ใบแจ้งหนี้แบบสรุปในสเปน: คืออะไรและออกอย่างไร

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ใบแจ้งหนี้แบบสรุปคืออะไร
  3. ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับธุรกิจ
    1. ประหยัดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้
    2. ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการเรียกเก็บเงิน
    3. ลดต้นทุน
  4. ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับลูกค้า
    1. ลดภาระการบริหารจัดการ
    2. เพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน
    3. ลดความซับซ้อนในการหักค่าใช้จ่าย
  5. เมื่อใดจึงควรออกใบแจ้งหนี้แบบสรุป
  6. วิธีสร้างใบแจ้งหนี้แบบสรุป
    1. ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับใบแจ้งหนี้แบบสรุป
  7. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้แบบสรุป

ในภาคส่วน B2B และ B2C ในสเปน การที่บริษัทต่างๆ ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้ารายเดิมเป็นประจำนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ในกรณีเช่นนี้ ระเบียบข้อบังคับอนุญาตให้รวมธุรกรรมหลายรายการไว้ในเอกสารฉบับเดียวที่เรียกว่า "ใบแจ้งหนี้แบบสรุป"

ใบแจ้งหนี้ประเภทนี้ช่วยลดภาระงานธุรการสำหรับธุรกิจและลูกค้า เพื่อให้ใบแจ้งหนี้มีผลทางกฎหมาย สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้อย่างเคร่งครัดและระบุข้อมูลที่จำเป็นให้ครบถ้วน

ในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้แบบสรุป รวมถึงวิธีการสร้างใบแจ้งหนี้แบบสรุป ข้อดี และภาระหน้าที่ต่างๆ

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ใบแจ้งหนี้แบบสรุปคืออะไร
  • ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับธุรกิจ
  • ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับลูกค้า
  • เมื่อใดจึงควรออกใบแจ้งหนี้แบบสรุป
  • วิธีสร้างใบแจ้งหนี้แบบสรุป

ใบแจ้งหนี้แบบสรุปคืออะไร

ใบแจ้งหนี้แบบสรุปเป็นเอกสารทางการค้าที่รวบรวมรายการธุรกรรมทั้งหมดของลูกค้ารายเดียวในช่วงเวลาไม่เกินหนึ่งเดือนปฏิทิน โดยแทนที่จะออกใบแจ้งหนี้แยกสำหรับแต่ละธุรกรรม ใบแจ้งหนี้แบบสรุปจะรวมการขายสินค้าและบริการไว้ในใบแจ้งหนี้ใบเดียว

ใบแจ้งหนี้ประเภทนี้พบได้ทั่วไปในบริษัทสเปนที่ใช้รูปแบบการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบวิชาชีพที่ให้บริการต่างๆ เช่น การบำรุงรักษา การซ่อม การทำความสะอาดสำนักงาน หรือการตลาดดิจิทัล จะบันทึกงานแต่ละงานที่ทำให้กับลูกค้าลงในใบส่งมอบ และเมื่อสิ้นเดือน พวกเขาจะรวบรวมข้อมูลจากเอกสารเหล่านั้นเป็นใบแจ้งหนี้แบบสรุป

ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับธุรกิจ

การรวมธุรกรรมหลายรายการไว้ในเอกสารฉบับเดียวมีข้อดีหลายประการสำหรับธุรกิจ ต่อไปนี้คือข้อดีหลักๆ บางประการ

ประหยัดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้

การลดจำนวนใบแจ้งหนี้ที่ออกช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำๆ ในการเตรียม ตรวจสอบ และออกเอกสารแต่ละฉบับสำหรับธุรกรรมแต่ละรายการ ซึ่งจะช่วยลดเวลาที่ใช้ในการบริหารจัดการ ทำให้ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่มีมูลค่าสูงได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจได้

เพื่อปรับปรุงขั้นตอนนี้ให้ดียิ่งขึ้น ธุรกิจสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์การเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้าที่ซิงค์กับแพลตฟอร์มสำหรับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า เช่น Stripe Billing ได้เช่นกัน

ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการเรียกเก็บเงิน

การจัดกลุ่มรายการธุรกรรมรายเดือนยังช่วยให้ติดตามการเรียกเก็บเงินและการชำระเงินที่ค้างชำระได้ง่ายขึ้นด้วย

ขั้นตอนนี้สามารถทำให้เป็นอัตโนมัติได้ด้วยการผสานการทำงานกับเครื่องมือการกู้คืนรายรับ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ Stripe Payments เพื่อประมวลผลการชำระเงินออนไลน์ได้ เมื่อการชำระเงินล้มเหลว Smart Retries จะลองเรียกเก็บเงินอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ โซลูชันของ Stripe ยังสามารถผสานการทำงานกับเครื่องมือออกใบแจ้งหนี้ใน Stripe App Marketplace ได้อย่างง่ายดาย ดังนี้

  • Billit: Billit เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำในยุโรปที่ช่วยให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อใกล้ถึงวันครบกำหนดอีกด้วย
  • Invopop: Invopop เป็นแพลตฟอร์มการเรียกเก็บเงินที่พัฒนาขึ้นในประเทศสเปน ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับระบบออกใบแจ้งหนี้ที่ตรวจสอบได้ (VERI*FACTU) ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีระบบอัตโนมัติสำหรับการส่งอีเมลเพื่อเรียกเก็บเงินจากใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระอีกด้วย

ลดต้นทุน

ไม่ว่าใบแจ้งหนี้จะอยู่ในรูปแบบใด โดยอาจเป็นกระดาษหรือดิจิทัลภายใต้ระบบ VERI*FACTU ค่าใช้จ่ายจะลดลงอย่างมากเมื่อรวมธุรกรรมหลายรายการไว้ในใบแจ้งหนี้แบบสรุปฉบับเดียว นอกจากนี้ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีก็ง่ายขึ้นมาก ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี

ข้อดีของใบแจ้งหนี้แบบสรุปสำหรับลูกค้า

ลดภาระการบริหารจัดการ

ลูกค้าที่ทำการสั่งซื้อเป็นประจำจะได้รับใบแจ้งหนี้แบบสรุปฉบับเดียวต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการและลดเวลาในการประมวลผลใบแจ้งหนี้แต่ละฉบับ

เพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน

แม้ว่าใบแจ้งหนี้แบบสรุปจำนวนมากจะใช้เป็นหลักฐานการทำธุรกรรมที่ชำระด้วยเงินสด แต่โดยทั่วไปแล้วใบแจ้งหนี้เหล่านั้นยังบันทึกการขายสินค้าและบริการที่ยังไม่ได้ชำระเงินด้วย ในกรณีเหล่านี้ การชำระเงินครั้งเดียวในตอนสิ้นเดือนมักจะสะดวกกว่าสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาสามารถเลือกวิธีการชำระเงินที่ต้องการได้

เมื่อเลือกใช้ Stripe Payments เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงิน คุณสามารถรับวิธีการชำระเงินหลายวิธีได้อย่างง่ายดาย เช่น บัตรเดบิตและบัตรเครดิต กระเป๋าเงินดิจิทัล การชำระเงินแบบคลิกเดียว รวมถึงวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นอีกมากมาย

ลดความซับซ้อนในการหักค่าใช้จ่าย

การรวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ในใบแจ้งหนี้ฉบับเดียวที่ระบุรายละเอียดธุรกรรมแต่ละรายการอย่างชัดเจนจะช่วยให้การหักค่าใช้จ่ายในแบบแสดงรายการภาษีง่ายขึ้น ซึ่งรวมถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รายไตรมาสด้วยแบบฟอร์ม 303 ด้วย

เมื่อใดจึงควรออกใบแจ้งหนี้แบบสรุป

เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากใบแจ้งหนี้แบบสรุป สิ่งสำคัญคือต้องออกใบแจ้งหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด กำหนดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้ต่อไปนี้ระบุไว้ในมาตรา 13 ของพระราชกฤษฎีกา 1619/2012 ซึ่งอนุมัติระเบียบว่าด้วยภาระหน้าที่ในการออกใบแจ้งหนี้

  • ธุรกรรม B2C: วันสุดท้ายของเดือนปฏิทินที่มีการขายเกิดขึ้น
  • ธุรกรรม B2B: วันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการขายเกิดขึ้น

วิธีสร้างใบแจ้งหนี้แบบสรุป

การสร้างใบแจ้งหนี้สรุปจะคล้ายกับการสร้างใบแจ้งหนี้ปกติ ข้อแตกต่างที่สำคัญคือแต่ละบรรทัดรายการจะให้รายละเอียดธุรกรรมแทนที่จะเป็นรายการเดียว ขั้นตอนในการสร้างใบแจ้งหนี้แบบสรุปมีดังนี้

  • ระบุใบแจ้งหนี้
    กำหนดหมายเลขลำดับ รวมถึงชุดเอกสาร (หากมี) พร้อมทั้งระบุวันที่ออกใบแจ้งหนี้ ควรใส่คำว่า "ใบแจ้งหนี้แบบสรุป" ไว้ในส่วนหัวของเอกสาร เพื่อให้สามารถระบุได้ง่ายๆ
  • ระบุรายละเอียดผู้ออกใบแจ้งหนี้และลูกค้า
    เพิ่มชื่อนามสกุลหรือชื่อบริษัท หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (NIF) และที่อยู่ทางภาษีของทั้งสองฝ่าย
  • ระบุธุรกรรมแต่ละรายการในบรรทัดแยกกัน
    สำหรับรายการขายหรือบริการแต่ละรายการที่ระบุในใบแจ้งหนี้ ให้ระบุวันที่ทำธุรกรรม คำอธิบาย ราคาต่อหน่วย ส่วนลด และอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้อง หากรายการธุรกรรมต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่แตกต่างกัน ให้ระบุจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีสำหรับแต่ละรายการแยกกัน
  • คำนวณผลรวม
    นำยอดของทุกธุรกรรมมารวมกันเพื่อหาฐานภาษีรวม จากนั้นคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราภาษีของแต่ละรายการ และระบุจำนวนเงินทั้งหมดที่ลูกค้าต้องชำระ
  • ตรวจสอบและออกใบแจ้งหนี้
    ก่อนออกใบแจ้งหนี้ ให้ตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนและถูกต้องแล้ว โปรดจำไว้ว่ากำหนดเวลาการออกใบแจ้งหนี้อย่างช้าที่สุดคือวันสุดท้ายของเดือนปฏิทินสำหรับธุรกรรม B2C และวันที่ 15 ของเดือนถัดไปสำหรับธุรกรรม B2B

ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับใบแจ้งหนี้แบบสรุป

เพื่อให้ใบแจ้งหนี้แบบสรุปสามารถใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ทางภาษี ใบแจ้งหนี้ดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกา 1619/2012 สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบแจ้งหนี้แบบสรุปมีข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน ด้านล่างนี้ เราได้จัดทำสรุปข้อมูลที่จำเป็นสำหรับใบแจ้งหนี้ในสเปน ซึ่งรวมถึงข้อมูลเฉพาะสำหรับใบแจ้งหนี้แบบสรุป ดังนี้

  • วันที่ของใบแจ้งหนี้แบบสรุป
  • หมายเลขหรือชุดของใบแจ้งหนี้แบบสรุป
  • รายละเอียดผู้ออก (เช่น ชื่อหรือชื่อบริษัท, NIF และที่อยู่)
  • รายละเอียดลูกค้า (เช่น ชื่อหรือชื่อบริษัท, NIF และที่อยู่)
  • วันที่เกิดธุรกรรมแต่ละรายการ
  • คำอธิบายของธุรกรรมแต่ละรายการ รวมถึงราคาต่อหน่วยและส่วนลดที่เกี่ยวข้อง
  • ฐานภาษีรวม
  • อัตราภาษีและจำนวนภาษี
  • จำนวนเงินรวม

ธุรกรรมแต่ละรายการที่ระบุในใบแจ้งหนี้แบบสรุปจะต้องแสดงอยู่ในบรรทัดแยกกัน ใบแจ้งหนี้ควรมีข้อมูลที่จำเป็นในการระบุธุรกรรมแต่ละรายการและคำนวณจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับผลรวมของรายการธุรกรรมทั้งหมดที่รวมอยู่ ตัวอย่างมีดังต่อไปนี้

ในเดือนมีนาคม 2026 ผู้ประกอบอาชีพอิสระคนหนึ่งได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติสัญชาติสเปนแห่งหนึ่งจำนวน 4 ครั้ง เพื่อปฏิบัติงานด้านบริการทางเทคนิค โดยแทนที่จะออกใบแจ้งหนี้สำหรับการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ผู้ประกอบอาชีพรายดังกล่าวได้บันทึกแต่ละรายการลงในใบส่งมอบแทน ในวันที่ 14 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นวันก่อนครบกำหนดตามกฎหมายสำหรับการออกใบแจ้งหนี้ ผู้ประกอบอาชีพรายดังกล่าวได้ออกใบแจ้งหนี้แบบสรุป ซึ่งมีข้อมูลดังต่อไปนี้

ตัวอย่างเนื้อหาของใบแจ้งหนี้แบบสรุป

ใบแจ้งหนี้แบบสรุป

หมายเลขใบแจ้งหนี้: MTN-1234

วันที่ออกใบแจ้งหนี้: 14 เมษายน 2026

รายละเอียดผู้ออก:
Manuel García Robledo
NIF: 12345678Z
Calle San Esteban, 13, 6A
41012, Seville

รายละเอียดลูกค้า:
RocketRides S.A.
NIF: A87654321
Avenida Principal, 100
41012, Seville

3 มีนาคม 2026 (ใบส่งมอบ 401)

การซ่อมเครื่องจักร

300 ยูโร

10 มีนาคม 2026 (ใบส่งมอบ 412)

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

80 ยูโร

18 มีนาคม 2026 (ใบส่งมอบ 423)

การเปลี่ยนชิ้นส่วน

120 ยูโร

27 มีนาคม 2026 (ใบส่งมอบ 434)

การตรวจสอบทางเทคนิค

200 ยูโร

ฐานภาษี

700 ยูโร

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 21%

147 ยูโร

ยอดรวม

847 ยูโร

หากผู้ปฏิบัติงานให้บริการแก่บุคคลทั่วไป กำหนดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้แบบสรุปจะเร็วกว่านั้นไม่กี่วัน กล่าวคือ วันที่ 31 มีนาคม สำหรับธุรกรรม B2C วันที่ 14 เมษายนนั้นเลยกำหนดเวลาไปแล้ว ตามกฎหมายภาษีทั่วไป นี่อาจถือเป็นการละเมิดที่ต้องเสียค่าปรับ จำนวนค่าปรับขึ้นอยู่กับสถานการณ์และมูลค่าของธุรกรรมที่บันทึกไว้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้แบบสรุป

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe