ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายเชิงพาณิชย์เป็นการดำเนินการอย่างหนึ่งที่ซับซ้อนที่สุดในการค้าระหว่างประเทศ แต่ก็มีประโยชน์มากที่สุดเช่นกันหากคุณดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกข้ามพรมแดนหรือการซื้อสินค้าในประเทศอิตาลี ธุรกรรมประเภทนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีบุคคล 3 ฝ่ายจากประเทศที่แตกต่างกันเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกรรมเดียวกัน และมีการจัดส่งสินค้าจากบุคคลที่หนึ่งไปยังบุคคลที่สามโดยตรงโดยไม่ผ่านสถานที่ตั้งของคนกลาง
ในการทำความเข้าใจวิธีการทำงานของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (ทั้งธุรกรรมในและนอกสหภาพยุโรป) เป็นเรื่องสำคัญในการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางภาษี ในบทความนี้ คุณจะได้ดูว่าธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายคืออะไร มีการทำงานอย่างไรทั้งในและนอกสหภาพยุโรป รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กำกับดูแลธุรกรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ คุณจะได้เห็นตัวอย่างการใช้งานจริงและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการธุรกรรมดังกล่าวอย่างถูกต้องในธุรกิจของคุณด้วย
เนื้อหาหลักในบทความ
- คำจำกัดความของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในทางการค้า และวิธีการทำงานของธุรกรรมประเภทนี้
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มนอกสหภาพยุโรป
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มภายในอิตาลี
- กฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปและอิตาลี
- ผลกระทบและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจในอิตาลี
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
- Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
คำจำกัดความของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในทางการค้า และวิธีการทำงานของธุรกรรมประเภทนี้
ในการค้า ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายจะเกิดขึ้นเมื่อมีบุคคล 3 ฝ่ายที่แตกต่างกัน (โดยอยู่กันคนละประเทศหรืออยู่ในประเทศเดียวกันก็ได้) เข้ามามีส่วนร่วมในการขายครั้งเดียวกัน และสินค้าได้รับการจัดส่งโดยตรงจากซัพพลายเออร์รายแรกไปยังลูกค้าปลายทางโดยไม่ต้องผ่านคลังสินค้าของคนกลาง
บุคคลที่มีส่วนร่วมหลักๆ ในการทำธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายเชิงพาณิชย์มีดังนี้
- ซัพพลายเออร์รายแรกที่ขายสินค้า
- ผู้รับโอนคนกลางที่ซื้อจากซัพพลายเออร์รายแรกและขายต่อให้กับบุคคลที่สาม
- ผู้รับรายสุดท้ายที่ได้รับตัวสินค้า
ลักษณะเด่นของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายก็คือการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยตรง ซึ่งต้องมีการจัดการเอกสารการขนส่งอย่างรอบคอบ เอกสารที่จำเป็นในการทำธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายประกอบด้วยเอกสารการขนส่งและแบบฟอร์ม CMR
เอกสารการขนส่งหรือ DDT (Documento di Trasporto) เป็นเอกสารที่มาพร้อมกับสินค้าระหว่างการส่งมอบภายในประเทศอิตาลีหรือภายในสหภาพยุโรป และทำหน้าที่ช่วยยืนยันการโอนกรรมสิทธิ์และเวลาในการจัดส่ง
แบบฟอร์ม CMR (Convention des Marchandises par Route) เป็นใบตราส่งสินค้าระหว่างประเทศที่รับรองการจัดส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศต่างๆ ที่ลงนามในอนุสัญญาเจนีวาปี 1956 โดย CMR เป็นเอกสารจำเป็นที่ช่วยยืนยันว่ามีการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าในธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในหรือนอกสหภาพยุโรป
ความหมายของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายจะแตกต่างกันไปตามอาณาเขตที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถจำแนกความแตกต่างได้ดังนี้
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป: หากบริษัท 3 แห่งที่ตั้งอยู่ใน 3 รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปที่แตกต่างกัน ได้มีส่วนร่วมในการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าเดียวกัน
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มนอกสหภาพยุโรป: หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่นอกสหภาพยุโรป
- ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มภายในอิตาลี: หากทุกฝ่ายดำเนินงานอยู่ในประเทศอิตาลี
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร และทำงานอย่างไร
โดยสรุป ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ ธุรกรรมที่ 3 ฝ่ายมาจากคนละประเทศกัน แต่มีส่วนร่วมในการขายสินค้าเดียวกัน บริษัทแรกจะขายให้กับคนกลาง ซึ่งคนกลางก็จะเอาไปขายต่อให้กับลูกค้าปลายทาง แต่สินค้าจะได้รับการจัดส่งจากบุคคลที่หนึ่งตรงไปยังบุคคลที่สาม ธุรกรรมดังกล่าวอาจเป็นธุรกรรมในหรือนอกสหภาพยุโรปก็ได้ และการโอนครั้งแรกอาจได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหากตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้
- ทุกฝ่ายต้องจดทะเบียนกับ VIES (VAT Information Exchange System ของสหภาพยุโรป)
- การโอนสินค้ามีเอกสารการขนส่ง (DDT และ CMR) รองรับ
- บริษัทอิตาลีส่งการรายงาน Intrastat เกี่ยวกับการโอนในสหภาพยุโรป
- ธุรกรรมจะต้องมีการออกใบแจ้งหนี้พร้อมข้อมูลตามกฎหมายที่เหมาะสมเกี่ยวกับการไม่ต้องเสียภาษี (เช่น มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93)
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรปจะเกิดขึ้นเมื่อมีบุคคล 3 ฝ่ายที่จัดตั้งขึ้นในรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปที่แตกต่างกันไป 3 รัฐมาดำเนินการโอนต่อกันเป็นทอดๆ โดยมีการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าเพียงครั้งเดียว กฎที่กำกับดูแลธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรปจะมาจากมาตราที่ 141 ของ Council Directive 2006/112/EC (VAT Directive) ซึ่งในประเทศอิตาลีจะใช้มาตราที่ 8 ใน Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633 ปี 1972 แทน
ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม
บริษัทในอิตาลี (A) ขายให้กับลูกค้าในเยอรมนี (B) ซึ่งมีการขายสินค้าต่อให้กับบริษัทในฝรั่งเศส (C) สินค้าได้รับการจัดส่งโดยตรงจากอิตาลีมายังฝรั่งเศส โดยดำเนินการในนามของคนกลางในเยอรมนี
ในการทำธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรปนี้
- การโอนจาก A ไปยัง B จะไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอิตาลี (มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93)
- การโอนจาก B ไปยัง C จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในฝรั่งเศส ซึ่งจะต้องระบุคนกลางเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม
ในบางกรณี คนกลางจะเป็นผู้จัดการเรื่องการขนส่งสินค้า โดยในตัวอย่างก่อนหน้านี้ บริษัท B ของเยอรมนีสั่งให้ผู้ให้บริการไปรษณีย์รับสินค้าจากบริษัท A ของอิตาลี และนำไปส่งมอบให้กับลูกค้าปลายทางในฝรั่งเศส C โดยตรง เมื่อคนกลางจัดการการจัดส่งด้วยวิธีนี้ เราก็จะเรียกว่าเป็นธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรป โดยมีผู้รับโอนเป็นผู้ดำเนินการขนส่ง ธุรกรรมประเภทนี้ได้รับการยอมรับตามกฎหมายของประเทศอิตาลี (มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93) และอนุญาตให้ผู้ขายรายแรกออกใบแจ้งหนี้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ โดยมีเงื่อนไขว่าการโอนสินค้านั้นๆ จะต้องมีเอกสารประกอบที่เหมาะสมรองรับ เช่น CMR หรือ DDT ที่ลงนามโดยผู้ให้บริการไปรษณีย์
หากต้องการให้ธุรกรรมถือว่าเป็นธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขบางประการดังนี้
- ทุกฝ่ายจะต้องลงทะเบียนกับ VIES
- การจัดส่งโดยธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายจะต้องมีการบันทึกไว้เป็นเอกสารโดย DDT หรือ CMR เกี่ยวกับธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่ลงนามโดยผู้ให้บริการไปรษณีย์
- ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยผู้ขายรายแรกต้องมีข้อมูลอ้างอิงตามกฎระเบียบที่รองรับสถานะไม่ต้องเสียภาษีเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บริษัทในอิตาลีต้องจัดให้มีการสื่อสาร Intrastat ที่เกี่ยวข้องกับการโอนในสหภาพยุโรป
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มนอกสหภาพยุโรป
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มนอกสหภาพยุโรปจะเกิดขึ้นเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใน 3 ฝ่ายอยู่นอกสหภาพยุโรป เช่น อยู่ในสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ หรือสหราชอาณาจักร โดยในกรณีนี้ การเคลื่อนย้ายสินค้าจะถือเป็นการส่งออกหรือนำเข้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้าย
เราได้ให้ตัวอย่างไว้ด้านล่างนี้แล้ว
บริษัทในอิตาลี (A) ขายให้กับคนกลางในเยอรมนี (B) ซึ่งขายสินค้าต่อให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา (C) โดยสินค้าได้รับการจัดส่งโดยตรงจากอิตาลีไปยังสหรัฐอเมริกา
- การโอนครั้งแรก (A→B) เป็นธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายแบบส่งออก ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศอิตาลีตามมาตราที่ 8 ใน Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633/72
- คนกลางในเยอรมนีทำการขายนอกสหภาพยุโรปให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา (B→C) ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎด้านศุลกากรของประเทศปลายทาง
เอกสารการขนส่งจะเป็นเอกสารสำคัญเช่นเคย: ใบขนสินค้าขาออกของศุลกากรและ CMR จะทำหน้าที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าตัวสินค้าได้ออกจากพื้นที่อาณาเขตของสหภาพยุโรปแล้ว
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มภายในอิตาลี
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มภายในอิตาลีจะเกิดขึ้นเมื่อทุกฝ่ายมีสถานประกอบการถาวรอยู่ในอิตาลี แต่สินค้าจะได้รับการจัดส่งโดยตรงจากซัพพลายเออร์รายแรกไปยังลูกค้าปลายทางในนามของคนกลาง แม้ว่าธุรกรรมเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ แต่ตรรกะทางการค้าก็เหมือนกัน กล่าวคือ คนกลางไม่ได้ครอบครองตัวสินค้า เพียงแต่จัดการเรื่องการขายสินค้าดังกล่าวเท่านั้น
ในกรณีนี้ จะเป็นดังนี้
- ซัพพลายเออร์รายแรกออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับคนกลาง โดยระบุว่าการจัดส่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่าย
- คนกลางออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มแบบมาตรฐานให้กับลูกค้าปลายทาง
- DDT ต้องระบุอย่างชัดเจนว่า การจัดส่งได้รับการดำเนินการในนามของคนกลาง โดยระบุจำนวนใบแจ้งหนี้ที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าจะไม่มีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกับธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในหรือนอกสหภาพยุโรป แต่การจัดการเอกสารอย่างเหมาะสมก็ยังคงมีความสำคัญในการแสดงให้เห็นว่าการออกใบแจ้งหนี้กับการเคลื่อนย้ายสินค้ามีความสอดคล้องกัน ซึ่งช่วยป้องกันข้อพิพาทในกรณีที่มีการตรวจสอบภาษี
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทต่างๆ
|
ประเภทของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่าย |
ประเทศที่เกี่ยวข้อง |
ลักษณะของธุรกรรม |
เอกสารหลัก |
การดำเนินการด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ข้อมูลทางกฎหมาย |
|---|---|---|---|---|---|
|
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป (ภายในสหภาพยุโรป) |
ทุกฝ่ายอยู่ในสหภาพยุโรป โดยเป็นรัฐสมาชิกที่แตกต่างกันไป 3 รัฐ (เช่น อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส) |
การโอนในสหภาพยุโรป |
DDT หรือ CMR |
ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (การโอนครั้งแรก) |
มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/1993 |
|
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มนอกสหภาพยุโรป |
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่นอกสหภาพยุโรป (เช่น อิตาลี เยอรมนี สหรัฐอเมริกา) |
การส่งออกหรือนำเข้า |
ใบศุลกากร, CMR |
ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (มาตราที่ 8) |
มาตราที่ 8 ใน Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633/1972 |
|
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มภายในอิตาลี |
ทุกฝ่ายอยู่ในอิตาลี |
การโอนภายใน |
DDT |
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม |
กฎเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มแบบมาตรฐาน |
กฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปและอิตาลี
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้รับการกำกับดูแลโดยกฎหมายของสหภาพยุโรปร่วมกับของอิตาลี และอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ในระดับยุโรป ฐานทางกฎหมายก็คือ Directive 2006/112/EC ซึ่งวางหลักทั่วไปเกี่ยวกับอาณาเขตและการไม่ต้องเสียภาษีสำหรับธุรกรรมในสหภาพยุโรป ส่วนในอิตาลี ข้อมูลอ้างอิงหลักๆ มีดังนี้
- Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633/72 ในมาตราที่ 8, 38 และ 41
- Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/1993 ที่กำกับดูแลการค้าในสหภาพยุโรป
- หนังสือเวียนฉบับที่ 13 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1994 จากกระทรวงการคลัง ซึ่งให้คำชี้แจงเกี่ยวกับบทบัญญัติว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มแบบใหม่ที่มีอยู่ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 1993 (ซึ่งกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสมาชิก) และการแก้ไข Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633 ปี 1972 ซึ่งว่าด้วยอาณาเขต การโอนส่งออก และการนำเข้า
- บทบัญญัติของ Italian Revenue Agency (สำนักงานสรรพากรของอิตาลี) และหนังสือเวียนเชิงตีความ (เช่น หนังสือเวียนฉบับที่ 37/E/2011)
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรปต้องเป็นไปตามเงื่อนไขพื้นฐาน 3 ประการ จึงจะเป็นไปตามข้อกำหนด
- ข้อมูลประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (หมายเลข VIES ที่ใช้งานอยู่)
- หลักฐานการขนส่งในสหภาพยุโรป ผ่านเอกสารต่างๆ เช่น CMR หรือ DDT
- การออกและบันทึกใบแจ้งหนี้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะต้องข้อมูลตามกฎหมายที่ระบุถึงการไม่ต้องเสียภาษี
ในกรณีของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายนอกสหภาพยุโรป การปฏิบัติตามข้อกำหนดยังต้องอาศัยข้อกำหนดของศุลกากรด้วย ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งออกจะต้องมีหลักฐานยืนยันว่าตัวสินค้าได้เคลื่อนออกจากอาณาเขตของสหภาพยุโรปแล้ว ซึ่งมักจะลงเป็นเอกสารด้วยใบขนสินค้าขาออกของศุลกากร
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มทำงานอย่างไรในดร็อปชิปปิ้ง
ในส่วนของผู้ที่ทำงานในภาคอีคอมเมิร์ซ ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีความยุ่งยากเพิ่มเข้ามาเมื่อใช้วิธีดร็อปชิปปิ้ง โดยดร็อปชิปปิ้ง (หรือการขายออนไลน์ในนามของบุคคลที่สาม) ก็คือการขายออนไลน์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งผู้ขายไม่ได้จัดการคลังสินค้าในลักษณะที่จับต้องได้ กล่าวคือ เมื่อผู้ขายได้รับคำสั่งซื้อ ก็จะส่งต่อคำสั่งซื้อนั้นๆ ไปยังซัพพลายเออร์ (ซึ่งมักอยู่ในประเทศอื่น) ซึ่งซัพพลายเออร์ก็จะจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าปลายทางโดยตรง
เมื่อมีการดร็อปชิปปิ้งระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่อยู่กันคนละประเทศ ก็อาจถือได้ว่าธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เนื่องจากสินค้าจะเดินทางจากซัพพลายเออร์ไปยังลูกค้าโดยตรงแบบไม่ต้องผ่านผู้ขายคนกลาง ในกรณีเช่นนี้ ก็จำเป็นต้องมีการจำแนกประเภทธุรกรรมที่เหมาะสม (ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสหภาพยุโรป) เพื่อพิจารณาว่าควรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศต้นทาง ในประเทศปลายทาง หรือธุรกรรมดังกล่าวอยู่ในขอบเขตของวัสดุที่ไม่ต้องเสียภาษีหรือไม่
ผลกระทบและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจในอิตาลี
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มช่วยให้คุณมีข้อได้เปรียบอย่างมากในด้านความยืดหยุ่นทางการค้า แต่ก็มีความเสี่ยงด้านภาษีเช่นกันหากจัดการอย่างไม่เหมาะสม การออกใบแจ้งหนี้หรือเอกสารการขนส่งที่ผิดพลาดอาจทำให้ Italian Revenue Agency (สำนักงานสรรพากรของอิตาลี) ไม่อนุญาตให้ธุรกรรมดังกล่าวเป็นแบบไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งส่งผลให้มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังและบทลงโทษได้
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดบางส่วนที่ควรทำตามมีดังนี้
- ตรวจสอบหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรปของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณบนพอร์ทัล VIES ก่อนออกใบแจ้งหนี้เสมอ
- เก็บเอกสารการขนส่ง (DDT, CMR, ใบผ่านศุลกากร) เป็นหลักฐานการจัดส่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่าย
- ระบุข้อมูลการไม่ต้องเสียภาษีตามกฎระเบียบเอาไว้ในใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง เช่น มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93 สำหรับธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรป หรือมาตราที่ 8 ใน Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633/72 สำหรับธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายนอกสหภาพยุโรป
- จัดการธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศอย่างโปร่งใส โดยชี้แจงว่าใครเป็นผู้จัดส่งสินค้าจริงๆ
- หากคุณดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ให้ระวังธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีดร็อปชิปปิ้ง เพราะแม้ว่าคุณจะไม่ได้จัดการเรื่องโลจิสติกส์ แต่คุณอาจมีภาระหน้าที่ทางภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศปลายทางได้
ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์
ตั้งแต่ปี 2019 การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้เป็นข้อบังคับสำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี และตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2022 ข้อกำหนดนี้ก็ได้กลายเป็นข้อบังคับสำหรับธุรกรรมกับต่างประเทศด้วย โดยเข้ามาแทนที่ระบบ esterometro แบบเก่า ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน แม้แต่ธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลในต่างประเทศก็ต้องส่งไปยัง Exchange System (Sistema di Interscambio หรือ SdI) โดยใช้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ XML และรหัสภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้อง
เมื่อจัดการธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายด้วยใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ ก็จะต้องกรอกข้อมูลต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
- ช่องภาษีมูลค่าเพิ่มที่ระบุถึงลักษณะของธุรกรรม
- N3.2 สำหรับการโอนในสหภาพยุโรปที่ไม่ต้องเสียภาษี (มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93)
- N3.1 สำหรับการส่งออก (มาตราที่ 8 ใน Presidential Decree ของอิตาลีฉบับที่ 633/72)
- N3.2 สำหรับการโอนในสหภาพยุโรปที่ไม่ต้องเสียภาษี (มาตราที่ 41 ใน Legislative Decree ของอิตาลีฉบับที่ 331/93)
- คำอธิบายของธุรกรรม โดยระบุว่าการจัดส่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมแบบ 3 ฝ่าย และให้ระบุด้วยว่าใครเป็นนิติบุคคลที่รับผิดชอบในการขนส่ง (หากทำได้)
- รายละเอียดข้อมูลประจำตัวในต่างประเทศของลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ แม้ว่าจะไม่ได้ลงทะเบียนกับ VIES ก็ตาม
ในการทำธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายนอกสหภาพยุโรป ใบขนสินค้าขาออกของศุลกากรจะเป็นหลักฐานหลักในการไม่ต้องเสียภาษี และคุณจะต้องเก็บเอกสารนี้ไว้กับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับการตรวจสอบ แต่ในการทำธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายในสหภาพยุโรป คุณจะต้องเก็บแบบฟอร์ม CMR หรือ DDT ที่แสดงว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการนำส่งไปยังรัฐสมาชิกอื่นแล้วเอาไว้
เมื่อการออกใบแจ้งหนี้เปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ก็ทำให้การจัดการธุรกรรมแบบ 3 ฝ่ายเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้ติดตามขั้นตอนต่างๆ ได้มากขึ้นและลดข้อผิดพลาดในแบบฟอร์ม แต่การออกใบแจ้งหนี้แบบดิจิทัลก็จำเป็นต้องมีการอัปเดตระบบทำบัญชีและซอฟต์แวร์การจัดการอยู่เสมอ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะต้องสามารถจัดการใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องทำดังต่อไปนี้ได้ด้วย
- ตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสหภาพยุโรป (VIES)
- กรอกรหัสภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องลงในช่อง XML โดยอัตโนมัติ
- ส่งข้อมูลไปยัง SdI ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (ภายใน 12 วันนับจากวันที่ออกใบแจ้งหนี้ หรือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปสำหรับใบเสร็จจากต่างประเทศ)
Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาทุ่มเทกับการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต เริ่มเก็บภาษีทั่วโลกโดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวลงในระบบการผสานการทำงานที่มีอยู่ของคุณ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API อันทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้
- สินค้าและบริการดิจิทัลในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและกว่า 100 ประเทศ
- สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ
Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: หากคุณมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ ช่วยกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้าและรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ทำให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น หากคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe ร่วมมือกับ Taxually เพื่อช่วยคุณจดทะเบียนกับหน่วยงานด้านภาษีในท้องถิ่น
เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ