Annex UN: แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจในต่างประเทศในเยอรมนี

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. แบบฟอร์ม Annex UN คืออะไร และต้องใช้เมื่อใด
  3. ธุรกิจในต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีได้อย่างไร
    1. การยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
    2. ตัวเลือกแบบ One Stop Shop (OSS) และ Import One Stop Shop (IOSS)
  4. ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้างในแบบฟอร์ม Annex UN
    1. ข้อมูลทั่วไป
    2. ขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อ
    3. เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม
    4. ข้อมูลเพิ่มเติม
  5. ธุรกิจต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN
  6. ความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม Annex UN
    1. การรายงานรายรับไม่ถูกต้อง
    2. เอกสารขาดหายไปหรือไม่สมบูรณ์
    3. การไม่แสดงหลักฐานเกี่ยวกับเกณฑ์การขายทางไกล
    4. การยื่นภาษีล่าช้า
  7. เคล็ดลับที่ทำได้จริงในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN
    1. วางแผนแต่เนิ่นๆ
    2. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน
    3. ใช้ระบบอัตโนมัติ

ธุรกิจที่ต้องเสียภาษีและผู้ประกอบอาชีพอิสระในเยอรมนีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับสำนักงานภาษีปีละครั้ง แบบแสดงรายการนี้จะมีแบบฟอร์มหลักที่เรียกว่า "USt 2A" และแบบฟอร์มเพิ่มเติมที่เรียกว่า "Annex UN" ("Anlage UN" ในภาษาเยอรมัน) โดยบังคับให้กรอกแบบฟอร์มหลัก แต่บางธุรกิจอาจไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม Annex UN ก็ได้

ในบทความนี้ เราจะพูดถึงแบบฟอร์ม Annex UN เช่น เวลาที่ควรกรอกและข้อมูลที่ต้องระบุ นอกจากนี้ เรายังอธิบายความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องและให้เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN ด้วย

เนื้อหาหลักในบทความ

  • แบบฟอร์ม Annex UN คืออะไร และต้องใช้เมื่อใด
  • ธุรกิจในต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีได้อย่างไร
  • ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้างในแบบฟอร์ม Annex UN
  • ธุรกิจต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN
  • ความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม Annex UN
  • เคล็ดลับที่ทำได้จริงในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN

แบบฟอร์ม Annex UN คืออะไร และต้องใช้เมื่อใด

Annex UN คือ แบบฟอร์มพิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มประจำปี เจ้าของธุรกิจในต่างประเทศที่ไม่มีที่อยู่อาศัย สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ หรือการบริหารจัดการในเยอรมนี แต่สร้างรายรับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีก็จะต้องยื่นแบบฟอร์มนี้ เช่น การจัดหาสินค้าจากคลังสินค้าในเยอรมนีหรือบริการที่ดำเนินการภายในประเทศ ธุรกิจจะต้องส่งแบบฟอร์ม Annex UN โดยกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของ VAT Act ของเยอรมนี (UStG) อย่างเหมาะสม

ในเยอรมนี โดยหลักแล้ว ธุรกิจในต่างประเทศจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเบื้องต้นและแบบแสดงรายการภาษีหากมีรายรับที่ต้องเสียภาษีในเยอรมนี หรือมีสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ในประเทศนี้ โดยมาตรา 18 วรรค 4a ของ UStGระบุว่า ข้อกำหนดนี้ยังมีผลกับเจ้าของธุรกิจและนิติบุคคลที่มีรายรับเฉพาะจากการจัดหายานพาหนะ ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรป การจัดหาที่มีการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับ หรือการเข้าซื้อกิจการในสหภาพยุโรปในประเทศเยอรมนีด้วย

ธุรกิจในต่างประเทศจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนีได้อย่างไร

ธุรกิจในต่างประเทศที่มีรายรับที่ต้องเสียภาษีในเยอรมนีจะต้องยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT ID) ของเยอรมนีจาก Federal Central Tax Office (BZSt) โดย BZSt จะออกหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อมูลจากสำนักงานภาษีที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ธุรกิจในต่างประเทศจึงต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับสำนักงานภาษีในพื้นที่ของตนก่อน

มาตรา 21 วรรค 1 ของประมวลรัษฎากรของเยอรมนี (AO) ระบุว่า แต่ละรัฐจะถูกกำหนดให้กับสำนักงานภาษีเป็นการเฉพาะ เช่น คำขอจากธุรกิจในเอสโตเนียก็จะดำเนินการโดยสำนักงานภาษีในรอสต็อก ในขณะที่สำนักงานภาษีในมิวนิกก็จะจัดการคำขอจากอิตาลี หากต้องการดูข้อมูลโดยละเอียดว่าสำนักงานภาษีใดรับผิดชอบรัฐใดนั้น คุณสามารถดูได้ใน Ordinance on VAT Jurisdiction (UStZustV) ของเยอรมนี หากบริษัทในต่างประเทศมีสาขาในประเทศเยอรมนี สำนักงานภาษีที่รับผิดชอบก็จะเป็นสำนักงานภาษีที่ตั้งอยู่ในเขตเดียวกับสาขาของบริษัท

การยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

คุณสามารถยื่นขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BZSt อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางออนไลน์ก็ได้ โดยคำแนะนำแบบทีละขั้นตอนมีดังนี้

  • กรอกแบบฟอร์มในการยื่นขอ
    แบบฟอร์มในการยื่นขอจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท กิจกรรมทางธุรกิจ และรายรับโดยประมาณของคุณ โปรดทราบว่า คุณจะต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจทำให้ขั้นตอนการยื่นขอใช้เวลานานขึ้นได้
  • ส่งเอกสารของคุณ
    BZSt จะขอเอกสารบางอย่างเพื่อให้ยืนยันตัวตนของธุรกิจของคุณได้ เช่น สำเนาบันทึกข้อมูลบริษัทที่ผ่านการรับรอง หรือเอกสารประจำตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบอื่นๆ
  • รอการตรวจสอบ
    เมื่อได้รับคำขอจากคุณแล้ว BZSt ก็จะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่คุณให้มา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารที่ส่งและความซับซ้อนของคำขอ ซึ่งในบางกรณี BZSt ก็อาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมในระหว่างการตรวจสอบได้
  • รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของคุณ
    ธุรกิจที่ผ่านการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BZSt ทางไปรษณีย์ และนับจากนั้น บริษัทก็จะต้องระบุหมายเลขภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในใบแจ้งหนี้และเอกสารทางธุรกิจอื่นๆ หากให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในเยอรมนี นอกจากนี้ บริษัทยังมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและชำระภาษีด้วย

ตัวเลือกแบบ One Stop Shop (OSS) และ Import One Stop Shop (IOSS)

บางธุรกิจยังสามารถเลือกใช้ OSS ได้ด้วยเมื่อจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดย OSS เป็นระบบของสหภาพยุโรปในการประมวลผลภาษีมูลค่าเพิ่มในอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจที่จัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเอกชนในรัฐสมาชิกอื่นๆ ในสหภาพยุโรป หรือให้บริการแก่ลูกค้าในรัฐสมาชิกที่ตนไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ ธุรกิจที่ใช้ OSS สามารถรายงานรายรับผ่านพอร์ทัลออนไลน์ส่วนกลางได้ แทนที่จะต้องจดทะเบียนในแต่ละประเทศแยกกัน ทั้งนี้ OSS เป็นโปรแกรมแบบสมัครใจ แต่ก็คุ้มที่จะลงทะเบียน โดยเฉพาะในกรณีที่คุณเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่ขายสินค้าหรือบริการในหลายประเทศในสหภาพยุโรป

ธุรกิจที่ขายสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่สามให้กับลูกค้าในสหภาพยุโรปสามารถใช้โปรแกรม IOSS ได้ โดย IOSS คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกระบบหนึ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ทำการค้าระหว่างประเทศได้ง่ายขึ้น ระบบนี้เปิดตัวไปเมื่อปี 2021 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่มของสหภาพยุโรป และ (คล้ายกับ OSS) ให้บริการจดทะเบียนแบบครั้งเดียวบนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ IOSS ถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะกับการขายสินค้าทางไกลให้กับลูกค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร

ต้องระบุข้อมูลอะไรบ้างในแบบฟอร์ม Annex UN

แบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นแบบฟอร์มหน้าเดียวที่มีช่องให้กรอกอยู่ 20 ช่อง ให้ใช้แบบฟอร์มนี้เพื่อระบุรายละเอียดของบริษัทดังต่อไปนี้

ข้อมูลทั่วไป

  • ช่อง 1: หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • ช่อง 2: เลขที่บัญชีธนาคารระหว่างประเทศ (International Bank Account Number หรือ IBAN)
  • ช่อง 3: รหัสธนาคาร (Bank Identifier Code หรือ BIC)
  • ช่อง 4: ชื่อสถาบันการเงินและเมือง
  • ช่อง 5: หมายเลขบัญชี สำหรับบัญชีธนาคารที่อยู่นอก Single Euro Payments Area (SEPA)
  • ช่อง 6: ชื่อเจ้าของบัญชี

ธุรกิจสามารถเลือกแต่งตั้งตัวแทนที่ได้รับอำนาจให้ใช้สิทธิ์และปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางภาษีของตนได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถกำหนดผู้รับที่ได้รับอนุมัติให้รับหนังสือโต้ตอบแทนได้ด้วย แต่ธุรกิจไม่สามารถใช้ผู้รับมอบอำนาจเหล่านี้ในการขอคืนเงินภาษีและส่วนลดภาษีได้ ธุรกิจจะให้ข้อมูลต่อไปนี้เกี่ยวกับผู้รับมอบอำนาจลงในช่อง 7-15 ของแบบฟอร์ม Annex UN

  • ช่อง 7: ผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ (2 ตัวเลือกให้ทำเครื่องหมาย)
  • ช่อง 8: ชื่อ
  • ช่อง 9: ถนน
  • ช่อง 10: เลขที่บ้านและข้อมูลที่อยู่เพิ่มเติม
  • ช่อง 11: รหัสไปรษณีย์และเมือง
  • ช่อง 12: รหัสไปรษณีย์และตู้ไปรษณีย์
  • ช่อง 13: หมายเลขโทรศัพท์
  • ช่อง 14: ที่อยู่อีเมล
  • ช่อง 15: การยืนยันว่าแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับการลงนามโดยผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ (ทำเครื่องหมายตามที่เหมาะสม)

ขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อ

ช่อง 16 ของแบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มจะถามว่า ธุรกิจได้ทำตามขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อใดๆ กับ BZSt ในปีปฏิทินนั้นๆ หรือไม่ หากธุรกิจได้ดำเนินการไป บริษัทก็จะต้องแนบใบแจ้งหนี้และใบเสร็จนำเข้าเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงภาษีซื้อที่นำไปใช้ลดหย่อนได้ นอกจากนี้ ในแบบฟอร์มหลักของแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจต่างๆ สามารถระบุได้เฉพาะภาษีซื้อที่ BZSt ยังไม่ได้คืนเงินให้ในขั้นตอนการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม

ในช่อง 17 บริษัทจะระบุว่า ตนควรได้รับเครดิตจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปในขั้นตอนการเก็บภาษีขนส่งแยกรายการหรือไม่ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปจะถูกป้อนเป็นจำนวนเงินในสกุลเงินยูโรและต้องมีการแสดงหลักฐานด้วยเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องทำเช่นเดียวกันนี้กับช่อง 18 สำหรับหลักทรัพย์ที่ให้ไว้ซึ่งชำระตามมาตรา 18 วรรค 12 ประโยคที่ 5 ของ UStG โดยจำนวนเงินทั้ง 2 อย่างนี้จะรวมเข้าด้วยกันในช่อง 19

ข้อมูลเพิ่มเติม

สุดท้าย ช่อง 20 ของแบบฟอร์ม Annex UN ใช้เพื่อระบุจำนวนเงินที่ได้จากการขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปกับรัฐอื่นในประชาคมยุโรป (EC) ซึ่งธุรกิจก็ต้องป้อนจำนวนเงินเป็นสกุลเงินยูโรอีกเช่นเคย

ธุรกิจต้องยื่นเอกสารอะไรบ้างพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN

หลังจากนี้ คุณจะได้เห็นภาพรวมเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่สำคัญที่สุด ซึ่งธุรกิจในต่างประเทศต้องยื่นพร้อมกับแบบฟอร์ม Annex UN ในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • บันทึกข้อมูลบริษัท: เอกสารนี้จะมีหลักฐานที่แสดงว่าธุรกิจมีตัวตนอยู่จริง รวมถึงโครงสร้างทางกฎหมายของธุรกิจนั้นๆ
  • หลักฐานแสดงข้อมูลประจำตัว: เอกสารนี้เป็นการยืนยันตัวตนของธุรกิจ เช่น สำเนาทะเบียนจากรัฐที่มีภูมิลำเนาอยู่
  • การมอบอำนาจ (ถ้ามี): หากการยื่นแบบแสดงรายการดำเนินการโดยผู้รับมอบอำนาจที่ได้รับอนุมัติ เอกสารนี้ก็จะมีหลักฐานที่แสดงว่าบุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามกฎหมาย
  • ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จนำเข้าสำหรับภาษีซื้อ: เอกสารนี้ใช้ประกอบการยื่นขอรับภาษีซื้อในขั้นตอนการขอคืนภาษีซื้อกับ BZSt
  • ใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่มภายใต้ขั้นตอนการเก็บภาษีขนส่งแยกรายการ (ถ้ามี): เอกสารนี้จะมีเอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายใต้ขั้นตอนนี้
  • ใบเสร็จสำหรับหลักทรัพย์ (ถ้ามี): มีหลักฐานแสดงหลักทรัพย์ต่างๆ ที่มอบให้แก่หน่วยงานด้านภาษี
  • ใบแจ้งหนี้ที่แสดงการขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป (ถ้ามี): เอกสารประกอบนี้จะใช้ในการสำแดงยอดขายทางไกลที่ต้องเสียภาษีภายในสหภาพยุโรป

ความเสี่ยงในการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับแบบฟอร์ม Annex UN

การส่งแบบฟอร์ม Annex UN ที่ครบถ้วนถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบริษัทต่างประเทศเมื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศเยอรมนี หากมีข้อผิดพลาดหรือจุดบกพร่อง ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า งานบริหารจัดการเพิ่มเติม ยอดค้างชำระ ดอกเบี้ยปรับ และค่าปรับได้ ความเสี่ยงในการตรวจสอบส่วนใหญ่ก็มาจากข้อมูลและเอกสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน

การรายงานรายรับไม่ถูกต้อง

เมื่อธุรกิจมีรายรับจากการจัดหาสินค้าหรือบริการในเยอรมนี แต่ไม่ได้รายงานอย่างถูกต้องในแบบฟอร์ม Annex UN การคำนวณภาษีก็จะไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับธุรกิจที่ไม่ได้รายงานรายรับจากในประเทศเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี หรือให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับบริการหรือสินค้าที่จัดหาให้ สำนักงานภาษีอาจมองว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและดำเนินมาตรการต่างๆ ตามสมควรได้

เอกสารขาดหายไปหรือไม่สมบูรณ์

หากมีหลักฐานขาดหายไปหรือไม่ครบถ้วน ก็อาจเกิดปัญหาในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบได้ เอกสารเหล่านี้ ได้แก่ บันทึกข้อมูลบริษัท เอกสารประจำตัว ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จนำเข้า สำนักงานภาษีอาจปฏิเสธเอกสารดังกล่าวและขอให้ส่งเอกสารใหม่ได้ นอกจากนี้ยังอาจระงับการตรวจสอบได้ด้วย ซึ่งก็จะทำให้เกิดความล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การไม่แสดงหลักฐานเกี่ยวกับเกณฑ์การขายทางไกล

ธุรกิจต่างๆ ในยุโรปที่ขายสินค้าออกนอกประเทศให้กับลูกค้าในสหภาพยุโรปสามารถชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศของตนได้ โดยจะต้องไม่เกินเกณฑ์รายปีที่ 10,000 ยูโร ซึ่งเมื่อเกณฑ์ดังกล่าว ธุรกิจเหล่านี้ก็จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในรัฐสมาชิกที่เกี่ยวข้อง นอกจากการส่งแบบฟอร์ม Annex UN แล้ว การขายทางไกลระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปก็จะต้องมีการบันทึกเป็นเอกสารไว้อย่างครบถ้วนด้วย ซึ่งวิธีนี้เป็นเพียงวิธีเดียวที่ธุรกิจเหล่านี้จะพิสูจน์ได้ว่าตนยังไม่เกินขีดจำกัดดังกล่าว

การยื่นภาษีล่าช้า

ธุรกิจในต่างประเทศต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มภายในวันที่ 31 กรกฎาคม เช่นเดียวกับธุรกิจในเยอรมนี หากไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนด ก็อาจทำให้สำนักงานภาษีประเมินจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย ซึ่งตัวเลขที่ได้ก็มักจะสูงเกินจำเป็น นอกจากนี้ ธุรกิจยังอาจต้องเสียค่าปรับ ดอกเบี้ยปรับ และได้รับบทลงโทษอื่นๆ ได้ด้วย

เคล็ดลับที่ทำได้จริงในการยื่นแบบฟอร์ม Annex UN

การยื่นแบบฟอร์ม Annex UN อาจเป็นเรื่องยาก แต่การดำเนินการอย่างเป็นระบบก็จะช่วยให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้นมาก เคล็ดลับที่ทำได้จริง 2-3 ข้อมีดังนี้

วางแผนแต่เนิ่นๆ

ให้เริ่มเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรีบกรอกแบบฟอร์ม Annex UN หรือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การรวบรวมและจัดเรียงเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งปี เมื่อทำแล้ว คุณก็จะเข้าถึงเอกสารที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานแสดงการจัดหาสินค้าหรือบริการระหว่างรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป คุณควรเผื่อเวลาเอาไว้ให้มากพอในการกรอกแบบแสดงรายการหรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ เช่น ที่ปรึกษาด้านภาษี

ให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน

ตรวจสอบว่าข้อมูลที่คุณให้ไว้ในแบบฟอร์ม Annex UN นั้นครบถ้วนถูกต้อง ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวตรงกับข้อมูลที่คุณให้ไว้ในแบบแสดงรายการภาษีและระบบอื่นๆ หรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากคุณยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่าน ELSTER (เว็บไซต์ของเยอรมนีในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี) และใช้ระบบ OSS ด้วย ข้อมูลในทั้ง 2 ระบบนี้ก็จะต้องตรงกัน

ใช้ระบบอัตโนมัติ

ขั้นตอนการบริหารจัดการหลายๆ อย่างสามารถเปลี่ยนให้เป็นแบบอัตโนมัติได้ เพื่อช่วยให้คุณกรอกแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ถูกต้องรวดเร็ว Stripe Tax จะช่วยธุรกิจในต่างประเทศในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางภาษีมูลค่าเพิ่มของเยอรมนีได้หลายวิธี

ตัวอย่างเช่น Tax จะทราบโดยอัตโนมัติเมื่อมีรายรับที่ต้องเสียภาษีเข้ามา ซึ่งจะช่วยให้คุณระบุตัวเลขได้ถูกต้องในแบบแสดงรายการ ระบบนี้จะใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องตามแต่ละประเภทธุรกรรมและประเทศปลายทาง การระบุรายรับที่มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับโดยอัตโนมัติจะมีประโยชน์อย่างมาก เครื่องมือนี้ยังตรวจสอบหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของลูกค้าโดยใช้ VAT Information Exchange System (VIES) ของสหภาพยุโรปด้วย เพื่อให้คำนึงถึงธุรกรรมที่ถูกต้องเท่านั้น

นอกจากนี้ คุณไม่จำเป็นต้องโอนข้อมูลที่สร้างขึ้นใน Tax ไปยังแบบฟอร์ม Annex UN ด้วยตนเอง เพราะ Tax จะรวบรวมข้อมูลสำหรับแบบฟอร์ม Annex UN ในรูปแบบที่ส่งออกได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย