วิธีการชำระเงินออนไลน์ที่นิยมใช้ในญี่ปุ่น: ข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. รายชื่อวิธีการชำระเงินที่ใช้ในร้านค้าออนไลน์
  3. ข้อดีและข้อเสียของวิธีการชำระเงินแต่ละวิธี
    1. การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต
    2. การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์
    3. การชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ
    4. การโอนเงินผ่านธนาคาร
    5. การชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย
    6. การเก็บเงินปลายทาง
  4. ข้อควรพิจารณาที่สำคัญเมื่อนำวิธีการชำระเงินมาใช้กับร้านค้าออนไลน์
    1. การเสนอวิธีการชำระเงินหลายช่องทางช่วยป้องกันการทิ้งตะกร้าสินค้า
    2. คำนึงถึงความปลอดภัย
    3. สามารถใช้สำหรับการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้หรือไม่
  5. Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

การช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และความต้องการการชำระเงินแบบไร้เงินสดก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ขนาดของตลาดอีคอมเมิร์ซสำหรับการทำธุรกรรมกับลูกค้าในประเทศในปี 2024 อยู่ที่ 26.1 ล้านล้านเยน ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.1% จากตัวเลขของปีที่แล้วที่ 24.8 ล้านล้านเยน โดยเฉพาะกับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ที่คิดเป็นประมาณ 80% ของธุรกรรมทั้งหมดบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการชำระเงินประเภทนี้

บทความนี้จะแนะนำวิธีการชำระเงินที่ใช้กันทั่วไปในร้านค้าออนไลน์ อธิบายข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี และกล่าวถึงข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซเมื่อนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้

ประเด็นสำคัญ

  • วิธีการชำระเงินที่ร้านค้าออนไลน์ใช้กันทั่วไป ได้แก่ บัตรเครดิต เงินอิเล็กทรอนิกส์ และการชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ (Konbini)
  • วิธีการชำระเงินแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
  • เมื่อเลือกวิธีการชำระเงินสำหรับร้านค้าออนไลน์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความต้องการด้านการชำระเงินของลูกค้าก่อน จากนั้นจึงพิจารณาว่าควรให้ความสำคัญกับวิธีการใดที่สุด
  • เนื่องจาก Stripe Payments รองรับความต้องการด้านการชำระเงินที่หลากหลาย คุณจึงสามารถลดความซับซ้อนของกระบวนการชำระเงินออนไลน์และสร้างเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายได้

รายชื่อวิธีการชำระเงินที่ใช้ในร้านค้าออนไลน์

การเสนอวิธีการชำระเงินที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าในร้านค้าออนไลน์ให้อยู่ในระดับสูง ธุรกิจจึงต้องทำความเข้าใจวิธีการชำระเงินต่างๆ ที่ใช้กันทั่วไปในการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างละเอียด รวมถึงค้นหาและนำวิธีการที่เหมาะสำหรับธุรกิจของตนมาใช้

นี่คือรายการวิธีการชำระเงินที่มีให้บริการในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในญี่ปุ่น พร้อมกับความถี่ในการใช้งาน โดยอ้างอิงจากการสำรวจของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร (สามารถเลือกได้หลายคำตอบ) โดยเราจะเห็นว่าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตคิดนั้นเป็นประมาณ 80% ของทั้งหมด รองลงมาคือเงินอิเล็กทรอนิกส์และการชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งรวมกันแล้วคิดเป็นกว่า 30%

  • การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต: 79.8%
  • การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์: 43.5%
  • การชำระเงินผ่าน Konbini: 33.7%
  • การชำระเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารหรือสำนักงานไปรษณีย์และตู้ ATM: 23%
  • อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง: 23%
  • การชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย: 16.3%
  • ระบบเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery หรือ COD): 16.1%

เมื่อดูที่ข้อมูลนี้ เราจะเห็นว่าการมีวิธีการชำระเงิน 3 วิธีหลัก ตั้งแต่บัตรเครดิต ไปจนถึงวิธีการชำระเงินอื่นๆ นั้นมีความสำคัญ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขาย แต่ถ้าหากฐานลูกค้ามีลูกค้าสูงอายุจำนวนมาก การเสนอทางเลือกอื่นๆ เช่น การโอนเงินผ่านธนาคารและ COD จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มรายรับได้

ข้อดีและข้อเสียของวิธีการชำระเงินแต่ละวิธี

เราจะมาพิจารณาข้อดีและข้อเสียเฉพาะของแต่ละวิธีอย่างละเอียด ทั้งจากมุมมองทางธุรกิจและมุมมองของผู้ใช้

การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตมีอัตราการใช้งานสูง ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบที่บัตรเครดิตบางประเภทให้ผลตอบแทนสูงทั้งในด้านคะแนนและไมล์สะสม รวมถึงตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น เช่น การผ่อนชำระ การหมุนเวียน และการชำระเงินโบนัส

การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • ใช้งานง่ายสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น
  • การขายและการบริการลูกค้าที่ราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวญี่ปุ่น
  • เพิ่มโอกาสทางการขายได้อย่างง่ายดาย
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด
  • สามารถสะสมคะแนนได้
  • สามารถใช้วิธีการชำระเงินได้หลากหลาย เช่น การผ่อนชำระ สินเชื่อหมุนเวียน และการชำระเงินโบนัส

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • มีค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน
  • ต้องมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ระบบตรวจจับการฉ้อโกง
  • จะมีช่วงเวลาล่าช้าก่อนที่จะได้รับการเบิกจ่าย
  • อาจใช้จ่ายเกินงบ
  • ต้นทุนดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อระยะเวลาการชำระเงินเพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงของการฉ้อโกง

การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์

การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์0tใช้ข้อมูลดิจิทัลแทนเงินสด โดยมีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • การชำระเงินล่วงหน้า (วิธีชำระเงินล่วงหน้า): ผู้ใช้จะเติมเงินเข้าบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ไว้ล่วงหน้า
  • การชำระเงินทันที (เดบิต): เงินอิเล็กทรอนิกส์จะเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารโดยตรง
  • การชำระเงินภายหลัง (วิธีการชำระเงินแบบผ่อนชำระ เช่น ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง): เงินอิเล็กทรอนิกส์จะเชื่อมโยงกับบัตรเครดิต

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • การชำระเงินจะเสร็จสมบูรณ์ในขณะที่ทำการสั่งซื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ชำระเงิน
  • สามารถดึงดูดลูกค้าที่ลังเลที่จะให้ข้อมูลบัตรเครดิตได้
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด
  • วิธีนี้อาจทำให้ได้รับคะแนนสะสมหรือรางวัลด้วย
  • รูปแบบเติมเงินช่วยป้องกันไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัว

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • ระยะเวลาการจ่ายเงินหลังจากชำระเงินจะแตกต่างกันไปตามบริการชำระเงิน และอาจใช้เวลาสักระยะกว่าเงินจะเข้าบัญชี
  • การชำระเงินล่วงหน้าจะไม่ค่อยได้ใช้กับสินค้าที่มีมูลค่าสูง
  • ในบางครั้ง ยอดเงินในบัญชีที่ไม่เพียงพออาจทำให้มีการทิ้งตะกร้าสินค้าได้
  • การคืนเงินอาจใช้เวลาดำเนินการสักระยะ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับบริการชำระเงิน
  • สำหรับบัตรเติมเงินและบัตรเดบิต หากยอดเงินไม่เพียงพอ ระบบจะบล็อกการใช้งาน ดังนั้นจึงต้องเติมเงินเข้าบัญชีไว้ก่อน

การชำระเงินที่ร้านสะดวกซื้อ

ผู้ใช้สามารถชำระเงินผ่านระบบ Konbini ได้ที่ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศญี่ปุ่นตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ทำให้เป็นวิธีการชำระเงินที่สะดวกมาก

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • ดึงดูดลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม
  • การยืนยันการฝากเงินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากชำระเงินเสร็จเรียบร้อย
  • ระบบชำระเงินล่วงหน้าคือการที่สินค้าจะถูกจัดส่งหลังจากได้รับการยืนยันการชำระเงินแล้วเท่านั้น ซึ่งช่วยขจัดความเสี่ยงจากการไม่ชำระเงินได้อย่างสมบูรณ์
  • สามารถใช้งานได้โดยผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์
  • สามารถชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลา ตราบใดที่มีร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ๆ

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • หากไม่ได้รับการชำระเงินภายในกำหนดวันชำระเงิน คำสั่งซื้อจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติและจะไม่นับเป็นรายได้
  • โดยทั่วไปแล้ว วงเงินสูงสุดต่อธุรกรรมคือ 300,000 เยน (รวมภาษีแล้ว) ธุรกรรมสำหรับสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าเกินจำนวนนี้จะไม่ได้รับการสนับสนุน
  • รู้สึกยุ่งยากหากไม่มีร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ๆ
  • ต้องระมัดระวังอย่าให้พลาดกำหนดชำระเงินหรือทำใบแจ้งชำระเงินหาย

การโอนเงินผ่านธนาคาร

ผู้คนทุกเพศทุกวัยใช้การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นวิธีการชำระเงินยอดนิยมสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์มานานหลายปีแล้ว ซึ่งในอดีตลูกค้าต้องไปที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มเพื่อโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ร้านค้าออนไลน์ระบุไว้ แต่ปัจจุบันนี้ ธนาคารทางอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้โอนเงินผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนได้นั้นเป็นสิ่งที่รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้น

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • ไม่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการชำระเงิน
  • ดึงดูดลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม
  • หากใช้บริการผู้ให้บริการชำระเงิน จะช่วยลดงานตรวจสอบความถูกต้องให้น้อยลงได้
  • ในกรณีส่วนใหญ่ จะไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนหากเป็นธนาคารเดียวกัน
  • ใครก็ตามที่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้วิธีนี้ได้
  • มีความมั่นใจสูง เนื่องจากธุรกรรมเหล่านี้ดำเนินการโดยตรงระหว่างธนาคาร

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • หากไม่ได้รับการชำระเงินภายในกำหนดวันชำระเงิน สินค้าจะไม่สามารถจัดส่งได้ และอาจต้องยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • หากคุณทำสัญญากับธนาคารโดยตรง การติดตามและตรวจสอบเงินฝากอาจใช้เวลานาน
  • โดยทั่วไปแล้ว คุณต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนทั้งหมด
  • หากผู้ใช้ไม่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมธนาคารออนไลน์ จะต้องไปที่ธนาคารหรือตู้ ATM
  • เนื่องจากสินค้าจะถูกจัดส่งหลังจากได้รับการยืนยันการชำระเงินแล้ว จึงอาจใช้เวลาสักระยะกว่าสินค้าจะถึงมือคุณ

การชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย

การชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเป็นการให้บริการโดยผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ เช่น NTT DOCOMO, au และ SoftBank เมื่อคุณซื้อสินค้าด้วยการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ค่าใช้จ่ายจะถูกเพิ่มเข้าไปในบิลค่าโทรศัพท์มือถือของคุณโดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องชำระเงินแยกต่างหาก

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นประจำ
  • ช่วยลดความยุ่งยากในการเก็บเงิน
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ชำระเงิน
  • คุณสามารถชำระค่าสินค้าและบริการโดยเพิ่มค่าใช้จ่ายเหล่านั้นลงในบิลค่าโทรศัพท์มือถือของคุณได้
  • คุณสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องวงเงินใช้จ่าย จึงไม่เหมาะสำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่
  • ข้อกำหนดและระบบต่างๆ แตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ทำให้การจัดการยุ่งยากขึ้น
  • มีบริการชำระเงินแบบเหมาจ่ายเท่านั้น
  • มีข้อจำกัดเรื่องวงเงินที่สามารถใช้จ่ายได้

การเก็บเงินปลายทาง

การเก็บเงินปลายทางเป็นวิธีการชำระเงินยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้จำนวนมากนับตั้งแต่การช้อปปิ้งออนไลน์แพร่หลายในญี่ปุ่น และยังคงเป็นตัวเลือกที่ใช้กันทั่วไปจนถึงทุกวันนี้เช่นเดียวกับการโอนเงินผ่านธนาคาร สำหรับการชำระเงินปลายทางนั้น บริษัทขนส่งจะเก็บเงินเมื่อส่งสินค้าถึงมือผู้รับ ดังนั้นเงินสดจึงเป็นวิธีการชำระเงินมาตรฐาน แม้ว่าบางครั้งก็รับบัตรเครดิตด้วยเช่นกัน

เจ้าของธุรกิจ

ผู้ใช้

ข้อดี

  • ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบการชำระเงิน ดังนั้นสินค้าสามารถจัดส่งได้ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ
  • รับประกันว่าการชำระเงินจะดำเนินการอย่างถูกต้อง
  • เนื่องจากผู้ให้บริการจัดส่งเป็นผู้จัดการเรื่องการเรียกเก็บเงินแทนคุณ คุณจึงประหยัดเวลาในการเก็บเงินได้
  • วิธีนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้สูงอายุและคนหนุ่มสาวที่ลังเลที่จะใช้บัตรเครดิต
  • ใครๆ ก็ใช้งานได้
  • จะได้รับสินค้าทันทีที่ชำระเงิน จึงไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะสูญหายระหว่างจัดส่ง

ข้อเสียและประเด็นที่ควรทราบ

  • หากลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้า บริษัทของคุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งคืนสินค้า
  • จะมีช่วงเวลาล่าช้าก่อนที่จะได้รับการเบิกจ่าย
  • คุณต้องเตรียมเงินสดไว้เพื่อชำระเงิน
  • ต้องมีผู้รับสินค้าอยู่ที่ที่อยู่จัดส่งเพื่อชำระเงินและรับสินค้า
  • ไม่สามารถวางไว้ที่หน้าประตูหรือในกล่องรับส่งได้

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญเมื่อนำวิธีการชำระเงินมาใช้กับร้านค้าออนไลน์

มีประเด็นสำคัญไม่กี่อย่างที่ควรคำนึงถึงเมื่อนำระบบการชำระเงินมาใช้กับร้านค้าออนไลน์

การใช้ผู้ให้บริการชำระเงินเพื่อช่วยในกระบวนการติดตั้งระบบนี้เป็นเรื่องปกติ ข้อดีคือช่วยให้ขั้นตอนการตั้งค่าทำได้ง่ายขึ้น และทำให้การเตรียมการที่จำเป็นในการเริ่มต้นร้านค้าออนไลน์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

แต่ทั้งนี้ บริการที่ผู้ให้บริการนำเสนอนั้นแตกต่างกันไป และวิธีการชำระเงินบางอย่างที่คุณต้องการอาจไม่สามารถใช้ได้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องระบุวิธีการชำระเงินที่ต้องการให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และกำหนดบริการเฉพาะที่บริษัทของคุณต้องการอย่างชัดเจน

การเสนอวิธีการชำระเงินหลายช่องทางช่วยป้องกันการทิ้งตะกร้าสินค้า

ปัจจัยที่มีค่าที่สุดในการนำวิธีการชำระเงินมาใช้คือการเสนอทางเลือกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ แม้ว่าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจะเป็นวิธีการชำระเงินหลัก แต่การมีวิธีการชำระเงินอื่นๆ ให้เลือก จะช่วยดึงดูดฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นและช่วยป้องกันการทิ้งตะกร้าสินค้า

คำนึงถึงความปลอดภัย

มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความไว้วางใจของลูกค้าและป้องกันความสูญเสียทางการเงินที่เกิดจากกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสูญเสียจากการฉ้อโกงบัตรเครดิตยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นจึงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงที่จะบอกว่า การสร้างกรอบการทำงานที่สามารถจัดการกับการใช้ในทางที่ผิดทุกรูปแบบและเพิ่มความปลอดภัยของการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตนั้น ควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจทุกประเภทที่ดำเนินการธุรกรรมด้วยบัตร

การที่บริษัทจะบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองและป้องกันการฉ้อโกงได้โดยไม่มีข้อผิดพลาดเลยนั้นเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากกลโกงมีความซับซ้อนมากขึ้นทุกปี ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่แนะนำคือ เครื่องมือตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกงที่ผู้ให้บริการชำระเงินจัดหาให้เป็นส่วนหนึ่งของบริการ ด้วยการใช้เครื่องมือเหล่านี้ คุณสามารถสร้างสภาพแวดล้อมเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยสูงโดยไม่ต้องลงทุนเวลาหรือเงินจำนวนมากในการพัฒนาระบบป้องกันที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

สามารถใช้สำหรับการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้หรือไม่

หากคุณต้องการขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนไปยังประเทศอื่นๆ นอกประเทศญี่ปุ่น คุณจะต้องเพิ่มวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นที่ผู้ใช้ในภูมิภาคเหล่านั้นนิยมใช้ ตัวอย่างเช่น หากเป้าหมายคือการเปิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนไปยังสหรัฐอเมริกา การตรวจสอบว่ามีวิธีการชำระเงินใดบ้างที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศนั้นจะเป็นประโยชน์

เมื่อต้องการผสานบริการชำระเงินสำหรับประเทศเป้าหมาย มักจะนิยมทำงานร่วมกับผู้ให้บริการชำระเงินที่รองรับวิธีการชำระเงินระหว่างประเทศหลักๆ และดำเนินงานในระดับโลก มากกว่าที่จะทำสัญญากับผู้ประมวลผลการชำระเงินแต่ละรายโดยตรงในประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้ผู้ให้บริการชำระเงินอย่าง Stripe ที่รองรับหลายสกุลเงินและหลายภาษา คุณสามารถใช้งานตัวเลือกการชำระเงินที่จำเป็นทั้งหมดได้ในคราวเดียว และเสนอการชำระเงินออนไลน์ในภาษาของลูกค้าตามการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของพวกเขาได้

Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้

Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe