ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสำหรับธุรกิจในเนเธอร์แลนด์คืออะไร รายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ส่วนต่างกำไร และวิธีการชำระเงิน

Terminal
Terminal

สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในระบบการรับชำระเงินทั้งในออนไลน์และที่จุดขาย Stripe Terminal จะจัดหาเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา, เครื่องอ่านบัตรที่ผ่านการรับรอง, Tap to Pay สำหรับ iPhone และอุปกรณ์ Android ที่เข้ากันได้ รวมถึงการจัดการอุปกรณ์ผ่านคลาวด์ให้แก่แพลตฟอร์มและองค์กร

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสำหรับธุรกิจคืออะไร
  3. ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมแบบใดบ้างเมื่อประมวลผลการชำระเงิน
  4. ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสำหรับธุรกิจคำนวณอย่างไร
  5. ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมส่งผลต่อส่วนต่างกำไรและกำไรอย่างไร
  6. ธุรกิจจะจัดการค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมได้อย่างไร
  7. Stripe Terminal ช่วยอะไรได้บ้าง

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม (หรือ "transactiekosten" ในภาษาดัตช์) คือ ค่าธรรมเนียมที่ธุรกิจต่างๆ ต้องจ่ายทุกครั้งที่รับชำระเงิน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร ค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตร การเพิ่มราคาของสถาบันผู้รับบัตร และค่าใช้จ่ายของวิธีการชำระเงินแต่ละวิธีโดยเฉพาะ ซึ่งต่างส่งผลให้คุณมีเงินเข้าบัญชีน้อยลง ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์มีรูปแบบการชำระเงินที่แตกต่างจากภูมิภาคส่วนใหญ่ในยุโรป โดยผู้คนนิยมใช้ iDEAL | Wero ในการทำธุรกรรมออนไลน์ การชำระเงินด้วยหมายเลขประจำตัวส่วนบุคคล (PIN) ก็เป็นที่นิยมสำหรับการชำระเงินที่จุดขาย ส่วนการใช้บัตรเครดิตยังคงค่อนข้างต่ำ รูปแบบการชำระเงินเช่นนี้ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งคำแนะนำในการชำระเงินทั่วๆ ไปมักจะมองข้ามไป

ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงโครงสร้างของค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต รวมถึงสิ่งที่ธุรกิจต่างๆ ในเนเธอร์แลนด์สามารถทำได้เพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ประเด็นสำคัญ

  • ผลกระทบที่ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมมีต่อส่วนต่างกำไรจะแตกต่างกันอย่างมากตามวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าของคุณใช้

  • iDEAL | Wero มีโครงสร้างแบบค่าธรรมเนียมคงที่ จึงมักมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการประมวลผลบัตรสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ในเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะในการซื้อที่มีมูลค่าสูงขึ้น

  • ธุรกิจควรบริหารจัดการวิธีการชำระเงินที่รองรับอย่างจริงจัง ตรวจสอบอัตราการดึงเงินคืน และรวมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมไว้ในค่าบริการตั้งแต่ต้น

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสำหรับธุรกิจคืออะไร

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจทุกครั้งที่รับชำระเงิน โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะกำหนดจากวิธีการชำระเงินที่ใช้และผู้ให้บริการชำระเงินที่ประมวลผลธุรกรรมนั้นๆ

ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมแบบใดบ้างเมื่อประมวลผลการชำระเงิน

การชำระเงินคนละประเภทกันก็จะมีรูปแบบค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน โดยรูปแบบการชำระเงินในเนเธอร์แลนด์นั้นแตกต่างจากตลาดอื่นๆ ส่วนใหญ่ในยุโรป

รายละเอียดค่าธรรมเนียมสำหรับวิธีการชำระเงินแบบต่างๆ มีดังนี้

  • บัตร: ค่าธรรมเนียมการประมวลผลการชำระเงินด้วยบัตรจะมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร (กำหนดโดยเครือข่ายบัตรและจ่ายให้กับธนาคารที่ออก) และค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตร (เรียกเก็บโดยเครือข่ายบัตรสำหรับการใช้งาน) การชำระเงินด้วยบัตรเดบิตผ่าน PIN จะดำเนินการบนโครงสร้างพื้นฐานในการหักเงินภายในประเทศ และมีอัตราค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารต่ำกว่าการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมของบัตรมักจะอยู่ระหว่าง 1.0% ถึง 3.0% จากยอดธุรกรรม บวกกับค่าธรรมเนียมคงที่จำนวนเล็กน้อยที่ 0.20–0.30 ยูโร

  • iDEAL | Wero: ค่าธรรมเนียมเหล่านี้มักจะต่ำ เนื่องจากมีขีดจำกัดในตัว ซึ่งอาจทำให้ iDEAL | Wero ถูกกว่าการประมวลผลบัตรอย่างมากในกรณีของการซื้อที่มีมูลค่าสูงขึ้น

  • การหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA (Single Euro Payments Area): ค่าใช้จ่ายต่อธุรกรรมจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการชำระเงินของคุณ แต่มักจะต่ำกว่าการประมวลผลบัตร แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน นั่นคือ คุณจะต้องได้รับการมอบอำนาจจากลูกค้า และธุรกิจจะไม่มีสิทธิ์คัดค้านการเรียกเก็บเงินที่ถูกโต้แย้งในธุรกรรมแบบ B2C

  • ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (BNPL): ผู้ให้บริการ เช่น Klarna และ in3 เป็นที่แพร่หลายในตลาดเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอัตราส่วนลดสำหรับผู้ค้าจะสูงกว่าอัตราค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารแบบมาตรฐาน (ปกติอยู่ที่ 2.0%–8.0%) แต่อัตราคอนเวอร์ชันจากการซื้อที่เข้าเกณฑ์ก็สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้

  • เงินสด: การนับเงิน การดำเนินการกับธนาคาร การรักษาความปลอดภัย และเวลาที่ใช้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ไม่ได้ปรากฏอยู่บนใบแจ้งยอดการชำระเงิน ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์มีการใช้เงินสดลดน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ธุรกิจยังต้องชำระค่าธรรมเนียมของสถาบันผู้รับบัตรหรือผู้ประมวลผลด้วย ซึ่งก็คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการชำระเงินของคุณเรียกเก็บเป็นค่าจัดการด้านการอนุมัติ การชำระเงิน และการบริหารจัดการบัญชีผู้ค้าของคุณโดยรวม ทั้งนี้ ผู้ให้บริการบางรายอาจรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้เป็นอัตราคงที่ต่อธุรกรรม

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสำหรับธุรกิจคำนวณอย่างไร

โครงสร้างค่าบริการมีอยู่ 2 แบบหลักๆสำหรับการชำระเงินด้วยบัตร ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างโครงสร้าง 2 แบบนี้ก็จะส่งผลต่อทั้งค่าใช้จ่ายและความโปร่งใส

  • ค่าบริการแบบบวกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร: รูปแบบนี้จะแยกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารกับค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตรออกจากการเพิ่มราคาของผู้ประมวลผล ใบแจ้งยอดของคุณจะแสดงจำนวนเงินที่เครือข่ายเรียกเก็บและจำนวนเงินที่ผู้ประมวลผลบวกเพิ่มอย่างชัดเจน จึงมีความโปร่งใสมากกว่าและมักถูกกว่าเมื่อมีธุรกรรมจำนวนมาก โดยค่าใช้จ่ายต่อธุรกรรมของคุณจะขึ้นอยู่กับบัตรที่ลูกค้าใช้

  • ค่าบริการแบบอัตราคงที่: รูปแบบนี้จะรวมทุกอย่างไว้ในเปอร์เซ็นต์แบบเดียว และบางครั้งก็เป็นจำนวนคงที่เล็กๆ น้อยๆ ต่อธุรกรรม โดยคุณจะทราบยอดเงินที่ต้องจ่ายอยู่เสมอ ซึ่งทำให้คำนวณส่วนต่างกำไรได้ง่าย แต่วิธีคำนวณอัตรานี้ก็อาจไม่ได้ชัดเจนเสมอไป

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมใดๆ จะขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายประการ ดังนี้

  • วิธีการชำระเงิน: การโอนแบบเรียลไทม์ เช่น iDEAL | Wero, การชำระเงินด้วยบัตร, การหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA และซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง ล้วนมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน

  • ประเภทบัตร: การรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าบัตรเดบิต และบัตรเชิงพาณิชย์ก็มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าบัตรของลูกค้า โดยในเนเธอร์แลนด์ การชำระเงินที่จุดขายมักจะใช้บัตรเดบิตมากกว่าเป็นอย่างมาก ดังนั้นอัตราบัตรแบบผสมของคุณจึงมักจะต่ำกว่าตลาดต่างๆ ที่มีการใช้บัตรเครดิตสูงกว่า

  • ที่จุดขายเทียบกับออนไลน์: การชำระเงินผ่านบัตรที่จุดขายมักมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าการทำธุรกรรมผ่านบัตรแบบออนไลน์

  • ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของบัตร: การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากเครือข่ายบัตร และบางครั้งก็อาจมาจากสถาบันผู้รับบัตรด้วยเช่นกัน ธุรกิจต่างๆ ในเนเธอร์แลนด์ที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือที่ใดก็ตามที่อยู่นอกยูโรโซนจะต้องจ่ายค่าแปลงสกุลเงินเพิ่มจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมมาตรฐาน

  • วิธีการตรวจสอบสิทธิ์: 3D Secure และเครื่องมือตรวจสอบสิทธิ์ที่รัดกุมอื่นๆ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงได้ แต่จะมีค่าธรรมเนียมต่อการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในบางระบบ

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมส่งผลต่อส่วนต่างกำไรและกำไรอย่างไร

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมถือเป็นต้นทุนเพื่อให้เกิดรายรับและต้องจ่ายก่อนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ธุรกิจที่ดำเนินกิจการโดยมีส่วนต่างกำไรสุทธิที่ 10.0% และมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม 1.8% ทุกครั้งที่มียอดขายผ่านบัตร การประมวลผลการชำระเงินเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เสียกำไรไปแล้วเกือบ 1 ใน 5

ผลที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามระดับราคาและโครงสร้างค่าธรรมเนียม เช่น ค่าบริการคงที่ต่อการทำธุรกรรมจะส่งผลมากที่สุดกับการขายที่มีมูลค่าต่ำ หากคุณขายสินค้าในราคา 5.00 ยูโร และมีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมแบบคงที่อยู่ที่ 0.12 ยูโรบวกกับ 1.5% ก็เท่ากับว่าคุณสูญเสียยอดขายไปแล้วประมาณ 3.9% แต่หากคุณขายในราคา 500.00 ยูโรโดยมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบเดียวกัน ค่าบริการคงที่ดังกล่าวจะถือว่าน้อยมาก

ค่าธรรมเนียมธุรกรรมยังอาจส่งผลต่อช่องทางการขายที่สร้างกำไรสูงสุดด้วย ร้านค้าออนไลน์มักจะจ่ายค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมผ่านบัตรมากกว่าร้านค้าที่มีหน้าร้าน เพราะอัตราค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคารแบบไม่แสดงบัตรจะสูงกว่า โดยธุรกิจที่ให้ลูกค้าหันมาทำธุรกรรมผ่านบัตรทางออนไลน์แทนการชำระเงินด้วยรหัส PIN ที่หน้าร้านอาจช่วยให้ลูกค้าสะดวกสบายขึ้น แต่จะมีส่วนต่างกำไรจากแต่ละธุรกรรมน้อยลง

ธุรกิจจะจัดการค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมได้อย่างไร

ไม่มีวิธีไหนที่จะขจัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมได้ทั้งหมด แต่มีหลายกลยุทธ์ที่คุณใช้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุดได้

สิ่งที่ธุรกิจของคุณทำได้มีดังนี้

  • ทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายของคุณ: ค่าบริการแบบอัตราคงที่นั้นสะดวกแต่ก็คลุมเครือ หากคุณกำลังประมวลผลการทำธุรกรรมผ่านบัตรเป็นจำนวนมาก ให้ดูรายการละเอียดเกี่ยวกับหมวดหมู่ค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร ค่าธรรมเนียมเครือข่ายบัตร และการเพิ่มราคาของสถาบันผู้รับบัตรเพื่อดูว่ามีบัตรหรือช่องทางใดๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปหรือไม่

  • ให้ความสำคัญกับ iDEAL | Wero สำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์เป็นอันดับแรก: ให้ลูกค้าออนไลน์หันไปใช้ iDEAL | Wero หากทำได้ เพราะนี่เป็นวิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับธุรกิจในเนเธอร์แลนด์ในการลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการชำระเงิน ซึ่งถูกกว่าการประมวลผลบัตรสำหรับมูลค่าธุรกรรมส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ลูกค้าในเนเธอร์แลนด์เองก็คุ้นเคยกับวิธีนี้อยู่แล้วด้วย

  • เสนอการหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA สำหรับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า: หากคุณมีการชำระเงินตามรอบบิลหรือการเรียกเก็บเงินเป็นประจำรูปแบบใดก็ตาม การหักบัญชีอัตโนมัติแบบ SEPA จะมีค่าใช้จ่ายต่อการทำธุรกรรมในอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับการประมวลผลบัตร

  • ทบทวนโครงสร้างค่าบริการเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น: ค่าบริการบัตรแบบอัตราคงที่จะตอบโจทย์เมื่อมีธุรกรรมไม่มากนัก แต่เมื่อปริมาณเพิ่มขึ้น การคำนวณก็จะเปลี่ยนไป ธุรกิจที่ประมวลผลการชำระเงินด้วยบัตรหลายล้านยูโรต่อปีก็จะมีอำนาจมากพอที่จะต่อรองเพื่อรับอัตราแบบบวกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านบัตรระหว่างธนาคาร ซึ่งช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม

  • รวมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมไว้ในค่าบริการตั้งแต่แรก: ธุรกิจใหม่ๆ อาจกำหนดค่าบริการโดยไม่ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการประมวลผลการชำระเงินอย่างถี่ถ้วน หากคุณให้บริการผลิตภัณฑ์การชำระเงินตามรอบบิลหรือขายสินค้าหรือบริการโดยมีส่วนต่างกำไรเพียงเล็กน้อย คุณควรรวมรายการค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมเฉลี่ยที่ 1.5%–2.0% ของทุกการขายไว้ในการวิเคราะห์ต้นทุนระดับหน่วย (Unit Economics) ของคุณด้วย

Stripe Terminal ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Terminal ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มรายรับได้ด้วยระบบชำระเงินแบบครบวงจรที่ครอบคลุมช่องทางชำระเงินที่จุดขายและการชำระเงินออนไลน์ โดยรองรับวิธีการชำระเงินใหม่ๆ มีโลจิสติกส์ฮาร์ดแวร์ที่เรียบง่าย ครอบคลุมทั่วโลก และผสานการทำงานกับระบบ POS และแพลตฟอร์มการค้าหลายร้อยรายการเพื่อออกแบบสแต็กการชำระเงินที่เหมาะกับคุณ

Stripe ขับเคลื่อนการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมให้แบรนด์มากมาย เช่น Hertz, URBN, Lands’ End, Shopify, Lightspeed และ Mindbody

Stripe Terminal ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • รวมแพลตฟอร์มการค้า: จัดการการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายบนแพลตฟอร์มทั่วโลกด้วยข้อมูลการชำระเงินที่รวมเป็นหนึ่งเดียว

  • ขยายไปทั่วโลก: ขยายไปยัง 24 ประเทศด้วยการผสานการทำงานเพียงชุดเดียวและวิธีการชำระเงินยอดนิยม

  • ผสานการทำงานในแบบของคุณ: พัฒนาแอป POS ในแบบของคุณเอง หรือเชื่อมต่อกับสแต็กเทคโนโลยีที่มีอยู่โดยใช้การผสานการทำงานกับระบบ POS และแพลตฟอร์มการค้าของบริษัทอื่น

  • ลดความซับซ้อนของโลจิสติกส์ฮาร์ดแวร์: สั่งซื้อ จัดการ และติดตามตรวจสอบเครื่องอ่านบัตรที่รองรับ Stripe ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Terminal หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Terminal

Terminal

สร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าที่สอดคล้องกันบนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะโต้ตอบกับลูกค้าทางออนไลน์หรือที่จุดขาย

Stripe Docs เกี่ยวกับ Terminal

ใช้ Stripe Terminal เพื่อรับชำระเงินที่จุดขายและนำการชำระเงินด้วย Stripe ไปใช้งานกับระบบบันทึกการขายของคุณด้วย