การจดทะเบียนภาษีสินค้าและบริการ (GST) ในออสเตรเลียเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการภายในประเทศ การจดทะเบียน GST จะส่งผลให้คุณเรียกเก็บภาษีตามมาตรฐานที่ 10% และสามารถขอรับเครดิตจากการซื้อทางธุรกิจได้ การดำเนินการนี้จะช่วยให้ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทราบว่า ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้องตามระบบภาษีของออสเตรเลีย
จากนี้ เราจะพาไปดูเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ GST เช่น ผู้ที่ต้องจดทะเบียน เอกสารที่ต้องใช้ วิธีจดทะเบียน GST และประโยชน์ที่มีต่อธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ
เนื้อหาหลักในบทความ
- การจดทะเบียน GST ในออสเตรเลียคืออะไร
- มีใครบ้างที่ต้องจดทะเบียน GST
- ข้อมูลที่คุณต้องมีไว้ก่อนที่จะจดทะเบียน GST
- คุณจะจดทะเบียน GST ในออสเตรเลียได้อย่างไร
- การจดทะเบียน GST ทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
- การจดทะเบียน GST มีประโยชน์อะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
- Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
การจดทะเบียน GST ในออสเตรเลียคืออะไร
ภาษีสินค้าและบริการคือภาษี 10% ที่เพิ่มเข้าไปในสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่มีการขายหรือบริโภคในออสเตรเลีย เมื่อธุรกิจจดทะเบียนภาษี GST แสดงว่าธุรกิจดังกล่าวตกลงที่จะเก็บภาษีดังกล่าวให้กับรัฐบาล โดยการเพิ่มภาษีนั้นลงในใบแจ้งหนี้ของลูกค้าและส่งไปให้ Australian Taxation Office (ATO หรือสำนักงานการเก็บภาษีออสเตรเลีย) ในภายหลังผ่าน Business Activity Statement (BAS) ตามปกติ
การจดทะเบียน GST ช่วยให้คุณสามารถขอรับเครดิตคืนสำหรับ GST ที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจต่างๆ เช่น สินค้าดิจิทัล แต่หากไม่ได้จดทะเบียน คุณก็จะไม่สามารถขอรับเครดิตเหล่านั้นได้
มีใครบ้างที่ต้องจดทะเบียน GST
ธุรกิจบางแห่งก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน GST ในทันที ช่วงเวลาในการจดทะเบียนจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการและประเภทธุรกิจของคุณ
ผู้ที่ต้องจดทะเบียน GST มีดังนี้
องค์กรที่มีผลประกอบการเกินเกณฑ์: คุณจะต้องจดทะเบียนหากผลประกอบการที่เข้าข่าย GST รายปีของคุณอยู่ที่ 75,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ขึ้นไป ส่วนองค์กรไม่แสวงผลกำไรจะต้องจดทะเบียนเมื่อมีผลประกอบการที่เข้าข่าย GST อยู่ที่ 150,000 AUD ขึ้นไป
บริการร่วมเดินทางและคนขับรถแท็กซี่: ใครก็ตามที่ให้บริการร่วมเดินทาง รถแท็กซี่ หรือรถลีมูซีนจะต้องจดทะเบียน GST ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าใดก็ตาม โดยกฎนี้จะมีผลตั้งแต่เงินดอลลาร์แรกที่ได้รับ
ธุรกิจที่ขอรับเครดิตภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง: หากคุณวางแผนที่จะขอรับเครดิตภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง คุณจะต้องจดทะเบียน GST ไม่ว่าผลประกอบการของคุณจะน้อยแค่ไหนก็ตาม
หากคุณมีผลประกอบการไม่ถึงเกณฑ์นี้ คุณยังสามารถเลือกจดทะเบียนได้อยู่ และสามารถขอคืน GST จากค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งอาจช่วยให้ธุรกิจของคุณดูมั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าหรือซัพพลายเออร์
ข้อมูลที่คุณต้องมีไว้ก่อนที่จะจดทะเบียน GST
เมื่อผลประกอบการของคุณถึง 75,000 AUD (หรือ 150,000 AUD สำหรับองค์กรไม่แสวงผลกำไร) คุณจะมีเวลา 21 วันในการจดทะเบียน GST หากจดทะเบียนล่าช้า ATO อาจจดทะเบียนย้อนหลังให้คุณได้สูงสุดถึง 4 ปี เรียกเก็บ GST จากยอดขายที่ผ่านๆ มา และเพิ่มบทลงโทษหรือดอกเบี้ย
คุณจะต้องรวบรวมข้อมูลต่อไปนี้เพื่อจดทะเบียน GST
เลขทะเบียนธุรกิจของออสเตรเลีย (ABN): คุณจะต้องใช้ ABN ในการจดทะเบียน GST หากยังไม่มี คุณสามารถยื่นขอได้ผ่าน Australian Business Register (สำนักทะเบียนธุรกิจของออสเตรเลีย) และยื่นขอ GST ไปพร้อมกันได้ หากต้องการขอรับ ABN คุณจะต้องดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์หรือองค์กรที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างรายรับ
รายละเอียดธุรกิจที่ถูกต้อง: คุณจะต้องแจ้งโครงสร้างธุรกิจ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อ โดย ATO จะใช้รายละเอียดเหล่านี้ในการติดต่อเกี่ยวกับ GST อย่างเป็นทางการทุกครั้ง ดังนั้น ให้ดูแลรายละเอียดดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ข้อมูลภาษีและข้อมูลประจำตัว: เตรียม Tax File Number และข้อมูลประจำตัวต่างๆ ไว้ให้พร้อม โดย ATO อาจขอข้อมูลเหล่านี้เพื่อยืนยันตัวตนของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียว
รายละเอียดธนาคารสำหรับการคืนเงิน: หากคุณมีสิทธิ์รับเครดิต GST หรือการคืนเงิน ให้เชื่อมโยงข้อมูลบัญชีธนาคารของธุรกิจเพื่อให้ ATO ชำระเงินโดยตรงได้
คุณจะจดทะเบียน GST ในออสเตรเลียได้อย่างไร
เมื่อมี ABN และรายละเอียดธุรกิจแล้ว คุณก็จะเลือกใช้วิธีใดก็ได้ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด การจดทะเบียน GST นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายหากคุณดำเนินการเองผ่านช่องทาง ATO อย่างเป็นทางการ
การจดทะเบียน GST มีวิธีดังต่อไปนี้
ทางออนไลน์ผ่านพอร์ทัลธุรกิจ ATO: ทางเลือกที่เร็วที่สุดก็คือการเข้าสู่ระบบบริการออนไลน์ของ ATO โดยใช้ myGovID และเพิ่มการจดทะเบียน GST ลงใน ABN ของคุณ การอนุมัติมักจะเกิดขึ้นทันทีในกรณีที่ใบสมัครไม่มีความซับซ้อน
ทางโทรศัพท์: โทรหา ATO ที่หมายเลข +61 13 28 66 เพื่อจดทะเบียนทางโทรศัพท์ โดยคุณจะต้องยืนยันตัวตนและ ABN แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการให้จนเสร็จได้ในระหว่างการโทร
ผ่านตัวแทนทางภาษีหรือ BAS ที่จดทะเบียน: นักบัญชีหรือผู้ทำบัญชีของคุณสามารถจดทะเบียนในนามของคุณได้โดยใช้พอร์ทัลตัวแทน BAS โดยทางเลือกนี้จะช่วยประหยัดเวลา และทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะมีการตั้งค่าอย่างถูกต้อง แต่คุณอาจต้องจ่ายค่าบริการให้กับตัวแทนรายนั้นๆ
ผ่านแบบฟอร์มกระดาษ: คุณสามารถส่งแบบฟอร์ม NAT 2954 ฉบับกระดาษไปให้ ATO ผ่านทางไปรษณีย์ได้ หากธุรกิจของคุณอยากใช้ขั้นตอนแบบออฟไลน์มากกว่า ก็จะใช้เวลานานขึ้น แต่ยังคงไม่มีค่าใช้จ่าย คุณสามารถสั่งซื้อแบบฟอร์มได้ที่นี่
หลังยืนยันการจดทะเบียนของคุณแล้ว ATO จะส่งการแจ้งเตือนพร้อมวันที่เริ่มต้นมีผลบังคับใช้ และนับจากวันนั้นเป็นต้นไป คุณจะต้องรวม GST อยู่ในค่าบริการและออกใบกำกับภาษีที่แสดง ABN ของคุณและจำนวน GST
ธุรกิจต่างๆ จะยื่น BAS แบบรายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อรายงาน GST ที่ตนเก็บมาและขอคืน GST ที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่าย
การจดทะเบียน GST ทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะปฏิบัติตามกฎ GST เหมือนธุรกิจอื่นๆ แต่การขายผ่านมาร์เก็ตเพลสออนไลน์อาจส่งผลต่อวิธีการเก็บ GST
GST จะมีผลดังนี้เมื่อคุณดำเนินธุรกิจออนไลน์
การขายออนไลน์ภายในประเทศ: หากธุรกิจของคุณตั้งอยู่ในออสเตรเลียและขายให้กับลูกค้าในออสเตรเลีย คุณก็จะต้องจดทะเบียนเมื่อมียอดขายต่อปีอยู่ที่ 75,000 AUD ขึ้นไปเหมือนกับการขายตามปกติ จากนั้น คุณจะต้องเพิ่ม GST 10% ไว้ในราคาและจะต้องออกใบกำกับภาษีที่แสดง ABN และจำนวน GST ของคุณ
การขายให้กับลูกค้าต่างประเทศ: การส่งออกจะไม่ต้องเสีย GST หากคุณขายสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าที่อยู่นอกออสเตรเลีย คุณจะไม่เรียกเก็บ GST จากธุรกรรมเหล่านั้น ยอดขายเหล่านี้มักจะไม่นับรวมอยู่ในเกณฑ์ผลประกอบการที่เข้าข่าย GST แต่คุณจะยังคงบันทึกไว้ใน BAS อยู่
ธุรกิจในต่างประเทศที่ขายให้กับชาวออสเตรเลีย: หากธุรกิจของคุณตั้งอยู่นอกออสเตรเลียและขายสินค้าดิจิทัล ซอฟต์แวร์ การสมัครใช้บริการ หรือสินค้ามูลค่าต่ำเป็นจำนวน 1,000 AUD หรือน้อยกว่านั้นให้กับลูกค้าชาวออสเตรเลีย คุณก็จะต้องจดทะเบียน GST เมื่อยอดขายของคุณในออสเตรเลียถึงหรือเกิน 75,000 AUD ต่อปี หากคุณขายสินค้าเกิน 1,000 AUD ก็จะมีการเรียกเก็บ GST, ภาษีศุลกากร และค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากรกับผู้นำเข้าที่ชายแดน ทั้งนี้ ATO มาพร้อมระบบการจดทะเบียน GST สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในออสเตรเลียและไม่มี ABN
มาร์เก็ตเพลสและแพลตฟอร์ม: มาร์เก็ตเพลสออนไลน์บางแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บและนำส่ง GST จากการขายสินค้าหรือบริการไปยังออสเตรเลียที่ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มของตน หากคุณขายสินค้าหรือบริการผ่านมาร์เก็ตเพลส โปรดตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มนั้นๆ จัดการ GST ให้กับคุณหรือไม่ หรือคุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บ GST ด้วยตัวเอง
ธุรกิจออนไลน์มักจะใช้เครื่องมือภาษีอัตโนมัติในการคำนวณ GST ในขั้นตอนการชำระเงิน ตัวอย่างเช่น Stripe Tax สามารถใช้อัตรา GST ที่ถูกต้องตามตำแหน่งที่ตั้งของลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ
การจดทะเบียน GST มีประโยชน์อะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
แม้ว่าธุรกิจของคุณจะมีผลประกอบการไม่ถึงเกณฑ์ 75,000 AUD แต่การเลือกจดทะเบียน GST ก็อาจมีข้อดี เช่น การจดทะเบียนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณรับค่าใช้จ่ายคืนได้ บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือ และวางระบบที่เรียบง่ายและเป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งจะขยายการรองรับไปตามการเติบโตของธุรกิจ
วิธีที่ธุรกิจขนาดเล็กของคุณจะได้ประโยชน์จากการจดทะเบียน GST มีดังนี้
การขอรับเครดิต GST: เมื่อจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถขอคืน GST ที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจต่างๆ สำหรับทุกอย่างได้ ตั้งแต่อุปกรณ์ไปจนถึงการสมัครใช้ซอฟต์แวร์ โดยเครดิตเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรให้คุณได้อย่างมาก
การสร้างความน่าเชื่อถือ: การจดทะเบียน GST เป็นการแสดงว่า ธุรกิจของคุณถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมเติบโต ลูกค้ารายใหญ่จำนวนมากอยากจะร่วมงานกับซัพพลายเออร์ที่จดทะเบียน GST เพราะจะช่วยให้ตนทำบัญชีได้ง่ายขึ้น
การเตรียมพร้อมรับการเติบโต: หากคุณคาดว่าจะมีผลประกอบการเกินเกณฑ์ 75,000 AUD เร็วๆ นี้ การจดทะเบียนตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณมีความพร้อมล่วงหน้า คุณสามารถตั้งราคาสินค้าหรือบริการโดยรวม GST เอาไว้ตั้งแต่แรกได้ และไม่ต้องปรับราคาในอนาคต
การรักษาการปฏิบัติตามข้อกำหนด: การจดทะเบียนก่อนที่กฎหมายกำหนดจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องชำระเงินย้อนหลังหรือได้รับบทลงโทษ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณรายงาน GST ได้สะดวกอีกด้วยก่อนที่ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น
Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาทุ่มเทกับการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต เริ่มเก็บภาษีทั่วโลกโดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวลงในระบบการผสานการทำงานที่มีอยู่ของคุณ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) อันทรงพลังของเรา
Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระหน้าที่และการแจ้งเตือนเมื่อเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังสามารถจดทะเบียนเพื่อเก็บภาษีในนามของคุณในสหรัฐอเมริกา และจัดการการยื่นภาษีผ่านพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้อีกด้วย Stripe Tax ยังคำนวณและเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST โดยอัตโนมัติจากรายการต่อไปนี้
สินค้าและบริการดิจิทัลในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและกว่า 100 ประเทศ
สินค้าที่จับต้องได้ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาและ 42 ประเทศ
Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: หากคุณมีธุรกิจอยู่ในสหรัฐอเมริกา สามารถให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีแทนคุณ ช่วยกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้าและรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้น ทำให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น หากคุณอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา Stripe ร่วมมือกับ Taxually เพื่อช่วยคุณจดทะเบียนกับหน่วยงานด้านภาษีในท้องถิ่น
เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ