนบุคคล

การใช้เงินจากเพื่อนและคนในครอบครัวมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการใช้เงินจากเพื่อนและคนในครอบครัว
    เงินจากเพื่อนๆ และคนในครอบครัวเป็นแหล่งเงินทุนทำธุรกิจที่สะดวกรวดเร็วและมักไม่ต้องใช้หลักประกัน ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจาข้อตกลงในการจัดหาเงินทุนได้อย่างอิสระ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ นอกจากนี้ การสนับสนุนจากคนใกล้ชิดยังเป็นการแสดงให้นักลงทุนคนอื่นๆ เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจจริงจังและความเชื่อมั่นในโปรเจ็กต์ดังกล่าวอีกด้วย
  • ข้อเสียของการใช้เงินจากเพื่อนและคนในครอบครัว
    ความเสี่ยงหลักเลยก็คือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล หากบริษัทไปไม่รอด ก็อาจทำให้นักลงทุนเกิดผิดใจกัน ซึ่งอาจเป็นเรื่องตึงเครียดได้ คุณจะต้องจัดทำเอกสารลายลักษณ์อักษรไว้อย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ เงินบริจาค หรือการลงทุนในหุ้น นอกจากนี้ ธุรกิจควรชี้แจงความคืบหน้าของโปรเจ็กต์ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอและให้คำมั่นสัญญาที่ทำได้จริงเท่านั้น

การระดมทุน

การระดมทุน คือ การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจประเภทหนึ่งที่ไม่ได้อาศัยนักลงทุนแบบเดิมๆ แต่จะอาศัยความร่วมมือจากผู้คนจำนวนมาก ซึ่งมักเกิดขึ้นบนช่องทางออนไลน์ (เช่น โซเชียลมีเดีย ระบบรวบรวมเงิน แพลตฟอร์ม) โดยจะมีการรวบรวมเงินจากเพื่อน คนในครอบครัว ลูกค้า นักลงทุนที่เป็นบุคคลทั่วไป และผู้สนับสนุนรายอื่นๆ เพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินการตามแผนธุรกิจ

การระดมทุนมี 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • เงินบริจาค: อาจมีสิ่งตอบแทนแลกเปลี่ยนหรือไม่ก็ได้
  • เงินกู้: ประเภทนี้เรียกอีกอย่างว่า "การให้กู้ยืมแบบกลุ่ม" (Crowd lending)
  • การลงทุนกับหุ้น: วิธีนี้เรียกอีกอย่างว่า "การระดมทุนแบบแลกหุ้น" (Equity crowdfunding)
  • การระดมทุนแลกค่าสิทธิ์: วิธีนี้จะช่วยให้ผู้สนับสนุนได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ในอนาคต

จำนวนเงินสูงสุดในการระดมทุนจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ในการให้กู้ยืมแบบกลุ่ม (Crowd lending) และการระดมทุนแบบแลกหุ้น (Equity crowdfunding) กฎหมายของยุโรปจำกัดยอดการระดมทุนไว้ที่ 5 ล้านยูโรต่อโปรเจ็กต์ต่อระยะเวลา 12 เดือน ณ เดือนพฤศจิกายน ปี 2021\

การระดมทุนมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

  • ข้อดีของการระดมทุน
    การระดมทุนมีข้อดีหลักตรงที่สามารถวัดความต้องการจริงของตลาดได้ก่อนที่จะเปิดตัวสินค้าหรือบริการ แคมเปญระดมทุนที่ประสบความสำเร็จจะสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้คนได้อย่างมากและพิสูจน์ให้เห็นว่าลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเงิน ซึ่งคุณสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานที่หนักแน่นได้เมื่อต้องการขอเงินทุนเพิ่ม นอกจากนี้ การระดมทุนยังเป็นวิธีหาเงินโดยไม่ต้องเสียสิทธิ์ในการควบคุมธุรกิจอีกด้วย (ในกรณีของเงินบริจาคและเงินกู้) โดยเจ้าของธุรกิจจะยังคงมีสัดส่วนหุ้นและอำนาจตัดสินใจดังเดิม
  • ข้อเสียของการระดมทุน
    แคมเปญระดมทุนที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างมาก การเปิดตัวแคมเปญโดยไม่มีกลุ่มเป้าหมายหรือกลยุทธ์การสื่อสารอาจทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จต่ำ และเมื่อแคมเปญล้มเหลว ก็อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือของโปรเจ็กต์ในสายตาของนักลงทุนในอนาคตได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสที่จะได้เงินทุนทำธุรกิจเพิ่ม และสุดท้าย เมื่อรับเงินบริจาคโดยมีรางวัลแลกเปลี่ยน งานบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง (เช่น การจัดส่งสินค้า สิทธิ์การเข้าถึงพิเศษ และการคืนเงิน) ก็อาจกลายเป็นภาระในการดำเนินงานอย่างมากได้

เหตุใดธุรกิจจึงควรจัดหาเงินทุนจากหลายๆ แหล่ง

การจัดหาเงินทุนจากหลายๆ แหล่งเป็นเรื่องสำคัญด้วยเหตุผลในเชิงปฏิบัติ การเงิน และองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีนี้จะช่วยลดการพึ่งพาและความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการจัดหาเงินทุนทำธุรกิจ เพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุน และสนับสนุนบริษัทในช่วงต่างๆ ของการพัฒนา

ลดการพึ่งพาและความเสี่ยงที่จะล้มเหลว

การมีแหล่งเงินทุนเพียงแหล่งเดียวอาจทำให้ธุรกิจเสี่ยงที่จะล้มละลายได้หากเงินทุนลดลง ซึ่งมีหลายกรณีที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางการเงินอย่างร้ายแรงและทำให้ต้องรีบใช้เงินสด เช่น ธนาคารปฏิเสธที่จะต่ออายุวงเงินสินเชื่อทางธุรกิจ การจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า หรือผู้ถือหุ้นขอให้ชำระคืนเงินกู้ ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจจัดหาเงินทุนจากหลายทาง ก็จะช่วยให้มีเสถียรภาพทางการเงินได้

ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาเงินทุนโดยรวม

แหล่งเงินทุนแต่ละแห่งก็มีค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดแตกต่างกันไป เช่น แม้เงินอุดหนุนและเงินช่วยเหลือจากภาครัฐจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็มีให้เป็นจำนวนจำกัดและมักใช้เวลานานกว่าจะได้เงินมา เงินกู้ Honor Loan ก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่ก็มีจำนวนน้อย ส่วนเงินกู้จากธนาคาร แม้จะมีจำนวนมากแต่ก็ต้องวางหลักประกัน

การจัดหาเงินทุนทำธุรกิจหลายๆ แบบร่วมกันอย่างมีชั้นเชิงจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถลดต้นทุนในการจัดหาเงินทุนโดยเฉลี่ยลงได้ และตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจทั้งหมดได้พร้อมๆ กัน

สร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุน

พาร์ทเนอร์ทางการเงินรายสำคัญๆ มองว่า แผนการจัดหาเงินทุนหลายทางแสดงถึงความน่าเชื่อถือและความมั่นคง เช่น ผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเงินทุนจำนวนมากโดยมีเงินทุน 30% มาจากเงินทุนส่วนบุคคล 20% มาจากเงินช่วยเหลือระดับภูมิภาค 40% มาจากเงินกู้จากธนาคาร และอีก 10% มาจากเงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ย จะแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมกับทุกส่วนในตลาดการเงิน ซึ่งช่วยให้ธนาคารและนักลงทุนมั่นใจได้ว่าโปรเจ็กต์นั้นๆ จะมีเสถียรภาพ

ปรับให้เข้ากับขั้นตอนต่างๆ ของธุรกิจ

ความต้องการเงินทุนย่อมเปลี่ยนไปในแต่ละช่วง (เช่น การเริ่มทำธุรกิจ การเปิดตัว การเติบโต ช่วงที่อยู่ตัว การขาย) แหล่งเงินทุนของธุรกิจจึงควรพัฒนาไปพร้อมๆ กับธุรกิจด้วย

Stripe Capital ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Capital นำเสนอโซลูชันการจัดหาเงินทุนที่คิดจากรายรับ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงเงินทุนที่จำเป็นในการเติบโตได้

Capital ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เข้าถึงเงินทุนเพื่อการเติบโตได้เร็วขึ้น: รับการอนุมัติเงินกู้หรือการจ่ายเงินสดล่วงหน้าให้กับผู้ค้าในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการยื่นเรื่องที่ยืดเยื้อและข้อกำหนดในการวางหลักประกันแบบเงินกู้จากธนาคารดั้งเดิม
  • จัดการเงินทุนให้สอดคล้องกับรายรับของคุณ: โครงสร้างที่อิงตามรายรับของ Capital หมายความว่าคุณจะจ่ายเงินคืนในอัตราเปอร์เซ็นต์ที่คงที่จากยอดขายรายวัน ดังนั้นการชำระเงินจึงปรับตามผลการดำเนินงานทางธุรกิจของคุณ หากจำนวนเงินที่คุณชำระคืนผ่านยอดขายไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละรอบการชำระเงิน Capital จะทำการหักเงินส่วนที่เหลือจากบัญชีธนาคารของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อสิ้นสุดรอบนั้น
  • ขยายธุรกิจด้วยความมั่นใจ: ให้ทุนกับโครงการริเริ่มเพื่อการเติบโต เช่น แคมเปญการตลาด การจ้างพนักงานใหม่ การเพิ่มสินค้าคงคลัง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่ต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นหรือสินทรัพย์ส่วนบุคคลของคุณ
  • ใช้ความเชี่ยวชาญของ Stripe: Capital นำเสนอโซลูชันการจัดหาเงินทุนแบบกำหนดเองที่ได้ข้อมูลจากความเชี่ยวชาญเชิงลึกและข้อมูลการชำระเงินของ Stripe

ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่า Stripe Capital จะสามารถช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจคุณได้อย่างไร หรือเริ่มใช้งานวันนี้เลย

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Capital

Capital

Stripe Capital ให้คุณเข้าถึงการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วเพื่อการจัดการกระแสเงินสดและลงทุนกับการเติบโต

Stripe Docs เกี่ยวกับ Capital

ดูว่า Stripe Capital จะช่วยคุณพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร