ในเนเธอร์แลนด์ หนังสือแจ้งเตือน 14 วัน ("aanmaning" หรือ "sommatie" ในภาษาเนเธอร์แลนด์) ถือเป็นข้อความแจ้งสุดท้ายที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อค้างชำระเงิน ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย หรือยกระดับมาตรการบังคับใช้ กฎหมายเนเธอร์แลนด์กำหนดให้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนี้กับลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไป ในขณะที่กรณีบริษัทค้างชำระจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการติดตามหนี้ที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปของธุรกิจที่ลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ
ข้อมูลด้านล่างจะอธิบายว่าหนังสือแจ้งเตือน 14 วันตามกฎหมายเนเธอร์แลนด์คืออะไร มีผลต่อค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้าและดอกเบี้ยอย่างไร และธุรกิจต่างๆ จะสามารถนำไปใช้เพื่อเรียกเก็บเงินที่ค้างชำระได้อย่างไรบ้าง
เนื้อหาหลักในบทความ
- หนังสือแจ้งเตือน 14 วันของเนเธอร์แลนด์คืออะไร
- หนังสือแจ้งเตือน 14 วันที่ถูกต้องในเนเธอร์แลนด์ต้องระบุข้อมูลใดบ้าง
- ข้อร้องเรียนและเจ้าหนี้ประเภทใดบ้างที่ต้องออกหนังสือแจ้งเตือน 14 วัน
- หนังสือแจ้งเตือน 14 วันส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้อย่างไร
- ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้หนังสือแจ้งเตือน 14 วันเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้
- ธุรกิจควรวางโครงสร้างกระบวนการส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันอย่างไรให้ถูกต้องตามข้อกำหนดเพื่อให้การเรียกเก็บเงินมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมาย
- Stripe Billing ช่วยอะไรได้บ้าง
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันของเนเธอร์แลนด์คืออะไร
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันคือการแจ้งเตือนให้ชำระเงินครั้งสุดท้ายตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าหนี้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ต้องส่งให้ลูกค้าก่อนที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ตามกฎหมายหรือยกระดับการเรียกเก็บเงิน โดยหนังสือฉบับนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่ระบุระยะเวลาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าได้ชำระเงินโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ตามกฎหมายของเนเธอร์แลนด์ ลูกค้าจะไม่ถูกบังคับให้ชำระค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ เว้นแต่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้แล้ว
พ้นกำหนดวันครบกำหนดการชำระเงินเดิมแล้ว
มีการส่งหนังสือแจ้งเตือนการชำระเงินอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ลูกค้าได้รับหนังสือแจ้งเตือน 14 วันที่ถูกต้องตามข้อกำหนด
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันที่ถูกต้องในเนเธอร์แลนด์ต้องระบุข้อมูลใดบ้าง
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันต้องมีความชัดเจนและโปร่งใส โดยต้องระบุถึงใบแจ้งหนี้ต้นฉบับและใบแจ้งเตือนก่อนหน้าอย่างเจาะจงเพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยในยอดค้างชำระ นอกจากนี้ยังต้องระบุในหนังสือด้วยว่าจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ตามกฎหมายหากไม่มีการชำระเงินภายใน 14 วัน โดยต้องให้ระยะเวลาลูกหนี้อย่างน้อย 14 วันนับจากวันถัดจากวันที่ได้รับหนังสือ หนังสือประเภทนี้จะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อพ้นกำหนดชำระเดิมแล้วเท่านั้น การส่งหนังสือก่อนครบกำหนดการชำระเงินจะไม่มีผลคุ้มครองทางกฎหมายและไม่ถือเป็นการเริ่มต้นระยะเวลาผ่อนผันตามที่กฎหมายกำหนด
หากหนังสือแจ้งเตือนขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง หรือมีความไม่ชัดเจนหรือเนื้อหาไม่ครบถ้วน หนังสือฉบับนั้นอาจไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
ข้อร้องเรียนและเจ้าหนี้ประเภทใดบ้างที่ต้องออกหนังสือแจ้งเตือน 14 วัน
ภาระผูกพันในการส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันขึ้นอยู่กับว่าผู้ค้างชำระคือใครและอยู่ในบทบาทใด กฎหมายเนเธอร์แลนด์มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างหนี้ของผู้บริโภคและหนี้ทางธุรกิจ
การส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันถือเป็นข้อบังคับสำหรับข้อร้องเรียนระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ดำเนินการในนามธุรกิจ แต่จะไม่มีความจำเป็นสำหรับข้อร้องเรียนระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) หากผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการคนเดียว ให้ดูที่วัตถุประสงค์ของการกู้หนี้ หากเป็นการใช้ส่วนตัว จะถือว่าลูกหนี้อยู่ในฐานะลูกค้าและต้องใช้กฎ 14 วัน แต่หากใช้เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจ กฎนี้จะไม่มีผลบังคับใช้
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้อย่างไร
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันคือข้อกำหนดทางกฎหมายที่จำเป็นก่อนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้จากลูกค้า หากไม่มีการส่งหนังสือหรือหนังสือมีความบกพร่อง เจ้าหนี้จะไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ตามกฎหมายได้ แม้ว่าลูกหนี้จะยอมรับจำนวนหนี้นั้นก็ตาม เจ้าหนี้จะสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ก็ต่อเมื่อพ้นกำหนดเวลา 14 วันไปแล้วและยังไม่มีการชำระเงิน โดยเรียกเก็บได้เพียงค่าธรรมเนียม 40 ยูโร สำหรับการทวงหนี้มาตรฐานเท่านั้น ตามกฎหมายเนเธอร์แลนด์โดยทั่วไปแล้ว ห้ามไม่ให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ค่าปรับ หรือค่าปรับการชำระล่าช้าตามสัญญาเกินกว่าจำนวนที่กำหนดนี้สำหรับหนี้ของลูกค้า
นอกจากค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงถามหนี้แล้ว อาจมีการคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายสำหรับยอดค้างชำระแยกต่างหากด้วย ทั้งนี้ ธุรกิจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยดังกล่าว โดยปกติจะระบุไว้ในใบแจ้งหนี้หรือในหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระเงิน
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้หนังสือแจ้งเตือน 14 วันเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้
หนังสือแจ้งเตือน 14 วันจำนวนมากมักเสียเปล่าเนื่องจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค และตัวอย่างข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมีดังนี้
การใช้ภาษาเกี่ยวกับวันครบกำหนดชำระเงินที่คลุมเครือหรือไม่ถูกต้อง: หนังสือแจ้งเตือนยอดค้างชำระซึ่งใช้ในประเทศอื่นอาจไม่สามารถใช้ได้ในเนเธอร์แลนด์ โดยวลีอย่าง "ภายใน 14 วันนับจากหนังสือฉบับนี้" และ "ภายใน 14 วันนับจากวันนี้" จะถือว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โดยหนังสือต้องระบุให้ชัดเจนว่าลูกหนี้มีเวลาครบ 14 วันเต็ม โดยเริ่มนับตั้งแต่วันหลังจากที่ได้รับหนังสือเป็นต้นไป
การไม่ระบุค่าใช้จ่ายในการเรียกเก็บหนี้ที่ชัดเจน: หนังสือต้องระบุจำนวนเงินค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ตามกฎหมายเป็นสกุลเงินยูโรอย่างเจาะจง การใช้ข้อความทั่วไปว่า "ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายอนุญาต" หรือการคำนวณค่าธรรมเนียมผิดพลาด อาจส่งผลให้หนังสือแจ้งเตือนนั้นถือเป็นโมฆะ
การระบุว่ามีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้นแล้วหรือมีค่าธรรมเนียมค้างชำระ: ค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้จะถูกเรียกเก็บก็ต่อเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 14 วันไปแล้วเท่านั้น ข้อความใดก็ตามที่สื่อในทางตรงกันข้ามถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
การส่งหนังสือถึงผู้รับหรือที่อยู่ที่ไม่ถูกต้อง: หากมีการส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ใช่ที่อยู่ปัจจุบัน หนังสือแจ้งฉบับนั้นอาจไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
การไม่สามารถพิสูจน์การนำส่งได้: แม้ไม่บังคับว่าต้องส่งเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่เจ้าหนี้ควรแสดงหลักฐานวันที่และช่องทางการส่งหนังสือได้ หากมีการคัดค้านการรับหนังสือโดยมีเหตุผลรองรับและไม่มีหลักฐานประกอบ กรณีนี้จะถือว่าเงื่อนไขเวลา 14 วันยังไม่มีผลเริ่มต้นขึ้น
การส่งหนังสือแจ้งเตือนก่อนที่จะพ้นกำหนดชำระหนี้: หนังสือแจ้งเตือน 14 วันจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อพ้นกำหนดชำระเงินมาแล้วเท่านั้น การส่งหนังสือล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดจะถือว่าไม่มีผลทางกฎหมาย
การคาดว่าเวลาจะช่วยแก้ไขหนังสือที่มีข้อบกพร่อง: การรอคอยนานขึ้นไม่สามารถเยียวยาหนังสือที่ไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายได้ หากหนังสือแจ้งเตือนนั้นมีข้อผิดพลาด วิธีแก้เพียงอย่างเดียวคือการส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันฉบับใหม่ที่เป็นไปตามข้อกำหนด และเริ่มนับระยะเวลาใหม่อีกครั้ง
ธุรกิจควรวางโครงสร้างกระบวนการส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันอย่างไรให้ถูกต้องตามข้อกำหนดเพื่อให้การเรียกเก็บเงินมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎหมาย
กระบวนการส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันที่มีประสิทธิภาพนั้นขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและความแม่นยำ และต้องสามารถบริหารจัดการในปริมาณมากได้ง่ายโดยปราศจากความเสี่ยงทางกฎหมาย
ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อพัฒนาการดำเนินงานที่เป็นไปตามข้อกำหนด
จัดลำดับการส่งหนังสือในกระบวนการแจ้งเตือนให้เหมาะสม: เริ่มต้นด้วยการแจ้งเตือนอย่างไม่เป็นทางการ แล้วจึงตามด้วยการทวงถามเกี่ยวกับการชำระเงินอย่างเป็นทางการ โดยหนังสือแจ้งเตือน 14 วันควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงถามหนี้
ใช้เทมเพลตที่เป็นมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบตามกฎหมาย: การใช้เทมเพลตที่มีรูปแบบตามกำหนดจะช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยควรจำกัดการปรับเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลตามจริงเท่านั้น เช่น หมายเลขใบแจ้งหนี้ จำนวนเงิน และวันที่
นำระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อความแม่นยำ: คุณสามารถตั้งค่าระบบเรียกเก็บเงินให้ส่งหนังสือแจ้งเตือน 14 วันที่ถูกต้องตามข้อกำหนดได้โดยอัตโนมัติเมื่อใบแจ้งหนี้เกินกำหนดชำระ วิธีนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากพนักงานและป้องกันการผิดนัดส่งเอกสารตามเวลาที่กำหนด
ววางแผนการนำส่งและเก็บหลักฐาน: ส่งหนังสือแจ้งเตือนทางไปรษณีย์หรืออีเมล พร้อมบันทึกข้อมูลวันที่นำส่ง ช่องทางการนำส่ง และวันที่ครบกำหนด เพื่อให้สามารถยืนยันลำดับเวลาได้หากมีการโต้แย้งในภายหลัง
ดำเนินการทันทีเมื่อครบกำหนด: เมื่อพ้นระยะเวลา 14 วันแล้วยังไม่มีการชำระเงิน ให้เริ่มคำนวณค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้และดำเนินการขั้นตอนต่อไปทันที การปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมีแต่จะลดทอนความสำคัญและความน่าเชื่อถือของคุณ
บันทึกหลักฐานทุกขั้นตอน: จัดเก็บสำเนาใบแจ้งหนี้ การเตือนความจำ หนังสือ และหลักฐานการส่งมอบให้ครบถ้วน เอกสารประกอบที่ชัดเจนคือหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนหนี้เสียให้เป็นยอดเงินที่เรียกคืนได้
Stripe Billing ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Billing ช่วยให้คุณเรียกเก็บเงินและจัดการลูกค้าได้ตามที่คุณต้องการ ตั้งแต่การเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าง่ายๆ ไปจนถึงการเรียกเก็บเงินตามการใช้งาน หรือสัญญาที่ตกลงกันทางการขาย เริ่มรับชำระเงินแบบตามแผนล่วงหน้าจากทั่วโลกได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ด หรือสามารถสร้างการผสานการทำงานแบบกำหนดเองโดยใช้อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) ได้
Stripe Billing สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
กำหนดค่าบริการแบบยืดหยุ่น: ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้เร็วขึ้นด้วยโมเดลการกำหนดค่าบริการที่ยืดหยุ่น ซึ่งมีทั้งแบบตามการใช้งาน แบบแบ่งระดับ ค่าธรรมเนียมคงที่บวกค่าธรรมเนียมส่วนเกิน และอีกมากมาย ทั้งยังรองรับคูปอง การทดลองใช้งานฟรี การแบ่งชำระตามสัดส่วน และส่วนเสริมในตัวอีกด้วย
ขยายไปทั่วโลก: เพิ่มอัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงินด้วยการเสนอวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ Stripe ยังรองรับวิธีการชำระเงินในแต่ละประเทศมากกว่า 100 วิธีและกว่า 130 สกุลเงิน
เพิ่มรายได้และลดอัตราการเลิกใช้บริการ: ให้คุณเก็บรายรับได้มากขึ้นและลดการเลิกใช้บริการโดยไม่สมัครใจด้วย Smart Retries และระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการกู้คืน เครื่องมือการกู้คืนของ Stripe ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้คืนรายรับกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ได้ในปี 2024
เพิ่มประสิทธิภาพ: ใช้เครื่องมือภาษีแบบโมดูลาร์ รายงานรายรับ และเครื่องมือข้อมูลของ Stripe เพื่อรวมระบบรายรับหลายระบบให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่นได้อย่างง่ายดาย
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Billing หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ