ผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านหลายช่องทาง ซึ่งก็คือลูกค้า 73% มีมูลค่าตลอดอายุการใช้งาน (LTV) ของลูกค้าสูงกว่าผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางเดียว และการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้โดย Salesforce พบว่าลูกค้า 88% กล่าวว่าประสบการณ์ที่บริษัทมอบให้นั้นมีความสำคัญต่อพวกเขาพอๆ กับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท
แม้ว่าธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นของลูกค้า แต่ความหมายของสิ่งนี้ก็ไม่ได้ชัดเจนเสมอไป ในคำแนะนำนี้ เราจะอธิบายความหมายของการเข้าใจลูกค้าของคุณ ความสำคัญของบริการที่ราบรื่น และวิธีที่แนวทางของการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมของ Stripe จะทำให้ธุรกิจสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุดของลูกค้าได้
คู่มือนี้ให้ข้อมูลอะไรบ้าง
- การเข้าใจลูกค้าของคุณหมายความว่าอย่างไร
- บริการที่ราบรื่นคืออะไร
- วิธีสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นของลูกค้า
- Stripe ช่วยให้มีบริการที่ราบรื่นได้อย่างไร
การทำความเข้าใจลูกค้าของคุณหมายความว่าอย่างไร
รากฐานในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและราบรื่นให้กับลูกค้าเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลูกค้าของคุณอย่างลึกซึ้งและสิ่งที่ขับเคลื่อนลูกค้าในแต่ละขั้นตอนของเส้นทางการซื้อ
โปรดทราบว่าคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำทางกฎหมาย โปรดทราบว่ากฎหมายความเป็นส่วนตัวมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โปรดปรึกษาที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อทำความเข้าใจวิธีการเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดและภาระผูกพันของคุณภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้ เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR)
การพัฒนาความเข้าใจลูกค้าที่แข็งแกร่งอาจเกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูล ซึ่งรวมถึงสิ่งต่อไปนี้
ข้อมูลประชากร
คุณลักษณะต่างๆ เช่น อายุ เพศ ระดับรายได้ การศึกษา อาชีพ และสถานะครอบครัว จะช่วยให้คุณเข้าใจความต้องการและความชอบเฉพาะตัวของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ข้อมูลทางจิตวิทยา
แรงจูงใจ ความมุ่งมั่น ความเชื่อ และทางเลือกในการใช้ชีวิตของลูกค้าล้วนเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาและอารมณ์ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของลูกค้าพฤติกรรมลูกค้า
การวิเคราะห์รูปแบบการซื้อแบบรวม การใช้งานผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการเรียกดู และกิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย จะช่วยให้คุณระบุรูปแบบและความชอบที่ให้ข้อมูลแก่กลยุทธ์การตลาดและการขายของคุณได้ข้อเสนอแนะและการรีวิว
การตรวจสอบความคิดเห็นและรีวิวของลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์รีวิว และแพลตฟอร์มอื่นๆ จะช่วยให้คุณระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและเข้าใจจุดบกพร่องและความต้องการของลูกค้าได้คู่แข่ง
การศึกษาผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้คุณระบุช่องว่างในตลาดและพัฒนาข้อเสนอคุณค่าที่ไม่เหมือนใครซึ่งทำให้แบรนด์ของคุณแตกต่างออกไปได้
มีหลากหลายวิธีในการรวบรวมข้อมูลนี้และสร้างโปรไฟล์ลูกค้าโดยละเอียด ซึ่งรวมถึงสิ่งต่อไปนี้
การลงทะเบียนลูกค้าและการสร้างบัญชี
เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น คะแนนสะสม การจัดส่งฟรีหรือรวดเร็วขึ้น หรือเพียงแค่ความสะดวกสบายในการมีรายละเอียดการชำระเงินอยู่ในระบบ ธุรกิจอาจแจ้งให้ลูกค้าสร้างบัญชีหรือลงทะเบียนเพื่อทำการซื้อ สิ่งนี้ทำให้ธุรกิจรวบรวมข้อมูลประชากรเบื้องต้น เช่น ชื่อ อีเมล และที่อยู่สำหรับจัดส่งได้ ข้อมูลอย่างเช่นบัตร หรือหมายเลขโทรศัพท์อาจทำหน้าที่เป็นตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันเพื่อให้ติดตามได้แม่นยำยิ่งขึ้นข้อมูลการชำระเงิน
ประวัติธุรกรรมและการพิมพ์ลายนิ้วมือของบัตรช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความชอบในผลิตภัณฑ์และพฤติกรรมการซื้อ ธุรกิจอาจใช้ประวัติการซื้อเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันหรือสร้างโปรโมชันที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้คุกกี้ออนไลน์
คุกกี้อาจติดตามพฤติกรรมออนไลน์ของลูกค้าได้ เช่น ประวัติการเรียกดูและเนื้อหาในตะกร้าสินค้า ธุรกิจอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับแต่งประสบการณ์ของลูกค้าและสร้างแคมเปญการตลาดที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลควรทำตามข้อบังคับในท้องถิ่นและกฎหมายความเป็นส่วนตัว เช่น GDPRบริษัทวิจัยตลาด
ธุรกิจอาจทำงานร่วมกับบริษัทวิจัยตลาดเพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้าผ่านแบบสำรวจ กลุ่มเป้าหมาย และวิธีการวิจัยอื่นๆ ได้
ขั้นตอนถัดไปเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบและเชื่อมต่อข้อมูล ดูวิธีทั่วไปบางส่วนที่ธุรกิจใช้ในการดำเนินการดังกล่าวต่อไปนี้
อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API)
API คือชุดของโปรโตคอลและมาตรฐานที่ช่วยให้แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ต่างๆ สื่อสารกันได้ ธุรกิจอาจใช้ API เพื่อผสานการทำงานข้อมูลลูกค้าหรือการชำระเงินเข้ากับแอปพลิเคชันอื่นๆ เช่น สำหรับความภักดีต่อแบรนด์ สินค้าคงคลัง หรือการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ โดยทำได้ผ่านการใช้ซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สามหรือโดยการสร้างการผสานการทำงานแบบกำหนดเองภายในองค์กรคลังข้อมูล
คลังข้อมูลจะรวบรวมข้อมูลจำนวนมากจากหลายแหล่ง ซึ่งช่วยให้ธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจและปรับปรุงการตัดสินใจได้ ด้วยบันทึกในอดีตที่ทำหน้าที่เป็น "แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพียงแหล่งเดียว" คลังข้อมูลจะมอบมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับพฤติกรรมและความชอบของลูกค้าให้แก่ธุรกิจได้การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)
ซอฟต์แวร์ CRM จะช่วยบริษัทจัดเก็บ จัดระเบียบ และติดตามพฤติกรรมลูกค้าและประวัติการซื้อแบบเรียลไทม์ได้ สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่าลูกค้าอยู่ในขั้นใดของเส้นทางการซื้อ และมอบบริการหรือการตลาดที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลเพื่อแนะนำลูกค้าไปยังคอนเวอร์ชันระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP)
ระบบ ERP คือโซลูชันซอฟต์แวร์ที่ช่วยธุรกิจจัดการการดำเนินงานในแต่ละวัน เช่น สินค้าคงคลังและการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ ธุรกิจอาจผสานการทำงานข้อมูลลูกค้าและธุรกรรมของตนเข้ากับระบบสินค้าคงคลังและการดำเนินการตามคำสั่งซื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า
นอกเหนือจากด้านการชำระเงิน โซลูชัน CRM และ ERP ยังช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าได้ และการสร้างความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งในทั้งสามชั้นก็มีความสำคัญในการทำให้ประสบการณ์ราบรื่น
บริการที่ราบรื่นคืออะไร
บริการที่ราบรื่นหมายถึงทัชพอยต์ทั้งหมดตลอดเส้นทางการซื้อของลูกค้าจะได้รับการปรับแต่งให้เป็นส่วนตัว สอดคล้องกับสถานการณ์ และมีความสม่ำเสมอ โดยประสบการณ์นั้นเป็นไปอย่างง่ายดายและไม่มีการขัดจังหวะหรือความไม่สะดวก
ตัวอย่างบริการที่ราบรื่นในสภาพแวดล้อมต่างๆ มีดังนี้
การค้าปลีก
ร้านค้าอาจเสนอการรับสินค้าที่ร้านหรือการจัดส่งถึงบ้านสำหรับคำสั่งซื้อ และลูกค้าจะมีตัวเลือกในการคืนสินค้าไม่ว่าจะที่ร้านหรือทางไปรษณีย์ โดยไม่คำนึงว่าลูกค้ารายนั้นจะซื้อสินค้าทางออนไลน์ ในร้าน หรือในแอป พนักงานหน้าร้านหรือตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าจะสามารถเข้าถึงประวัติการช้อปปิ้งของลูกค้าโดยไม่ต้องใช้ใบเสร็จเพื่อปรับแต่งคำแนะนำ ติดตามสถานะคำสั่งซื้อ และออกเงินคืนให้ได้
ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยวิธีการชำระเงินได้หลายวิธี ซึ่งรวมถึง บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต วิธีการชำระเงินในประเทศ การโอนผ่านธนาคาร ตัวเลือกซื้อก่อน จ่ายทีหลัง และกระเป๋าเงินดิจิทัล เมื่อใช้การชำระเงินในคลิกเดียว ระบบจะกรอกข้อมูลในช่องต่างๆ โดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนการซื้อ ลูกค้าจะสามารถสะสมคะแนนสะสมในทุกช่องทางการซื้อได้ และหากเลือกที่จะเข้าร่วม ลูกค้าก็จะได้รับโปรโมชันที่ปรับให้เป็นส่วนตัว กำหนดเป้าหมาย และมีความเกี่ยวข้องผ่านโฆษณาดิจิทัลหรือโฆษณาแบบเดิมที่อิงตามกิจกรรมการช้อปปิ้งล่าสุดหรือโปรไฟล์ลูกค้าของตน
ร้านอาหาร
ร้านอาหารอาจเสนอการรับสินค้าริมทางสำหรับคำสั่งซื้อทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ และลูกค้าจะสั่งอาหารและชำระเงินที่โต๊ะได้ นอกจากนี้ยังมีตู้บริการตนเองสำหรับสั่งอาหารเพื่อลดเวลาในการรอที่เคาน์เตอร์ เทคโนโลยีช่วยปรับปรุงประสบการณ์การสั่งอาหาร การรับประทานอาหาร และการชำระเงิน รวมถึงการส่งข้อมูลอัปเดตคำสั่งซื้อทางข้อความ ช่วยให้ลูกค้าจัดการการจองได้อย่างง่ายดาย และจดจำบัญชีโปรแกรมสะสมคะแนนของลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ
การบริการ
โรงแรมอาจสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นโดยทำให้การจองและจัดการการจองทางโทรศัพท์ ทางออนไลน์ และในแอปทำได้ง่าย (เช่น คุณสามารถอัปเดตการจองทางโทรศัพท์สำหรับการจองทางออนไลน์ หรืออัปเดตทางออนไลน์สำหรับการจองทางโทรศัพท์) โดยเสนอการเช็คอินและการเช็คเอาต์ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบบริการตนเอง และเปิดการสื่อสารโดยตรงกับตัวแทนของโรงแรมสำหรับการบริการลูกค้าหรือรูมเซอร์วิสผ่านการแชทหรือ SMS ผู้เข้าพักจะเพิ่มคะแนนสะสมลงในการจองและสั่งรูมเซอร์วิสได้โดยใช้แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยระบบจะเพิ่มค่าใช้จ่ายในใบเรียกเก็บเงินให้โดยอัตโนมัติ หรือใช้คีย์การ์ดห้องพักเป็นวิธีการชำระเงินสำหรับการซื้อที่ร้านอาหารหรือบาร์ของโรงแรมได้ เพียงแตะคีย์การ์ด ระบบก็จะเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตของตนโดยอัตโนมัติ
วิธีสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้า
บริการที่ราบรื่นนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์ มีการปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และไม่มีสะดุด "บริการที่สอดคล้องกับสถานการณ์" จะพิจารณาถึงสถานการณ์เฉพาะของลูกค้าและจุดที่ลูกค้าอยู่ในเส้นทางการซื้อ เพื่อให้ข้อมูลหรือความช่วยเหลือที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังหมายความว่าลูกค้าจะทำธุรกรรมกับบริษัทโดยสลับไปมาระหว่างช่องทางต่างๆ ได้โดยที่บริบทไม่สูญหาย เมื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ธุรกิจต่างๆ จะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า และใช้ข้อมูลนี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวและใช้งานง่ายขึ้นในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม
ตัวอย่างบริการที่สอดคล้องกับสถานการณ์มีดังนี้
การบริการลูกค้าแบบ Omnichannel ที่ผสานรวมกัน: ความแตกต่างที่สำคัญของบริการที่ราบรื่นอยู่ที่การเชื่อมต่อและการสื่อสารแบ็กเอนด์ระหว่างระบบการบริการลูกค้าต่างๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าติดต่อฝ่ายสนับสนุนผ่านอีเมลและติดตามผลในภายหลังผ่านทางข้อความส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียหรือโทรศัพท์ ตัวแทนควรเข้าถึงประวัติการสนทนาทั้งหมดได้ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่จำเป็นต้องย้ำข้อกังวลของตนหรือให้บริบทเพิ่มเติม ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพและน่าพึงพอใจยิ่งขึ้น
แคมเปญการแนะนำผลิตภัณฑ์และแคมเปญ Retargeting ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล: ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าดูผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์หรือเพิ่มลงในตะกร้า แต่ดำเนินการซื้อไม่สำเร็จ บริษัทอาจส่งอีเมลติดตามผลพร้อมคำแนะนำที่ปรับแต่งตามประวัติการเรียกดู หรือส่งคูปองสำหรับรายการนั้นผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่
การแจ้งเตือนให้สั่งซื้อรายการอีกครั้ง: ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าสั่งซื้อกาแฟสำหรับ 30 วัน ผู้ค้าปลีกที่ลูกค้าซื้อด้วยอาจส่งข้อความหรืออีเมลแจ้งเตือนหลังจากผ่านไป 20 วันเพื่อถามว่าต้องการสั่งซื้ออีกครั้งหรือไม่
การให้บริการที่กำหนดเป้าหมายและสอดคล้องกับสถานการณ์จะช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงความพึงพอใจและการรักษาลูกค้า ตลอดจนเพิ่มรายรับและความสามารถในการทำกำไร ตามรายงานของ McKinsey ลูกค้า 76% รู้สึกหงุดหงิดเมื่อไม่ได้รับประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวเมื่อโต้ตอบกับแบรนด์ และการศึกษาเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการปรับให้เป็นส่วนตัว โดยลูกค้า 78% ที่ทำแบบสำรวจกล่าวว่าตนมีแนวโน้มที่จะทำธุรกิจกับแบรนด์อีกครั้งหากแบรนด์เสนอประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัว และมีแนวโน้มที่จะแนะนำแบรนด์นั้นให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ข้อสรุปนั้นชัดเจน ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วม กลับมาซื้อซ้ำ และแนะนำธุรกิจที่มอบประสบการณ์ที่ปรับแต่งและปรับให้เป็นส่วนตัว
ธุรกิจสามารถเริ่มสร้างบริการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปรับให้เป็นส่วนตัว และไร้รอยต่อได้โดยทำดังนี้
ตรวจสอบเส้นทางการซื้อของตน
ธุรกิจควรระบุทัชพอยต์ทั้งหมดในเส้นทางของลูกค้า รวมถึงการโต้ตอบก่อนการซื้อ ระหว่างการซื้อ และหลังการซื้อ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่าลูกค้าอาจพบกับอุปสรรคหรือปัญหาในจุดใด และเผยให้เห็นโอกาสในการแก้ไขจุดที่ติดขัดและเพิ่มทัชพอยต์ใหม่ๆใช้ข้อมูลเพื่อปรับแต่งประสบการณ์ให้เป็นส่วนตัว
การตลาดแบบเจาะจงเป้าหมายจะปรับแต่งข้อความ โฆษณา และข้อเสนอสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตามข้อมูลประชากร ความสนใจ หรือพฤติกรรม เป้าหมายคือการเพิ่มความเกี่ยวข้องและกระตุ้นการดำเนินการของลูกค้าผ่านคอนเทนต์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัว ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอาจแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้กับลูกค้าที่เคยทำการซื้อไปก่อนหน้านี้ หรือใช้อีเมลที่กำหนดเป้าหมายเพื่อเตือนลูกค้าเกี่ยวกับตะกร้าสินค้าที่ถูกทิ้งไว้ การวิเคราะห์ความถี่ในการซื้ออาจทำให้เกิดการแนะนำการชำระเงินตามรอบบิลหรือการแจ้งเตือนให้ซื้อซ้ำ โปรแกรมสะสมคะแนนอาจเสนอรางวัลที่ปรับแต่งตามการซื้อในอดีตหรือลักษณะเฉพาะอื่นๆ ของลูกค้าลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการ
ธุรกิจควรลดความซับซ้อนและปรับปรุงกระบวนการที่เชื่อมโยงกับลูกค้าเพื่อขจัดความยุ่งยาก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการอัตโนมัติหรือใช้เครื่องมืออย่างเช่นระบบ CRM และ ERP เพื่อปรับปรุงการดำเนินการตามคำสั่งซื้อและการโต้ตอบสำหรับการสนับสนุนลูกค้าติดตามตรวจสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
บริการที่ราบรื่นไม่ใช่สิ่งที่ "ตั้งค่าแล้วทิ้งไว้ได้เลย" แต่ต้องมีการติดตามตรวจสอบความคิดเห็นของลูกค้าและตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่องเพื่อระบุส่วนที่ควรปรับปรุงและโอกาสในการปรับแต่งกระบวนการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำแบบสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและยอดขาย ตลอดจนติดตามคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า
Stripe ช่วยสร้างบริการที่ราบรื่นได้อย่างไร
โซลูชันการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมของ Stripe ช่วยแก้ปัญหาทั้งส่วนหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าและส่วนแบ็กเอนด์ของธุรกิจ ในส่วนที่ติดต่อกับลูกค้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลายและรองรับกรณีการใช้งานที่ครอบคลุมในหลายช่องทาง เช่น ทางออนไลน์ ในร้าน และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โซลูชันของ Stripe ช่วยขจัดปัญหาความยุ่งยากในขั้นตอนการชำระเงินและตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกรรมของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นประเภทการชำระเงิน ประสบการณ์ หรือช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ในส่วนแบ็กเอนด์ Stripe รองรับการรายงานแบบรวมศูนย์เพื่อดูภาพรวมธุรกิจของคุณ เพื่อให้คุณนำไปปรับปรุงระบบข้อมูลธุรกิจ และเพิ่มความคล่องตัวให้กับการดำเนินงาน เช่น การจัดการสินค้าคงคลัง และการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ
ต่อไปนี้คือวิธีบางส่วนที่ประสบการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงผ่านโซลูชันของ Stripe
รองรับช่องทางและวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย
Stripe มีการรองรับช่องทางใหม่ๆ อย่างเช่นการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในร้านและการชำระเงินที่โต๊ะ Stripe Terminal รองรับกรณีการใช้งานของการชำระเงินต่างๆ ตั้งแต่อุปกรณ์พกพา เคาน์เตอร์ ไปจนถึงที่โต๊ะ ธุรกิจสามารถจัดการคิวในร้านและเสนอการชำระเงินได้ทุกที่ในร้านโดยใช้ฟีเจอร์อย่างเช่น Tap to Pay นอกจากนี้ เครื่องอ่านบัตรอัจฉริยะที่ Stripe ออกแบบยังเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์แบบ All-in-one เพื่อจัดการงานต่างๆ อย่างการจัดการคำสั่งซื้อและโปรแกรมสะสมคะแนนได้ นอกเหนือจากการรับการชำระเงิน
สำหรับธุรกิจที่ต้องการลดความยุ่งยากในขั้นตอนการชำระเงิน Link จะกรอกรายละเอียดการชำระเงินที่บันทึกไว้ของลูกค้าโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าชำระเงินได้เร็วขึ้น Payment Links ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างลิงก์ที่แชร์ได้เพื่อใช้ขายผ่านหลายๆ ช่องทาง อย่างเช่นการแชท โซเชียล และอุปกรณ์เคลื่อนที่
Stripe Billing จะช่วยให้คุณสามารถเรียกเก็บเงินและจัดการลูกค้าได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลราคาแบบเรียกเก็บเงินประจำมาตรฐาน ไปจนถึงแบบแบ่งระดับและแบบไฮบริด
จากทั้งหมดนี้ การที่ Stripe รองรับวิธีการชำระเงินในประเทศและประเภทการชำระเงินที่หลากหลายช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยวิธีที่ตนต้องการได้ ซึ่งจะทำให้ประสบการณ์การชำระเงินสะดวกยิ่งขึ้น
สร้างการผสานรวมช่องทางอย่างแท้จริง
ด้วยแนวทางแบบรวมศูนย์ ธุรกิจจะช่วยให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมผ่านหลายช่องทางในระหว่างเส้นทางการซื้อได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้ Terminal และ Billing ลูกค้าจะเริ่มการชำระเงินตามรอบบิลที่ร้านค้าและรับการจัดส่งที่บ้านได้ ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงช่องทางที่พวกเขาเลือกซื้อ
สร้างตัวตนลูกค้าที่สอดคล้องกันในทุกช่องทาง
Stripe Payments และ Terminal ใช้ลายนิ้วมือของบัตรและออบเจ็กต์ Customer แบบเดียวกันทั้งสำหรับการซื้อทางออนไลน์และการซื้อด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นแหล่งข้อมูลลูกค้าที่เชื่อถือได้แหล่งเดียว การสร้างตัวตนลูกค้าที่สอดคล้องกันในช่องทางต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถบันทึกมุมมองแบบรวมศูนย์ของลูกค้าได้ โดยไม่คำนึงถึงช่องทางที่ลูกค้าใช้เพื่อซื้อสินค้า ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการที่สอดคล้องกับสถานการณ์และปรับให้เป็นส่วนตัวได้
รวบรวมข้อมูลลูกค้าและการชำระเงินไว้ที่ศูนย์กลาง
Stripe Apps ช่วยให้คุณเชื่อมต่อและปรับแต่ง Stripe ด้วยบริการและระบบที่คุณใช้ดำเนินธุรกิจได้ ค้นหาแอปได้ที่ Stripe App Marketplace หรือสร้างแอปสำหรับเวิร์กโฟลว์ลูกค้าเฉพาะของทีมคุณ การผสานการทำงานกับแอปเพื่อการตลาดและการขาย ข้อมูลและการวิเคราะห์ รวมถึงการสนับสนุน จะช่วยปรับปรุงการมีส่วนร่วมของลูกค้า รับข้อมูลเชิงลึก พร้อมประหยัดเวลาและแรงงาน ประโยชน์ของระบบการรายงานการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมยังครอบคลุมไปถึงพนักงานหน้าร้าน ซึ่งจะสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นเมื่อมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลจำนวนมากในที่เดียว ด้วยการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ได้รับความสะดวกจาก Stripe Sigma และ Data Pipeline พนักงานหน้าร้านจะสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น เช่น การเสนอคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัว หรือระบุและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ
เมื่อใช้ Stripe ธุรกิจจะสามารถมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องเมื่อลูกค้าทำธุรกรรมและมีส่วนร่วมในหลายๆ ช่องทางได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือคอนเวอร์ชันที่สูงขึ้น ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึง LTV ของลูกค้าที่สูงขึ้นด้วย
สำหรับข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมคืออะไร จะช่วยอะไรธุรกิจได้บ้าง และ Stripe ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้อย่างไร โปรดอ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์ของเราที่นี่
หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมว่าโซลูชันใดของ Stripe ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะลูกค้าของคุณได้ดีที่สุด โปรดติดต่อฝ่ายขาย