คู่มือสำหรับ SMB เกี่ยวกับการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต: ค่าใช้จ่าย เครื่องมือ และข้อควรพิจารณา

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหมายความว่าอย่างไรสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  3. ทำไมการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจึงเป็นประโยชน์ต่อ SMB
  4. SMB ควรรองรับวิธีการชำระเงินด้วยบัตรแบบใดบ้าง
    1. บัตรเครดิตและบัตรเดบิต
    2. กระเป๋าเงินแบบไร้สัมผัสและกระเป๋าเงินดิจิทัล
    3. การชำระเงินออนไลน์
    4. ชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลา
    5. ธุรกรรมต่างประเทศ
  5. การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีการทำงานจริงเป็นอย่างไร
  6. SMB ต้องใช้เครื่องมือใดบ้างในการรับชำระเงินด้วยบัตร
    1. ผู้ประมวลผลการชำระเงินและเกตเวย์
    2. ซอฟต์แวร์ระบบบันทึกการขาย (POS)
    3. ฮาร์ดแวร์การชำระเงินบนเทอร์มินัล
    4. แดชบอร์ดการรายงาน
  7. การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  8. SMB ต้องรู้อะไรบ้างในการดูแลการชำระเงินด้วยบัตร
  9. SMB จะยกระดับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นได้อย่างไร
  10. Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การตัดสินใจว่าจะรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือไม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง (SMB) ทุกแห่ง ผู้ซื้อมากกว่า 80% ชอบจ่ายด้วยบัตรแทนที่จะจ่ายเป็นเงินสด และการเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายรับให้กับคุณ การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตยังเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนย้ายรายรับ วิธีจัดการความเสี่ยง และความสะดวกในการขยายธุรกิจในช่องทางต่างๆ และข้ามพรมแดนอีกด้วย

ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงวิธีและเหตุผลที่ SMB รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต วิธีการชำระเงินและเครือข่ายบัตรที่สำคัญที่สุด ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้น

เนื้อหาหลักในบทความ

  • การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหมายความว่าอย่างไรสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  • ทำไมการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจึงเป็นประโยชน์ต่อ SMB
  • SMB ควรรองรับวิธีการชำระเงินด้วยบัตรแบบใดบ้าง
  • การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีการทำงานจริงเป็นอย่างไร
  • SMB ต้องใช้เครื่องมือใดบ้างในการรับชำระเงินด้วยบัตร
  • การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  • SMB ต้องรู้อะไรบ้างในการดูแลการชำระเงินด้วยบัตร
  • SMB จะยกระดับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นได้อย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหมายความว่าอย่างไรสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหมายความว่า ธุรกิจของคุณจะเชื่อมต่อกับระบบบัตร ซึ่งจะโอนเงินจากธนาคารของลูกค้าเข้ามาที่ธนาคารของคุณ ไม่ว่าการซื้อจะเกิดขึ้นที่จุดขายหรือทางออนไลน์ก็ตาม

ทำไมการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจึงเป็นประโยชน์ต่อ SMB

การรองรับการชำระเงินด้วยบัตรจะเป็นตัวกำหนดสถานที่และวิธีการซื้อสินค้าหรือบริการของลูกค้าในภูมิภาค ช่องทาง และจุดราคาต่างๆ

เหตุผลบางส่วนที่ SMB ควรรับชำระเงินด้วยบัตรมีดังนี้

  • ความคาดหวังของลูกค้า: ในหลายๆ ประเทศที่ไม่นิยมใช้เงินสด ผู้คนก็จะใช้บัตรกันเป็นส่วนใหญ่ และลูกค้าหลายรายก็อาจไม่พกเงินสดกันแล้ว

  • การใช้จ่ายที่สูงขึ้น: ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อไม่มีเงินสดมาจำกัดวงเงินใช้จ่าย

  • การดูยอดขายทางออนไลน์และทางไกลได้: อีคอมเมิร์ซ การสั่งซื้อผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ และการสมัครใช้บริการมักใช้การชำระเงินด้วยบัตรกันทั้งสิ้น

  • การแข่งขันได้ในตลาด: ธุรกิจที่ไม่รับบัตรอาจเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งที่มีระบบชำระเงินที่รวดเร็วและยืดหยุ่นมากกว่า

  • ประสิทธิภาพทางการเงิน: การชำระเงินด้วยบัตรจะสร้างบันทึกธุรกรรมอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้กระทบยอดได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงที่เกิดจากการจัดการเงินสด

  • ความไว้วางใจและความถูกต้องตามกฎหมาย: การแสดงว่ามีการรับชำระเงินด้วยบัตรช่วยบ่งบอกว่า ธุรกิจเป็นไปตามมาตรฐานใหม่ๆ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าใหม่และธุรกรรมออนไลน์ที่ต้องเร่งสร้างความไว้วางใจ

SMB ควรรองรับวิธีการชำระเงินด้วยบัตรแบบใดบ้าง

โดยทั่วไปแล้ว เราขอแนะนำให้ธุรกิจ SMB รองรับวิธีการชำระเงินให้ได้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อเสนอวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าใช้ในทุกช่องทางและทุกภูมิภาค

ต่อไปนี้คือวิธีการชำระเงินด้วยบัตรหลักๆ ที่ SMB ควรรองรับ

บัตรเครดิตและบัตรเดบิต

ลูกค้าหลายๆ รายมีทั้งบัตรเครดิตและบัตรเดบิต คุณจึงควรรองรับวิธีเหล่านี้ด้วย แม้ว่าแหล่งที่มาของเงินจะแตกต่างกัน แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจนั้นแทบไม่ต่างกันเมื่อมีการกำหนดค่าการชำระเงินอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ SMB อาจต้องรองรับการชำระเงินผ่าน Europay, Visa และ Mastercard (EMV) ซึ่งเป็นแบบใช้ชิป รวมถึงแตะเพื่อจ่ายแบบไร้สัมผัสและการรูดแถบแม่เหล็กเป็นวิธีสำรองเอาไว้ด้วย

หากเสนอบัตรเครดิตและบัตรเดบิต คุณก็ควรมองว่า Visa และ Mastercard เป็นเครือข่ายบัตรที่ต้องใช้ เพราะผู้คนมักใช้เครือข่ายเหล่านี้กับธุรกรรมผ่านบัตรส่วนใหญ่ทั่วโลก ทั้งยังใช้งานระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้ American Express และ Discover ก็มีการใช้งานแพร่หลายในบางพื้นที่เช่นกัน และอาจเป็นตัวเลือกสำคัญของลูกค้าบางกลุ่มหรือบางภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจและการซื้อที่มีมูลค่าสูง

กระเป๋าเงินแบบไร้สัมผัสและกระเป๋าเงินดิจิทัล

การชำระเงินด้วยชิปและแบบไร้สัมผัสได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกในด้านการรักษาความปลอดภัยและความเร็ว ซึ่งลดความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงเมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมแบบรูดบัตรอย่างเดียว ปัจจุบัน บัตรแบบแตะเพื่อจ่ายและกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น Apple Pay และ Google Pay ก็ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดต่างๆ เช่นกัน การชำระเงินเหล่านี้จะใช้เครือข่ายบัตรเดียวกัน แต่จะมีการรักษาความปลอดภัยและความสะดวกสบายเพิ่มเข้ามาอีกชั้น โดยเฉพาะระบบการชำระเงินที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

การชำระเงินออนไลน์

ธุรกิจอาจต้องมีการรับชำระเงินด้วยบัตรทางออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับอีคอมเมิร์ซ การชำระเงินตามรอบบิล การออกใบแจ้งหนี้ และการชำระเงินจากระยะไกล เช่น การรองรับการป้อนข้อมูลบัตร วิธีการชำระเงินที่บันทึกไว้ และเครื่องมือตรวจสอบสิทธิ์ที่ทันสมัยเพื่อลดการฉ้อโกงและการชำระเงินที่ไม่สำเร็จ

ชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลา

SMB ที่ขายสินค้านอกตำแหน่งที่ตั้งประจำจะได้ประโยชน์เมื่อใช้เครื่องอ่านบัตรแบบพกพา โดยจับคู่กับโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจรับชำระเงินด้วยบัตรได้ทุกที่ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย โดยไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการประมวลผลธุรกรรม

ธุรกรรมต่างประเทศ

ธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่ทั่วโลกจะต้องรองรับบัตรที่ออกจากต่างประเทศและหลายสกุลเงิน การรับการชำระเงินตามวิธีในแต่ละประเทศจะช่วยลดความยุ่งยากให้กับผู้ซื้อจากต่างประเทศ

การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีการทำงานจริงเป็นอย่างไร

การชำระเงินด้วยบัตร คือ การแลกเปลี่ยนผ่านการประสานงานกันระหว่างธนาคาร เครือข่ายบัตร และระบบการรับชำระเงิน

วิธีการทำงานของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

  • การเริ่มต้นชำระเงิน: ขั้นตอนนี้จะเริ่มขึ้นเมื่อลูกค้าแตะ สอด หรือรูดบัตร หรือป้อนรายละเอียดของบัตร ซึ่งจะส่งข้อมูลธุรกรรมไปยังระบบการชำระเงินของคุณ

  • ** การอนุมัติ:** ระบบจะส่งธุรกรรมดังกล่าวผ่านผู้ประมวลผลบัตร ธนาคารผู้รับบัตร และเครือข่ายบัตรไปยังธนาคารที่ออกบัตรของลูกค้า โดยธนาคารจะตรวจสอบว่าบัตรใบนั้นสามารถใช้ได้และมีเงินเพียงพอ แล้วอนุมัติหรือปฏิเสธการเรียกเก็บเงินดังกล่าว

  • การตรวจสอบสิทธิ์: อาจมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบยืนยันที่อยู่ในการเรียกเก็บเงิน, หมายเลข CVV, หมายเลขประจำตัวส่วนบุคคล (PIN) หรือการยืนยันตัวตนสำหรับการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดการฉ้อโกง

  • การหักบัญชีและการชำระเงิน: ธุรกรรมที่ได้รับอนุมัติจะได้รับการจัดกลุ่มและส่งเพื่อดำเนินการชำระเงิน เงินก็จะย้ายจากธนาคารที่ออกบัตร ผ่านเครือข่ายบัตร ไปยังธนาคารที่รับบัตรหรือผู้ให้บริการชำระเงิน แล้วเข้าบัญชีธุรกิจของคุณ

  • ค่าธรรมเนียมและการกระทบยอด: ระบบจะหักค่าธรรมเนียมการประมวลผลก่อนนำฝากเงิน บันทึกธุรกรรมและรายงานต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถกระทบยอดขาย ค่าธรรมเนียม และเงินเบิกจ่ายได้โดยไม่ต้องติดตามด้วยตนเอง

  • ข้อยกเว้นและการโต้แย้งการชำระเงิน: หากลูกค้าโต้แย้งการเรียกเก็บเงินในภายหลัง เครือข่ายบัตรจะจัดการขั้นตอนการดึงเงินคืน คุณสามารถยื่นหลักฐานโต้แย้งเพื่อกู้คืนเงินดังกล่าวได้เมื่อธุรกรรมถูกต้อง

SMB ต้องใช้เครื่องมือใดบ้างในการรับชำระเงินด้วยบัตร

การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตต้องใช้ซอฟต์แวร์ ระบบการรับชำระเงิน และฮาร์ดแวร์ (ในบางกรณี) ที่เหมาะสมร่วมกัน หาก SMB ต้องการรับชำระเงินด้วยบัตรที่จุดขาย

เครื่องมือที่ธุรกิจต้องใช้ในการรับชำระเงินด้วยบัตรมีดังนี้

ผู้ประมวลผลการชำระเงินและเกตเวย์

SMB ทุกรายต้องมีผู้ให้บริการที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายบัตร จัดการการอนุมัติและการชำระเงิน และฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารของธุรกิจ เกตเวย์การชำระเงินที่ปลอดภัยจะบันทึกรายละเอียดของบัตรทางออนไลน์และส่งไปให้ผู้ประมวลผลการชำระเงิน ส่วนเกตเวย์ต่างๆ จะจัดการเรื่องการเข้ารหัส การแปลงเป็นโทเค็น และการปฏิบัติตามข้อกำหนด ธุรกิจจึงไม่ต้องจัดเก็บหรือจัดการข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อนด้วยตัวเอง ผู้ให้บริการรายใหม่จำนวนมากจะรวมเกตเวย์ การประมวลผล การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการรายงานเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งช่วยลดเวลาในการตั้งค่าและการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

ซอฟต์แวร์ระบบบันทึกการขาย (POS)

ซอฟต์แวร์ POS จะจัดการการชำระเงิน ยอดรวม ภาษี และ รายรับ ทั้งยังผสานการทำงานกับเครื่องอ่านบัตรโดยตรงสำหรับการทำธุรกรรมที่จุดขาย วิธีนี้ยังรองรับการติดตามสินค้าคงคลัง การคืนเงิน และการจัดการลูกค้าขั้นพื้นฐานอีกด้วยโดยขึ้นอยู่กับธุรกิจ

ฮาร์ดแวร์การชำระเงินบนเทอร์มินัล

การชำระเงินที่จุดขายต้องใช้ฮาร์ดแวร์เทอร์มินัลที่รองรับการทำธุรกรรมแบบชิป ไร้สัมผัส หรือการรูดบัตร เทอร์มินัลรุ่นใหม่ๆ มักจะเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi หรือเครือข่ายเซลลูลาร์ และออกแบบมาให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย EMV ทั่วโลก เมื่อใช้เครื่องอ่านบัตรแบบพกพาร่วมกับโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ก็จะช่วยให้รับชำระเงินด้วยบัตรได้เต็มที่โดยไม่ต้องคงจุดรับชำระเงินให้อยู่ที่เดิมตลอด เครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์มากต่อธุรกิจบริการ ร้านค้าแบบป๊อปอัป และการขายนอกสถานที่

แดชบอร์ดการรายงาน

เครื่องมือการชำระเงินควรแสดงข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับธุรกรรม การเบิกจ่าย ค่าธรรมเนียม และการโต้แย้งการชำระเงิน การรายงานที่ชัดเจนจะช่วยลดการกระทบยอดและช่วยให้ตัดสินใจทางการเงินได้ดีขึ้น

การรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การทำความเข้าใจค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตจะช่วยให้คุณตั้งราคาอย่างมั่นใจ คาดการณ์กระแสเงินสด และหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดได้ง่ายขึ้น การชำระเงินด้วยบัตรจำนวนมากจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายบวกด้วยจำนวนเงินคงที่ต่อธุรกรรม ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามประเภทบัตร วิธีการทำธุรกรรม และโปรไฟล์ความเสี่ยง

ค่าธรรมเนียมและค่าบริการบางส่วนที่ธุรกิจต้องทำความเข้าใจมีดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมผู้ให้บริการชำระเงิน: ผู้ให้บริการชำระเงินจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของผู้ประมวลผลการชำระเงินและเกตเวย์ โดยค่าธรรมเนียมเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ขนาดธุรกิจ และข้อตกลงระหว่างคู่สัญญา

  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร: ค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร คือ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับธนาคารที่ออกบัตรของลูกค้า ซึ่งจะกำหนดโดยเครือข่ายบัตรและแตกต่างกันไปตามประเภทบัตร อุตสาหกรรมของธุรกิจ และวิธีการประมวลผลธุรกรรม (เช่น การรูดบัตรหรือชิป EMV)

  • ค่าธรรมเนียมการประเมิน: เครือข่ายบัตรจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการทำธุรกรรมผ่านระบบของตน ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้มักมีจำนวนเล็กน้อยแต่อาจแตกต่างกันไป

เมื่อธุรกิจร่วมงานกับผู้ประมวลผลการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมข้างต้นก็อาจรวมอยู่ในการเรียกเก็บเงินรายการเดียว ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมนี้แตกต่างกันไปตามโมเดลค่าบริการของผู้ประมวลผล

ค่าบริการของผู้ประมวลผลมีประเภทหลักๆ ดังนี้

  • ค่าบริการแบบอัตราคงที่: ธุรกรรมทุกรายการจะใช้อัตราที่คาดการณ์ได้แบบเดียวกันหมด ไม่ว่าบัตรจะเป็นประเภทใดก็ตาม โมเดลนี้เป็นแบบเรียบง่ายและคาดการณ์ง่าย จึงเป็นที่นิยมในหมู่ธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจที่กำลังเติบโต

  • ค่าบริการบวกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร: ระบบจะเรียกเก็บเงินจากธุรกรรมแต่ละรายการตามค่าใช้จ่ายจริงสำหรับธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารโดยมีการเพิ่มราคาแบบคงที่ โมเดลนี้มีความโปร่งใสมากกว่าและอาจคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อมีปริมาณการชำระเงินสูงขึ้น

  • โมเดลการชำระเงินตามรอบบิลหรือแบบผสม: โครงสร้างค่าบริการบางแบบจะรวมค่าธรรมเนียมรายเดือนกับค่าใช้จ่ายต่อธุรกรรมที่ต่ำลง โมเดลนี้อาจลดค่าธรรมเนียมโดยรวมให้กับธุรกิจที่ประมวลผลปริมาณการชำระเงินสูงได้

ธุรกิจต่างๆ อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน ค่าธรรมเนียมการเบิกจ่ายทันที หรือค่าฮาร์ดแวร์ การตรวจสอบรายการเดินบัญชีเป็นประจำจะช่วยให้แน่ใจว่าค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่คาดไว้

SMB ต้องรู้อะไรบ้างในการดูแลการชำระเงินด้วยบัตร

เมื่อเปิดให้มีการชำระเงินด้วยบัตร งานจะเปลี่ยนจากการตั้งค่ามาเป็นการดูแลแทน

SMB สามารถดูแลการชำระเงินให้ปลอดภัยและเชื่อถือได้ด้วยวิธีดังนี้

  • การรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด: ธุรกิจมีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในการชำระเงิน เช่น ข้อกำหนด Payment Card Industry (PCI) การใช้ผู้ให้บริการชำระเงินที่ทันสมัยจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ไม่จำเป็นต้องจัดการข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อนโดยตรง

  • ความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง: การชำระเงินด้วยบัตรมาพร้อมความเสี่ยงที่จะเกิดการฉ้อโกง โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางออนไลน์และทางไกล แต่หากใช้เครื่องมือป้องกันการฉ้อโกง การตรวจสอบสิทธิ์ และการติดตามตรวจสอบธุรกรรม ก็จะช่วยป้องกันการสูญเสียโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคอนเวอร์ชัน

  • การดึงเงินคืนและการโต้แย้งการชำระเงิน: ลูกค้าอาจโต้แย้งการเรียกเก็บเงินได้ ซึ่งจะเริ่มขั้นตอนทางการที่เครือข่ายบัตรจะเป็นฝ่ายจัดการ ให้รวบรวมใบเสร็จและข้อมูลยืนยันการจัดส่งให้ชัดเจนแล้วตอบกลับโดยเร็ว

  • ช่วงเวลาของกระแสเงินสด: การทำความเข้าใจการตั้งเวลาการเบิกจ่ายจะช่วยให้ธุรกิจในการรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆ และหลีกเลี่ยงการขาดแคลนเงินสดเป็นระยะสั้นๆ ได้

  • ประสบการณ์ของลูกค้า: ความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความชัดเจนในการชำระเงินเป็นเรื่องสำคัญต่อลูกค้า การชำระเงินที่ล่าช้า ใบเสร็จที่ชวนสับสน หรือการชำระเงินที่ถูกปฏิเสธอาจทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจ แม้จะมีสินค้าหรือบริการที่ดีก็ตาม

  • ขั้นตอนที่สอดคล้องกัน: เจ้าหน้าที่ต้องรู้วิธีจัดการการชำระเงินด้วยบัตร การคืนเงิน และกรณีพิเศษต่างๆ อย่างถูกต้อง โดยปัญหาในขั้นตอนแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

SMB จะยกระดับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นได้อย่างไร

ระบบการชำระเงินควรมีค่าใช้จ่ายน้อยลงและยืดหยุ่นขึ้นเมื่อธุรกิจมีปริมาณธุรกรรมมากขึ้น การยกระดับก็คือการปรับปรุงสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดบางส่วนที่คุณทำตามได้มีดังนี้

  • ปรับค่าบริการตามปริมาณการใช้งาน: ปริมาณธุรกรรมที่สูงขึ้นอาจทำให้มีอัตราที่ต่ำลงหรือใช้โมเดลค่าบริการที่ต่างออกไป การตรวจสอบเป็นระยะๆ ช่วยให้มั่นใจว่าค่าธรรมเนียมจะยังคงสัมพันธ์กับขนาดธุรกิจและส่วนต่างกำไร

  • รวมการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายไว้ในที่เดียว: การใช้ระบบเดียวกับทุกช่องทางจะช่วยลดความซับซ้อนในการรายงาน การกระทบยอด และการสนับสนุนลูกค้า ทั้งยังช่วยให้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีการซื้อของลูกค้าได้ชัดเจนขึ้นด้วย

  • ยกระดับมาตรการควบคุมการฉ้อโกงไปพร้อมการเติบโต: เมื่อจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น การตรวจจับการฉ้อโกงอัตโนมัติก็เป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย โดยเครื่องมือที่ชาญฉลาดขึ้นจะช่วยลดการสูญเสียได้โดยไม่ทำให้การชำระเงินช้าลง

  • ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและระยะเวลาให้บริการ: การชำระเงินไม่ควรเป็นอุปสรรค ระบบที่ขยายการรองรับได้ทั่วโลกและรับมือกับความต้องการสูงสุดได้จะช่วยปกป้องรายรับในช่วงที่มีการเติบโต

Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก โดยรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีประวัติระยะเวลาให้บริการ 99.999% โดยแทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือสูงเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถขับเคลื่อนการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe