การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม

สิ่งที่ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตต้องรู้เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับในยุโรป

  1. การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมคืออะไร
    1. ต้องทำการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมเมื่อใด
    2. วิธีตรวจสอบสิทธิ์การชำระเงิน
    3. การยกเว้นการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม
    4. จะเกิดอะไรขึ้นหากการยกเว้นไม่สำเร็จ
    5. Stripe ช่วยคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดของการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมได้อย่างไร

ในคู่มือฉบับนี้ เราจะเจาะลึกเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับของการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) ในยุโรปและประเภทของการชำระเงินที่จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ เรายังจะอธิบายครอบคลุมถึงการยกเว้นที่สามารถนำมาใช้ได้สำหรับธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นให้ลูกค้าอีกด้วย

ทั้งนี้ เราได้เผยแพร่คู่มือ เพื่อช่วยให้คุณทราบถึงกรณีที่ควรเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์ลงในเส้นทางการซื้อของลูกค้าคุณ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Stripe ที่รองรับ SCA

การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมคืออะไร

การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) เป็นข้อกำหนดตามระเบียบข้อบังคับในยุโรปเพื่อลดการฉ้อโกง รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์และการชำระเงินออฟไลน์แบบไร้สัมผัส หากต้องการรับการชำระเงินและปฏิบัติตามข้อกำหนดของ SCA คุณจะต้องเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์เข้าไปในขั้นตอนการชำระเงิน โดย SCA กำหนดว่าการตรวจสอบสิทธิ์จะต้องใช้องค์ประกอบ 2 ใน 3 อย่างต่อไปนี้

หากต้องการอ่านข้อกำหนดของ SCA ต้นฉบับ ให้เข้าไปที่มาตรฐานทางเทคนิคตามระเบียบข้อบังคับ หรือ RTS โดยธนาคารจะต้องต้องปฏิเสธการชำระเงินที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) และไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้

ต้องทำการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมเมื่อใด

การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมใช้กับการชำระเงินออนไลน์ที่ "ริเริ่มโดยลูกค้า" และการชำระเงินออฟไลน์แบบไร้สัมผัสในยุโรป ดังนั้น การชำระเงินด้วยบัตรส่วนใหญ่และการโอนเงินผ่านธนาคารทั้งหมดจึงต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม ส่วนการหักบัญชีอัตโนมัติแบบตามรอบจะถือว่าเป็นการชำระเงินแบบ "ริเริ่มโดยผู้ค้า" ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์แบบรัดกุม

สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรทางออนไลน์ ข้อกำหนดเหล่านี้จะบังคับใช้กับธุรกรรมที่ทั้งธุรกิจและธนาคารเจ้าของบัตรตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

วิธีตรวจสอบสิทธิ์การชำระเงิน

วิธีการตรวจสอบสิทธิ์การชำระเงินด้วยบัตรทางออนไลน์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดต้องอาศัย 3D Secure ซึ่งเป็นมาตรฐานการตรวจสอบสิทธิ์ที่บัตรของยุโรปส่วนใหญ่รองรับ ปกติแล้ว 3D Secure จะเพิ่มขั้นตอนหลังจากชำระเงิน เนื่องจากธนาคารจะแจ้งให้เจ้าของบัตรกรอกข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสิ้น (เช่น ส่งรหัสแบบใช้ครั้งเดียวไปยังโทรศัพท์ของเจ้าของบัตรหรือตรวจสอบสิทธิ์ด้วยลายนิ้วมือผ่านแอปธนาคารบนอุปกรณ์มือถือ)

3D Secure 2 คือวิธีหลักในการตรวจสอบสิทธิ์การชำระเงินด้วยบัตรทางออนไลน์และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ SCA โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม เพราะช่วยลดความยุ่งยากในการตรวจสอบสิทธิ์ที่เพิ่มเข้ามาในขั้นตอนการชำระเงิน

ปกติแล้วการทำธุรกรรมด้วยบัตรแบบออฟไลน์มักจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของการตรวจสอบสิทธิ์โดยการกรอก PIN

การชำระเงินด้วยบัตรวิธีอื่นๆ เช่น Apple Pay หรือ Google Pay นั้นรองรับขั้นตอนการชำระเงินที่มีชั้นการตรวจสอบสิทธิ์ในตัว (ไบโอเมตริกหรือรหัสผ่าน) อยู่แล้ว ซึ่งวิธีการเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว

นอกจากนี้ เรายังคาดว่าวิธีการชำระเงินอีกหลายแบบที่ได้รับความนิยมในยุโรป เช่น iDEAL, Bancontact หรือ Multibanco จะเป็นไปตามกฎระเบียบของ SCA โดยไม่ทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

การยกเว้นการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม

ภายใต้ระเบียบข้อบังคับนี้ การชำระเงินที่มีความเสี่ยงต่ำบางประเภทอาจได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม ซึ่งผู้ให้บริการชำระเงินอย่าง Stripe สามารถขอการยกเว้นเหล่านี้ได้เมื่อประมวลผลการชำระเงิน หลังจากนั้น ธนาคารของเจ้าของบัตรจะได้รับคำขอดังกล่าว แล้วจึงประเมินระดับความเสี่ยงของธุรกิจ และตัดสินใจว่าควรอนุมัติการยกเว้นหรือไม่ หรือยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์อยู่หรือไม่

การรวมการตรวจสอบสิทธิ์ไว้ในขั้นตอนการชำระเงินจะเป็นการเพิ่มขั้นตอน ซึ่งอาจทำให้เกิดความยุ่งยากและส่งผลให้ลูกค้าออกจากขั้นตอนการทำธุรกรรมมากขึ้น ดังนั้นการนำการยกเว้นมาใช้กับการชำระเงินที่มีความเสี่ยงต่ำจึงช่วยลดจำนวนครั้งที่คุณจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าและลดความยุ่งยากลงได้ โดยเราได้ออกแบบผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่รองรับ SCA เพื่อช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากการยกเว้นดังกล่าวเมื่อทำได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยคงอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าของคุณเอาไว้

การยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ได้แก่

ธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ

ผู้ให้บริการชำระเงิน (เช่น Stripe) ได้รับอนุญาตให้วิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์เพื่อพิจารณาว่าควรนำการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) มาใช้กับธุรกรรมหรือไม่ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการชำระเงินหรือธนาคารมีอัตราการฉ้อโกงโดยรวมสำหรับการชำระเงินด้วยบัตรไม่เกินกว่าเกณฑ์ดังต่อไปนี้เท่านั้น

  • 0.13% เพื่อยกเว้นธุรกรรมมูลค่าต่ำกว่า 100 ยูโร
  • 0.06% เพื่อยกเว้นธุรกรรมมูลค่าต่ำกว่า 250 ยูโร
  • 0.01% เพื่อยกเว้นธุรกรรมมูลค่าต่ำกว่า 500 ยูโร

เกณฑ์เหล่านี้จะแปลงเป็นจำนวนเงินที่เทียบเท่ากันในสกุลเงินท้องถิ่นตามความเหมาะสม

ในกรณีที่อัตราการฉ้อโกงของผู้ให้บริการชำระเงินต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว แต่อัตราของธนาคารเจ้าของบัตรสูงกว่าเกณฑ์ เราคาดว่าธนาคารจะปฏิเสธการยกเว้นและกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์

การยกเว้นประเภทนี้ถือเป็นหนึ่งในการยกเว้นที่มีประโยชน์ที่สุดสำหรับธุรกิจและยังเป็นการยกเว้นที่ได้รับการรองรับจากธนาคารมากที่สุดอีกด้วย การประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ที่ครอบคลุมของ Stripe Radar ช่วยให้เรารองรับการยกเว้นนี้สำหรับผู้ใช้ของเราได้

การชำระเงินมูลค่าต่ำกว่า 30 ยูโร

การยกเว้นนี้สามารถนำมาใช้ได้กับการชำระเงินที่มีจำนวนไม่มาก ธุรกรรมที่มีมูลค่าต่ำกว่า 30 ยูโรจะถือว่ามี "มูลค่าต่ำ" และอาจจะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) อย่างไรก็ตาม ธนาคารอาจจำเป็นต้องขอให้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์หากมีการยกเว้นครบ 5 ครั้งนับจากการตรวจสอบสิทธิ์ของลูกค้าที่ดำเนินการสำเร็จครั้งล่าสุด หรือหากการชำระเงินที่ผ่านมามีมูลค่ารวมกันเกิน 100 ยูโร โดยธนาคารเจ้าของบัตรจะต้องติดตามจำนวนครั้งในการยกเว้นและตัดสินใจว่าจำเป็นต้องทำการตรวจสอบสิทธิ์หรือไม่

เนื่องจากข้อจำกัดที่เข้มงวดของการยกเว้นนี้ การยกเว้นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำน่าจะเหมาะสมกับการชำระเงินส่วนใหญ่มากกว่า อย่างไรก็ตามเรายังคงรองรับการยกเว้นนี้สำหรับผู้ใช้ของเรา

การชำระเงินตามรอบบิลแบบจำนวนเงินคงที่

การยกเว้นนี้สามารถนำมาใช้ได้เมื่อลูกค้าชำระเงินตามรอบเป็นมูลค่าเท่ากันให้แก่ธุรกิจเดียวกัน โดยจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิ์ของลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) ในการชำระเงินครั้งแรก แต่การชำระเงินครั้งถัดๆ ไปอาจได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA)

การยกเว้นนี้จะมีประโยชน์มากสำหรับธุรกิจแบบสมัครใช้บริการและเป็นการยกเว้นที่ได้รับการรองรับอย่างกว้างขวางจากธนาคารในยุโรป เราอนุญาตให้ผู้ใช้ Stripe ใช้งานการยกเว้นนี้ได้ หากคุณใช้ Stripe Billing ในการสร้างการชำระเงินตามรอบบิล เราจะใช้การยกเว้นนี้โดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าเหมาะสม และอาจช่วยในการจัดการคำขอตรวจสอบสิทธิ์ในกรณีที่ธนาคารของลูกค้าปฏิเสธการยกเว้น

ธุรกรรมที่ริเริ่มโดยผู้ค้า (รวมถึงการชำระเงินตามรอบบิลแบบแปรผัน)

การชำระเงินที่ดำเนินการโดยใช้ข้อมูลบัตรที่บันทึกไว้ในระบบเมื่อลูกค้าไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการชำระเงิน (บางครั้งเรียกว่า "นอกเซสชัน") อาจถือเป็นธุรกรรมที่ริเริ่มโดยผู้ค้า ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว การชำระเงินประเภทนี้จะอยู่นอกขอบเขตของ SCA แต่ในทางปฏิบัตินั้น การทำเครื่องหมายการชำระเงินว่าเป็น "ธุรกรรมที่ริเริ่มโดยผู้ค้า" จะคล้ายคลึงกับการขอยกเว้น และธนาคารจะยังคงเป็นผู้ตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์สำหรับธุรกรรมนั้นอยู่หรือไม่ เช่นเดียวกับการยกเว้นในกรณีอื่นๆ

หากต้องการใช้ธุรกรรมที่ริเริ่มโดยผู้ค้า คุณต้องตรวจสอบสิทธิ์ของบัตรขณะบันทึกข้อมูลบัตรลงในระบบหรือในการชำระเงินครั้งแรก และสุดท้าย คุณจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากลูกค้า (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "การมอบอำนาจ") เพื่อใช้ในการเรียกเก็บเงินจากบัตรของลูกค้าในภายหลัง

กรณีการใช้งานนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับโมเดลธุรกิจที่มีการชำระเงินในภายหลัง การเรียกเก็บเงินตามรอบบิลที่มีจำนวนเงินแปรผัน หรือการเรียกเก็บเงินค่าบริการเสริม ซึ่งธนาคารในยุโรปส่วนใหญ่จะรองรับและยอมรับหากพิจารณาว่าธุรกรรมดังกล่าวมีความเสี่ยงต่ำ

API ของ Stripe จะช่วยให้คุณตรวจสอบสิทธิ์บัตรเมื่อมีการบันทึกไว้เพื่อใช้ในภายหลังและช่วยทำเครื่องหมายการชำระเงินในครั้งถัดๆ ไปว่าเป็น "ธุรกรรมที่ริเริ่มโดยผู้ค้า"

ผู้รับผลประโยชน์ที่เชื่อถือได้

เมื่อดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์สำหรับการชำระเงินเสร็จสิ้น ลูกค้าจะสามารถเลือกเพิ่มธุรกิจที่ตนเชื่อถือไว้ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตได้ เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนการตรวจสิทธิ์เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการในอนาคต หลังจากนั้น ธุรกิจเหล่านี้จะมีชื่ออยู่ในรายชื่อ "ผู้รับผลประโยชน์ที่เชื่อถือได้" ซึ่งธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินของลูกค้าจะเป็นผู้ดูแลจัดการ

แม้รายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจะมีแนวโน้มช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อหรือสมัครใช้บริการซ้ำได้สะดวกขึ้น แต่ธนาคารต่างๆ มีการปรับใช้ฟีเจอร์นี้ค่อนข้างช้า ทั้งนี้ เราจะรองรับการยกเว้นนี้ให้กับผู้ใช้ของเราหากทำได้

การขายทางโทรศัพท์

รายละเอียดของบัตรที่ระบบเก็บรวบรวมทางโทรศัพท์ไม่อยู่ในขอบเขตของ SCA และไม่ต้องตรวจสอบสิทธิ์ บางครั้งเราจะเรียกการชำระเงินประเภทนี้ว่า "คำสั่งซื้อทางไปรษณีย์และโทรศัพท์ (MOTO)" ธุรกรรม MOTO จะต้องได้รับการระบุว่าเป็นการชำระเงินที่ได้รับการยกเว้น เช่นเดียวกับการชำระเงินอื่นๆ ที่ได้รับการยกเว้นแบบเดียวกัน โดยธนาคารของเจ้าของบัตรจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธธุรกรรมดังกล่าว

กรณีการใช้งานนี้ถือว่าสำคัญยิ่งสำหรับธุรกิจใดๆ ที่รับชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์และเป็นกรณีที่ธนาคารให้การรองรับอย่างกว้างขวาง โดยระบบจะทำเครื่องหมายการชำระเงินที่สร้างขึ้นผ่านแดชบอร์ด Stripe ว่าเป็นการชำระเงิน MOTO โดยอัตโนมัติ

หากธุรกิจของคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI และคุณได้สร้างระบบของคุณเองในการรับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ API การชำระเงินของเราจะอนุญาตให้คุณทำเครื่องหมายการชำระเงินว่าเป็น MOTO ได้ หากต้องการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้บนบัญชี Stripe ของคุณและต้องการเข้าถึงเอกสารประกอบทางเทคนิค โปรดติดต่อเรา

การชำระเงินขององค์กร

การยกเว้นนี้อาจจะครอบคลุมไปถึงการชำระเงินด้วยบัตรสำหรับ "การเดินทาง" (เช่น เมื่อตัวแทนการเดินทางออนไลน์เป็นผู้ถือบัตรองค์กรสำหรับจัดการค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงานโดยตรง) รวมถึงการชำระเงินขององค์กรโดยใช้หมายเลขบัตรดิจิทัล (ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมการเดินทางเช่นกัน)

เราคาดว่าการใช้งานการยกเว้นนี้ในสถานการณ์จริงสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจการเดินทางจะอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากมีขอบเขตที่แคบมาก โดยธนาคารของเจ้าของบัตรเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ให้การยกเว้นดังกล่าว ทั้งนี้ เพราะธุรกิจและผู้ให้บริการ (เช่น Stripe) ไม่สามารถตรวจหาว่าบัตรอยู่ในหมวดหมู่เหล่านี้หรือไม่

จะเกิดอะไรขึ้นหากการยกเว้นไม่สำเร็จ

แม้ว่าการยกเว้นจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงก็คือธนาคารของเจ้าของบัตรจะเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายว่าจะยอมรับการยกเว้นนั้นหรือไม่ ธนาคารอาจจะส่งรหัสปฏิเสธใหม่กลับมา หากมีการชำระเงินที่ดำเนินการไม่สำเร็จเนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ ในกรณีนี้ระบบต้องส่งเงินที่ชำระกลับไปให้ลูกค้าพร้อมกับขอให้ตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Stripe ที่รองรับ SCA จะเรียกใช้การตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติมนี้โดยอัตโนมัติเมื่อธนาคารกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบ

หากธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบจาก SCA เราแนะนำให้เตรียมตัวรับมือในกรณีที่การยกเว้นถูกปฏิเสธและลูกค้าจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิ์ โดยเฉพาะหากคุณเรียกเก็บเงินลูกค้าตอนที่ลูกค้าไม่ได้อยู่ในขั้นตอนการชำระเงิน (กล่าวคือเป็นการชำระเงินนอกเซสชัน) และลูกค้าต้องกลับมายังเว็บไซต์หรือแอปของคุณเพื่อดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์ โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในคู่มือการออกแบบขั้นตอนการชำระเงินสำหรับ SCA

Stripe ช่วยคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดของการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุมได้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากระเบียบข้อบังคับนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในยุโรป โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับข้อกำหนดเหล่านี้อาจมีอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าลดลงเมื่อมีการบังคับใช้ข้อกำหนดของการตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA) กับธนาคารในยุโรป

นอกจากการรองรับวิธีตรวจสอบสิทธิ์อย่าง 3D Secure 2 แล้ว เราเชื่อว่าการจัดการการยกเว้นที่ประสบความสำเร็จก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์การชำระเงินชั้นนำที่จะลดความยุ่งยากให้เหลือน้อยที่สุด ผลิตภัณฑ์การชำระเงินของเราปรับแต่งมาให้เหมาะกับระเบียบข้อบังคับ กฎระเบียบของธนาคาร และกฎระเบียบของเครือข่ายบัตรต่างๆ รวมถึงให้การยกเว้นที่เหมาะสมสำหรับการชำระเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์จะเรียกใช้ 3D Secure เฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น และเมื่อกฎระเบียบเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เราจะสามารถปรับปรุงแก้ไขและอัปเดตตรรกะ SCA นี้ได้แบบเรียลไทม์ โดยคำนึงถึงกำหนดเวลาการบังคับใช้ของแต่ละประเทศด้วย

เราได้เปิดตัว API การชำระเงินพื้นฐานที่ใช้ตรรกะ SCA ของ Stripe เพื่อให้มีการยกเว้นอย่างเหมาะสมและเรียกใช้ 3D Secure เมื่อจำเป็น โดย Stripe Checkout รวมถึง Stripe Billing ต่างก็สร้างต่อยอดมาจาก API นี้ และสามารถเรียกใช้ 3D Secure แบบไดนามิกได้เมื่อจำเป็น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Stripe ที่รองรับ SCA และโปรดแจ้งให้เราทราบ หากคุณมีข้อสงสัยหรือคำติชมใดๆ

หากพร้อมใช้งานแล้ว โปรดติดต่อเราหรือสร้างบัญชี

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดการธนาคาร หรือจะติดต่อเราเพื่อออกแบบแพ็กเกจที่กำหนดเองสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน