วิธีที่ทีมการเงินของ Figma ใช้ Stripe เพื่อดำเนินธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

Figma คือแพลตฟอร์มการออกแบบสำหรับทีมที่สร้างผลิตภัณฑ์ร่วมกัน โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้าง แชร์ ทดสอบ และจัดส่งผลงานการออกแบบที่ดียิ่งขึ้น Praveer Melwani ผู้ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงินและฝ่ายปฏิบัติการทางธุรกิจต้องการรักษาอัตราการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัทไว้ ทำให้จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินที่ใช้ระบบอัตโนมัติกับการดำเนินการที่ต้องทำเอง รวมทั้งช่วยให้ทีมการเงินซึ่งมีสมาชิกไม่กี่คนมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจของ Figma ได้อย่างเต็มที่

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้

    Payments
    Billing
    Invoicing
อเมริกาเหนือ
ธุรกิจสตาร์ทอัพ

ความท้าทาย

นอกจากทีมการเงินซึ่งมีผลการปฏิบัติงานระดับสูงจะต้องมุ่งเน้นการสนับสนุนภายในองค์กรแล้ว ก็ยังมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการทำความเข้าใจผลการปฏิบัติงานของแต่ละฝ่ายอิงตามวัตถุประสงค์หลัก การระบุสิ่งที่มีประสิทธิภาพดีหรือไม่ดี รวมถึงงการลงมือแก้ไขในกรณีที่จำเป็นด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความสำเร็จของฝ่ายการเงินจะต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำไว้ในส่วนกลาง และการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อช่วยให้แต่ละฝ่ายตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

"หากไม่มีข้อมูลที่สอดคล้องและชัดเจนแล้ว คุณก็จะพลาดโอกาสไป" Praveer Melwani ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงินและฝ่ายปฏิบัติงานด้านธุรกิจของ Figma กล่าว "หากได้รับยอดการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงินล่าช้า รวมถึงไม่เข้าใจข้อมูลการขายและไปป์ไลน์ดีพอ คุณจะไม่มีตัวชี้วัดในระยะแรกๆ แล้วก็จะไม่ทราบวิธีดำเนินการ ดังนั้นการยืนยันถึงความสอดคล้องกันของทุกระบบที่เราใช้งาน [Salesforce, Marketo, งานนำเสนอผู้บริหาร ฯลฯ] จะช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็ว เพราะเราทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก"

เนื่องจาก Praveer ต้องการยืนยันรวบรวมข้อมูลมีคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือโดยใช้ทีมซึ่งมีสมาชิกไม่มาก เขาจึงจำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติกับกระบวนการด้านการเงิน ตลอดจนเลือกโซลูชันการชำระเงินที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • รองรับทั้งการชำระเงินตามรอบบิลสำหรับลูกค้าที่บริการตนเอง รวมถึงการออกใบแจ้งหนี้สำหรับองค์กร

  • นำเสนอการรายงานข้อมูลการชำระเงินที่พร้อมใช้งานได้แทบจะทันที

  • มีการรายงานที่ยืดหยุ่นพร้อมพารามิเตอร์สำหรับข้อมูลเมตา เพื่อให้จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งมีโครงสร้างได้ และเพื่อให้มั่นใจถึงความสอดคล้องกันของข้อมูลในทุกระบบที่ใช้งาน

โซลูชัน

เดิมที Figma ต้องการใช้โซลูชันสแตนด์อโลนแบบดั้งเดิมเพื่อรับการชำระเงิน เรียกเก็บเงินตามรอบบิล และออกใบแจ้งหนี้ แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรที่ต้องใช้ในการผสานการทำงานและดูแลรักษาหลายๆ ระบบให้สอดคล้องกันเพื่อยืนยันถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์คุณภาพสูง

Figma เลือกใช้ Stripe เนื่องจากมีแพลตฟอร์มการชำระเงินครบวงจร ช่วยให้ลูกค้าชำระเงินตามรอบบิลและชำระใบแจ้งหนี้ที่กำหนดเองได้ผ่านบัตร, ACH หรือการโอนเงินระหว่างธนาคาร ทีมของ Praveer สามารถใช้แดชบอร์ดของ Stripe เพื่อติดแท็กข้อมูลการชำระเงินด้วยพารามิเตอร์สำหรับข้อมูลเมตา แล้วส่งไปยัง Snowflake ได้ในทุกๆ ชั่วโมงผ่าน Segment ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการจัดรูปแบบใน Snowflake เพื่อให้สามารถเข้าใจได้ง่ายในแอปธุรกิจอื่นๆ และเหมาะกับโมเดลภายใน โดยระบบจะกระจายข้อมูลการชำระเงินที่จัดรูปแบบใหม่แล้วผ่านทาง Census ไปยังแอปธุรกิจดังต่อไปนี้เพื่อให้บริบทประกอบที่ละเอียดยิ่งขึ้น

  • Salesforce: Figma ใช้ Stripe เพื่อปรับปรุงบัญชี Salesforce และเพิ่มโอกาสในการรับข้อมูลด้านการชำระเงินและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การคำนวณค่าคอมมิชชัน และการเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า

  • Marketo, Facebook Audiences และ Google Ads: Figma เชื่อมโยงข้อมูล Stripe เข้ากับผู้ใช้ ทีม รวมทั้งองค์กรเพื่อปรับข้อความทางการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม

  • งานนำเสนอผู้บริหาร: Figma ใช้การรายงานและข้อมูลวิเคราะห์ของ Stripe ในการจัดเตรียมงานนำเสนอผู้บริหารได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องทันทีหลังจากสิ้นสุดรอบการดำเนินงาน ทำให้ผู้ลงทุนได้รับรายงานแบบละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ จำนวนลูกค้าสุทธิที่รักษาไว้ได้ ตลอดจนแผนภูมิลำดับขั้นเกี่ยวกับรายรับตามรอบต่อปีซึ่งแบ่งตามประเภทธุรกรรม

  • เมตริกของบริษัทและการคาดการณ์: Figma ใช้ประโยชน์จากข้อมูลการชำระเงินและการออกใบแจ้งหนี้ของ Stripe เพื่อสร้างแดชบอร์ดอัตราส่วนการให้สินเชื่อโดยเทียบกับมูลค่าตลอดอายุการใช้งานแบบเรียลไทม์ สร้างข้อมูลวิเคราะห์อัตราการเลิกใช้งาน รวมทั้งแสดงรูปแบบการขยายกิจการ

  • การปิดงานช่วงสิ้นเดือน: Figma ใช้ข้อมูลการชำระเงินและการออกใบแจ้งหนี้ของ Stripe เป็นข้อมูลป้อนเข้าสำหรับโมเดลการรับรู้รายรับ ภาษี และยอดรายรับที่เลื่อนเวลาการตัดบัญชีผ่าน SuiteSync

ผลลัพธ์

หลังจากผสานการทำงานแพลตฟอร์มการชำระเงินที่เหมาะสมเข้ากับระบบเทคโนโลยีที่ใช้งานอยู่ Praveer ก็สามารถยืนยันว่าแอปธุรกิจทั้งหมดของบริษัทได้รับข้อมูลธุรกรรมของลูกค้าซึ่งแม่นยำและเชื่อถือได้แทบจะทันที นอกจากนี้เขายังขยายกิจการของ Figma จนมีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐโดยมีสมาชิกในทีมการเงินเพียงไม่กี่คน ด้วยการปรับระบบให้เป็นอัตโนมัติและสร้างข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อให้นำไปประกอบการตัดสินใจที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้

Praveer กล่าวว่า "การใช้งานที่ง่ายดายและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Stripe คือรากฐานในการขยายธุรกิจของเราโดยใช้พนักงานเพียงไม่กี่คน หากไม่มีการผสานการทำงานกับ Stripe ผมมั่นใจว่าเราคงต้องใช้คนเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 คนเพื่อดูแลกระบวนการต่างๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเพื่อปิดงาน การกระทบยอดธุรกรรมของหลายระบบ การควบคุมยอดหนี้การค้า และการแก้ปัญหาเกี่ยวกับชุดข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง"

Stripe ช่วยให้ทีมของ Praveer ทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • คาดการณ์เมตริกทางธุรกิจได้อย่างน่าเชื่อถือ: "คุณต้องใช้โซลูชันที่ยืดหยุ่นซึ่งช่วยให้แบ่งย่อยข้อมูลได้หลายๆ วิธีในเวลาอันรวดเร็ว เราใช้ Stripe เป็นแหล่งข้อมูลในการสร้างตรรกะทางธุรกิจภายในระบบ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับวิธีการตัดสินใจซื้อของลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วงเวลาหนึ่งๆ" Praveer กล่าว

  • การสร้างความไว้วางใจภายในองค์กรด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้: "ผมสร้างชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในสายตาพนักงานของบริษัทรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ เนื่องจากมั่นใจว่าชุดข้อมูลตลอดจนระบบที่สำคัญของเรานั้นเป็นระเบียบและถูกต้องแม่นยำ" Praveer กล่าว

  • ช่วยให้ทีมการเงินมีเวลาทำงานสำคัญได้เต็มที่: Praveer กล่าวว่า "ทีมประหยัดเวลาในการดูแลการชำระเงิน การเรียกเก็บเงิน การกระทบยอด รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ลงไปได้ ทำให้มีเวลาคิดและดำเนินธุรกิจในเชิงกลยุทธ์เพื่ออนาคต"

รู้เสมอว่าคุณต้องจ่ายเท่าไร

ค่าบริการต่อธุรกรรมที่รวมไว้หมดแล้วโดยไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง

เริ่มต้นผสานการทำงาน

เริ่มใช้งาน Stripe ได้ภายใน 10 นาที