Open banking ในสหราชอาณาจักร: วิธีการทำงานและเหตุใดจึงสำคัญ

Financial Connections

Stripe Financial Connections ให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลด้านการเงินกับคุณได้อย่างปลอดภัย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. Open Banking ในสหราชอาณาจักรคืออะไร
  3. Open Banking ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรบ้าง
  4. ธุรกิจจะได้ประโยชน์จาก Open Banking อย่างไรบ้าง
  5. จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคใดบ้างเมื่อใช้ Open Banking
  6. องค์กรต่างๆ จะเผชิญกับปัญหาใดบ้างเมื่อนำโซลูชัน Open Banking ของสหราชอาณาจักรมาใช้
  7. บริษัทควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อเลือกผู้ให้บริการ Open Banking
  8. Stripe Financial Connections ช่วยอะไรได้บ้าง

Open Banking เป็นส่วนสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของสหราชอาณาจักร และเป็นตัวกำหนดวิธีที่บุคคลทั่วไปแชร์ข้อมูลทางการเงินและวิธีที่ธุรกิจต่างๆ โยกย้ายเงิน โดยในปี 2025 มีผู้ใหญ่เกือบ 1 ใน 3 คนในสหราชอาณาจักรใช้ Open Banking ส่วนบริษัทต่างๆ ก็ใช้วิธีนี้เพื่อปรับปรุงกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน ดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงให้ดีขึ้น และสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็วทันใจและน่าไว้วางใจ ในบทความนี้ เราจะพาไปดูว่า Open Banking คืออะไร มีไว้เพื่อแก้ปัญหาอะไรบ้าง และวิธีเลือกผู้ให้บริการ Open Banking ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุด

เนื้อหาหลักในบทความ

  • Open Banking ในสหราชอาณาจักรคืออะไร
  • Open Banking ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรบ้าง
  • ธุรกิจจะได้ประโยชน์จาก Open Banking อย่างไรบ้าง
  • จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคใดบ้างเมื่อใช้ Open Banking
  • องค์กรต่างๆ จะเผชิญกับปัญหาใดบ้างเมื่อนำโซลูชัน Open Banking ของสหราชอาณาจักรมาใช้
  • บริษัทควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อเลือกผู้ให้บริการ Open Banking
  • Stripe Financial Connections ช่วยอะไรได้บ้าง

Open Banking ในสหราชอาณาจักรคืออะไร

Open Banking ในสหราชอาณาจักรเป็นวิธีที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปและธุรกิจต่างๆ แชร์ข้อมูลธนาคารของตนหรือเริ่มชำระเงินผ่านบริการของบริษัทอื่นที่ได้รับความไว้วางใจได้โดยมีการกำกับดูแลอยู่ ลูกค้าสามารถเลือกข้อมูลที่จะแชร์ บุคคลที่จะแชร์ข้อมูลให้ และระยะเวลาที่แชร์ข้อมูลได้ ทั้งยังปิดการเข้าถึงได้ทุกเมื่ออีกด้วย

Open Banking ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอะไรบ้าง

Open Banking ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดธนาคารในสหราชอาณาจักร ซึ่งจำกัดการแข่งขันและทำให้ลูกค้าไม่ได้ประโยชน์จากบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ปัญหาเหล่านี้ได้แก่

  • ข้อมูลทางการเงินที่เข้าถึงได้ยาก: ก่อนจะมี Open Banking ลูกค้าไม่สามารถแชร์ประวัติธุรกรรมของตนกับซอฟต์แวร์การจัดทำงบประมาณ ผู้ให้กู้ยืม หรือบริการอื่นๆ อย่างปลอดภัยได้เลย วิธีที่ใช้มักจะเป็นการดึงข้อมูลบนหน้าจอ (Screen Scraping) ที่ลูกค้าต้องให้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงและไม่น่าเชื่อถือ

  • การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้ยาก: ลูกค้าจะประสบปัญหาในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางธนาคารตามพฤติกรรมจริงของตน (เช่น การใช้งานการเบิกเงินเกินบัญชี, รูปแบบรายเดือน) เมื่อไม่สามารถโยกย้ายข้อมูลได้ง่ายๆ ผู้คนจำนวนมากจึงต้องใช้บัญชีที่ไม่คุ้มค่าต่อไป

  • ตัวเลือกการชำระเงินที่ช้าและมีค่าใช้จ่ายสูง: ธุรกรรมจำนวนมากยังคงดำเนินการผ่านเครือข่ายบัตรหรือขั้นตอนการชำระเงินแบบเก่า ซึ่งทำให้มีค่าธรรมเนียมหรือความล่าช้าเพิ่มมากขึ้น ส่วน Open banking ได้นำวิธีที่มีการกำกับดูแลมาใช้ เพื่อให้เริ่มชำระเงินระหว่างบัญชีได้เร็วขึ้นและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง

  • ลูกค้าไม่สามารถควบคุมได้และไม่มีความโปร่งใส: ผู้คนไม่สามารถดูหรือควบคุมวิธีที่บุคคลที่สามใช้ข้อมูลทางการเงินของตนได้ ส่วน Open Banking ได้เปลี่ยนแนวทางนี้ไปอย่างสิ้นเชิงโดยต้องมีการให้ความยินยอมอย่างชัดแจ้ง มีเวลาจำกัด และเพิกถอนได้

ธุรกิจจะได้ประโยชน์จาก Open Banking อย่างไรบ้าง

ประโยชน์ที่แท้จริงของ Open Banking มาจากการเข้าถึงข้อมูลที่มีการกำกับดูแลและฟังก์ชันการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้มีการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับมีดังนี้

  • กระบวนการเริ่มต้นใช้งานและการตรวจสอบยืนยันบัญชีที่เร็วขึ้น: Open banking ช่วยให้บริษัทต่างๆ ยืนยันการเป็นเจ้าของบัญชีได้ทันทีโดยไม่ต้องฝากเงินจำนวนเล็กน้อยหรือตรวจสอบด้วยตนเอง การดึงรายละเอียดบัญชีที่ตรวจสอบยืนยันแล้วโดยตรงจากธนาคารของลูกค้าจะช่วยลดข้อผิดพลาด ช่วยให้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการฉ้อโกงในช่วงแรกเริ่ม

  • การตรวจสอบรายได้และความสามารถในการจ่ายแบบเรียลไทม์: ผู้ให้กู้ยืม แพลตฟอร์มให้เช่า และบริการทางการเงินสามารถดึงข้อมูลประวัติธุรกรรมเพื่อระบุรูปแบบรายได้ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำ และเสถียรภาพทางการเงินได้ การวิเคราะห์อัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่การอัปโหลดรายการเดินบัญชีธนาคารและการตรวจสอบด้วยตนเองเป็นรอบๆ แบบเดิม และช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

  • ขั้นตอนของ Know Your Customer (KYC) ที่ชาญฉลาดขึ้น: ข้อมูลธนาคารที่ตรวจสอบยืนยันแล้วอาจเป็นอีกสัญญาณหนึ่งในระหว่างการตรวจสอบตัวตน โดยเฉพาะเมื่อรวมเข้ากับเครื่องมือ KYC แบบมาตรฐาน เมื่อข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนไม่ตรงกับข้อมูลที่ธนาคารตรวจสอบยืนยันแล้ว จะช่วยให้เห็นความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และลดปัญหาด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่จะตามมาภายหลัง

  • ข้อมูลกระแสเงินสดในการตัดสินใจให้กู้ยืม: เมื่อเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายและการฝากเงินได้เลย ผู้ให้กู้ยืมก็จะเห็นภาพรวมทางการเงินของผู้ยื่นขอกู้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การประเมินและควบคุมความเสี่ยงครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น และเสริมสร้างโมเดลความเสี่ยงให้รัดกุมขึ้นด้วยข้อมูลปัจจุบันที่อิงตามพฤติกรรม

  • การรวบรวมบัญชีและการมองเห็นข้อมูลทางการเงิน: ระบบการจัดทำงบประมาณ แอปออมทรัพย์ และแดชบอร์ดทางการเงินใช้ Open Banking เพื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นบัญชีของตนในหลายๆ ธนาคารในที่เดียว ข้อมูลแบบเรียลไทม์จะช่วยส่งเสริมให้มีข้อมูลเชิงลึกแบบเฉพาะตัว การจัดหมวดหมู่การใช้จ่าย และคำแนะนำต่างๆ

  • ประสบการณ์การชำระเงินที่ดีขึ้น: ธุรกิจสามารถเสนอ "Pay by Bank" ในขั้นตอนการชำระเงินได้ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเลือกตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปธนาคารและชำระเงินได้ทันที วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนการชำระเงินที่ไม่สำเร็จ ช่วยให้สามารถนำเงินมาใช้ได้เร็วขึ้น และลดค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง

  • โมเดลผลิตภัณฑ์แบบใหม่: เมื่อเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของลูกค้าได้อย่างน่าเชื่อถือ บริษัทก็สร้างฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การออมเงินอัตโนมัติ รางวัลแบบเรียลไทม์ และทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพทางการเงินได้ โดยบริการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมได้เพราะสอดรับกับพฤติกรรมทางการเงินของลูกค้า

จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคใดบ้างเมื่อใช้ Open Banking

Open Banking Limited มีมาตรฐานทางเทคนิคและไดเรกทอรีส่วนกลางที่ช่วยให้ธนาคารและบุคคลที่สามซึ่งผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้วสามารถไว้วางใจคำขอจากกันและกันได้ โดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น Financial Conduct Authority (FCA) และ Payment Systems Regulator (PSR) จะคอยดูแลการอนุมัติ ความคาดหวังในการรักษาความปลอดภัย และสถานะของกรอบการทำงานโดยรวม

กรอบการทำงานของสหราชอาณาจักรบังคับใช้กฎต่างๆ ผ่านการกำหนดอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (Application Programming Interface หรือ API) ที่ใช้ร่วมกัน ข้อกำหนดในการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และความคาดหวังด้านการควบคุมของลูกค้า โดยประเด็นทางเทคนิคหลักๆ มีดังนี้

  • API ที่ได้มาตรฐาน: ข้อมูลจำเพาะของ Read/Write API ของสหราชอาณาจักรจะกำหนดว่าธนาคารจะแชร์ข้อมูลบัญชี ยอดคงเหลือ และธุรกรรมอย่างไร และจะเริ่มชำระเงินอย่างไร โดย API เหล่านี้เป็นไปตามสคีมาที่สอดคล้องกัน เพื่อให้ข้อมูลมีลักษณะที่คาดการณ์ได้ในสถาบันต่างๆ

  • สถาปัตยกรรมด้านการรักษาความปลอดภัย: ระบบนี้ใช้ OAuth 2.0 และ OpenID Connect และได้รับการส่งเสริมด้วยโปรไฟล์การรักษาความปลอดภัยผ่าน FAPI (Financial-grade API) วิธีนี้ช่วยให้มีการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสและผ่านการตรวจสอบยืนยันด้วยใบรับรอง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคำขอจะได้รับการตรวจสอบสิทธิ์และป้องกันการแทรกแซง

  • ** การตรวจสอบสิทธิ์ลูกค้าแบบรัดกุม (SCA):** ลูกค้าจะอนุมัติการเข้าถึงข้อมูลหรือการชำระเงินโดยใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (2FA) ซึ่งมักจะดำเนินการภายในแอปของธนาคารที่มีการยืนยันด้วยข้อมูลไบโอเมตริกหรือแบบใช้อุปกรณ์ โดยจะต้องมีการอนุมัติสิทธิ์อีกครั้งตามรอบเวลาที่กำหนด

  • การควบคุมข้อมูลและความยินยอมของลูกค้า: การเข้าถึงจะได้รับการควบคุมอยู่เสมอ เพื่อให้บุคคลที่สามได้รับเฉพาะข้อมูลที่ลูกค้าอนุมัติแล้วเท่านั้น หน้าจอให้ความยินยอมจะเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานเพื่อชี้แจงว่ามีการแชร์ข้อมูลอะไรบ้าง และลูกค้าสามารถเพิกถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ

  • ประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ: ธนาคารจะต้องมีระยะเวลาให้บริการและความเร็วในการตอบสนองตามเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีการติดตามตรวจสอบแบบรวมศูนย์เพื่อระบุความขัดข้องหรือความล่าช้า

องค์กรต่างๆ จะเผชิญกับปัญหาใดบ้างเมื่อนำโซลูชัน Open Banking ของสหราชอาณาจักรมาใช้

เมื่อวางแผนที่จะใช้ Open Banking บริษัทต่างๆ ก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีผสานการทำงานของขั้นตอนข้อมูลใหม่ๆ และทำตามความคาดหวังด้านระเบียบข้อบังคับ โดยปัญหาที่พบบ่อยในการนำไปใช้มีดังนี้

  • ความคาดหวังด้านการรักษาความปลอดภัย: ธนาคารและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สามจะต้องรักษามาตรการควบคุมที่เข้มงวด ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และติดตามตรวจสอบการใช้งานในทางที่ผิดหรือการเข้าถึงที่ผิดปกติอยู่เสมอ

  • ความไว้วางใจและความเข้าใจของลูกค้า: ลูกค้าอาจยังลังเลที่จะแชร์ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งมักเป็นเช่นนี้เพราะลูกค้าไม่รู้ว่า Open Banking ทำงานอย่างไร หรือ "สิทธิ์เข้าถึงที่ได้รับอนุญาต" หมายความว่าอย่างไร ธุรกิจต่างๆ ต้องช่วยเน้นย้ำให้เกิดความมั่นใจ โดยอธิบายว่าทำไมจึงต้องขอข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลนั้นๆ จะได้รับการปกป้องอย่างไร

  • ข้อแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของระเบียบข้อบังคับ: ในการเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต ก็จะต้องได้รับอนุมัติจาก FCA, มีการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการควบคุมที่มีการจัดทำเป็นเอกสารครบถ้วน แม้แต่บริษัทที่ร่วมงานกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตก็จะต้องปฏิบัติตามกฎต่างๆ ใน Payment Services Directive ฉบับปรับปรุง (PSD2), ข้อกำหนดว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ตลอดจนความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของหน่วยงานกำกับดูแล

  • ภาระด้านเทคนิค: ในการผสานการทำงานกับ Open Banking คุณจะต้องจัดการกับขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ การดูแลเรื่องการติดตั้งใช้งานธนาคารที่แตกต่างกันไป และการประมวลผลข้อมูลธุรกรรมที่มีความหลากหลายสูง ธุรกิจต่างๆ อาจต้องมีชั้นปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเข้ามา หรือเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการหลายๆ รายเพื่อรักษาความครอบคลุมและประสิทธิภาพไว้

  • การแบ่งส่วนของระบบ: คุณภาพ API ของธนาคารอาจยังคงแตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ของผู้ใช้ (UX) ธุรกิจจึงมักต้องมีมาตรการป้องกัน เช่น การลองซ้ำ วิธีสำรอง และ UX ที่ออกแบบมาอย่างดีเพื่อรับมือกับความไม่สอดคล้องกันเหล่านี้

บริษัทควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อเลือกผู้ให้บริการ Open Banking

การตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ Open Banking เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกับทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่ UX ไปจนถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการขยายธุรกิจในระยะยาว ให้มองหาผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • ความครอบคลุมของธนาคาร: ผู้ให้บริการควรรองรับธนาคารและ Building Society (สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย) รายใหญ่ๆ ในสหราชอาณาจักรที่ลูกค้าของคุณใช้ และมีการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้สำหรับทั้งข้อมูลและการชำระเงิน

  • ฟังก์ชันที่รองรับ: ยืนยันว่าผู้ให้บริการรองรับการแชร์ข้อมูลบัญชีหรือการเริ่มชำระเงิน หรือรองรับทั้ง 2 อย่าง และผู้ให้บริการรายนั้นๆ มีฟังก์ชันเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น การจัดหมวดหมู่ธุรกรรมและข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น

  • ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ: การพร้อมให้บริการอยู่เสมอและการตอบที่รวดเร็วล้วนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งช่วยให้มีกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่ง่ายขึ้นและขั้นตอนการชำระเงินที่เสถียร ให้มองหาการรายงานสถานะที่โปร่งใสและประวัติการรักษาการผสานการทำงานธนาคารที่รัดกุม

  • การรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด: ให้หาผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติจาก FCA สำหรับบริการต่างๆ โดยผู้ให้บริการจะต้องแสดงให้เห็นว่ามีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดในการคุ้มครองข้อมูล การจัดการโทเค็น และการจัดการความยินยอม

  • ประสบการณ์ของนักพัฒนา: เอกสารประกอบที่ชัดเจน สภาพแวดล้อมแซนด์บ็อกซ์ และการสนับสนุนที่รวดเร็วจะช่วยลดเวลาในการพัฒนาและลดความเสี่ยงในการผสานการทำงาน

  • ความสามารถในการขยายและแผนกลยุทธ์: ดูว่าผู้ให้บริการมีแผนที่จะสนับสนุนกรณีการใช้งาน Open Finance ในวงกว้างขึ้นหรือฟังก์ชันใหม่ๆ เช่น Variable Recurring Payment (VRP) หรือไม่

Stripe Financial Connections ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Financial Connections คือชุด API ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารของลูกค้าได้อย่างปลอดภัยและดึงข้อมูลทางการเงินของลูกค้า ทำให้คุณสามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ล้ำสมัยได้

Financial Connections สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ทำให้กระบวนการเริ่มต้นใช้งานเป็นเรื่องง่าย: นำเสนอขั้นตอนการยืนยันตัวตนบัญชีธนาคารที่ราบรื่นและทันทีที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนและบัญชีด้วยตัวเอง

  • เข้าถึงข้อมูลทางการเงินที่ครบถ้วน: ดึงข้อมูลบัญชีธนาคารของลูกค้าที่ครอบคลุม รวมถึงยอดคงเหลือ ธุรกรรม และรายละเอียดบัญชี

  • สร้างขั้นตอนการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ: ช่วยให้ลูกค้าเชื่อมโยงบัญชีธนาคารสำหรับการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการชำระเงินสำเร็จ

  • ยกระดับการจัดการความเสี่ยง: วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของลูกค้าเพื่อทำการตัดสินใจเกี่ยวกับสินเชื่อ การให้กู้ยืม และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ อย่างมีข้อมูลมากขึ้น

  • ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ: Financial Connections ช่วยให้คุณปฏิบัติตามข้อกำหนด KYC และการต่อต้านการฟอกเงิน (AML)

  • สร้างนวัตกรรมด้วยความมั่นใจ: สร้างผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ บนโครงสร้างพื้นฐาน Financial Connections ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Financial Connections หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ

Financial Connections

Stripe Financial Connections ให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลด้านการเงินกับคุณได้อย่างปลอดภัย

Stripe Docs เกี่ยวกับ Financial Connections

ดูวิธีเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับอนุญาตจากบัญชีการเงินของผู้ใช้