การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลกได้พลิกโฉมวิธีการที่ธุรกิจต่างๆ จัดการกับกิจกรรมทางการเงินและการบัญชี ตัวอย่างเช่น นักบัญชี 91% ในฝรั่งเศสสนใจในศักยภาพของ AI และ 71% เคยใช้เครื่องมือ AI มาแล้ว
การลงทุนในเทคโนโลยีการบัญชีดิจิทัลขยายตัวมากกว่าแค่ในบริษัทขนาดใหญ่ องค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ก็อาจได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น การจัดสรรทรัพยากรที่ดีขึ้น และขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ในบทความนี้ เราจะอภิปรายถึงสิ่งต่างๆ ที่ธุรกิจจำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลสำหรับขั้นตอนทางบัญชี เช่น เทรนด์ เครื่องมือหลัก ข้อดี และอื่นๆ อีกมากมาย
ประเด็นสำคัญ
- การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลหมายถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อประหยัดเวลา เพิ่มความน่าเชื่อถือในการดำเนินงาน และทำให้จัดการงานจำเจได้ง่ายขึ้น
- การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ การใช้ AI ที่เพิ่มขึ้น และการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์เป็นเทรนด์ส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ระบบการบัญชีแบบดิจิทัล
- การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น ข้อผิดพลาดลดน้อยลง กระแสเงินสดที่ดีขึ้น ข้อมูลที่ปลอดภัย และต้นทุนที่ลดลง
- ซอฟต์แวร์การทำบัญชีและการออกใบแจ้งหนี้ รวมถึง AI และการรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR) ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับขั้นตอนการเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัล
- เพื่อให้การเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลประสบความสำเร็จ ธุรกิจจำเป็นต้องประเมินขั้นตอน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสม กำหนดแผนการดำเนินงาน และฝึกอบรมทีมงาน
การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลหมายความว่าอย่างไร
การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลต้องมีการผสานการทำงานเครื่องมือดิจิทัลเข้ากับเวิร์กโฟลว์การบัญชีเพื่อให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบอัตโนมัติ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในกระบวนการนี้จำเป็นต้องปรับปรุงวิธีการทำงานให้ทันสมัยและพัฒนาทักษะทางดิจิทัล
เมื่อต้องการเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัล ธุรกิจสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้
- แปลงเอกสารเป็นรูปแบบดิจิทัล เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ และรายการเดินบัญชีธนาคาร
- ย้ายข้อมูลทางการเงินไปยังระบบคลาวด์
- เปลี่ยนจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเองไปเป็นระบบอัตโนมัติ
- นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้
- ใช้รายงานและการวิเคราะห์เพื่อจัดการกิจกรรมทางธุรกิจได้ดีขึ้น
เป้าหมายในการเปลี่ยนไปเป็นระบบดิจิทัลคือ การช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญมีเวลาเหลือจากงานบัญชีที่กินเวลามากที่สุด เพื่อที่จะได้ทุ่มเทกับการสร้างมูลค่าที่สูงขึ้น
เทรนด์ด้านการบัญชีดิจิทัลมีอะไรบ้าง
การปฏิรูปการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ของฝรั่งเศสและการเพิ่มจำนวนของโซลูชันดิจิทัลได้ผลักดันให้ทีมบัญชีเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัล
การนำการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มาใช้อย่างแพร่หลายทำให้ธุรกิจในฝรั่งเศสต้องรับใบแจ้งหนี้แบบ B2B ผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติ (ก่อนหน้านี้คือแพลตฟอร์มเพื่อการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของพาร์ทเนอร์ หรือ PDP) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 โดยจะค่อยๆ นำข้อกำหนดในการส่งใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มาปรับใช้ กฎระเบียบนี้ทำให้ธุรกิจต้องทบทวนวิธีการรวบรวม ดำเนินการ และจัดเก็บเอกสารทางบัญชีใหม่
ปัจจุบันซอฟต์แวร์การทำบัญชีมักจะมีฟังก์ชัน AI ให้ด้วย ธุรกิจที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเข้าใจกระแสเงินสดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้โซลูชันการบัญชีที่เป็นบริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) ยังได้รับความนิยมอีกด้วย โดยจะช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันทางไกลและเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัยจากสถานที่ใดก็ได้
ทำไมจึงควรเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัล
การเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความแม่นยำทางบัญชี การปรับปรุงให้ทันสมัยนี้ช่วยให้ธุรกิจจัดการการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น ประหยัดต้นทุน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด นอกจากนี้ธุรกิจยังจะได้รับประโยชน์จากความปลอดภัยของข้อมูลที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความแม่นยำ
การเปลี่ยนงานที่ต้องทำซ้ำๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติ เช่น การป้อนข้อมูล การคำนวณ การกระทบยอดธนาคาร และการติดตามหนี้ จะช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์และเร่งการทำงานของนักบัญชีรับรอง ส่งผลให้นักบัญชีสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและการวางแผนทางการเงิน
เข้าใจกระแสเงินสดได้ดีขึ้น
การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลทำให้มองเห็นสถานการณ์กระแสเงินสดของธุรกิจได้ดีขึ้น ซอฟต์แวร์การทำบัญชีจะสร้างรายงานและแดชบอร์ดโดยอัตโนมัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดสินใจ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจจัดการรายจ่าย คาดการณ์ความต้องการสภาพคล่อง และหลีกเลี่ยงการเบิกเงินเกินบัญชีได้ดียิ่งขึ้น
เพิ่มความปลอดภัยและการติดตามข้อมูล
เมื่อเปรียบเทียบกับขั้นตอนที่ใช้กระดาษ สภาพแวดล้อมดิจิทัลจะมอบระดับความปลอดภัยที่เหนือกว่าเนื่องจากมีการเข้ารหัส การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ และสิทธิ์เข้าถึงแบบจำกัด เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจากความเสี่ยงในการสูญหาย การฉ้อโกง และการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนี้การจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ยังช่วยปรับปรุงการติดตามการดำเนินการทางบัญชีและความโปร่งใสอีกด้วย
ลดต้นทุนการดำเนินงาน
เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบแบบดิจิทัล ธุรกิจจะประหยัดต้นทุนได้อย่างมาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อ การพิมพ์ และการจัดเก็บเอกสารกระดาษ เมื่อต้นทุนการดำเนินงานลดลง ธุรกิจก็สามารถทบทวนการจัดสรรงบประมาณใหม่โดยเปลี่ยนไปเน้นการลงทุนที่สำคัญซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
เครื่องมือใดบ้างที่ช่วยปรับเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีให้เป็นระบบดิจิทัลได้
มีเครื่องมือหลายอย่างที่ช่วยธุรกิจปรับเปลี่ยนการดำเนินงานทางบัญชีให้เป็นแบบดิจิทัลได้ เช่น
- ซอฟต์แวร์จัดทำบัญชี
- ซอฟต์แวร์ออกใบแจ้งหนี้
- อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) ของธนาคาร
- โซลูชันการวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP) และโซลูชันการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document Management หรือ EDM)
- AI
- การรู้จำอักขระด้วยแสง (OCR)
- การประมวลผลผ่านระบบคลาวด์
ซอฟต์แวร์จัดทำบัญชี
ซอฟต์แวร์จัดทำบัญชี เช่น Pennylane, Indy, Sage และ Cegid จะรวมการดำเนินงานทางบัญชีไว้ในที่เดียว ซึ่งจะทำให้งานที่ต้องทำเป็นประจำดำเนินไปโดยอัตโนมัติ สร้างแดชบอร์ด และสร้างการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ถูกต้องตามข้อกำหนดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและจัดการกระแสเงินสดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์เหล่านี้ยังได้รับการอัปเดตเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามข้อบังคับล่าสุด
ซอฟต์แวร์ออกใบแจ้งหนี้
แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ออกใบแจ้งหนี้จะสร้างและจัดระเบียบใบแจ้งหนี้ จัดการการชำระเงิน และทำให้การรายงานง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถตรวจหาข้อมูลบังคับที่ขาดหายไปและจุดที่ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้ จึงรับประกันการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีและการชำระเงินที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
API ของธนาคาร
API ของธนาคารจะเชื่อมต่อกับธนาคารโดยตรง ซึ่งจะทำให้การเตรียมบัญชีง่ายขึ้น โดยจะทำให้การกระทบยอดธนาคารเป็นไปโดยอัตโนมัติ และรับประกันการซิงค์ข้อมูลที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญหายหรือการฉ้อโกง
โซลูชัน ERP และ EDM
เครื่องมือ EDM จะรวมเอกสารทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียวและจัดการการเก็บถาวรเพื่อช่วยจัดระเบียบกิจกรรมทางธุรกิจ ซอฟต์แวร์ ERP จะรวมกระบวนการดำเนินงานต่างๆ ไว้ด้วยกัน เช่น การบัญชี ทรัพยากรบุคคล การผลิต และการจัดซื้อ ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้นและช่วยให้มองเห็นภาพรวมกิจกรรมของธุรกิจ
AI
AI ทำหน้าที่เป็นตัวเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยจะทำให้งานที่ซ้ำซากจำเจเป็นไปโดยอัตโนมัติและเร่งการประมวลผลเอกสารทางบัญชี นอกจากนี้ยังสามารถคาดการณ์กระแสเงินสด ตรวจหาจุดคลาดเคลื่อน แนะนำรายการบันทึก ตรวจสอบความถูกต้องของใบแจ้งหนี้ สร้างรายงานแบบเรียลไทม์ และปรับปรุงการวิเคราะห์ข้อมูล ฟังก์ชันเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานประจำวันของนักบัญชี
OCR
OCR ช่วยให้ธุรกิจปรับเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้เป็นดิจิทัล ดึงข้อมูล และแปลงเป็นรายการทางบัญชีได้ในไม่กี่คลิก ซอฟต์แวร์การบัญชีบางอย่างมีการผสานการทำงานฟังก์ชัน OCR ซึ่งช่วยให้จัดทำบัญชีได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การประมวลผลผ่านระบบคลาวด์
Cloud Computing รับประกันการเข้าถึงเอกสารทางบัญชีจากระยะไกลอย่างปลอดภัย โซลูชันที่ยืดหยุ่นนี้ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์จริง ประโยชน์อีกประการหนึ่งคือความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นขึ้นมาพร้อมกับการนำระบบออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์มาใช้อย่างแพร่หลาย
ธุรกิจจะเปลี่ยนการบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลได้อย่างไร
การเปลี่ยนขั้นตอนทางบัญชีไปเป็นระบบดิจิทัลจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างเข้มงวดและการดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยจะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- วิเคราะห์ขั้นตอนที่มีอยู่และระบุข้อกำหนดทางบัญชี
- กำหนดวัตถุประสงค์
- จัดทำงบประมาณ
- เลือกโซลูชันที่ปรับแต่งมาเพื่อธุรกิจและผสานการทำงานเข้ากับเครื่องมือที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย รับประกันความปลอดภัยในระดับสูง และเป็นไปตามมาตรฐานด้านภาษี
- ตรวจสอบว่าย้ายข้อมูลได้สำเร็จ
- นำขั้นตอนการทำงานมาใช้จริง
- ฝึกอบรมพนักงาน
- ปรับกลยุทธ์ตามการเติบโตของธุรกิจ
Stripe Revenue Recognition ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Revenue Recognition จะช่วยยกระดับการทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้าง เช่น การตรวจสอบ การปิดบัญชีช่วงสิ้นเดือน การรายงาน และอื่นๆ เพื่อให้คุณปิดบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น เครื่องมือนี้จะช่วยจัดทำและกำหนดค่ารายงานรายรับโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้มีการปฏิบัติตาม ASC 606 and IFRS 15
Revenue Recognition สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
เห็นรายรับของคุณได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น: ในแดชบอร์ด Stripe คุณสามารถดูธุรกรรมและข้อกำหนด Stripe ทั้งหมด และนำเข้าข้อมูลที่ไม่ใช่ของ Stripe ได้
จัดทำรายงานรายรับโดยอัตโนมัติ: จัดทำรายงานการทำบัญชีที่พร้อมใช้งาน โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรทางวิศวกรรม
ปรับให้เหมาะสำหรับธุรกิจของคุณ: สร้างและปรับใช้กฎที่กำหนดเองแบบอัตโนมัติเพื่อรับรู้รายรับตามแนวทางปฏิบัติในการทำบัญชีสำหรับธุรกิจของคุณ
ตรวจสอบแบบเรียลไทม์: เตรียมพร้อมรับการตรวจสอบโดยการติดตามยอดรายรับย้อนกลับได้ถึงลูกค้าและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Revenue Recognition สามารถช่วยให้คุณปฏิบัติตามหลักการทำบัญชีทั่วโลก หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ