การชำระเงินแบบไร้เงินสด เช่น การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและการชำระเงินในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นวิธีการชำระเงินที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา และมีวิธีการชำระเงินที่หลากหลายสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์ในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้คนในกลุ่มผู้สูงอายุอาจยังไม่คุ้นเคยกับวิธีการชำระเงินเหล่านี้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องนำเสนอโซลูชันการชำระเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุด้วย การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นหนึ่งในโซลูชันดังกล่าว โดยซึ่งจะเป็นวิธีการชำระเงินที่ผู้ที่มีบัญชีธนาคารทุกคนสามารถใช้งานได้ การโอนเงินผ่านธนาคารยังเป็นที่ยอมรับในระดับสูง แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีอัตราการใช้งานการชำระเงินแบบไร้เงินสดที่สูง
บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ธุรกิจในญี่ปุ่นควรทราบเมื่อนำการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคารมาปรับใช้ในธุรกิจของตน รวมถึงประโยชน์ของการปรับใช้ รวมทั้งความท้าทายและวิธีแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องเมื่อทำสัญญากับธนาคาร
เนื้อหาหลักในบทความ
- อัตราการใช้งานการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคาร
- ประโยชน์ของการปรับใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร
- ความท้าทายในการกระทบยอดสำหรับการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคาร
- วิธีดำเนินการปรับใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร
- Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
อัตราการใช้งานการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคาร
ก่อนอื่น เรามาดูอัตราการใช้งานการโอนเงินผ่านธนาคารเป็นวิธีการ การชำระเงิน โดยใช้ข้อมูลจากกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารเป็นข้อมูลอ้างอิง
จากข้อมูลพบว่า ในปี 2023 อัตราการใช้งานการชำระเงินผ่านการโอนเงินธนาคารจากเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็มอยู่ที่ 23% แม้ตัวเลขนี้จะต่ำกว่าการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตซึ่งอยู่ที่ 76.7% อย่างมาก แต่ก็ยังสูงกว่าการโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (21.9%) และการชำระเงินสดเมื่อจัดส่ง (17.8%)
แม้อัตราการใช้งานการชำระเงินสดเมื่อจัดส่งจะลดลงจาก 20.5% เป็น 17.8% แต่การโอนเงินผ่านธนาคารยังคงอัตราเท่าเดิมกับปีที่แล้วซึ่งก็คือ 23% ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าความต้องการใช้งานการโอนเงินผ่านธนาคารยังคงสูงอยู่
ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Nikkei Research ผู้คนหลายรุ่นให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆ เช่น "สถานที่ตั้งตู้เอทีเอ็มที่สะดวกสบาย" และ "สถานที่ตั้งสาขาที่ดี" นอกเหนือจาก "ความสะดวกในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโมบายแบงก์กิ้ง" การวิจัยนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าที่ตั้งตู้เอทีเอ็มและสาขาสำคัญแค่ไหนต่อลูกค้าเมื่อเลือกธนาคาร
คำว่า "สาขาต่างๆ ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ดี" เป็นคำตอบที่กล่าวถึงบ่อยที่สุดในหมู่ผู้ตอบแบบสอบถามช่วงอายุ 60 และ 70 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนรุ่นเหล่านี้มีโอกาสใช้บริการธนาคารบ่อยกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ แต่แน่นอนว่าเหตุผลในการเข้าใช้บริการธนาคารของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป แต่ การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้คนช่วงอายุ 60 และ 70 เข้าใช้บริการธนาคาร
ประโยชน์ของการปรับใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร
เมื่อธุรกิจเสนอใช้การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินของตน ธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์ต่อไปนี้
การรองรับลูกค้าที่หลากหลายกลุ่มมากขึ้น
สำหรับลูกค้า ความสามารถในการเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะกับตัวเองเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย จึงมีข้อกังวลว่าลูกค้าละทิ้งการซื้อไปได้หากไม่พบวิธีการชำระเงินที่พวกเขาต้องการ ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าพบสินค้าที่ต้องการบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ แต่กลับพบว่าวิธีการชำระเงินที่ตนอยากใช้ไม่มีให้เลือกในขั้นตอนชำระเงิน ก็อาจทำให้ลูกค้าลังเลที่จะดำเนินการต่อ และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การละทิ้งรถเข็น
เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียยอดขายจากการละทิ้งรถเข็น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจำเป็นต้องตอบสนองความต้องการด้านการชำระเงินของลูกค้าให้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคสูงอายุ ซึ่งอาจยังไม่คุ้นเคยกับการช็อปปิ้งออนไลน์ การโอนเงินผ่านธนาคารจะสามารถสร้างความรู้สึกปลอดภัย ทำให้ธุรกิจสามารถดึงดูดฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นได้ และนอกจากการรองรับการโอนเงินผ่านธนาคารจะมีศักยภาพในการให้บริการผู้สูงอายุแล้ว ยังสามารถให้บริการกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตได้ด้วย
รอบการเบิกจ่ายที่สั้น
การชำระเงินผ่านธนาคารจะดำเนินการโดยตรงจากบัญชีธนาคารของลูกค้า ดังนั้น การชำระเงินผ่านธนาคารจะได้รับการยืนยันภายในไม่กี่วัน และอาจสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นในวันทำการถัดไปได้ การโอนเงินผ่านธนาคารมีรอบการชำระเงินที่สั้นลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตซึ่งใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหลายเดือนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ทำให้การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นวิธีการที่สร้างข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับธุรกิจ
ความท้าทายในการกระทบยอดสำหรับการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคาร
เมื่อธุรกิจต้องทำสัญญากับธนาคารแต่ละแห่งเพื่อให้สามารถรองรับการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคารได้ ภาระงานที่ต้องทำเองที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ภาระด้านการดำเนินงานในการกระทบยอดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เมื่อจะนำวิธีการชำระเงินประเภทนี้มาใช้งาน ธุรกิจควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเลือกทำสัญญาโดยตรงกับธนาคารแต่ละแห่ง หรือจะดำเนินการผ่านผู้ให้บริการชำระเงิน ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ผู้ให้บริการตัวกลางด้านการชำระเงิน โดยเราจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำการโอนเงินผ่านธนาคารมาใช้งานอย่างละเอียดต่อไป
กรณีที่การกระทบยอดกลายเป็นปัญหาคอขวด
ในการรับชำระเงินผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีเฉพาะของธุรกิจโดยตรง มักมีความกังวลว่าการกระทบยอดบัญชีอาจกลายเป็นภาระงานที่หนักสำหรับพนักงานฝ่ายบัญชี การกระทบยอดบัญชีจำเป็นต้องทำการจับคู่ข้อมูลอย่างถูกต้องระหว่างชื่อของลูกค้ากับชื่อผู้โอนเงิน รวมถึงยอดเงินตามใบแจ้งหนี้กับยอดเงินที่ได้รับ ดังนั้น การกระทบยอดจึงเป็นงานที่สำคัญมากในกระบวนการชำระเงินด้วยการโอนเงินผ่านธนาคาร และเป็นงานที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความรับผิดชอบสูง ธุรกิจได้รับการชำระเงินจากลูกค้าจำนวนมากในแต่ละวัน กระบวนการกระทบยอดนี้จึงกินเวลาและแรงงานจำนวนมาก
ตัวอย่างเช่น ชื่อของบุคคลที่ดำเนินการ การโอนเงินผ่านธนาคารอาจไม่ตรงกับชื่อของบุคคลที่ทำการคำสั่งซื้อบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเสมอไป กรณีตัวอย่างเช่น
- สมาชิกในครอบครัวทำการโอนเงิน จึงมีเพียงนามสกุลที่ตรงกัน
- แม้คำสั่งซื้อจะดำเนินการภายใต้ชื่อบริษัท แต่การชำระเงินนั้นดำเนินการโดยพนักงาน ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนระหว่างชื่อผู้ซื้อกับชื่อเจ้าของบัญชี
นอกจากนี้ยังอาจเกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างยอดเงินตามใบแจ้งหนี้กับยอดเงินที่ได้รับ หากลูกค้าหักค่าธรรมเนียมโอนเงินเมื่อทำการชำระเงิน
เมื่อการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคารจำเป็นต้องมีการกระทบยอดเองซึ่งใช้เวลานานและดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะกลายเป็นกระบวนการที่พนักงานผู้รับผิดชอบด้านการกระทบยอดต้องใช้ความพยายามสูง
สำหรับการชำระเงินผ่านธนาคาร โดยทั่วไปแล้ว ธุรกิจจะจัดส่งสินค้าหรือให้บริการหลังจากการรับชำระเงินของลูกค้าได้รับการยืนยันเรียบร้อยแล้ว แต่หากกระบวนการกระทบยอดไม่เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากจะเกิดความล่าช้าในเรื่องการยืนยันการชำระเงินแล้ว ยังอาจเกิดความล่าช้าในด้านการตรวจจับข้อผิดพลาดในการชำระเงินด้วย เช่น ยอดค้างชำระหรือการชำระเงินไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการดำเนินงานการจัดส่งสินค้าขั้นถัดไปได้ ดังนั้น เพื่อช่วยลดภาระงานของการกระทบยอด สิ่งสำคัญคือต้องปรับใช้มาตรการต่างๆ เช่น การนำระบบมาใช้เพื่อกำจัดความจำเป็นในการดำเนินการกระทบยอดด้วยตนเอง
โซลูชันที่ช่วยลดภาระงาน
โซลูชันหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดด้านการกระทบยอดได้คือฟังก์ชันการสร้างบัญชีเสมือนที่ผู้ให้บริการชำระเงินรายต่างๆ เช่น Stripe มีให้บริการ โดยฟังก์ชันนี้จะสร้าง บัญชีเสมือนเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละรายเมื่อมีการรับการโอนเงินผ่านธนาคารครั้งแรก โดยกำหนดหมายเลขบัญชีเสมือนที่ไม่ซ้ำกันให้กับลูกค้าแต่ละราย เมื่อมีบัญชีเสมือนแล้ว ข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายจะถูกเชื่อมโยงกับยอดเงินตามใบแจ้งหนี้เฉพาะไว้ภายในบัญชี เมื่อมีการโอนเงินเข้ามายังบัญชีดังกล่าว หมายเลขบัญชีเสมือนจะถูกใช้เพื่อทริกเกอร์กระบวนการกระทบยอดโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยกำจัดความจำเป็นในการดำเนินการกระทบยอดด้วยตนเอง
การใช้ระบบที่ช่วยลดภาระงานการกระทบยอดจะช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจจับข้อผิดพลาดในการชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดการชำระเงินแบบการโอนเงินผ่านธนาคารได้
วิธีดำเนินการปรับใช้การโอนเงินผ่านธนาคาร
การโอนเงินผ่านธนาคารมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่ การทำสัญญากับธนาคารโดยตรง หรือการใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน
ทำสัญญากับธนาคารโดยตรง
เมื่อใช้วิธีนี้ คุณจะต้องเปิดบัญชีธนาคารกับธนาคารก่อน แล้วให้ลูกค้าทำการโอนเงินไปยังบัญชีนั้นโดยตรง
หากต้องการเปิดบัญชี คุณจะต้องส่งเอกสารที่จำเป็น (สำหรับบริษัทได้แก่ สำเนาใบการจดทะเบียนบริษัทที่ผ่านการรับรอง ใบรับรองการก่อตั้งบริษัท ใบรับรองการจดทะเบียนพร้อมตราประทับ และเอกสารแสดงตัวตนของผู้มีอำนาจลงนาม) และดำเนินการตามขั้นตอนที่สาขาธนาคารนอกจากนี้ ธนาคารบางแห่งยังรองรับการสมัครเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย หากคุณเป็นกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว คุณสามารถยื่นขอเปิดบัญชีได้โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน ตราประทับส่วนบุคคล และสำเนาเอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทคอร์ปอเรชันหรือกิจการที่มีเจ้าของคนเดียว คุณควรตรวจสอบล่วงหน้ากับแต่ละธนาคารว่าเอกสารที่ใช้ในการเปิดบัญชีมีอะไรบ้าง และหลังจากเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมตั้งค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งด้วย
หลังจากเปิดบัญชีแล้ว คุณต้องสร้างระบบสำหรับออกใบแจ้งหนี้เพื่อที่จะรับการชำระเงินจากผู้ซื้อได้ การออกใบแจ้งหนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบแจ้งหนี้มีองค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมดที่ระบุไว้อย่างถูกต้อง ได้แก่รายละเอียดการโอนเงินผ่านธนาคาร วันครบกำหนดการชำระเงิน รายละเอียดธุรกรรม และวันที่ธุรกรรม ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น ผู้ซื้อไม่สามารถดำเนินการชำระเงินได้
เมื่อใช้วิธีการทำสัญญาโดยตรงกับแต่ละธนาคาร ธุรกิจจะต้องจัดการทุกขั้นตอนด้วยตนเองเนื่องจากไม่มีผู้ให้บริการระบบชำระเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การทำสัญญากับธนาคาร การสร้างระบบการดำเนินงาน ไปจนถึงการกำหนดกระบวนการทำงานภายในองค์กร แม้ว่าการไม่ใช้ผู้ให้บริการชำระเงินจะช่วยลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมได้ แต่วิธีนี้ก็ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องออกแบบเวิร์กโฟลว์ของตนเองขึ้นมาเพื่อใช้ติดตามและตรวจสอบการชำระเงิน ซึ่งอาจส่งผลให้ภาระงานของพนักงานฝ่ายบัญชีเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน
เพื่อลดภาระงานของพนักงานฝ่ายบัญชี เราขอแนะนำให้ใช้ผู้ให้บริการชำระเงิน โดยผู้ให้บริการชำระเงินมีบริการต่างๆ ที่สามารถสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานของระบบการชำระเงินและการสร้างสภาพแวดล้อมการชำระเงินที่ราบรื่น ซึ่งจะช่วยลดภาระงานที่เกี่ยวข้องกับการนำวิธีการชำระเงินใหม่ๆ มาปรับใช้ได้อย่างมาก
อย่างที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่าการชำระเงินผ่านธนาคารมักมีความท้าทายมากโดยเฉพาะในด้านการกระทบยอด อย่างไรก็ตาม การใช้ผู้ให้บริการชำระเงินจะช่วยให้การจัดการด้านการชำระเงินทั้งหมด รวมถึงการกระทบยอดข้อมูล ดำเนินการโดยอัตโนมัติผ่านระบบ จึงช่วยขจัดปัญหาคอขวดในกระบวนการกระทบยอดได้
นอกจากนี้ วิธีการชำระเงินต่างๆ เช่น การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและการชำระเงินผ่านร้านสะดวกซื้อ สามารถจัดการได้ผ่านบริษัทประมวลผลการชำระเงินแห่งเดียว และสามารถจัดการข้อมูลการขายและลูกค้าได้ในที่เดียว ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานหลังบ้านได้อย่างมาก
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ