หากคุณอาศัยอยู่ในเยอรมนีและอยากจะเริ่มก้าวแรกสู่การเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระโดยตั้งธุรกิจขึ้นมา คุณก็สามารถหาเงินทุนทำธุรกิจได้หลายวิธี โดยหนึ่งในนั้นก็คือการยื่นขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพจากรัฐบาล
บทความนี้จะพาคุณไปดูว่าเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพคืออะไร วิธีการยื่นขอ และเงินสนับสนุนประเภทนี้เหมาะกับผู้ยื่นขอหรือไม่ นอกจากนี้ เรายังพูดถึงปัญหาและข้อเสียต่างๆ ของโปรแกรมนี้โดยเฉพาะ รวมถึงนำเสนอการหาเงินทุนด้วยวิธีอื่นๆ สำหรับการลงทุนช่วงแรกในประเทศนี้อีกด้วย
เนื้อหาหลักในบทความ
- เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพคืออะไร
- ใครบ้างที่มีสิทธิ์รับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ
- เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพมีข้อเสียอะไรบ้าง
- ผู้ก่อตั้งในเยอรมนีสามารถหาเงินทุนด้วยวิธีใดได้บ้าง
- เอกสารดิจิทัลมีความสำคัญอย่างไรในการตัดสินใจให้เงินกู้
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพคืออะไร
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ คือ เงินสนับสนุนรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมอบให้กับผู้ว่างงานในเยอรมนีที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง คนเยอรมนีเรียกเงินสนับสนุนนี้ว่า "เงินสนับสนุนสำหรับผู้ก่อตั้ง" หรือ "เงินสนับสนุนสำหรับธุรกิจใหม่" โดยผู้คนมองว่าเงินนี้มีไว้เพื่อช่วยให้ผู้ว่างงานกลายเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระได้ง่ายขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงในช่วงแรกที่เริ่มทำธุรกิจ โดย Federal Employment Agency (BA) จะมอบเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพให้กับผู้ยื่นขอที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดผ่านหน่วยงานจัดหางานในพื้นที่ (หรือที่เรียกว่าสำนักงานจัดหางาน)
ข้อกำหนดเบื้องต้นในการขอรับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ
มาตรา 93 ของ German Social Code (SGB) Book III ระบุว่า BA จะมอบเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพให้กับบุคคลที่มีลักษณะดังนี้
- กำลังได้รับเงินประกันในกรณีว่างงานอยู่
- มีสิทธิ์ได้รับเงินประกันในกรณีว่างงานอย่างน้อย 150 วันเมื่อเริ่มประกอบอาชีพอิสระ
- จะประกอบอาชีพอิสระแบบเต็มเวลา และจะไม่เป็นผู้ว่างงานอีกต่อไป
- แสดงหลักฐานว่ามีความรู้และความสามารถเพียงพอที่จะทำงานดังกล่าวในฐานะผู้ประกอบอาชีพอิสระ
- แสดงให้เห็นว่าสตาร์ทอัพของตนจะอยู่รอดได้ผ่านความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานต่างๆ เช่น หอการค้าและอุตสาหกรรม (IHK), หอการค้าหัตถกรรม (HWK), ธนาคาร และสมาคมวิชาชีพต่างๆ สามารถออกความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญได้ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ใช้ได้ ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านภาษี ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาด้านการจัดการ หรือองค์กรอื่นๆ ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจการที่เกิดขึ้นใหม่
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพมีจำนวนเท่าไหร่ และจะจ่ายให้นานแค่ไหน
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ในช่วงแรก ผู้ก่อตั้งจะได้รับเงินทุนก้อนแรกมาเพื่อรองรับค่าครองชีพขั้นพื้นฐานและช่วยรับความเสี่ยง โดย BA จะจ่ายเงินสวัสดิการกรณีว่างงานล่าสุดพร้อมเงินเพิ่มอีก 300 ยูโรให้กับเจ้าของ เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยงชั่วคราวในระหว่างที่เจ้าของกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ
หลังผ่าน 6 เดือนแรกไปแล้ว เจ้าของสามารถยื่นขอรับเงินสนับสนุนต่ออีก 9 เดือนได้ แต่ในช่วงที่ 2 นี้ เจ้าของจะได้รับเงินตายตัวที่ 300 ยูโร แต่จะไม่ได้รับเงินประกันในกรณีว่างงานที่เคยได้รับก่อนหน้านี้อีกต่อไป
การยื่นขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ
หากคุณมีแผนที่จะยื่นขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพจาก BA ให้เริ่มโดยนัดหมายปรึกษากับเจ้าหน้าที่จัดหางานในพื้นที่ผ่านทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะดูว่าผู้ยื่นขอสามารถรับเงินสนับสนุนดังกล่าวได้หรือไม่ และแจ้งว่าคุณต้องส่งเอกสารใดบ้างเพื่อประกอบคำขอของคุณ
ขั้นตอนที่ 2 คือ การจัดเตรียมบันทึกที่จำเป็นทั้งหมด คุณสามารถดูภาพรวมโดยละเอียดได้ในโบรชัวร์ของ Federal Employment Agency เว็บไซต์นี้ยังมีเทมเพลตหนังสือเพื่อใช้ขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย
จากนั้น ให้กรอกคำขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพช่วงที่ 1 ทางออนไลน์ และอัปโหลดไฟล์ที่จำเป็นให้ครบ BA จะตรวจสอบข้อมูลที่คุณส่งไป และหากเอกสารได้รับอนุมัติ ก็จะแจ้งให้คุณทราบผลการตัดสิน หากคุณไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการรับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ BA ก็จะมีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอด้วยเช่นกัน แต่คุณสามารถอุทธรณ์การปฏิเสธได้ภายใน 1 เดือนนับจากที่ได้รับแจ้ง โดยในบางกรณี คุณอาจต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติมจึงจะได้รับเงินสนับสนุน
หลังพ้นช่วงแรกไปแล้ว ผู้ยื่นขอก็สามารถยื่นขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพในช่วงที่ 2 ได้
ใครบ้างที่มีสิทธิ์รับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ
บุคคลทั่วไปจะมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพเมื่อมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดเบื้องต้นที่ระบุไว้ข้างต้น เงินสนับสนุนนี้จึงใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิมหรือผู้ก่อตั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นนายตัวเองแบบเต็มเวลา
นอกจากนี้ BA ยังไม่ให้เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพแก่ผู้ที่สวัสดิการถูกระงับหรือพักไว้ชั่วคราว (Ruhenstatbestände) แบบอื่นๆ ตามมาตรา 156 ถึง 159 ของ SGB III (มาตรา 93 วรรค 3 ของ SGB III) โดยการระงับ (Sperrzeiten) ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในกรณีที่ลาออกโดยสมัครใจ ละทิ้งงาน ปฏิเสธงานที่เหมาะสม หรือไม่ได้พยายามอย่างเพียงพอในการหางานใหม่ นอกจากนี้ ผู้ยื่นขอจะถูกตัดสิทธิ์รับเงินสนับสนุนหากได้รับสวัสดิการแยกต่างหาก เช่น ความคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วย เงินชดเชย หรือการจ่ายค่าจ้างต่อเนื่อง โดย BA จะมอบเงินสนับสนุนให้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีการระงับหรือการพักชำระอยู่
คุณจะไม่มีสิทธิ์รับเงินสนับสนุนเช่นกันหากคุณได้รับการสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบอื่นใดในช่วง 24 เดือนก่อนยื่นขอ (มาตรา 93 วรรค 4 ของ SGB III) นอกจากนี้ สิทธิ์จะสิ้นสุดลงเมื่อมีสิทธิ์ได้รับบำนาญผู้สูงอายุตามมาตรฐานเมื่อมีอายุถึง 68 ปี (มาตรา 93 วรรค 5 ของ SGB III)
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพมีข้อเสียอะไรบ้าง
แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีปัญหาและข้อเสียบางเรื่องที่สมาชิกในช่วงก่อตั้งต้องคำนึงถึงเมื่อยื่นขอและใช้เงินสนับสนุนนี้
ต้องทำงานเอกสารจำนวนมาก
ขั้นตอนการยื่นขอเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพมีข้อกำหนดด้านธุรการเป็นอย่างมาก โดย BA จะขอเอกสารแบบครบชุด เช่น เรซูเม่และหลักฐานการอนุญาตหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (หากมี) ซึ่งผู้ยื่นขอก็จะต้องส่งแผนธุรกิจโดยละเอียดพร้อมข้อมูลการหาเงินทุนและขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ
ต้องรอนาน
บางครั้ง เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพก็อาจไม่เหมาะกับผู้ก่อตั้งที่ต้องรีบใช้เงิน เพราะขั้นตอนการตรวจสอบและอนุมัติมักใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ และในบางกรณีก็อาจใช้เวลานานกว่านั้น เช่น หาก BA ปฏิเสธคำขอของคุณในตอนแรก ซึ่งอาจเป็นเพราะเอกสารขาดหายไปหรือไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้ใช้เวลาดำเนินการโดยรวมนานขึ้นไปอีก
มีเงินทุนจำกัดและใช้เวลานานในการให้เงินทุน
ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของเงินสนับสนุนนี้คือจำนวนเงินและระยะเวลาในการสนับสนุนมีอยู่จำกัด ซึ่งเงินสดจำนวนเล็กน้อยเหล่านี้ เมื่อประกอบกับรอบการให้เงินทุน 6 เดือนในช่วงแรก และอีก 9 เดือนในช่วงที่สอง ก็อาจไม่ได้เพียงพอเสมอไปที่จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นหรือมีรายรับที่มั่นคง
ไม่รองรับการขยายธุรกิจ
เงินสนับสนุนสตาร์ทอัพมุ่งเน้นที่ผู้ก่อตั้งที่อยากจะทำองค์กรขนาดเล็ก จึงไม่ค่อยเหมาะกับกิจการขนาดใหญ่หรือการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว เพราะรองรับการลงทุนได้เพียงเล็กน้อย
มีกลุ่มเป้าหมายอยู่อย่างจำกัด
ข้อเสียอีกประการหนึ่งของเงินสนับสนุนจาก BA ก็คือขอบเขตที่จำกัด เนื่องจากโปรแกรมนี้จะให้เงินแก่ผู้ว่างงานที่รับเงินประกันในกรณีว่างงานอยู่เท่านั้น ผู้ก่อตั้งที่มีแหล่งรายได้อื่นแล้วจึงไม่มีสิทธิ์รับเงินสนับสนุนนี้ เจ้าของที่ไม่ได้ตั้งใจจะประกอบอาชีพอิสระแบบเต็มเวลาก็ไม่มีสิทธิ์เช่นกัน
เสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธ
เมื่อสมาชิกในช่วงก่อตั้งมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดพื้นฐานในการรับเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพ BA ก็ยังปฏิเสธคำขอได้อยู่ เงินสนับสนุนนี้ไม่ใช่สิทธิ์ทางกฎหมาย ซึ่งหมายความว่า BA จะตรวจสอบและอนุมัติคำขอทั้งหมดโดยใช้ดุลพินิจของตน แม้ผู้ก่อตั้งจะยื่นอุทธรณ์ได้เมื่อถูกปฏิเสธ แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสำเร็จ
ผู้ก่อตั้งในเยอรมนีสามารถหาเงินทุนด้วยวิธีใดได้บ้าง
ผู้ก่อตั้งในเยอรมนีสามารถหาเงินทุนทำธุรกิจได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสีย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดของการดำเนินงาน ความต้องการทางการเงิน และเป้าหมายในระยะยาว
หุ้น
สมาชิกในช่วงก่อตั้งหลายๆ รายจะรองรับค่าใช้จ่ายผ่านการระดมทุนโดยการออกหุ้น ซึ่งมักเรียกว่าการใช้เงินทุนของตัวเอง (Bootstrapping) โดยเอาเงินเก็บส่วนตัวมาใช้ลงทุนหรือขอให้เพื่อนและครอบครัวมาช่วย วิธีนี้มีข้อดีตรงที่จะไม่มีผู้ให้กู้ยืมจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือต้องคืนเงิน แต่หากมองอีกด้านก็มีความเสี่ยงต่อตัวเองมากขึ้นเช่นกัน ทั้งยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจอย่างจำกัดด้วย
เงินกู้จากธนาคาร
หากคุณมีส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ คุณสามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจได้ตลอด และเนื่องจากสถาบันการเงินจะไม่ได้หุ้นในองค์กร ผู้ก่อตั้งจึงไม่เสียอำนาจในการดำเนินงานหรือกำหนดทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาวไป แต่ถึงอย่างนั้น การขอเงินกู้จากธนาคารมักต้องอาศัยประวัติเครดิตที่ดีและมีแผนดำเนินธุรกิจที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังต้องส่งเอกสารหลายหน้าและอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยและผ่อนชำระเป็นงวดๆ อีกด้วย
เงินสนับสนุนจากภาครัฐ
โปรแกรมพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น Credit Institute for Reconstruction (KfW) หรือหน่วยงานด้านการลงทุนภาครัฐที่คล้ายๆ กันก็เป็นอีกวิธีในการหาเงินทุนทำธุรกิจ เงินกู้เหล่านี้มักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าและให้ระยะเวลานานกว่าเงินกู้จากธนาคาร แต่คุณจะต้องยื่นเอกสารจำนวนมาก และอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้รับเงิน
เงินทุนจากนักลงทุน
บางคนก็หันไปพึ่งนักลงทุนจากภายนอก เช่น บริษัทร่วมลงทุนหรือนักลงทุนอิสระ เพื่ออัดฉีดเงินทุนเข้ามา เมื่อใช้วิธีนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องคืนเงิน นอกจากนี้ นักลงทุนยังอาจมีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายด้วย แต่ผู้ก่อตั้งก็ต้องแลกกับการเสียหุ้นในบริษัทของตนไป ซึ่งส่งผลให้มีอำนาจน้อยลงในการควบคุมการบริหารจัดการและพัฒนาการดำเนินงาน อีกทั้งขั้นตอนการหาเงินทุนจากนักลงทุนก็มีความยุ่งยากและต้องใช้เวลาค่อนข้างนานอีกด้วย
การระดมทุน
เมื่อใช้วิธีระดมทุน ผู้ก่อตั้งสามารถระดมทุนจากผู้สนับสนุนจำนวนมากได้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ คุณไม่จำเป็นต้องให้หุ้น และยังทดสอบการตอบรับของตลาดก่อนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ได้อีกด้วย แต่ในทางกลับกัน แคมเปญระดมทุนต้องอาศัยการตลาดเป็นอย่างมาก และบางครั้งก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งหากระดมทุนได้ไม่ถึงเป้า ก็จะไม่ได้เงินไปเลยแม้แต่บาทเดียว
การหาเงินทุนล่วงหน้าผ่าน Stripe Capital
วิธีใหม่รูปแบบหนึ่งในการหาเงินสนับสนุนองค์กรก็คือการหาเงินทุนล่วงหน้า ซึ่งผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 1 รายขึ้นไปจะระดมทุนโดยใช้ยอดขายในอนาคต วิธีนี้ต่างจากเงินกู้จากธนาคารแบบดั้งเดิมตรงที่ไม่ต้องมีแผนธุรกิจที่ครอบคลุมหรือใช้หลักประกัน
Stripe Capital มีบริการจัดหาเงินทุนตามรายรับ ซึ่งช่วยให้สมาชิกในช่วงก่อตั้งหาเงินทุนได้รวดเร็วโดยไม่เสียเวลากู้เงินจากธนาคารหรือขอเงินสนับสนุนจากรัฐ จำนวนเงินที่ได้รับล่วงหน้าจะคำนวณโดยใช้ตัวเลขยอดขายก่อนหน้านี้และการคาดการณ์รายรับ การหาเงินทุนด้วยวิธีนี้มีข้อดีอยู่ตรงที่โมเดลการคืนเงินแบบยืดหยุ่น กล่าวคือ ธุรกิจจะคืนเงินโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายรับในแต่ละวัน แทนที่จะต้องผ่อนชำระทุกเดือน ด้วยเหตุนี้ จำนวนเงินที่คืนจึงปรับเปลี่ยนไปตามผลกำไรของบริษัท ยิ่งมีรายรับสูงก็ต้องคืนเงินเป็นจำนวนมากขึ้น แต่หากมีรายรับน้อย ก็คืนเงินน้อยลงเช่นกัน
การหาเงินทุนล่วงหน้าผ่าน Stripe Capital พร้อมให้บริการแก่ผู้ก่อตั้งทุกรายในเยอรมนี ซึ่งต่างจากเงินสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีให้กลุ่มเป้าหมายในวงจำกัดเท่านั้น
เอกสารดิจิทัลมีความสำคัญอย่างไรในการตัดสินใจให้เงินกู้
ข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการหาเงินทุนเพื่อทำธุรกิจ หากมีบันทึกทางการเงินที่จัดทำเอกสารเป็นอย่างดี ก็จะช่วยให้คุณมีโอกาสมากขึ้นที่จะได้รับเงินมาขยายกิจการ ไม่ว่าจะจากธนาคารหรือนักลงทุนก็ตาม
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะข้อมูลการโอนที่เชื่อถือได้นั้นมีความสำคัญต่อการทำบัญชีธุรกิจในแต่ละวันพอๆ กับสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประวัติทางการเงินที่ชัดเจนจะช่วยให้บุคคลภายนอกประเมินความน่าเชื่อถือของบริษัทได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ ในส่วนของผู้ก่อตั้ง เอกสารดิจิทัลจะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้เงินทุนก้อนใหม่ โซลูชันแบบแยกส่วนของ Stripe ช่วยให้คุณเปลี่ยนการทำบัญชีให้เป็นแบบดิจิทัลและดำเนินไปโดยอัตโนมัติได้ เพื่อให้คุณเข้าดูบันทึกธุรกรรมและภาษีได้ทุกเมื่อ
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ