เกือบ 20% ของผู้บริโภคทั่วโลกมีบัตรเครดิตอย่างน้อยหนึ่งใบ โดยบัตรเครดิตเป็นระบบทางการเงินที่มีโครงสร้างเข้มงวดซึ่งมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการเวลา โดยระบบนี้จะแยกช่วงเวลาที่เกิดการซื้อออกจากช่วงเวลาที่เงินสดถูกหักออกจากบัญชีของคุณ
ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายว่าบัตรเครดิตคืออะไร การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทำงานอย่างไร และค่าใช้จ่ายต่างๆ จะปรากฏให้เห็นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
เนื้อหาหลักในบทความ
- บัตรเครดิตคืออะไร
- บัตรเครดิตทำงานอย่างไร
- โดยทั่วไปบัตรเครดิตมักใช้ทำอะไร
- การเรียกเก็บดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตทำงานอย่างไร
- วงเงินเครดิตคืออะไร และมีวิธีกำหนดวงเงินนี้อย่างไร
- บัตรเครดิตสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอะไรได้บ้าง
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
บัตรเครดิตคืออะไร
บัตรเครดิตคือเครื่องมือด้านการชำระเงินที่ช่วยให้คุณสามารถใช้จ่ายเงินที่อาจจะยังไม่มีในขณะนั้นได้ ซึ่งมีความคาดหวังว่าคุณจะชำระคืนในภายหลัง โดยเป็นข้อตกลงที่ซึ่งบริษัทผู้ออกบัตรยินยอมที่จะสำรองจ่ายเงินในนามของคุณภายในวงเงินที่กำหนด บริษัทผู้ออกบัตรจะชำระค่าใช้จ่ายให้ล่วงหน้าและบันทึกจำนวนเงินดังกล่าวเป็นยอดค้างชำระในบัญชีของคุณ ซึ่งคุณต้องชำระคืนตามกำหนดเวลาที่ระบุ
บัตรเครดิตทำงานอย่างไร
บริษัทผู้ออกบัตรจะกำหนดวงเงินเครดิตให้คุณ โดยการซื้อแต่ละครั้งจะลดวงเงินเครดิตที่ใช้ได้ของคุณ และการชำระเงินแต่ละครั้งจะทำให้วงเงินดังกล่าวกลับคืนมา
การใช้บัตรของคุณเพื่อทำการซื้อที่หน้าร้านหรือทางออนไลน์จะเป็นการอนุมัติให้ผู้ออกบัตรทำการชำระเงินจำนวนนั้นให้กับธุรกิจ โดยทางธุรกิจจะส่งรายการเรียกเก็บเงินผ่านผู้ประมวลผลการชำระเงินและเครือข่ายบัตรไปยังธนาคารที่ออกของคุณ ซึ่งจะตรวจสอบบัญชีและเครดิตที่ใช้ได้ หากบัญชีอยู่ในสถานะที่ดีและยอดการเรียกเก็บเงินนั้นไม่เกินวงเงินเครดิตของคุณ บริษัทผู้ออกบัตรจะอนุมัติรายการและลดวงเงินเครดิตที่ใช้ได้ลงตามจำนวนดังกล่าว
เมื่อรายการได้รับการอนุมัติแล้ว ธุรกิจจะได้รับเงินผ่านธนาคารผู้รับบัตร ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาภายในไม่กี่วันทำการ โดยรายการธุรกรรมจะปรากฏในบัญชีของคุณและส่งผลให้ยอดค้างชำระเพิ่มสูงขึ้น
การเรียกเก็บเงิน การคืนเงิน การชำระเงิน และค่าธรรมเนียมทั้งหมดภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถูกรวบรวมเข้าด้วยกันเป็นรอบการเรียกเก็บเงินรายเดือน เมื่อสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงิน บริษัทผู้ออกบัตรจะส่งใบแจ้งยอดที่แสดงยอดค้างชำระตามใบแจ้งยอด ยอดชำระขั้นต่ำ และวันครบกำหนดชำระ หากคุณพบเรียกเก็บเงินที่คุณไม่ได้เป็นผู้อนุมัติ คุณสามารถโต้แย้งรายการนั้นได้ ทั้งนี้ รายการที่เกิดขึ้นหลังจากวันสรุปยอดบัญชีจะยังไม่ถึงกำหนดชำระจนกว่าจะถึงรอบบิลถัดไป แม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ชำระยอดค้างชำระของรอบการเรียกเก็บเงินก่อนหน้าก็ตาม
โดยทั่วไปแล้ว กำหนดชำระเงินจะเป็นเวลาหลายสัปดาห์หลังจากวันสรุปยอดบัญชี ซึ่งช่วยให้คุณมีเวลาในการตรวจสอบและชำระยอดเงิน โดยช่วงเวลาและจำนวนเงินที่คุณชำระอาจส่งผลต่อการเรียกเก็บดอกเบี้ย การชำระเงินให้ตรงเวลาสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมากในการช่วยลดภาระหนี้หากคุณมียอดค้างชำระที่สูง เจ้าของบัตรบางรายจะใช้การชำระเงินตามเวลาที่ตั้งไว้หรือการชำระเงินอัตโนมัติเพื่อให้มั่นใจว่าได้ชำระเงินตามกำหนดโดยไม่ต้องคอยเฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา
โดยทั่วไปบัตรเครดิตมักใช้ทำอะไร
บัตรเครดิตมักถูกใช้เมื่อการใช้จ่ายต้องการความรวดเร็ว ตรวจสอบย้อนหลังได้ และมีความยืดหยุ่น
ต่อไปนี้คือวิธีการใช้บัตรเครดิตที่พบบ่อย
การซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน: บัตรเครดิตถูกใช้รูด เสียบ หรือแตะอย่างแพร่หลายสำหรับค่าใช้จ่ายในกิจวัตรประจำวันที่ต้องการความรวดเร็วและการยอมรับอย่างกว้างขวาง เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน และค่าบริการต่างๆ
** การชำระเงินออนไลน์:** อีคอมเมิร์ซและบริการดิจิทัลพึ่งพาการชำระเงินด้วยบัตรเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถอนุมัติรายการได้ง่ายและใช้งานได้ทั่วโลก
การเรียกเก็บเงินแบบประจำ: ค่าสาธารณูปโภค ค่าสมัครใช้บริการ และค่าบริการตามสัญญามักถูกเรียกเก็บเงินโดยอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต เพื่อลดการพลาดชำระและลดภาระในการจัดการ
การเดินทางและที่พัก: โดยทั่วไปแล้ว บัตรเครดิตมักเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการจองเที่ยวบิน โรงแรม และรถเช่า รวมถึงใช้เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ: โดยปกติแล้ว บริษัทต่างๆ จะใช้บัตรเครดิตสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ซอฟต์แวร์ การตลาด การเดินทาง และวัสดุอุปกรณ์ โดยพวกเขามักจะรวมศูนย์การใช้จ่ายไว้ที่เดียวเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและการควบคุม
ช่องว่างกระแสเงินสดระยะสั้น: บัตรเครดิตสามารถช่วยบรรเทาความคลาดเคลื่อนด้านจังหวะเวลาระหว่างรายจ่ายกับรายรับที่เข้ามาได้ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องจัดการกับกระแสเงินสดที่ไม่แน่นอน
ค่าใช้จ่ายก้อนโตหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิด: บัตรเครดิตช่วยให้สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ในทันที สำหรับการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงหรือความต้องการเร่งด่วน โดยสามารถแบ่งชำระคืนตามรอบการเรียกเก็บเงินได้หากจำเป็น
การติดตามและรายงานค่าใช้จ่าย: ใบแจ้งยอดบัตรเครดิตทำหน้าที่เป็นบันทึกธุรกรรมในตัว ซึ่งช่วยให้การกระทบยอด การทำงบประมาณ และการตรวจสอบบัญชีทำได้ง่ายขึ้น
การป้องกันการฉ้อโกงและการระงับการโต้แย้งการชำระเงิน: บัตรเครดิตมีกระบวนการที่เป็นระบบในการโต้แย้งรายการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินให้กับเจ้าของบัตร
การสร้างและการรักษาประวัติเครดิต: การใช้บัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอและอย่างมีความรับผิดชอบจะช่วยสร้างโปรไฟล์เครดิตที่เอื้อประโยชน์ต่อทางเลือกในการกู้ยืมและการจัดหาเงินทุนในอนาคต
การเรียกเก็บดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตทำงานอย่างไร
ดอกเบี้ยคือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการมียอดค้างชำระเกินกำหนดชำระเงิน ต่อไปนี้คือวิธีที่ดอกเบี้ยส่งผลต่อผู้ถือบัตร
อัตราร้อยละต่อปี
อัตราร้อยละต่อปี (APR) หมายถึงค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมต่อปีและต้องเปิดเผยให้ลูกค้าทราบ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันสำหรับการซื้อสินค้า การเบิกเงินสดล่วงหน้า และการโอนยอดค้างชำระ บริษัทผู้ออกบัตรมักจะนำอัตราดอกเบี้ยต่อปีมาหารด้วย 365 เพื่อคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยรายวัน จากนั้นจึงนำไปคำนวณกับยอดค้างชำระของคุณในแต่ละวันที่ยังไม่ได้ชำระ
ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย
หากคุณชำระยอดค้างชำระตามใบแจ้งยอดเต็มจำนวนภายในวันครบกำหนดชำระ โดยปกติแล้วบริษัทผู้ออกบัตรจะไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยจากการซื้อสินค้าที่เกิดขึ้นในรอบการเรียกเก็บเงินนั้น แต่หากคุณไม่ชำระยอดค้างชำระตามใบแจ้งยอดเต็มจำนวน ดอกเบี้ยจะเริ่มคิดจากยอดค้างชำระที่เหลือ ซึ่งมักจะเริ่มคิดทันทีหลังจากวันครบกำหนดชำระ
ดอกเบี้ยทบต้น
ดอกเบี้ยในแต่ละวันจะถูกนำไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของยอดค้างชำระ ซึ่งหมายความว่าการคำนวณดอกเบี้ยในอนาคตจะคิดจากทั้งยอดใช้จ่ายเดิมและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นอกจากนี้ ธุรกรรมบางประเภทอาจมีการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การเบิกเงินสดล่วงหน้ามักจะมีการคิดดอกเบี้ยในทันทีโดยไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย และบ่อยครั้งมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการซื้อสินค้า
การลดดอกเบี้ย
บัตรบางประเภทเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำหรืออัตราดอกเบี้ยเป็นศูนย์ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด แต่ยอดค้างชำระที่เหลืออยู่จะเริ่มคิดดอกเบี้ยทันทีเมื่อโปรโมชันสิ้นสุดลง นอกจากนี้ การชำระเงินต้นให้เร็วขึ้น (เช่น การชำระระหว่างรอบการเรียกเก็บเงิน) ก็จะช่วยลดจำนวนดอกเบี้ยรวมที่ถูกเรียกเก็บได้เช่นกัน
การเพิ่มดอกเบี้ย
การพลาดชำระเงินหรือการชำระล่าช้าอาจนำไปสู่ APR แบบปรับโทษ ซึ่งมักจะสูงกว่า APR ปกติ ซึ่งอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการมียอดค้างชำระได้อย่างมหาศาล
การชำระดอกเบี้ยเชิงกลยุทธ์
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทผู้ออกบัตรจะนำยอดชำระส่วนที่เกินกว่ายอดขั้นต่ำไปหักลบกับยอดค้างชำระที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายในหลายเขตอำนาจศาล
วงเงินเครดิตคืออะไร และมีวิธีกำหนดวงเงินนี้อย่างไร
วงเงินเครดิตคือยอดค้างชำระสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินรวมที่คุณสามารถกู้ยืมได้ บริษัทผู้ออกบัตรจะประเมินประวัติเครดิต พฤติกรรมการคืนเงิน รายได้ หนี้สินคงค้าง และความเสี่ยงโดยรวม เพื่อกำหนดวงเงินเครดิตที่จะอนุมัติให้ เจ้าของบัตรที่มีประวัติการชำระเงินตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ มีหนี้สินคงค้างต่ำ และมีรายได้ที่มั่นคง มักจะได้รับวงเงินเครดิตที่สูงกว่า ส่วนผู้ที่มีประวัติเครดิตใหม่หรือมีข้อมูลเครดิตจำกัด มักเริ่มต้นด้วยวงเงินที่ต่ำกว่า เพื่อเปิดโอกาสให้แสดงให้เห็นถึงการใช้บัตรเครดิตอย่างมีความรับผิดชอบ
วงเงินเครดิตอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าบัตรนั้นเป็นบัตรสำหรับการใช้งานส่วนบุคคลหรือสำหรับธุรกิจ โดยบริษัทผู้ออกบัตรจะพิจารณารายรับ กระแสเงินสด ระยะเวลาที่ดำเนินกิจการของบริษัท และในบางกรณีอาจพิจารณาเครดิตส่วนบุคคลของเจ้าของบริษัทเมื่อประเมินใบสมัครบัตรสำหรับธุรกิจ
บริษัทผู้ออกบัตรอาจปรับเพิ่มวงเงินหลังจากมีประวัติการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง หรือปรับลดวงเงินหากความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การขอเพิ่มวงเงินมักจะนำไปสู่การตรวจสอบข้อมูลเครดิตและความสามารถทางการเงินใหม่อีกครั้ง การใช้วงเงินในสัดส่วนที่สูงเป็นประจำอาจทำให้วงเงินที่เหลือสำหรับใช้จ่ายเหลือน้อยลง และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อคะแนนเครดิตได้ โดยหลายๆ บัตรจะปฏิเสธรายการธุรกรรมที่ทำให้ยอดค้างชำระเกินวงเงิน อย่างไรก็ตาม บางบัญชีอาจอนุญาตให้ใช้จ่ายเกินวงเงินได้ในวงจำกัดภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะ
บัตรเครดิตสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอะไรได้บ้าง
บัตรเครดิตสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้หลายประเภท ซึ่งบางประเภทสามารถหลีกเลี่ยงได้
ต่อไปนี้คือค่าธรรมเนียมทั่วไปบางส่วนที่คุณจะพบจากการใช้บัตรเครดิต
ค่าธรรมเนียมรายปี: บัตรบางใบจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งโดยปกติจะเป็นการจ่ายเพื่อเข้าถึงรางวัล สิทธิประโยชน์ หรือระดับการบริการที่สูงกว่า ในขณะที่บัตรมาตรฐานหลายใบจะไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี
ค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า: การพลาดวันครบกำหนดชำระเงินมักจะส่งผลให้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคงที่ และอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกด้วย
ค่าธรรมเนียมการชำระเงินถูกตีกลับ: การชำระเงินที่ไม่สำเร็จเนื่องจากเงินในบัญชีไม่เพียงพออาจถูกเรียกเก็บค่าปรับ
ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดล่วงหน้า: การใช้บัตรเครดิตเพื่อเบิกถอนเงินสดตามปกติแล้วจะมีค่าธรรมเนียมเรียกเก็บล่วงหน้า และมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าปกติโดยทันที
ค่าธรรมเนียมการโอนยอดค้างชำระ: การโอนยอดค้างชำระจากบัตรใบหนึ่งไปยังอีกใบหนึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดที่โอน
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่างประเทศ: การซื้อที่ดำเนินการด้วยสกุลเงินอื่นหรือผ่านธนาคารต่างประเทศอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดชำระนั้น
ค่าธรรมเนียมผู้ใช้บัตรเสริม: บัตรบางประเภทเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเพิ่มเจ้าของบัตรเพิ่มเติม โดยเฉพาะในบัญชีระดับพรีเมียมหรือบัญชีองค์กร
ค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายเกินวงเงิน: ในบางกรณีที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเกินวงเงินได้ คุณอาจมียอดใช้จ่ายเกินวงเงินเครดิตได้โดยต้องเสียค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมการออกบัตรเร่งด่วนหรือบัตรทดแทน: การจัดส่งแบบเร่งด่วนหรือการออกบัตรทดแทนแบบพิเศษอาจมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการเล็กน้อย
Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ สามารถรับชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาด้านวิศวกรรมหลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ล่วงหน้า การเข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี รวมถึงวิธีการชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า 10 ช่องทาง และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
รวมการชำระเงินทั้งที่จุดขายและออนไลน์: ติดตามและกระทบยอดการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ชำระผ่านช่องทางออนไลน์และที่จุดขาย
ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ