ธุรกิจที่ต้องเสียภาษีและผู้ประกอบอาชีพอิสระในเยอรมนีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับสำนักงานภาษีปีละครั้ง แบบแสดงรายการนี้จะมีแบบฟอร์มหลักที่เรียกว่า "USt 2A" และแบบฟอร์มเพิ่มเติมที่เรียกว่า "Annex UN" ("Anlage UN" ในภาษาเยอรมัน) โดยบังคับให้กรอกแบบฟอร์มหลัก แต่บางธุรกิจอาจไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม Annex UN ก็ได้
ในบทความนี้ เราจะพูดถึงแบบฟอร์ม Annex UN เช่น เวลาที่ควรกรอกและข้อมูลที่ต้องระบุ นอกจากนี้ เรายังอธิบายความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องและให้เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN ด้วย
เนื้อหาหลักในบทความ
- แบบฟอร์ม Annex UN คืออะไร และต้องใช้เมื่อใด
- ธุรกิจในต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีได้อย่างไร
- ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้างในแบบฟอร์ม Annex UN
- ธุรกิจต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN
- ความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม Annex UN
- เคล็ดลับที่ทำได้จริงในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN
แบบฟอร์ม Annex UN คืออะไร และต้องใช้เมื่อใด
Annex UN คือ แบบฟอร์มพิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มประจำปี เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศที่ไม่มีที่อยู่อาศัย สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ หรือการบริหารจัดการในเยอรมนี แต่สร้างรายรับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีก็จะต้องยื่นแบบฟอร์มนี้ เช่น การจัดหาสินค้าจากคลังสินค้าในเยอรมนีหรือบริการที่ดำเนินการภายในประเทศ ธุรกิจจะต้องส่งแบบฟอร์ม Annex UN โดยกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของ VAT Act ของเยอรมนี (UStG) อย่างเหมาะสม
ในเยอรมนี โดยหลักแล้ว ธุรกิจในต่างประเทศจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเบื้องต้นและแบบแสดงรายการภาษีหากมีรายรับที่ต้องเสียภาษีในเยอรมนี หรือมีสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ในประเทศนี้ โดยมาตรา 18 วรรค 4a ของ UStGระบุว่า ข้อกำหนดนี้ยังมีผลกับเจ้าของธุรกิจและนิติบุคคลที่มีรายรับเฉพาะจากการจัดหายานพาหนะ ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรป การจัดหาที่มีการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับ หรือการเข้าซื้อกิจการในสหภาพยุโรปในประเทศเยอรมนีด้วย
ธุรกิจในต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีได้อย่างไร
ธุรกิจในต่างประเทศที่มีรายรับที่ต้องเสียภาษีในเยอรมนีจะต้องยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ID) ของเยอรมนีจาก Federal Central Tax Office (BZSt) โดย BZSt จะออกหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อมูลจากสำนักงานภาษีที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ธุรกิจในต่างประเทศจึงต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับสำนักงานภาษีในพื้นที่ของตนก่อน
มาตรา 21 วรรค 1 ของประมวลรัษฎากรของเยอรมนี (AO) ระบุว่า แต่ละรัฐจะถูกกำหนดให้กับสำนักงานภาษีเป็นการเฉพาะ เช่น คำขอจากธุรกิจในเอสโตเนียก็จะดำเนินการโดยสำนักงานภาษีในรอสต็อก ในขณะที่สำนักงานภาษีในมิวนิกก็จะจัดการคำขอจากอิตาลี หากต้องการดูข้อมูลโดยละเอียดว่าสำนักงานภาษีใดรับผิดชอบรัฐใดนั้น คุณสามารถดูได้ใน Ordinance on VAT Jurisdiction (UStZustV) ของเยอรมนี หากบริษัทในต่างประเทศมีสาขาในประเทศเยอรมนี สำนักงานภาษีที่รับผิดชอบก็จะเป็นสำนักงานภาษีที่ตั้งอยู่ในเขตเดียวกับสาขาของบริษัท
การยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
คุณสามารถยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BZSt อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางออนไลน์ก็ได้ โดยคำแนะนำแบบทีละขั้นตอนมีดังนี้
- กรอกแบบฟอร์มในการยื่นขอ
แบบฟอร์มในการยื่นขอจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท กิจกรรมทางธุรกิจ และรายรับโดยประมาณของคุณ โปรดทราบว่า คุณจะต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจทำให้ขั้นตอนการยื่นขอใช้เวลานานขึ้นได้ - ส่งเอกสารของคุณ
BZSt จะขอเอกสารบางอย่างเพื่อให้ยืนยันตัวตนของธุรกิจของคุณได้ เช่น สำเนาบันทึกข้อมูลบริษัทที่ผ่านการรับรอง หรือเอกสารประจำตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบอื่นๆ - รอการตรวจสอบ
เมื่อได้รับคำขอจากคุณแล้ว BZSt ก็จะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่คุณให้มา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารที่ส่งและความซับซ้อนของคำขอ ซึ่งในบางกรณี BZSt ก็อาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมในระหว่างการตรวจสอบได้ - รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณ
ธุรกิจที่ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BZSt ทางไปรษณีย์ และนับจากนั้น บริษัทก็จะต้องระบุหมายเลขภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในใบแจ้งหนี้และเอกสารทางธุรกิจอื่นๆ หากให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนี นอกจากนี้ บริษัทยังมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและชำระภาษีด้วย
ตัวเลือกแบบ One Stop Shop (OSS) และ Import One Stop Shop (IOSS)
บางธุรกิจยังสามารถเลือกใช้ OSS ได้ด้วยเมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย OSS เป็นระบบของสหภาพยุโรปในการประมวลผลภาษีมูลค่าเพิ่มในอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจที่จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเอกชนในรัฐสมาชิกอื่นๆ ในสหภาพยุโรป หรือให้บริการแก่ลูกค้าในรัฐสมาชิกที่ตนไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ ธุรกิจที่ใช้ OSS สามารถรายงานรายรับผ่านพอร์ทัลออนไลน์ส่วนกลางได้ แทนที่จะต้องจดทะเบียนในแต่ละประเทศแยกกัน ทั้งนี้ OSS เป็นโปรแกรมแบบสมัครใจ แต่ก็คุ้มที่จะลงทะเบียน โดยเฉพาะในกรณีที่คุณเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่ขายสินค้าหรือบริการในหลายประเทศในสหภาพยุโรป
ธุรกิจที่ขายสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่สามให้กับลูกค้าในสหภาพยุโรปสามารถใช้โปรแกรม IOSS ได้ โดย IOSS คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกระบบหนึ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ทำการค้าระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น ระบบนี้เปิดตัวไปเมื่อปี 2021 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่มของสหภาพยุโรป และ (คล้ายกับ OSS) ให้บริการจดทะเบียนแบบครั้งเดียวบนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ IOSS ถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะกับการขายสินค้าทางไกลให้กับลูกค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร
ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้างในแบบฟอร์ม Annex UN
แบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นแบบฟอร์มหน้าเดียวที่มีช่องให้กรอกอยู่ 20 ช่อง ให้ใช้แบบฟอร์มนี้เพื่อระบุรายละเอียดของบริษัทดังต่อไปนี้
ข้อมูลทั่วไป
- ช่อง 1: หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- ช่อง 2: เลขที่บัญชีธนาคารระหว่างประเทศ (International Bank Account Number หรือ IBAN)
- ช่อง 3: รหัสธนาคาร (Bank Identifier Code หรือ BIC)
- ช่อง 4: ชื่อสถาบันการเงินและเมือง
- ช่อง 5: หมายเลขบัญชี สำหรับบัญชีธนาคารที่อยู่นอก Single Euro Payments Area (SEPA)
- ช่อง 6: ชื่อเจ้าของบัญชี
ธุรกิจสามารถเลือกแต่งตั้งตัวแทนที่ได้รับอำนาจให้ใช้สิทธิ์และปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางภาษีของตนได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถกำหนดผู้รับที่ได้รับอนุมัติให้รับหนังสือโต้ตอบแทนได้ด้วย แต่ธุรกิจไม่สามารถใช้ผู้รับมอบอำนาจเหล่านี้ในการขอคืนเงินภาษีและส่วนลดภาษีได้ ธุรกิจจะให้ข้อมูลต่อไปนี้เกี่ยวกับผู้รับมอบอำนาจลงในช่อง 7-15 ของแบบฟอร์ม Annex UN
- ช่อง 7: ผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ (2 ตัวเลือกให้ทำเครื่องหมาย)
- ช่อง 8: ชื่อ
- ช่อง 9: ถนน
- ช่อง 10: เลขที่บ้านและข้อมูลที่อยู่เพิ่มเติม
- ช่อง 11: รหัสไปรษณีย์และเมือง
- ช่อง 12: รหัสไปรษณีย์และตู้ไปรษณีย์
- ช่อง 13: หมายเลขโทรศัพท์
- ช่อง 14: ที่อยู่อีเมล
- ช่อง 15: การยืนยันว่าแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับการลงนามโดยผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ (ทำเครื่องหมายตามที่เหมาะสม)
ขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อ
ช่อง 16 ของแบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มจะถามว่า ธุรกิจได้ทำตามขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อใดๆ กับ BZSt ในปีปฏิทินนั้นๆ หรือไม่ หากธุรกิจได้ดำเนินการไป บริษัทก็จะต้องแนบใบแจ้งหนี้และใบเสร็จนำเข้าเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงภาษีซื้อที่นำไปใช้ลดหย่อนได้ นอกจากนี้ ในแบบฟอร์มหลักของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจต่างๆ สามารถระบุได้เฉพาะภาษีซื้อที่ BZSt ยังไม่ได้คืนเงินให้ในขั้นตอนการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในช่อง 17 บริษัทจะระบุว่า ตนควรได้รับเครดิตจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปในขั้นตอนการเก็บภาษีขนส่งแยกรายการหรือไม่ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปจะถูกป้อนเป็นจำนวนเงินในสกุลเงินยูโรและต้องมีการแสดงหลักฐานด้วยเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องทำเช่นเดียวกันนี้กับช่อง 18 สำหรับหลักทรัพย์ที่ให้ไว้ซึ่งชำระตามมาตรา 18 วรรค 12 ประโยคที่ 5 ของ UStG โดยจำนวนเงินทั้ง 2 อย่างนี้จะรวมเข้าด้วยกันในช่อง 19
ข้อมูลเพิ่มเติม
สุดท้าย ช่อง 20 ของแบบฟอร์ม Annex UN ใช้เพื่อระบุจำนวนเงินที่ได้จากการขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปกับรัฐอื่นในประชาคมยุโรป (EC) ซึ่งธุรกิจก็ต้องป้อนจำนวนเงินเป็นสกุลเงินยูโรอีกเช่นเคย
ธุรกิจต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN
หลังจากนี้ คุณจะได้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่สำคัญที่สุด ซึ่งธุรกิจในต่างประเทศต้องยื่นพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บันทึกข้อมูลบริษัท: เอกสารนี้จะมีหลักฐานที่แสดงว่าธุรกิจมีตัวตนอยู่จริง รวมถึงโครงสร้างทางกฎหมายของธุรกิจนั้นๆ
- หลักฐานแสดงข้อมูลประจำตัว: เอกสารนี้เป็นการยืนยันตัวตนของธุรกิจ เช่น สำเนาทะเบียนจากรัฐที่มีภูมิลำเนาอยู่
- การมอบอำนาจ (ถ้ามี): หากการยื่นแบบแสดงรายการดำเนินการโดยผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ เอกสารนี้ก็จะมีหลักฐานที่แสดงว่าบุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามกฎหมาย
- ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จนำเข้าสำหรับภาษีซื้อ: เอกสารนี้ใช้ประกอบการยื่นขอรับภาษีซื้อในขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อกับ BZSt
- ใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่มภายใต้ขั้นตอนการเก็บภาษีขนส่งแยกรายการ (ถ้ามี): เอกสารนี้จะมีเอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายใต้ขั้นตอนนี้
- ใบเสร็จสำหรับหลักทรัพย์ (ถ้ามี): มีหลักฐานแสดงหลักทรัพย์ต่างๆ ที่มอบให้แก่หน่วยงานด้านภาษี
- ใบแจ้งหนี้ที่แสดงการขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป (ถ้ามี): เอกสารประกอบนี้จะใช้ในการสำแดงยอดขายทางไกลที่ต้องเสียภาษีภายในสหภาพยุโรป
ความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม Annex UN
การส่งแบบฟอร์ม Annex UN ที่ครบถ้วนถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัทต่างประเทศเมื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศเยอรมนี หากมีข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่อง ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า งานบริหารจัดการเพิ่มเติม ยอดค้างชำระ ดอกเบี้ยปรับ และค่าปรับได้ ความเสี่ยงในการตรวจสอบส่วนใหญ่ก็มาจากข้อมูลและเอกสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
การรายงานรายรับไม่ถูกต้อง
เมื่อธุรกิจมีรายรับจากการจัดหาสินค้าหรือบริการในเยอรมนี แต่ไม่ได้รายงานอย่างถูกต้องในแบบฟอร์ม Annex UN การคำนวณภาษีก็จะไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับธุรกิจที่ไม่ได้รายงานรายรับจากในประเทศเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี หรือให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับบริการหรือสินค้าที่จัดหาให้ สำนักงานภาษีอาจมองว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและดำเนินมาตรการต่างๆ ตามสมควรได้
เอกสารขาดหายไปหรือไม่สมบูรณ์
หากมีหลักฐานขาดหายไปหรือไม่ครบถ้วน ก็อาจเกิดปัญหาในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบได้ เอกสารเหล่านี้ ได้แก่ บันทึกข้อมูลบริษัท เอกสารประจำตัว ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จนำเข้า สำนักงานภาษีอาจปฏิเสธเอกสารดังกล่าวและขอให้ส่งเอกสารใหม่ได้ นอกจากนี้ยังอาจระงับการตรวจสอบได้ด้วย ซึ่งก็จะทำให้เกิดความล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การไม่แสดงหลักฐานเกี่ยวกับเกณฑ์การขายทางไกล
ธุรกิจต่างๆ ในยุโรปที่ขายสินค้าออกนอกประเทศให้กับลูกค้าในสหภาพยุโรปสามารถชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศของตนได้ โดยจะต้องไม่เกินเกณฑ์รายปีที่ 10,000 ยูโร ซึ่งเมื่อเกณฑ์ดังกล่าว ธุรกิจเหล่านี้ก็จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในรัฐสมาชิกที่เกี่ยวข้อง นอกจากการส่งแบบฟอร์ม Annex UN แล้ว การขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปก็จะต้องมีการบันทึกเป็นเอกสารไว้อย่างครบถ้วนด้วย ซึ่งวิธีนี้เป็นเพียงวิธีเดียวที่ธุรกิจเหล่านี้จะพิสูจน์ได้ว่าตนยังไม่เกินขีดจำกัดดังกล่าว
การยื่นภาษีล่าช้า
ธุรกิจในต่างประเทศต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มภายในวันที่ 31 กรกฎาคม เช่นเดียวกับธุรกิจในเยอรมนี หากไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนด ก็อาจทำให้สำนักงานภาษีประเมินจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย ซึ่งตัวเลขที่ได้ก็มักจะสูงเกินจำเป็น นอกจากนี้ ธุรกิจยังอาจต้องเสียค่าปรับ ดอกเบี้ยปรับ และได้รับบทลงโทษอื่นๆ ได้ด้วย
เคล็ดลับที่ทำได้จริงในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN
การยื่นแบบฟอร์ม Annex UN อาจเป็นเรื่องยาก แต่การดำเนินการอย่างเป็นระบบก็จะช่วยให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นมาก เคล็ดลับที่ทำได้จริง 2-3 ข้อมีดังนี้
วางแผนแต่เนิ่นๆ
ให้เริ่มเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรีบกรอกแบบฟอร์ม Annex UN หรือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การรวบรวมและจัดเรียงเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งปี เมื่อทำแล้ว คุณก็จะเข้าถึงเอกสารที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานแสดงการจัดหาสินค้าหรือบริการระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป คุณควรเผื่อเวลาเอาไว้ให้มากพอในการกรอกแบบแสดงรายการหรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ เช่น ที่ปรึกษาด้านภาษี
ให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน
ตรวจสอบว่าข้อมูลที่คุณให้ไว้ในแบบฟอร์ม Annex UN นั้นครบถ้วนถูกต้อง ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวตรงกับข้อมูลที่คุณให้ไว้ในแบบแสดงรายการภาษีและระบบอื่นๆ หรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากคุณยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน ELSTER (เว็บไซต์ของเยอรมนีในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี) และใช้ระบบ OSS ด้วย ข้อมูลในทั้ง 2 ระบบนี้ก็จะต้องตรงกัน
ใช้ระบบอัตโนมัติ
ขั้นตอนการบริหารจัดการหลายๆ อย่างสามารถเปลี่ยนให้เป็นแบบอัตโนมัติได้ เพื่อช่วยให้คุณกรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถูกต้องรวดเร็ว Stripe Tax จะช่วยธุรกิจในต่างประเทศในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางภาษีมูลค่าเพิ่มของเยอรมนีได้หลายวิธี
ตัวอย่างเช่น Tax จะทราบโดยอัตโนมัติเมื่อมีรายรับที่ต้องเสียภาษีเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้คุณระบุตัวเลขได้ถูกต้องในแบบแสดงรายการ ระบบนี้จะใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องตามแต่ละประเภทธุรกรรมและประเทศปลายทาง การระบุรายรับที่มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับโดยอัตโนมัติจะมีประโยชน์อย่างมาก เครื่องมือนี้ยังตรวจสอบหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของลูกค้าโดยใช้ VAT Information Exchange System (VIES) ของสหภาพยุโรปด้วย เพื่อให้คำนึงถึงธุรกรรมที่ถูกต้องเท่านั้น
นอกจากนี้ คุณไม่จำเป็นต้องโอนข้อมูลที่สร้างขึ้นใน Tax ไปยังแบบฟอร์ม Annex UN ด้วยตนเอง เพราะ Tax จะรวบรวมข้อมูลสำหรับแบบฟอร์ม Annex UN ในรูปแบบที่ส่งออกได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ