GST สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวในนิวซีแลนด์: ข้อกำหนด เกณฑ์ และขั้นตอน

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. GST สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวในนิวซีแลนด์ทำงานอย่างไร
  3. กิจการเจ้าของคนเดียวจะต้องจดทะเบียน GST เมื่อไหร่
  4. กิจการเจ้าของคนเดียวจะเรียกเก็บ เก็บ และลงบัญชีสำหรับ GST อย่างไร
  5. เครดิตภาษีซื้อทำงานอย่างไรสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว
  6. กิจการเจ้าของคนเดียวสามารถเอาค่าใช้จ่ายใดมาหักภาษีได้บ้าง
    1. ค่าใช้จ่ายสำหรับโฮมออฟฟิศ
    2. ยานพาหนะและการเดินทาง
    3. อุปกรณ์และเครื่องมือ
    4. สต๊อกและวัสดุ
    5. บริการและการสมัครใช้บริการ
  7. มีวิธีการทำบัญชี GST และตัวเลือกการยื่นภาษีอะไรบ้างสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว
    1. วิธีการทำบัญชี
    2. กำหนดเวลาการยื่น
    3. การปรับการตั้งค่าของคุณ
  8. ปัญหาที่กิจการเจ้าของคนเดียวพบบ่อยเกี่ยวกับภาระหน้าที่ด้าน GST มีอะไรบ้าง
  9. กิจการเจ้าของคนเดียวจะปฏิบัติตามข้อกำหนด GST อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร
  10. Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

การทำความเข้าใจว่าภาษีสินค้าและบริการ (GST)ทำงานอย่างไรสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานโดยคนเพียงคนเดียว จะช่วยให้การดำเนินงานง่ายขึ้นสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประมาณ 400,000 รายในนิวซีแลนด์ เมื่อรายได้ของคุณเริ่มเพิ่มมากขึ้น คุณก็อาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจดทะเบียน GST, GST สำหรับยอดขาย และค่าใช้จ่ายที่เอามาหักภาษีได้

ด้านล่างนี้ คุณจะได้ดูวิธีจัดการ GST ในฐานะกิจการเจ้าของคนเดียวในนิวซีแลนด์ เช่น เกณฑ์การจดทะเบียน ค่าใช้จ่ายที่เอามาหักภาษีได้ วิธีการทำบัญชี และระบบที่ช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปได้

เนื้อหาหลักในบทความ

  • GST สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวในนิวซีแลนด์ทำงานอย่างไร
  • กิจการเจ้าของคนเดียวจะต้องจดทะเบียน GST เมื่อไหร่
  • กิจการเจ้าของคนเดียวจะเรียกเก็บ เก็บ และลงบัญชีสำหรับ GST อย่างไร
  • เครดิตภาษีซื้อทำงานอย่างไรสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว
  • กิจการเจ้าของคนเดียวสามารถเอาค่าใช้จ่ายใดมาหักภาษีได้บ้าง
  • มีวิธีการทำบัญชี GST และตัวเลือกการยื่นภาษีอะไรบ้างสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว
  • ปัญหาที่กิจการเจ้าของคนเดียวพบบ่อยเกี่ยวกับภาระหน้าที่ด้าน GST มีอะไรบ้าง
  • กิจการเจ้าของคนเดียวจะปฏิบัติตามข้อกำหนด GST อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร
  • Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

GST สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวในนิวซีแลนด์ทำงานอย่างไร

GST คือ ภาษี 15% ที่เพิ่มอยู่ในสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่ขายในนิวซีแลนด์ รวมถึงสินค้าและบริการของกิจการเจ้าของคนเดียว ในฐานะกิจการเจ้าของคนเดียว คุณจะเรียกเก็บ GST จากยอดขายของคุณ ขอคืน GST ที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ และชำระหรือรับคืนส่วนต่างจากกรมสรรพากร (Inland Revenue Department หรือ IRD)

กิจการเจ้าของคนเดียว คือบุคคลทั่วไปที่ทำธุรกิจเองคนเดียว ไม่มีนิติบุคคลแยกต่างหาก กล่าวคือ คุณจะมีหมายเลข IRD เป็นหมายเลขประจำธุรกิจ เมื่อจดทะเบียน GST ก็จะถือว่าคุณเป็นเหมือน "บุคคลในทางธุรกิจ" แบบอื่นๆ

หากคุณทำกิจกรรมที่ต้องเสียภาษีในนิวซีแลนด์โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดรายได้ ก็จะมีการเรียกเก็บ GST เมื่อคุณมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การจดทะเบียน และเนื่องจากคุณกับธุรกิจไม่ได้แยกออกจากกันตามกฎหมาย คุณจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการเก็บบันทึกและยื่นแบบแสดงรายการภาษี

กิจการเจ้าของคนเดียวจะต้องจดทะเบียน GST เมื่อไหร่

ในฐานะกิจการเจ้าของคนเดียว คุณจะต้องจดทะเบียน GST เมื่อมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีอย่างน้อย 60,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ในรอบ 12 เดือนต่อเนื่อง หรือในกรณีที่คุณคาดว่าจะมีรายได้ถึงจำนวนดังกล่าวในอีก 12 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ คุณยังเลือกจดทะเบียนก่อนรายได้ที่ต้องเสียภาษีจะเกินเกณฑ์ดังกล่าวได้ด้วย หากการทำเช่นนั้นเหมาะกับโมเดลธุรกิจของคุณ และกิจการเจ้าของคนเดียวหลายรายก็ทำเช่นนี้เพื่อรับ GST จากค่าใช้จ่ายในการเริ่มทำธุรกิจ หรือเพราะลูกค้าของตนจดทะเบียน GST และจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบจากค่าบริการแบบรวม GST

คุณก็มีเหตุผลให้ชะลอการจดทะเบียนออกไปเมื่อทำได้เช่นกัน เช่น คุณอาจให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปที่ไม่สามารถขอคืน GST ได้ การคิดค่าบริการโดยไม่มี GST จะช่วยให้คุณยังคงแข่งขันในตลาดได้ในขณะที่ผลประกอบการยังไม่ดีมากนัก

กิจการเจ้าของคนเดียวจะเรียกเก็บ เก็บ และลงบัญชีสำหรับ GST อย่างไร

คุณต้องใส่ GST เข้าไปในราคาของสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในนิวซีแลนด์ โดยใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จจะต้องมีรายละเอียดสำคัญๆ เช่น หมายเลข GST, ยอด GST, ยอดรวม และคำอธิบายที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเอาไปใช้กับบันทึกของตนเองได้ บันทึกที่เรียบร้อยและเป็นระเบียบจะช่วยให้คุณยื่นและแก้ต่างให้กับแบบแสดงรายการได้ง่ายขึ้นในกรณีที่ IRD ตรวจสอบแบบดังกล่าว

ส่วนที่เป็น GST ในทุกการชำระเงินที่คุณได้รับ (ซึ่งเรียกว่าภาษีขาย) คือเงินที่คุณเก็บไว้ชั่วคราวเพื่อนำส่งให้กับรัฐบาล กิจการเจ้าของคนเดียวหลายๆ รายจะนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารแยกต่างหากเมื่อมีการชำระเงินเข้ามา เพื่อไม่ให้สับสนกับเงินสดที่นำไปใช้ได้ ส่วนภาษีซื้อคือ GST ที่คุณจ่ายไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ในแต่ละรอบการยื่นภาษี คุณจะต้องรวมยอดภาษีขาย หักด้วยภาษีซื้อ แล้วจึงชำระ (หรือรับคืน) เงินส่วนต่างนั้น ซึ่งขั้นตอนนี้มักจะง่ายขึ้นมากหากคุณลงบันทึกธุรกรรมต่างๆ อยู่ตลอด แทนที่จะมาคอยจัดการย้อนหลังทั้งรอบในรวดเดียว

เครดิตภาษีซื้อทำงานอย่างไรสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว

เครดิตภาษีซื้อเป็นข้อได้เปรียบหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการจดทะเบียน GST โดยมีวิธีการทำงานดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจเท่านั้น: คุณสามารถขอคืน GST จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ต้องเสียภาษีได้โดยตรง หากสิ่งนั้นๆ มีไว้เพื่อการใช้งานทางธุรกิจเท่านั้น (เช่น อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ผลิตภัณฑ์) โดยทั่วไปแล้ว คุณจะขอคืน GST ได้เต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้

  • ค่าใช้จ่ายที่ใช้ทั้งในเรื่องส่วนตัวและทางธุรกิจ: ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ใช้ทั้งในเรื่องส่วนตัวและทางธุรกิจ คุณจะเอามาหักภาษีได้เฉพาะในส่วนธุรกิจเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเปอร์เซ็นต์ในบันทึกการใช้งานยานพาหนะ การคำนวณตารางเมตรสำหรับโฮมออฟฟิศ หรือตัวเลขประมาณการที่เหมาะสมว่าคุณใช้สิ่งของนั้นๆ อย่างไรตามจริง

  • วิธีแบบดูจากวัตถุประสงค์หลักสำหรับสินทรัพย์มูลค่าต่ำ: ในกรณีที่การซื้อมีมูลค่าไม่เกิน 10,000 NZD คุณมักจะขอคืน GST ได้เต็มจำนวนหากสินค้านั้นๆ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการใช้งานทางธุรกิจ ส่วนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ก็จะต้องมีการจำแนกสัดส่วนออกมา

  • สินค้ามือสอง: หากคุณซื้อสินค้ามือสองมาจากคนที่ไม่ได้จดทะเบียน GST คุณอาจยังขอรับเครดิตได้ตามสัดส่วน GST ของราคา ซึ่งจะมีประโยชน์เมื่อคุณซื้ออุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์มือสองมาใช้สำหรับธุรกิจของคุณ

หากต้องการขอรับเครดิตภาษีซื้อ คุณต้องมีข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีอย่างถูกต้อง หากไม่มีใบแจ้งหนี้ ก็จะขอรับเครดิตไม่ได้ โปรดเก็บสำเนาฉบับดิจิทัลของทุกใบเสร็จเอาไว้

กิจการเจ้าของคนเดียวสามารถเอาค่าใช้จ่ายใดมาหักภาษีได้บ้าง

ค่าใช้จ่ายที่เอามาหักภาษีได้จะส่งผลต่อทั้งสถานะ GST และรายได้ที่ต้องเสียภาษีของคุณ แต่คุณต้องเชื่อมโยงค่าใช้จ่ายแต่ละรายการกับงานที่ทำและเอกสารระบุวิธีใช้งานของคุณ ค่าใช้จ่ายบางส่วนที่มักเอามาหักภาษีมีดังนี้

ค่าใช้จ่ายสำหรับโฮมออฟฟิศ

หากคุณทำงานที่บ้าน คุณสามารถเอาค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เช่น ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเช่า และค่าประกันมาใช้หักภาษีได้ คุณจะคำนวณจำนวนพื้นที่เพื่อหาว่าคุณใช้พื้นที่บ้านไปกับการทำงานมากน้อยแค่ไหน เมื่อจดทะเบียน GST คุณก็จะขอคืน GST ในเปอร์เซ็นต์เดียวกันนี้กับบิลต่างๆ ได้

ยานพาหนะและการเดินทาง

เมื่อคุณใช้ยานพาหนะเพื่อเดินทางไปทำธุรกิจ คุณสามารถเอาค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าบำรุงรักษา และค่าเสื่อมสภาพมาหักภาษีได้ตามเปอร์เซ็นต์การใช้งานทางธุรกิจ การลงบันทึก 90 วันก็เป็นวิธีมาตรฐานในการหาเปอร์เซ็นต์ดังกล่าว และคุณจะขอคืน GST ได้จากส่วนการใช้งานทางธุรกิจเท่านั้น ค่าเดินทางสำหรับงานของลูกค้า (เช่น เที่ยวบิน ที่พัก ที่จอดรถ) ก็สามารถเอามาหักภาษีได้เช่นกันหากรายการนั้นๆ ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางธุรกิจของคุณโดยตรง

อุปกรณ์และเครื่องมือ

แล็ปท็อป เครื่องมือ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณซื้อมาใช้กับธุรกิจสามารถเอามาลดหย่อนภาษีได้ โดยสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำมักจะเอามาหักภาษีได้ทันที ส่วนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นก็อาจต้องมีการหักค่าเสื่อม หากซัพพลายเออร์เรียกเก็บ GST และสินค้านั้นๆ เอาไว้ใช้ทางธุรกิจ คุณก็สามารถขอคืน GST ดังกล่าวได้

สต๊อกและวัสดุ

หากคุณขายสินค้า ค่าสต๊อกหรือวัตถุดิบก็สามารถเอามาลดหย่อนได้ และสามารถขอคืน GST ที่รวมอยู่ในการซื้อเหล่านี้ได้เต็มจำนวน นอกจากนี้ คุณยังอาจขอคืน GST กับสินค้านำเข้าบางอย่างได้ด้วย

บริการและการสมัครใช้บริการ

โดยทั่วไปแล้ว ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ค่าทำการตลาด ค่าทำบัญชี และค่าสมาชิกสามารถเอามาลดหย่อนได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าซัพพลายเออร์ได้จดทะเบียน GST ก่อนที่คุณจะขอคืน GST ในส่วนนั้นๆ

มีวิธีการทำบัญชี GST และตัวเลือกการยื่นภาษีอะไรบ้างสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว

วิธีการทำบัญชี GST ของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าธุรกรรมจะปรากฏในแบบแสดงรายการภาษีของคุณเมื่อใด ส่วนความถี่ในการยื่นภาษีจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะต้องติดต่อ IRD บ่อยแค่ไหน ซึ่งคุณจะต้องเลือกทั้ง 2 อย่างนี้เมื่อจดทะเบียน GST

วิธีการทำบัญชี

วิธีการติดตามเงินส่งผลอย่างมากต่อวิธีการรายงาน GST โดยวิธีการทำบัญชีหลักๆ ที่ธุรกิจใช้กันมีดังนี้

  • หลักเกณฑ์เงินสด: คุณจะลงบัญชี GST เมื่อเงินเปลี่ยนมือจริงๆ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสเงินสดและหลีกเลี่ยงการชำระ GST ให้กับ IRD ก่อนที่คุณจะเก็บภาษีนี้มา กิจการเจ้าของคนเดียวหลายแห่งก็เลือกใช้วิธีนี้

  • หลักเกณฑ์คงค้าง: คุณจะรับรู้ GST เมื่อมีการออกใบแจ้งหนี้หรือรับใบแจ้งหนี้ ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากๆ ต้องใช้วิธีนี้ ส่วนธุรกิจแบบอื่นจะใช้หรือไม่ก็ได้ วิธีนี้จะได้ผลดีหากคุณใช้การทำบัญชีแบบเกณฑ์คงค้างอยู่แล้ว แต่อาจเป็นภาระทางการเงินได้หากลูกค้าชำระเงินช้า

  • หลักแบบผสมผสาน: ยอดขายจะใช้เกณฑ์คงค้าง ส่วนค่าใช้จ่ายจะใช้เกณฑ์เงินสด คุณสามารถใช้วิธีนี้ได้ แต่ก็พบได้ไม่บ่อย เพราะอาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกันและเกิดปัญหาซับซ้อนตามมาได้โดยที่ผู้ประกอบการรายย่อยก็ไม่ได้ประโยชน์มากนัก

กำหนดเวลาการยื่น

IRD จะเปิดให้คุณเลือกความถี่ในการยื่นภาษีที่แตกต่างกันไปตามรายได้และความเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ โดยมีตัวเลือกให้ดังนี้

  • การยื่นภาษีแบบรอบ 6 เดือน: วิธีนี้จะสามารถใช้ได้หากคุณมีผลประกอบการไม่ถึง 500,000 NZD และเป็นวิธีที่สะดวกหากคุณมีกิจกรรมไม่มาก แต่การจัดเตรียมแบบแสดงรายการก็อาจยุ่งยากขึ้นและใช้เวลานานขึ้นกว่าจะได้รับเงินคืน

  • การยื่นภาษีแบบรอบ 2 เดือน: วิธีนี้ทำให้มีการดำเนินการบ่อยมากพอที่จะช่วยให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้องอยู่เสมอ และไม่ได้กินเวลาของผู้บริหารจัดการมากจนเกินไป ทั้งยังเป็นวิธีที่กิจการเจ้าของคนเดียวใช้กันมากที่สุดด้วย

  • การยื่นภาษีแบบรายเดือน: ธุรกิจที่ได้รับเงินคืนเป็นประจำหรือมีปริมาณธุรกรรมจำนวนมากอาจเลือกใช้การยื่นภาษีแบบรายเดือนได้ แม้จะทำให้มีทัชพอยต์มากขึ้น แต่ก็ทำให้รอบการคืนเงินเร็วขึ้นได้เช่นกัน

การปรับการตั้งค่าของคุณ

คุณสามารถจดทะเบียนทางออนไลน์ผ่าน myIR ได้โดยเร็ว และคุณต้องเลือกวิธีการทำบัญชีและความถี่ในการยื่นภาษี เพื่อให้คุณเริ่มเรียกเก็บและรายงาน GST ได้ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น คุณก็สามารถยื่นขอเปลี่ยนแปลงได้ หากรายได้ ปริมาณธุรกรรม หรือขีดความสามารถในการบริหารจัดการเปลี่ยนไป การตั้งค่า GST ก็สามารถเปลี่ยนไปพร้อมกับคุณได้

ปัญหาที่กิจการเจ้าของคนเดียวพบบ่อยเกี่ยวกับภาระหน้าที่ด้าน GST มีอะไรบ้าง

ปัญหา GST จำนวนมากมาจากเรื่องกำหนดเวลา การเก็บบันทึก หรือปัญหาในการจัดการทุกเรื่องเอง คุณอาจมีรายได้เกินเกณฑ์ 60,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ในรอบ 12 เดือนได้ง่ายๆ โดยไม่ทันสังเกต และหากจดทะเบียนล่าช้า IRD ก็อาจนับวันที่เริ่มต้นของคุณย้อนหลังได้ และคุณจะต้องชำระ GST จากยอดขายที่ผ่านมาซึ่งคุณไม่ได้เรียกเก็บภาษีดังกล่าวไว้

กิจการเจ้าของคนเดียวบางรายก็จดทะเบียนก่อนที่จำเป็นต้องทำ ซึ่งส่งผลให้มีเรื่องบริหารจัดการเพิ่มเข้ามา แถมยังได้ผลตอบรับที่ไม่ดีจากลูกค้าเกี่ยวกับค่าบริการแบบรวม GST ด้วย ให้จดทะเบียนเมื่อยังมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เฉพาะในกรณีที่เหมาะกับธุรกิจของคุณเท่านั้น และอย่าเลิกยื่น GST โดยไม่ต้องยกเลิกการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ อย่าลืมจ่าย GST สำหรับสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่ด้วยเมื่อยกเลิกการจดทะเบียน เพราะเรื่องนี้อาจสร้างปัญหาตามมาได้ในเวลาไม่นาน

กิจการเจ้าของคนเดียวมักมีหลักทำบัญชีที่ไม่ตรงกัน (เช่น หลักเกณฑ์คงค้าง) หรือรอบการยื่นภาษีไม่ตรงกัน (เช่น รายเดือน) ด้วย ซึ่งทำให้เกิดกระแสเงินสดติดขัดและภาระด้านการบริหารจัดการโดยไม่จำเป็น เรื่องเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่หลายๆ คนก็ลืมไปว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ใบแจ้งหนี้ที่ขาดหายไป ใบเสร็จที่หายไป และธุรกรรมที่มีเรื่องส่วนตัวกับธุรกิจปะปนกันก็เป็นสาเหตุอื่นๆ ที่ส่งผลให้มีการหักภาษีไม่ถูกต้องหรือพลาดโอกาสรับเครดิตไป IRD ต้องการให้คุณเก็บเอกสารไว้ให้เรียบร้อยอย่างน้อย 7 ปี การทำเรื่องนี้ให้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ให้ระวังอย่าให้เกิดข้อผิดพลาดในแบบแสดงรายการภาษี GST หลายๆ คนมักระบุ GST ไม่ถูกต้อง ขอคืน GST ทั้งๆ ที่ไม่มี หรือลืมปรับยอดสำหรับรายการที่ใช้ทั้งในเรื่องส่วนตัวและทางธุรกิจ คุณอาจแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ได้ในแบบแสดงรายการถัดไป แต่หากเป็นข้อผิดพลาดขนานใหญ่ ก็จะต้องมีการปรับยอดอย่างเป็นทางการ

กิจการเจ้าของคนเดียวจะปฏิบัติตามข้อกำหนด GST อย่างต่อเนื่องได้อย่างไร

ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี GST จะต้องมีการวางระบบที่ช่วยให้บันทึกเป็นระเบียบ กระแสเงินสดมีเสถียรภาพ และคาดการณ์กระบวนการยื่นภาษีได้ ให้ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการติดตามรายได้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ซอฟต์แวร์ทำบัญชีหรือสเปรดชีตที่มีโครงสร้างเป็นอย่างดีจะช่วยลดข้อผิดพลาดและช่วยให้คุณเห็นจำนวน GST ได้ตลอดเวลา เครื่องมืออย่าง Stripe Tax สามารถคิด GST ให้กับธุรกรรมออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติและแสดงข้อมูลที่เป็นระเบียบเพื่อนำไปใช้ยื่นภาษีได้ ซึ่งช่วยลดงานที่ต้องทำด้วยตนเอง

ให้แยก GST ของคุณออกจากเงินสดที่ใช้ดำเนินธุรกิจ โดยจะช่วยโยกย้ายส่วน GST ของการชำระเงินแต่ละรายการไปไว้ในบัญชีสำหรับเงินส่วนนี้โดยเฉพาะ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องลำบากเมื่อถึงวันครบกำหนด คุณควรกระทบยอดเป็นประจำ (อย่างน้อยทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน) ด้วยเพื่อให้ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และกิจกรรมธนาคารเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ การพูดคุยกับนักบัญชีหรือคนทำบัญชีเป็นระยะๆ จะช่วยป้องกันข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ให้ลุกลามบานปลายได้

Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ GST โดยอัตโนมัติทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ

เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา

Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงานกับ Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe

  • จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

  • เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี

  • ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย