ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวจะผสานการทำงานกับแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์โดยตรง จึงช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมต่างๆ ได้เลยในแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ โดยไม่ต้องเข้าไปยังหน้าการชำระเงินของบุคคลที่สาม ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวจะช่วยให้เอเจนซีท่องเที่ยวต่างๆ สามารถดูแลการจองได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มค้นหาไปจนถึงการชำระเงินในขั้นสุดท้าย โดยข้อดีต่างๆ ได้แก่ การเข้าใจลูกค้าได้รอบด้านขึ้น การเก็บเงินมัดจำแบบอัตโนมัติ ขั้นตอนการกระทบยอดที่เป็นระเบียบ และประสบการณ์การชำระเงินที่ไม่ทำให้เกิดข้อสงสัย
ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว วิธีการทำงานในวงการเอเจนซีท่องเที่ยว และวิธีเลือกผู้ให้บริการที่สามารถวางระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวแบบอัตโนมัติให้กับเอเจนซีท่องเที่ยวต่างๆ ได้
ประเด็นสำคัญ
เอเจนซีท่องเที่ยวที่จัดการการชำระเงินเองอาจมีรายรับจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร และสร้างโปรไฟล์ลูกค้าได้ครบถ้วนกว่าเอเจนซีที่ให้ซัพพลายเออร์ดูแลเรื่องการชำระเงินให้
การผสานระบบชำระเงินเข้ากับขั้นตอนการจองจะช่วยปรับการเก็บเงินมัดจำ การชำระยอดคงเหลือตามกำหนดเวลา และการคืนเงินให้เป็นไปแบบอัตโนมัติ
มองหาผู้ให้บริการชำระเงินที่มาพร้อม API (Application Programming Interface) คุณภาพสูง การรองรับการแบ่งชำระเงินและการชำระเงินในหลายสกุลเงิน และเครื่องมือป้องกันการฉ้อโกงที่กำหนดค่าได้
ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวคืออะไรสำหรับเอเจนซีท่องเที่ยว
เอเจนซีท่องเที่ยวที่ใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวจะมาพร้อมขั้นตอนการจองที่มีฟังก์ชันการชำระเงินมาให้ในตัว ลูกค้าจะชำระเงินภายในเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่ได้เลย โดยไม่ต้องให้ระบบนำไปยังแท็บใหม่หรือหน้าการชำระเงินของบุคคลที่สาม
ทำไมเอเจนซีท่องเที่ยวจึงควรพิจารณาระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว
เอเจนซีท่องเที่ยวสามารถใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวเพื่อควบคุมประสบการณ์การชำระเงินได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในขั้นตอนการจอง ระบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มรายรับ และยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าได้
ข้อดีของระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว
คุณจะมีรายรับจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร: เอเจนซีที่จัดการการชำระเงินเองอาจมีรายรับจากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร ซึ่งเงินส่วนนี้มักจะหลุดลอยไปหากไม่ได้จัดการการชำระเงินเอง การซื้อทริปท่องเที่ยวมักมีมูลค่าสูง การผสานการทำงานระบบชำระเงินที่รัดกุมขึ้นจึงสร้างผลตอบแทนได้เป็นจำนวนมาก
คุณจะมีข้อมูลลูกค้าที่ครบถ้วนขึ้น: ข้อมูลธุรกรรมจะบอกเรื่องสำคัญๆ เกี่ยวกับลูกค้าของคุณ เช่น กลุ่มลูกค้าที่จะจองทันทีที่อยากเดินทาง กลุ่มลูกค้าที่ต้องการตัวเลือกแบบผ่อนชำระ และลูกค้าที่ชื่นชอบสิทธิพิเศษต่างๆ จากการชำระเงินล่วงหน้า
การเก็บเงินมัดจำจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ: เมื่อขั้นตอนการจองรองรับการชำระเงินในตัว คุณจะสามารถเก็บเงินมัดจำได้โดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าทำการจอง โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้แยกต่างหาก
คุณกำหนดเวลาที่ต้องชำระยอดคงเหลือได้: หากใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว คุณจะสามารถตั้งค่าให้มีการชำระเงินก้อนสุดท้ายเข้ามาก่อนออกเดินทางและลดเวลาในการทวงเงินได้
การคืนเงินจะจัดการเร็วขึ้น: เมื่อใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว คุณจะสามารถดำเนินการคืนเงินด้วยโปรแกรมแทนที่จะทำด้วยตนเองได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในอุตสาหกรรมที่มีการยกเลิกกันเป็นเรื่องปกติ และลูกค้ามีความคาดหวังสูงในเรื่องความรวดเร็ว
ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวทำงานอย่างไรสำหรับเอเจนซีท่องเที่ยว
เมื่อใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว การชำระเงินก็จะเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนโดยรวมสำหรับการจองทริปท่องเที่ยว กลไกที่แน่นอนของระบบจะขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังสร้างระบบต่อยอดจากแพลตฟอร์มการจองที่มีอยู่เดิมหรือสร้างระบบการรับชำระเงินของคุณเอง
การใช้แพลตฟอร์มการจอง
แพลตฟอร์มจัดการการท่องเที่ยวใหม่ๆ หลายแพลตฟอร์มมีการผสานการทำงานการชำระเงินมาให้เรียบร้อยแล้ว เอเจนซีจะกำหนดค่าตัวเลือกการชำระเงินภายในการตั้งค่าของแพลตฟอร์มโดยระบุวิธีการชำระเงินที่จะเปิดให้ใช้ วิธีจัดการการแบ่งชำระเงินหรือการจ่ายเงินมัดจำ และวิธีดำเนินการคืนเงิน แพลตฟอร์มการจองจะจัดการอินเทอร์เฟซของผู้ใช้ (UI) ส่วนผู้ให้บริการชำระเงินจะจัดการเรื่องการอนุมัติ การชำระเงิน และการตรวจจับการฉ้อโกง
การใช้ระบบการจองที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือกำหนดเอง
การใช้ระบบการจองของคุณเองจำเป็นต้องให้ทีมผสานการทำงานกับผู้ให้บริการชำระเงินโดยตรง ตัวอย่างเช่น Stripe มาพร้อม API ที่ช่วยให้คุณผสานรวม UI การชำระเงินแบบปรับแต่งได้เข้ากับอินเทอร์เฟซของคุณโดยตรง ทั้งนี้ Stripe Connect สามารถแบ่งการชำระเงินให้กับฝ่ายต่างๆ (เช่น เอเจนซี ผู้ให้บริการทัวร์ และผู้ให้บริการที่พัก) ในธุรกรรมเดียวได้
ในระดับธุรกรรม ระบบทั้ง 2 ประเภทจะทำงานคล้ายกัน วิธีการชำระเงินจะได้รับการอนุมัติ มีการกันเงิน และมีการตรวจสอบข้อมูลประจำตัวและการฉ้อโกงสำหรับธุรกรรมนั้นๆ แต่หากแผนการท่องเที่ยวมีผู้ให้บริการหลายราย ผู้ให้บริการชำระเงินจะสามารถโอนเงินส่วนหนึ่งให้กับแต่ละฝ่ายได้โดยอัตโนมัติ การคืนเงินบางส่วน (เช่น ในกรณีที่ยกเลิกทริปในบางช่วง) ก็สามารถดำเนินการผ่านโปรแกรมได้โดยไม่ต้องคำนวณเอง นอกจากนี้ การกระทบยอดยังเป็นแบบอัตโนมัติด้วย เพราะบันทึกการชำระเงินจะเชื่อมโยงกับบันทึกการจองตั้งแต่แรก
ภาคส่วนการท่องเที่ยวนิยมใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวกันมากน้อยแค่ไหน
ตลาดการเงินแบบผสานรวมในตัวทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 104,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยระบบชำระเงินคิดเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด ทั้งนี้ ธุรกรรมการเงินแบบผสานรวมในตัวในสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2026 และการท่องเที่ยวก็มีบทบาทสำคัญในการเติบโตนี้ หลายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว โดยแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ใหญ่ๆ เริ่มใช้ระบบนี้มาหลายปีแล้ว ส่วนเอเจนซีและบริษัทจัดการการท่องเที่ยวขนาดกลางหลายๆ แห่งก็นำมาใช้กันบ้างแล้ว
การใช้ระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวมาพร้อมปัญหาอะไรบ้าง
ในการนำระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวมาใช้ คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงข้อควรพิจารณาบางประการ การดูแลขั้นตอนการซื้อในส่วนนี้จะมาพร้อมความรับผิดชอบใหม่ๆ ทั้งในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการบริหารจัดการ
คุณต้องวางแผนในเรื่องต่างๆ ดังนี้
การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Payment Card Industry Data Security Standard (PCI DSS): เมื่อเอเจนซีเริ่มจัดการการชำระเงินโดยตรง เอเจนซีก็จะมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามกฎของเครือข่ายบัตร ซึ่งแม้ผู้ให้บริการชำระเงินจะลดภาระส่วนนี้ได้ผ่านการแปลงเป็นโทเค็นและการโฮสต์ช่องข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินในระบบอื่น แต่เอเจนซีก็ยังคงมีภาระหน้าที่ใหม่ๆ ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI DSS อยู่ดี
ความซับซ้อนในการคืนเงิน: การยกเลิกการเดินทางอาจเป็นเรื่องซับซ้อน การยกเลิกการจองของลูกค้าอาจอยู่ภายในระยะเวลายกเลิกฟรีของซัพพลายเออร์ แต่เลยระยะเวลาที่เอเจนซีกำหนดไว้ แผนการเดินทางแต่ละช่วงยังอาจมีนโยบายการคืนเงินที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากการผสานการทำงานระบบชำระเงินของคุณไม่รองรับกรณีเหล่านี้ คุณก็อาจพบเจอกับปัญหาที่ต้องเข้ามาแก้ไขด้วยตนเอง
การพึ่งพาแพลตฟอร์ม: หากการตั้งค่าระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวของคุณผูกอยู่กับแพลตฟอร์มการจองแบบใดแบบหนึ่ง การเปลี่ยนแพลตฟอร์มในภายหลังก็จะทำได้ยาก ให้ประเมินสัญญาของแพลตฟอร์มและตรวจสอบว่าคุณยังคงมีสิทธิ์ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลอยู่
การชำระเงินในหลายสกุลเงิน: เอเจนซีท่องเที่ยวต้องจัดการกับหลายสกุลเงินอยู่บ่อยๆ โดยลูกค้าชำระเป็นสกุลเงินหนึ่ง ส่วนซัพพลายเออร์ก็ชำระเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง เมื่อนำระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวมาใช้ คุณก็จะมีวิธีรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ รวมถึงการตัดสินใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เช่น เวลาที่อัตราแลกเปลี่ยนถูกล็อกไว้ในระหว่างทำธุรกรรม
เอเจนซีท่องเที่ยวควรเลือกผู้ให้บริการระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวอย่างไร
ผู้ให้บริการระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวสำหรับเอเจนซีท่องเที่ยวต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์บางอย่างที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเฉพาะตามขนาดของเอเจนซีและขีดความสามารถทางเทคนิคอีกด้วย
สิ่งที่เอเจนซีท่องเที่ยวควรพิจารณาเมื่อประเมินผู้ให้บริการในการผสานการทำงานระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัว
คุณภาพ API และเอกสารประกอบ: หากคุณมีนักพัฒนาในการสร้างหรือบำรุงรักษาระบบการจอง ผู้ให้บริการชำระเงินก็ควรมี API คุณภาพสูง ให้มองหาผู้ให้บริการที่มีเอกสารประกอบเป็นอย่างดี การกำหนดเวอร์ชันที่เหมาะสม และไลบรารีสำหรับภาษาต่างๆ ที่ทีมของคุณใช้กัน
การรองรับขั้นตอนการชำระเงินที่ซับซ้อน: ผู้ให้บริการระบบชำระเงินที่ผสานรวมในตัวสำหรับเอเจนซีท่องเที่ยวควรสามารถจัดการการแบ่งชำระเงินให้กับผู้ให้บริการหลายๆ ราย โครงสร้างการชำระเงินที่มีการผ่อนชำระหรือการเก็บเงินมัดจำ การชำระเงินในหลายสกุลเงิน และการคืนเงินบางส่วนหรือแบบอิงตามเหตุการณ์ โปรดขอให้ผู้ให้บริการสาธิตวิธีจัดการกับแต่ละกรณีโดยใช้ตัวอย่างจากสถานการณ์จริง
เครื่องมือป้องกันการฉ้อโกงที่กำหนดเอง: การท่องเที่ยวอยู่ในกลุ่มที่มีการฉ้อโกงสูง และมิจฉาชีพมักนำรายละเอียดของบัตรที่ขโมยได้มาลองใช้ในการทำธุรกรรมท่องเที่ยว ให้มองหาผู้ให้บริการอย่าง Stripe Radar ซึ่งช่วยให้คุณเขียนกฎที่กำหนดเองได้ เช่น ความสามารถในการบล็อกธุรกรรมจากหมายเลขประจำตัวธนาคาร (BIN) ที่ออกบัตรบางแห่ง แจ้งรูปแบบการจองที่ผิดปกติ หรือกำหนดให้ต้องตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติมเมื่อมีการใช้จ่ายเกินเกณฑ์ที่กำหนด
ระยะเวลาในการชำระเงินและกระแสเงินสด: เอเจนซีท่องเที่ยวมักเก็บเงินล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนที่ทริปจะเริ่มขึ้น และค่อยชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์ตามช่วงเวลาต่างๆ ผู้ให้บริการชำระเงินของคุณจึงควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเงินจะเข้าบัญชีเมื่อใด มีตัวเลือกการเบิกจ่ายล่วงหน้าหรือไม่ และมีการจัดการกับเงินที่กันไว้อย่างไรบ้าง
Stripe Connect ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Connect จะจัดการในการรับส่งเงินระหว่างหลายฝ่ายสำหรับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และมาร์เก็ตเพลส โดยมีกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่รวดเร็ว มีองค์ประกอบแบบผสานรวม มีการเบิกจ่ายทั่วโลก และอื่นๆ อีกมากมาย โดย Connect ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
เปิดตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์: ใช้ฟังก์ชันที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe หรือแบบผสานรวมเพื่อให้เริ่มให้บริการได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าหรือเสียเวลาไปกับการพัฒนาระบบที่มักต้องใช้สำหรับการให้บริการสนับสนุนด้านการชำระเงิน
จัดการการชำระเงินจำนวนมาก: ใช้เครื่องมือและบริการจาก Stripe แล้วไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรเพิ่มเติมไปกับการรายงานส่วนต่างกำไร แบบฟอร์มภาษี ความเสี่ยง วิธีการชำระเงินทั่วโลก หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน
ขยายธุรกิจไปทั่วโลก: ช่วยให้ผู้ใช้ของคุณเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้มากขึ้นด้วยวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นและความสามารถในการคำนวณภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST ได้อย่างง่ายดาย
สร้างช่องทางรายรับใหม่ๆ: เพิ่มประสิทธิภาพให้รายรับจากการชำระเงินด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมแต่ละรายการ สร้างรายได้จากความสามารถของ Stripe ด้วยการเปิดใช้การชำระเงินที่จุดขาย การเบิกจ่ายทันที การเรียกเก็บภาษีการขาย การจัดหาเงินทุน บัตรชำระค่าใช้จ่าย และอื่นๆ อีกมากมายบนแพลตฟอร์มของคุณ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Connect หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ