การตลาดสำหรับการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) ในประเทศฝรั่งเศส

Billing
Billing

Stripe Billing เสริมศักยภาพให้กับทุกรูปแบบค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า แบบแบ่งระดับราคา หรือแบบผสมผสาน เพื่อให้คุณบริหารจัดการลูกค้าได้ในแบบที่ต้องการ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. การตลาดสำหรับ SaaS คืออะไร
    1. การตลาดสำหรับ SaaS แตกต่างจากการตลาดแบบดั้งเดิมอย่างไร
  3. ขั้นตอนหลักของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS มีอะไรบ้าง
  4. ข้อควรพิจารณาก่อนออกแบบกลยุทธ์การตลาดสำหรับ SaaS
    1. กำหนดเป้าหมาย
    2. ระบุกลุ่มเป้าหมาย
    3. กำหนดงบประมาณ
  5. กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ที่ประสบความสำเร็จ
    1. การรับรู้ถึงแบรนด์
    2. ตัวตนบนโซเชียลมีเดีย
    3. การตลาดผ่านเนื้อหาสำหรับ SaaS
    4. SEO
    5. การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย
    6. ตารางค่าบริการที่โปร่งใส
    7. การทดลองใช้ฟรี
  6. ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI) ที่ธุรกิจควรพิจารณาสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS มีอะไรบ้าง
  7. ตัวอย่างการตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS
  8. เพิ่มรายรับจาก SaaS ของคุณด้วย Stripe

ตลาดสำหรับการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS) ได้รับความนิยมในประเทศฝรั่งเศสและทั่วโลก การใช้ SaaS จะช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการซอฟต์แวร์ที่โฮสต์ในระบบคลาวด์และเข้าถึงได้ทางออนไลน์แก่ลูกค้าได้

ผู้เผยแพร่ SaaS ที่ต้องการโดดเด่นเหนือคู่แข่งจะต้องใส่ใจกับการทำการตลาดของตน ซึ่งรวมถึงการออกแบบกลยุทธ์ทางการตลาดที่รอบคอบและมีประสิทธิภาพเพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ในบทความนี้ เราจะนำเสนอเครื่องมือและกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ของการตลาดสำหรับ SaaS และอธิบายว่า Stripe จะช่วยคุณได้อย่างไร

ประเด็นสำคัญ

  • การตลาดสำหรับ SaaS หมายถึงวิธีการและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ธุรกิจใช้เพื่อเพิ่มยอดซื้อผลิตภัณฑ์ SaaS ซึ่งมักจะจำหน่ายผ่านการสมัครใช้บริการ
  • กระบวนการนี้รวมถึงการดึงดูดผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า การโปรโมต SaaS และการรักษาผู้สมัครใช้บริการไว้
  • ก่อนตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS ธุรกิจต้องระบุเป้าหมาย ตลาดเป้าหมาย และงบประมาณเสียก่อน
  • กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS ที่มีประสิทธิภาพบางส่วน ได้แก่ โซเชียลมีเดีย การสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา (SEO) แบบออร์แกนิก การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย ค่าบริการที่โปร่งใส และการทดลองใช้ฟรี
  • หากต้องการวัดประสิทธิภาพของกลยุทธ์ ให้วิเคราะห์ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI) ดังต่อไปนี้ จำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกัน ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า อัตราการเลิกใช้งาน และรายรับประจำ
  • แบรนด์ SaaS บางแบรนด์ที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Payfit, Trello, Zapier และ Ahrefs

การตลาดสำหรับ SaaS คืออะไร

การตลาดสำหรับ SaaS คือกลยุทธ์ที่ธุรกิจใช้เพื่อส่งเสริมการขายซอฟต์แวร์ที่โฮสต์ในระบบคลาวด์ กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา (SEO) แบบออร์แกนิกไปจนถึงการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายและการทดลองใช้ฟรี ล้วนผ่านการออกแบบมาเพื่อดึงดูด สร้างคอนเวอร์ชัน และรักษาลูกค้าไว้ในระยะยาว

เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของการตลาดสำหรับ SaaS คือการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีที่ต่ออายุการสมัครใช้บริการของตน ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจมีรายรับประจำและเพิ่มความสามารถทำกำไรให้สูงขึ้น

การตลาดสำหรับ SaaS แตกต่างจากการตลาดแบบดั้งเดิมอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ SaaS ต้องอาศัยโมเดลการชำระเงินตามรอบบิล ลูกค้าจะสามารถยกเลิกสัญญาได้ทุกเมื่อ ธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญกับการรักษาลูกค้า ความภักดี และการสนับสนุน การตลาดสำหรับ SaaS จะมุ่งเน้นไปที่การหาลูกค้าใหม่และรักษาผู้สมัครใช้บริการปัจจุบันไว้ ขณะที่การตลาดแบบดั้งเดิมจะมุ่งเน้นไปที่การขายในแต่ละครั้งมากกว่า

ในการตลาดสำหรับ SaaS การให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเกี่ยวกับคุณค่าที่จะได้รับอย่างต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่ในการตลาดแบบดั้งเดิม จุดมุ่งเน้นจะอยู่ที่ฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้จริง

การสาธิตทางออนไลน์และการทดลองใช้ฟรีช่วยให้ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าเห็นมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ SaaS ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจช่วยย่นวงจรการขายให้สั้นลงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม

ขั้นตอนหลักของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนหลัก 3 ประการของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS มีดังต่อไปนี้

  • การหาผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า
  • การโปรโมตผลิตภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้าที่ชำระเงิน
  • การรักษาลูกค้าในระยะยาว

ในการหาผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพสูง ธุรกิจจะต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูล ระบุลูกค้าที่มีศักยภาพ และติดต่อลูกค้า ซึ่งจะช่วยสร้างลูกค้าเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์ แทนที่จะเป็นบุคคลหรือธุรกิจที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม

ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ SaaS ธุรกิจจะต้องแจ้งข้อมูลกับตลาดและแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยจะต้องช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจว่าโซลูชัน SaaS นี้จะช่วยแก้ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร

การรักษาผู้สมัครใช้บริการเป็นอีกส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการตลาดสำหรับ SaaS โดยที่ธุรกิจจะต้องให้บริการการชำระเงินที่ราบรื่น ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และทันสมัย และการสนับสนุนลูกค้าที่แข็งแกร่ง จึงจะประสบความสำเร็จ ความช่วยเหลือที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมีความสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจกับผู้สมัครใช้บริการ นอกจากนี้ ธุรกิจอาจพิจารณาอัปเกรดผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องหรือให้ส่วนลดสำหรับฟีเจอร์เพิ่มเติมได้ด้วย

ข้อควรพิจารณาก่อนออกแบบกลยุทธ์การตลาดสำหรับ SaaS

ก่อนเริ่มต้นกลยุทธ์การตลาดสำหรับ SaaS ธุรกิจต้องกำหนดเป้าหมายการขาย ระบุกลุ่มเป้าหมาย และกำหนดงบประมาณการตลาดเบื้องต้นก่อน พารามิเตอร์ที่ชัดเจนจะช่วยสร้างการเข้าชมที่มีคุณภาพ เพิ่มคอนเวอร์ชัน และรักษาลูกค้าไว้ได้

กำหนดเป้าหมาย

ตรวจสอบว่าทีมขายและทีมการตลาดมีความเข้าใจตรงกันและมีเป้าหมายเดียวกัน ให้จัดทำรายการผลลัพธ์ที่วัดผลได้ที่ธุรกิจต้องการบรรลุผ่านการตลาด โดย Bpifrance แนะนำให้ตั้งเป้าหมายสำหรับ12 เดือนถัดไป เป้าหมายเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นแนวทางในการกำหนดตำแหน่งกลยุทธ์การตลาดสำหรับ SaaS

ระบุกลุ่มเป้าหมาย

ถัดมา ให้อธิบายบุคลิกลักษณะของกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าในอุดมคติ ลูกค้าเป้าหมายคือใคร ความต้องการ คุณลักษณะ ค่านิยม และข้อมูลทางประชากรศาสตร์ของลูกค้ามีอะไรบ้าง ลูกค้าทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมใด ระดับความพร้อมด้านดิจิทัลของลูกค้าอยู่ในระดับใด ลูกค้าประสบกับความท้าทายอะไรบ้าง กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ที่ดีจะต้องมีบุคลิกลักษณะของกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อยหนึ่งรายการ ซึ่งยิ่งเจาะจงมากเท่าไร การตลาดก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือต้องตัดสินใจว่าต้องส่งลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวนกี่รายไปยังทีมขายในแต่ละเดือนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ธุรกิจจะติดต่อลูกค้าเหล่านี้ในช่องทางใดและติดต่ออย่างไร แล้วจะใช้ช่องทางการขายใดบ้าง

กำหนดงบประมาณ

อีกข้อที่ควรพิจารณาก่อนเริ่มทำการตลาดผลิตภัณฑ์ SaaS คือเรื่องงบประมาณ ให้ประเมินสถานะทางการเงินของธุรกิจและคำนวณรายรับประจำที่คาดหวัง รวมถึงรายรับตามแบบแผนล่วงหน้าต่อเดือน (MRR) และรายรับตามแบบแผนล่วงหน้าต่อปี (ARR) ให้รวมผลตอบแทนจากการลงทุนที่อาจได้รับจากช่องทางการตลาดแต่ละช่องทางด้วย และให้ความสำคัญกับช่องทางที่ทำกำไรได้มากที่สุด

ตัวอย่างเช่น การทำ SEO แบบออร์แกนิกสร้างการเข้าชมในระยะยาวได้โดยไม่ใช้งบประมาณมากเกินไป ในทางกลับกัน โฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายก็ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นธุรกิจได้ทันทีแต่ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้ว ธุรกิจ SaaS ใช้มากกว่า 50%จากรายรับของตนไปกับการตลาด

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ที่ประสบความสำเร็จ

กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS ยอดนิยม ได้แก่ การสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ การนำเสนอตัวตนบนโซเชียลมีเดีย การทำ SEO แบบออร์แกนิก การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย ค่าบริการที่โปร่งใส และการทดลองใช้ฟรี เมื่อรวมการใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มการมองเห็นได้สูงสุดและอาจเปลี่ยนผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้าที่ชำระเงินได้มากขึ้น

การรับรู้ถึงแบรนด์

ลูกค้ามักจะซื้อจากแบรนด์ที่ตนรู้จัก การรับรู้ถึงแบรนด์จึงจะเป็นการเพิ่มความคุ้นเคยของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเพื่อให้ผู้คนเหล่านี้ต้องการสมัครใช้บริการ

ในตลาด SaaS การสื่อสารผ่านเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย เช่น LinkedIn มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ ให้สร้างโพสต์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์และปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจแตกต่างจากคู่แข่ง โพสต์อาจมีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ฟีเจอร์ใหม่ๆ และข่าวสารในอุตสาหกรรม หัวข้อเหล่านี้จะช่วยสร้างจุดยืนให้บริษัทว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ในชุมชน

ตัวตนบนโซเชียลมีเดีย

การนำเสนอตัวตนบนโซเชียลมีเดียที่แข็งแกร่งมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการทำการตลาดสำหรับ SaaS โดยควรมีความเคลื่อนไหวเป็นประจำบนแพลตฟอร์มที่ตลาดเป้าหมายใช้งาน รวมถึง LinkedIn, Instagram, Facebook และ X ให้โพสต์เนื้อหาที่กระตุ้นความสนใจของผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าและมีส่วนร่วมกับชุมชน

เพื่อเพิ่มการมองเห็น ธุรกิจสามารถจ้างนักพัฒนาให้ทดสอบและโปรโมตผลิตภัณฑ์บนโซเชียลมีเดียได้ รวมทั้งยังสามารถจัดการสัมภาษณ์ร่วมและเชิญผู้ให้สัมภาษณ์ให้เผยแพร่บทความบนเว็บไซต์ของตน การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้าน SaaS จะสามารถช่วยให้ธุรกิจได้รับความน่าเชื่อถือจากภายนอกและขยายการเข้าถึงได้

การตลาดผ่านเนื้อหาสำหรับ SaaS

การตลาดผ่านเนื้อหาเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การขาย SaaS โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแหล่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อดึงดูดผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสร้างความไว้วางใจกับผู้สมัครใช้บริการ

ธุรกิจสามารถโพสต์กรณีศึกษาและคำรับรองที่บอกเล่าเรื่องราวว่าผลิตภัณฑ์ SaaS ของธุรกิจช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร การตลาดผ่านเนื้อหายังอาจประกอบไปด้วยการเผยแพร่คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ อินโฟกราฟิก บล็อกโพสต์ การสัมมนาผ่านเว็บ เอกสารข้อมูล พอดแคสต์ อีบุ๊ก และวิดีโอสอนการใช้งานในหลายช่องทาง (เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย อีเมล) เพื่อส่งเสริมการดำเนินการและการรักษาลูกค้าไว้ เนื้อหาที่มีคุณภาพที่มีใจความสำคัญเกี่ยวข้องกับความต้องการจริงๆ ของลูกค้าอาจช่วยโน้มน้าวให้ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่ยังลังเลอยู่ลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้ฟรีและเปลี่ยนลูกค้าปัจจุบันให้กลายเป็นลูกค้าที่ภักดีได้

SEO

ธุรกิจจะต้องปรับแต่งเนื้อหาในการทำ SEO แบบออร์แกนิก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด ธุรกิจสามารถจัดทำเนื้อหาที่ผ่านการเรียบเรียงมาอย่างดี รวมคำค้นหาหลัก แล้วเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาจะต้องมีความเจาะจงและใช้คำสำคัญที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างการเข้าชมแบบออร์แกนิกที่ตรงเป้าหมาย ดึงดูด และให้ข้อมูลแก่ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในขณะที่ผู้คนเหล่านี้ทำการค้นคว้าหาข้อมูล

การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย

การทำ SEO แบบออร์แกนิกสามารถเสริมการดำเนินการได้ด้วยการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Google Ads, LinkedIn Ads และ Meta Ads เพื่อเพิ่มการมองเห็นแบรนด์และกำหนดเป้าหมายไปที่ลูกค้าหรือธุรกิจที่สนใจในผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว การโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้อย่างรวดเร็วและเร่งกระบวนการคอนเวอร์ชัน

ตารางค่าบริการที่โปร่งใส

ลูกค้าในฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของค่าบริการและไม่ชอบค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยไม่คาดคิด ดังนั้น อย่าซ่อนค่าบริการ แต่ให้แสดงตารางค่าบริการที่โปร่งใสบนเว็บไซต์ให้เห็นอย่างชัดเจน โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินแอบแฝง วิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าและผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าเห็นค่าใช้จ่ายในการสมัครใช้บริการล่วงหน้า

การทดลองใช้ฟรี

การทดลองใช้ฟรีที่ผ่านการออกแบบมาอย่างรอบคอบเป็นตัวขับเคลื่อนคอนเวอร์ชันอันทรงประสิทธิภาพ โดยจะเอื้อให้ผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์และสำรวจฟีเจอร์ต่างๆ ได้ ธุรกิจ SaaS รายใหญ่ส่วนใหญ่มักเสนอการทดลองใช้ฟรี การสาธิต และการแนะนำการใช้งานเพื่อช่วยเปลี่ยนผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้าที่ภักดีและจ่ายเงินใช้บริการ

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI) ที่ธุรกิจควรพิจารณาสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS มีอะไรบ้าง

KPI จะช่วยชี้แนะแนวทางสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับ SaaS และวัดความสำเร็จของกลยุทธ์ โดย KPI ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

  • จำนวนผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกัน: จำนวนผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์ เนื้อหา หรือโฆษณาอย่างน้อย 1 ครั้งในระยะเวลาที่กำหนด
  • ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ (CAC): ต้นทุนทางการตลาดทั้งหมดในการหาลูกค้าใหม่ที่ชำระเงิน 1 คน
  • มูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้า (CLV): ความสามารถในการทำกำไรของลูกค้าที่ชำระเงินในระยะยาว
  • อัตราการเลิกใช้งาน: เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ยกเลิกการสมัครใช้บริการของตนในระยะเวลาที่กำหนด
  • MRR: รายรับที่คาดหวังซึ่งสร้างขึ้นในแต่ละเดือนจากการสมัครใช้บริการ

ตัวอย่างการตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS

บริษัทต่อไปนี้ใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Payfit
    ซอฟต์แวร์นี้ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการบัญชีเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมาก ธุรกิจขนาดเล็ก และธุรกิจขนาดกลาง โดย Payfit เป็น SaaS ด้านบัญชีเงินเดือนชั้นนำที่เผยแพร่บทความที่เป็นประโยชน์และคำแนะนำที่เป็นปัจจุบันเป็นประจำ เพื่อให้ความรู้ ดึงดู และมีส่วนร่วมกับผู้ใช้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ กลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทยังรวมถึงการสาธิตทางออนไลน์และข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการเป็นครั้งแรก
  • Trello
    เครื่องมือจัดการโปรเจกต์นี้ใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลสำหรับ SaaS ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ในเวอร์ชัน Freemium จึงจะช่วยให้ผู้ใช้ทดลองใช้ซอฟต์แวร์ในเวอร์ชันที่จำกัดการใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเร่งให้เกิดคอนเวอร์ชันได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ Trello ยังเผยแพร่บล็อกโพสต์ที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับตลาดเป้าหมายอีกด้วย
  • Zapier
    แนวทางของบริษัทนี้คือการใช้กลยุทธ์ทางการตลาด SEO แบบออร์แกนิกที่รอบคอบ พร้อมคำสำคัญที่จะเพิ่มความสำเร็จของเนื้อหาในระดับสูงสุด
  • Ahrefs
    บริษัทนี้ใช้การทดลองใช้งานแบบมีส่วนลดเพื่อเปลี่ยนผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าให้กลายเป็นลูกค้า และช่วยให้ผู้ใช้สามารถทดสอบฟีเจอร์ต่างๆ ของซอฟต์แวร์ก่อนสมัครใช้บริการได้

เพิ่มรายรับจาก SaaS ของคุณด้วย Stripe

โซลูชันต่างๆ ของ Stripe เช่นStripe Payments และStripe Billing จะช่วยให้ธุรกิจ SaaS เพิ่มรายรับและลดการสูญเสียลูกค้าได้ โดย Billing จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการภาษีและวิเคราะห์รายรับประจำ ขณะที่ Payments จะช่วยให้รับชำระเงินได้จากทั่วโลก นอกจากนี้ Payments ยังช่วยให้จัดการหลายสกุลเงินและรวมการชำระเงินของลูกค้าไว้ในที่เดียวได้ง่ายขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง จึงจะสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาลูกค้าไว้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Billing

Billing

เรียกเก็บและรักษารายรับได้มากขึ้น ใช้วิธีอัตโนมัติกับขั้นตอนการจัดการรายรับ ตลอดจนรับการชำระเงินได้ทั่วโลก

Stripe Docs เกี่ยวกับ Billing

สร้างและจัดการการชำระเงินตามรอบบิล ติดตามการใช้งาน และออกใบแจ้งหนี้