คำอธิบายเกี่ยวกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชําระเงิน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลัก กระบวนการ และแนวโน้ม

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน
    1. ผู้เล่นรายสำคัญๆ ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน
  3. ระบบนิเวศการชำระเงินทำงานอย่างไรในการประมวลผลการชำระเงิน
  4. แนวโน้มและการคาดการณ์ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน
    1. ภูมิทัศน์ในการแข่งขัน
    2. การชำระเงินแบบไร้สัมผัส
    3. การบรรจบกันของช่องทางค้าปลีก
    4. กระเป๋าเงินดิจิทัล
    5. คริปโตเคอร์เรนซี
    6. การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก
    7. การชำระเงินผ่าน Internet of Things (IoT)
    8. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง
    9. การชำระเงินและนำส่งเงินข้ามพรมแดน
    10. การชำระเงินแบบเรียลไทม์
    11. การชำระเงินระหว่างบัญชี (A2A)
    12. ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL)
    13. สเตเบิลคอยน์
  5. วิธีที่ธุรกิจต่างๆ จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน
  6. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

หากธุรกิจที่ต้องการมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และครบวงจรให้กับลูกค้า ก็จะต้องทำความเข้าใจระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ประมวลผลการขายผ่านหลายๆ ช่องทาง

ประสบการณ์การชำระเงินที่เหนือชั้นขึ้นจะช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า ขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยในผลประกอบการและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจด้วย อุตสาหกรรมการชำระเงินทั่วโลกมีรายรับ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่ารายรับของอุตสาหกรรมนี้จะเติบโตขึ้นประมาณ 4% ทุกปีไปจนถึงปี 2029\ นอกจากจะช่วยให้ธุรกิจรับชำระเงินในตลาดต่างๆ ได้มากขึ้นแล้ว ระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพยังช่วยธุรกิจลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและพัฒนาการจัดการกระแสเงินสดได้ด้วย

คู่มือนี้จะให้ภาพรวมเกี่ยวกับภาคส่วนการชำระเงินทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถพัฒนากลยุทธ์การชำระเงินที่ดีขึ้นและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกช่องทางได้

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน
  • ระบบนิเวศการชำระเงินทำงานอย่างไรในการประมวลผลการชำระเงิน
  • แนวโน้มและการคาดการณ์ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน
  • วิธีที่ธุรกิจต่างๆ จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน

ระบบการชำระเงิน คือ เครือข่ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เทคโนโลยี ขั้นตอน และระเบียบข้อบังคับที่ซับซ้อน ซึ่งช่วยให้แลกเปลี่ยนมูลค่าของเงินเป็นสินค้าและบริการต่างๆ ได้สะดวกขึ้น โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้า ธุรกิจ และสถาบันการเงินทำธุรกรรมกันได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และราบรื่น

อุตสาหกรรมการประมวลผลการชำระเงินได้หาวิธีการใหม่ๆ ในการโอนมูลค่าสินทรัพย์ให้ง่ายขึ้นมาแล้วหลายทศวรรษ ตั้งแต่รูปแบบเหรียญ ก่อนจะเป็นเช็ค และเปลี่ยนมาใช้บัตร แต่เมื่อมีอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเข้ามา ก็ช่วยให้นวัตกรรมต่างๆ เกิดเร็วขึ้น โดยช่วยให้เกิดตัวเลือกการชำระเงินออนไลน์และระบบที่เน้นอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลัก เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และการเงินแบบผสานรวมในตัว (Embedded Finance) ช่วยให้ชำระเงินได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งยังรองรับการทำธุรกรรมแบบไร้พรมแดนด้วย

ระบบนิเวศนี้จะปรับตัวและเปิดรับแนวโน้ม เทคโนโลยี และความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้าอยู่ตลอด เช่น การชำระเงินแบบไร้สัมผัส กระเป๋าเงินดิจิทัล และการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ โดยดำเนินการภายใต้การดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้มาตรการด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด การรักษาความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อรักษาความสมบูรณ์ถูกต้องและเสถียรภาพของระบบการเงินไว้

ผู้เล่นรายสำคัญๆ ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน

ระบบนิเวศการชำระเงินมีองค์ประกอบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่

  • ลูกค้า
    ลูกค้า คือ บุคคลหรือองค์กรที่ใช้บริการชำระเงินเพื่อทำการซื้อ จ่ายบิล หรือโอนเงิน

  • ธุรกิจ
    ธุรกิจ (หรือที่มักเรียกกันว่าผู้ค้า) จะรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะผ่านทางออนไลน์หรือที่จุดขาย

  • เครือข่ายการชำระเงิน
    เครือข่ายการชำระเงิน (หรือที่เรียกว่าเครือข่ายบัตร) คือ ระบบที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างฝ่ายต่างๆ ในระบบนิเวศการชำระเงิน เครือข่ายเหล่านี้จะมอบโครงสร้างพื้นฐาน กฎ และมาตรฐานที่จำเป็นในการประมวลผลการชำระเงิน เช่น การทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ตัวอย่างเครือข่ายการชำระเงินหลักๆ ได้แก่ Visa, Mastercard, American Express และ Discover

  • ธนาคารที่ออกบัตร
    ธนาคารที่ออกบัตร (หรือที่เรียกว่าผู้ออกบัตร) คือ สถาบันทางการเงินที่ให้บริการบัตรชำระเงิน เช่น บัตรเครดิตและบัตรเดบิตแก่ลูกค้า โดยจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินและควบคุมความเสี่ยงด้านเครดิตที่เกี่ยวข้องกับบัตร การตั้งวงเงินเครดิตของเจ้าของบัตร และการจัดการบัญชีของเจ้าของบัตร ธนาคารที่ออกบัตรมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศการชำระเงิน โดยจะอนุมัติธุรกรรมและมีหน้าที่รับผิดชอบต่อเงินในระหว่างขั้นตอนการชำระเงิน

  • ธนาคารที่รับบัตร
    ธนาคารที่รับบัตร (หรือที่เรียกว่าธนาคารผู้ค้าหรือสถาบันผู้รับบัตร) คือ สถาบันการเงินที่เป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจต่างๆ เพื่อประมวลผลการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ธนาคารเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยการสร้างและดูแลบัญชีผู้ค้า การชำระเงินสำหรับธุรกรรม และการโอนเงินจากบัญชีเจ้าของบัตรเข้าไปยังบัญชีของธุรกิจ

  • ผู้ประมวลผลการชำระเงิน
    ผู้ประมวลผลการชำระเงิน คือ บริษัทที่จัดการขั้นตอนการทำธุรกรรมการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในนามของธุรกิจและธนาคารที่รับบัตร โดยจะจัดการแง่มุมทางเทคนิคของการอนุมัติ การหักบัญชี และการชำระเงินให้เสร็จสิ้นระหว่างธนาคารที่ออกบัตร ธนาคารที่รับบัตร และธุรกิจต่างๆ

  • เกตเวย์การชำระเงิน
    เกตเวย์การชำระเงิน คือ บริการดิจิทัลที่ส่งข้อมูลการชำระเงินระหว่างธุรกิจ ผู้ประมวลผลการชำระเงิน และธนาคารที่รับบัตรระหว่างการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเว็บไซต์ของธุรกิจหรือระบบบันทึกการขาย (POS) กับผู้ประมวลผลการชำระเงิน เกตเวย์การชำระเงินจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลการชำระเงินที่ละเอียดอ่อนจะเป็นไปอย่างปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการอนุมัติ การหักยอด และการชำระธุรกรรมให้เสร็จสิ้นสำหรับการซื้อทั้งทางออนไลน์และที่จุดขาย

  • ผู้ให้บริการผู้ค้า (MSP)
    บริษัทเหล่านี้คือบริษัทที่ให้บริการต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจรับและประมวลผลการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดย MSP มักจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารที่รับบัตรและอาจให้บริการเพิ่มเติม เช่น เกตเวย์การชำระเงิน, ระบบ POS และระบบป้องกันการฉ้อโกง

  • องค์กรการขายอิสระ (ISO)
    ISO คือ บริษัทอื่นที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างธุรกิจกับธนาคารที่รับบัตร โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการขายบัญชีผู้ค้าและบริการประมวลผลการชำระเงินในนามของธนาคารที่รับบัตรหรือผู้ประมวลผลการชำระเงิน โดย ISO อาจให้บริการที่เพิ่มมูลค่าด้วย เช่น ระบบ POS, เกตเวย์การชำระเงิน และเครื่องมือจัดการธุรกิจ ทั้งนี้ ISO อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเครือข่ายการชำระเงินอย่าง Visa และ Mastercard และต้องเป็นไปตามมาตรฐานด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดบางประการเพื่อรักษาสถานะเอาไว้

  • ผู้ให้บริการสนับสนุนด้านการชำระเงิน (Payfac)
    Payfac (ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP)) คือ บริษัทที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์โดยตรงกับธนาคารที่รับบัตรหรือบัญชีผู้ค้าโดยเฉพาะ Payfac จะรวมธุรกิจหลายรายเอาไว้ในบัญชีผู้ค้าหลักเพียงบัญชีเดียว ซึ่งทำให้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานง่ายขึ้น และลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจ โดยจะจัดการการประมวลผลการชำระเงินในด้านต่างๆ ให้ เช่น การอนุมัติธุรกรรม การชำระเงิน และการจัดการการฉ้อโกง

  • หน่วยงานกำกับดูแล

    • ภายในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน หน่วยงานกำกับดูแล คือ หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ ที่สร้างและบังคับใช้กฎและระเบียบข้อบังคับในการรักษาความสมบูรณ์ถูกต้อง ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการชำระเงิน หน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกหลายแห่งมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมการชำระเงิน เช่น คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF)
    • สำนักงานคุ้มครองทางการเงินของผู้บริโภค (Consumer Financial Protection Bureau: CFPB)
    • ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB)
    • หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Conduct Authority: FCA)
    • หน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารของสหภาพยุโรป (European Banking Authority: EBA)
    • เครือข่ายเพื่อระบบการเงินสีเขียว (Network for Greening the Financial System: NGFS)
    • ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ

องค์ประกอบที่หลากหลายเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อรองรับธุรกรรมประเภทต่างๆ เช่น ธุรกรรมที่มีการแสดงบัตร ธุรกรรมที่ไม่มีการแสดงบัตร และธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงินมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาไปตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงระเบียบข้อบังคับ ซึ่งส่งผลให้เกิดวิธีการชำระเงิน บริการ และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมา

ระบบนิเวศการชำระเงินทำงานอย่างไรในการประมวลผลการชำระเงิน

ระบบนิเวศการประมวลผลการชำระเงินเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ต่อไปนี้คือภาพรวมการทำงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเหล่านี้ระหว่างการประมวลผลการชำระเงิน

  1. ลูกค้า: ขั้นตอนนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าหรือบริการด้วยวิธีการชำระเงิน เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล

  2. ธุรกิจ: ลูกค้าแสดงวิธีการชำระเงินต่อธุรกิจ โดยการรูด เสียบ หรือแตะบัตรที่ตัวเครื่องเทอร์มินัล POS, ป้อนรายละเอียดของบัตรทางออนไลน์ หรือใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล

  3. เกตเวย์การชำระเงิน: ในธุรกรรมออนไลน์ เกตเวย์การชำระเงินจะส่งข้อมูลการชำระเงินจากเว็บไซต์หรือแอปของธุรกิจไปยังผู้ประมวลผลการชำระเงินอย่างปลอดภัย

  4. ผู้ประมวลผลการชำระเงิน: ผู้ประมวลผลการชำระเงินจะได้รับรายละเอียดธุรกรรมและส่งต่อไปยังเครือข่ายการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง (Visa, Mastercard, American Express ฯลฯ) เพื่อขออนุมัติ นอกจากนี้ ผู้ประมวลผลยังตรวจสอบโอกาสที่จะเกิดการฉ้อโกงและดูการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้วย

  5. เครือข่ายการชำระเงิน: เครือข่ายการชำระเงินจะได้รับรายละเอียดธุรกรรมจากผู้ประมวลผลการชำระเงิน แล้วส่งไปให้ธนาคารที่ออกบัตรเพื่อขออนุมัติ

  6. ธนาคารที่ออกบัตร: ธนาคารที่ออกบัตรจะตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรม เช่น ยอดคงเหลือในบัญชีของเจ้าของบัตร ธนาคารที่ออกบัตรอาจอนุมัติหรือปฏิเสธธุรกรรมดังกล่าวโดยพิจารณาจากข้อมูลนี้ และส่งผลคำตัดสินกลับไปยังเครือข่ายการชำระเงิน

  7. เครือข่ายการชำระเงิน: เมื่อได้รับการตอบกลับจากธนาคารที่ออกบัตร เครือข่ายการชำระเงินจะส่งต่อข้อความอนุมัติหรือปฏิเสธไปให้ผู้ประมวลผลการชำระเงิน

  8. ผู้ประมวลผลการชำระเงิน: ผู้ประมวลผลการชำระเงินจะได้รับการตอบกลับจากเครือข่ายการชำระเงินและส่งไปให้ธุรกิจ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านเกตเวย์การชำระเงิน (สำหรับธุรกรรมออนไลน์)

  9. ธุรกิจ: ธุรกิจจะได้รับการตอบกลับเรื่องการอนุมัติ และดำเนินธุรกรรมไปตามคำตอบที่ได้ ซึ่งหากได้รับอนุมัติ ธุรกิจก็จะจัดส่งสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้บริโภค แล้วเพิ่มธุรกรรมที่ได้รับอนุมัติแล้วลงในกลุ่มธุรกรรมที่จะได้รับการชำระเงินในภายหลัง

  10. การชำระเงิน: เมื่อสิ้นสุดวันหรือครบกำหนดเวลาที่ระบุไว้ล่วงหน้า ธุรกิจจะส่งชุดธุรกรรมที่ได้รับอนุมัติไปยังผู้ประมวลผลการชำระเงินเพื่อดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสิ้น ผู้ประมวลผลการชำระเงินจะส่งต่อชุดธุรกรรมดังกล่าวไปยังเครือข่ายการชำระเงิน ซึ่งจะส่งธุรกรรมไปยังธนาคารที่ออกบัตรที่เกี่ยวข้อง

  11. ธนาคารที่ออกบัตรและธนาคารที่รับบัตร: ธนาคารที่ออกบัตรจะโอนเงินตามธุรกรรมที่ได้รับอนุมัติไปยังธนาคารที่รับบัตร ซึ่งขั้นตอนนี้มักจะใช้เวลา 1-3 วันทำการ จากนั้นธนาคารที่รับบัตรจะโอนเงินเข้าบัญชีของธุรกิจ โดยหักค่าธรรมเนียมต่างๆ

ในทุกขั้นตอนของการประมวลผลการชำระเงิน แต่ละฝ่ายในระบบการชำระเงินต่างก็มีบทบาทของตัวเองในการรับรองว่า การทำธุรกรรมจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และตรงตามมาตรฐานและระเบียบข้อบังคับของอุตสาหกรรม การทำงานร่วมกันของฝ่ายต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ระบบนิเวศการชำระเงินดำเนินไปอย่างราบรื่น

How the payment ecosystem works to process payments - Flow chart demonstrates how the payment ecosystem works to process payments

แนวโน้มและการคาดการณ์ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน

ต่อไปนี้คือสิ่งที่ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับสถานะของอุตสาหกรรมการประมวลผลการชำระเงินในปัจจุบันและแนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลต่ออนาคต

ภูมิทัศน์ในการแข่งขัน

อุตสาหกรรมการชำระเงินมีการแข่งขันสูงมาก โดยผู้เล่นรายเดิม เช่น ธนาคารและเครือข่ายการชำระเงิน ต่างก็แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดควบคู่ไปกับธุรกิจฟินเทคและยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี การแข่งขันนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ มากขึ้นและมุ่งเน้นในเรื่องการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ธุรกิจควรใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้และเลือกพาร์ทเนอร์การชำระเงินที่มีค่าบริการที่ย่อมเยา เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนลูกค้าที่ยอดเยี่ยม การแข่งขันนี้ยังเปิดโอกาสในเส้นทางอาชีพใหม่ๆ มากมายให้กับนักศึกษาที่เรียนจบด้านการเงินและมองหาตำแหน่งงานอื่นๆ นอกเหนือจากอาชีพด้านการธนาคารแบบเดิมๆ ด้วย เช่น การจัดการผลิตภัณฑ์ด้านการชำระเงิน การวิเคราะห์การฉ้อโกง วิศวกรรมบล็อกเชน และกลยุทธ์ Open Banking

การชำระเงินแบบไร้สัมผัส

การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (เช่น บัตรเครดิตแบบ Tap to Pay และกระเป๋าเงินดิจิทัล) เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว และสุขอนามัย ธุรกิจต่างๆ จึงควรลงทุนกับโซลูชันการชำระเงินแบบไร้สัมผัสและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าต่อไป

การบรรจบกันของช่องทางค้าปลีก

เส้นแบ่งระหว่างการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่หน้าร้าน และผ่านอุปกรณ์เคลื่อนค่อยๆ เลือนรางลดลงไปทุกที เพราะลูกค้าต่างคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นในทุกช่องทาง ธุรกิจจึงควรเน้นที่การสร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมโดยเชื่อมโยงช่องทางการขาย การจัดการสินค้าคงคลัง และระบบการชำระเงินเข้าด้วยกัน วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและช่วยให้ตัดสินใจโดยมีข้อมูลประกอบได้ง่ายขึ้นด้วย

กระเป๋าเงินดิจิทัล

ผู้คนเริ่มใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay, Google Pay และ Samsung Pay กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยลูกค้าเลือกใช้สมาร์ทโฟนในการทำธุรกรรมกันมากขึ้น ธุรกิจจึงควรรับชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตขึ้นนี้และมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น

คริปโตเคอร์เรนซี

การใช้คริปโตเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin, Ethereum และสเตเบิลคอยน์ในการชำระเงินกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าการเติบโตจะช้ากว่าเมื่อเทียบกับแนวโน้มอื่นๆ ก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากระเบียบข้อบังคับและการรับรู้ที่สาธารณชนมีต่อคริปโตเคอร์เรนซีจะพัฒนาขึ้น ธุรกิจจึงควรติดตามข้อมูลและเตรียมพร้อมที่จะรับชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะในกรณีที่มีลูกค้าจากต่างประเทศหรือลูกค้าที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเป็นพิเศษ

การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก

วิธีการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริก (เช่น การสแกนลายนิ้วมือ การจดจำใบหน้า และการจดจำเสียง) ถูกนำมาใช้ในการอนุมัติการชำระเงินกันมากขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง ธุรกิจควรใช้การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยไบโอเมตริกกับธุรกรรมที่จุดขาย และหาวิธีที่สามารถนำไปใช้กับการชำระเงินออนไลน์และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้

การชำระเงินผ่าน Internet of Things (IoT)

เมื่ออุปกรณ์ IoT เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ช่องทางการชำระเงินแบบใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย เช่น รถยนต์แบบเชื่อมระบบที่ช่วยให้ชำระเงินจากในรถได้ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถสั่งซื้อและชำระเงินค่าสินค้าได้โดยอัตโนมัติ ธุรกิจควรสำรวจโอกาสในการชำระเงินผ่าน IoT ที่เกี่ยวข้องและพร้อมเปิดรับแนวโน้มใหม่ๆ นี้

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิง

ในอุตสาหกรรมการชำระเงิน มีการใช้ AI และแมชชีนเลิร์นนิงในการตรวจจับการฉ้อโกง การจัดการความเสี่ยง และประสบการณ์ของลูกค้าแบบเฉพาะตัว ธุรกิจต่างๆ จึงควรใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อยกระดับขั้นตอนการชำระเงิน ลดการฉ้อโกง และทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

เอเจนต์ AI บางตัวสามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้เลย เช่น ทำการซื้อ ต่ออายุการชำระเงินตามรอบบิล และจัดการค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ในขณะที่การค้าแบบใช้เอเจนต์พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจก็ควรเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ที่การทำธุรกรรมอาจไม่ได้เกิดจากลูกค้าที่เป็นมนุษย์เสมอไป และวางระบบป้องกันการฉ้อโกงเพื่อจัดการการชำระเงินที่เริ่มต้นโดยระบบอย่างปลอดภัย

การชำระเงินและนำส่งเงินข้ามพรมแดน

การชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายต่ำกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและการค้าโลก ธุรกิจควรร่วมมือกับผู้ประมวลผลการชำระเงินที่รองรับธุรกรรมข้ามพรมแดน และทำความเข้าใจความท้าทายเฉพาะและข้อกำหนดในระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในการชำระเงินระหว่างประเทศ

การชำระเงินแบบเรียลไทม์

ระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ที่ช่วยโอนเงินได้ทันทีเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ธุรกิจจึงควรตระหนักถึงแนวทางการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในตลาดของตน และพิจารณานำมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและเพิ่มความคล่องตัวของกระแสเงินสด

การชำระเงินระหว่างบัญชี (A2A)

การชำระเงินแบบ A2A (ซึ่งจะโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารโดยตรงโดยไม่ผ่านเครือข่ายบัตร) เป็นทางเลือกที่เร็วกว่าและมักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเมื่อเทียบกับวิธีการชำระเงินแบบดั้งเดิม โดย A2A ตอบโจทย์ธุรกรรมที่มีปริมาณมากหรือมูลค่าสูงได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นธุรกรรมที่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร ธุรกิจควรประเมินว่าตลาดหลักๆ ของตนมีเครือข่ายการชำระเงินแบบ A2A หรือไม่ และพิจารณาเปิดให้เลือกใช้เป็นวิธีการชำระเงินเพื่อลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการชำระเงิน

ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL)

โปรแกรมซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระแบบปลอดดอกเบี้ยได้อย่างยืดหยุ่นที่จุดขาย หลังจากที่เติบโตก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีแรกในตลาด แนวทางนี้ก็เข้าสู่ช่วงอิ่มตัว ทั้งยังมีการตรวจสอบตามระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นและมีการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการต่างๆ ธุรกิจยังคงควรเสนอทางเลือกแบบซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลังในกรณีที่ฐานลูกค้าต้องการใช้วิธีนี้ด้วย โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ แต่ควรตรวจสอบผู้ให้บริการอย่างรอบคอบในเรื่องความมั่นคง แนวทางในการปฏิบัติตามข้อกำหนด และคุณภาพของประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ

สเตเบิลคอยน์

สเตเบิลคอยน์เป็นวิธีที่ใช้ได้จริงซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมกับระบบบนบล็อกเชน เนื่องจากระเบียบข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ยังคงพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ธุรกิจที่ดำเนินงานทั่วโลกหรือต้องการชำระเงินข้ามพรมแดนจึงควรติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

วิธีที่ธุรกิจต่างๆ จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงิน

ธุรกิจที่ต้องการใช้ระบบนิเวศการชำระเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรคำนึงถึงขั้นตอนต่อไปนี้

  • ประเมินความต้องการและเป้าหมายทางธุรกิจ
    ให้เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการแบบเฉพาะตัวของธุรกิจ เช่น ฐานลูกค้าเป้าหมาย ช่องทางการขาย มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ย และปริมาณการชำระเงินที่คาดไว้ ให้คำนึงถึงแผนการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจ จากนั้น ให้ประเมินวิธีการชำระเงินต่าง ๆ (เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต กระเป๋าเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ การโอนเงินผ่านธนาคาร) และระบุวิธีการชำระเงินที่ตอบโจทย์ฐานลูกค้าและโมเดลธุรกิจของคุณได้ดีที่สุด หากคุณมีแผนที่จะให้บริการในตลาดต่างประเทศ ให้พิจารณาเปิดรับหลายๆ สกุลเงินและใช้ฟังก์ชันการชำระเงินข้ามพรมแดน

  • เลือกผู้ให้บริการสำหรับผู้ค้า
    ให้มองหาผู้ให้บริการสำหรับผู้ค้าแบบครบวงจรที่มาพร้อมโซลูชันการชำระเงินหลายๆ แบบที่เชื่อมโยงกัน ผู้ให้บริการอย่าง Stripe จะช่วยให้ชำระเงินได้สะดวกขึ้นและมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นให้แก่ลูกค้า โดยลดงานซ้ำซ้อนไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ Stripe มาพร้อม API และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ช่วยให้คุณผสานการทำงานโซลูชันการประมวลผลการชำระเงินเข้ากับเว็บไซต์ แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และระบบ POS ของคุณได้ง่ายๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณปรับแต่งประสบการณ์การชำระเงินให้เข้ากับแบรนด์ของตัวเองและนำเสนออินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่สอดคล้องกันในทุกช่องทางได้

  • ปกป้องธุรกรรมด้วยระบบป้องกันการฉ้อโกงในตัว
    เมื่อทำงานร่วมกับผู้ให้บริการที่ให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันการฉ้อโกงมาเป็นอันดับแรก คุณจึงมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของลูกค้าจะปลอดภัยอยู่เสมอและรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าได้ เช่น อัลกอริทึมแมชชีนเลิร์นนิงขั้นสูงและฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยของ Stripe Radar จะช่วยปกป้องธุรกิจจากธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกง โดยลดการดึงเงินคืนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • เลือกแพลตฟอร์มที่ขยายการรองรับไปตามการเติบโตของธุรกิจ
    เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น ความต้องการด้านการประมวลผลการชำระเงินก็อาจเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้น ให้มองหาผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินที่พร้อมสนับสนุนคุณทั้งในตอนนี้และในอนาคต ชุดโซลูชันการชำระเงินของ Stripe จะขยายการรองรับไปพร้อมธุรกิจของคุณ โดยเสนอฟีเจอร์และบริการเพิ่มเติมตามที่จำเป็น เช่น การออกใบแจ้งหนี้ การจัดการการชำระเงินตามรอบบิล และการช่วยให้ชำระเงินในมาร์เก็ตเพลสได้สะดวก

  • มองหาผู้ให้บริการที่มีระบบรายงานและการวิเคราะห์ที่เหนือชั้น
    การศึกษาจากข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์ให้รัดกุม คุณจึงต้องหาผู้ให้บริการที่มาพร้อมฟีเจอร์การรายงานและการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมเพื่อช่วยคุณตรวจสอบประสิทธิภาพการชำระเงิน ระบุแนวโน้ม และตัดสินใจโดยมีข้อมูลประกอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลยุทธ์การชำระเงินของคุณ

  • ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า
    ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการสำหรับผู้ค้าที่คุณเลือกนั้นมีการสนับสนุนลูกค้าที่เชื่อถือได้และรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาหรือข้อกังวลใจต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการผสานการทำงานหรือในขณะใช้บริการ

  • ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างครบถ้วน
    ผู้ให้บริการสำหรับผู้ค้าแต่ละรายก็มีการสนับสนุนในระดับที่ต่างกันไปในแง่ของการปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังนั้น ให้เลือกผู้ให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โซลูชันการชำระเงินของ Stripe ออกแบบมาเพื่อรองรับการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ เช่น Payment Card Industry Data Security Standard (PCI DSS) และ General Data Protection Regulation (GDPR) ซึ่งจะช่วยลดภาระในการจัดการข้อกำหนดที่ซับซ้อนเหล่านี้ภายในองค์กร

  • เปรียบเทียบราคาและประโยชน์ที่ได้รับ
    เปรียบเทียบโครงสร้างค่าบริการและค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการสำหรับผู้ค้ารายต่างๆ เพื่อหาผู้ให้บริการที่ตรงกับงบประมาณและปริมาณธุรกรรมในธุรกิจของคุณ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมเดลค่าบริการของ Stripe โปรดไปที่นี่

การทำงานร่วมกับผู้ให้บริการของผู้ค้าที่ครอบคลุมอย่าง Stripe จะช่วยให้ธุรกิจสามารถมอบประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมที่ครบวงจรได้ ซึ่งช่วยยกระดับการชำระเงิน ลดการทำงานซ้ำซ้อน และป้องกันการฉ้อโกงได้ วิธีนี้รองรับกรณีการใช้งานได้หลากหลายแบบสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต โดยช่วยให้ธุรกิจรับและประมวลผลการชำระเงินของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่องทางและตลาด

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments ช่วยให้ธุรกิจสามารถตั้งค่าและรับชำระเงินได้มากกว่า 125 วิธี รวมถึงการโอนเงินผ่านธนาคารแบบ ACH โดยช่วยมอบโซลูชันการชำระเงินแบบครบวงจรและครอบคลุมทั่วโลกที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกสามารถรับชำระเงินได้ทั้งทางออนไลน์ ที่จุดขาย และจุดต่างๆ ทั่วโลก

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • กระทบยอดการชำระเงินโดยอัตโนมัติ: กระทบยอดการโอนเงินผ่านธนาคารแบบ ACH กับการชำระเงินหรือใบแจ้งหนี้เฉพาะได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือกระทบยอดอัตโนมัติที่ใช้บัญชีธนาคารเสมือนสำหรับลูกค้าแต่ละรายและเครื่องมือสำหรับแก้ไขปัญหา

  • ทำให้การคืนเงินง่ายขึ้น: ทำการคืนเงินหรือคืนเงินส่วนเกินให้กับลูกค้า

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาด้านวิศวกรรมหลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ล่วงหน้าและ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และการชำระเงินที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe