DAC7: เรื่องที่ธุรกิจแพลตฟอร์มในเยอรมนีต้องรู้

Connect
Connect

แพลตฟอร์มและมาร์เก็ตเพลสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก อาทิ Shopify และ DoorDash ต่างก็ใช้ Stripe Connect ในการผสานรวมการชำระเงินเข้ากับผลิตภัณฑ์

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. DAC7 Directive คืออะไร
    1. ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของ DAC7 Directive
    2. วิธีใช้ DAC7 Directive ในเยอรมนี
    3. ผลในทางปฏิบัติที่ DAC7 Directive มีต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ขาย
  3. การจัดประเภทภาษีของรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม
    1. ผู้ขายทั่วไป
    2. ผู้ขายเชิงพาณิชย์
  4. ข้อกำหนดในการรายงานของธุรกรรมข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์ม
  5. ข้อกำหนดในการออกใบแจ้งหนี้และการจัดทำเอกสารสำหรับแพลตฟอร์ม
    1. ต้องจัดทำเอกสารกับข้อมูลอะไรบ้าง
  6. ระบบอัตโนมัติในการทำบัญชี: การนำ DAC7 Directive ไปใช้งานจริง

ตั้งแต่ปี 2023 บริษัทแพลตฟอร์มในสหภาพยุโรปจำเป็นต้องรายงานธุรกรรมของผู้ขายบนแพลตฟอร์มของตนต่อหน่วยงานด้านภาษีตาม DAC7 Directive ซึ่งธุรกิจในเยอรมนีก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ด้วยเช่นกัน ธุรกิจจึงควรเข้าใจถึงผลในทางปฏิบัติจากกฎหมายฉบับปัจจุบันเป็นอย่างดี

บทความนี้จะพาไปดูว่า DAC7 Directive คืออะไร สิ่งที่คุณต้องพิจารณาเวลาจัดประเภทรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์มเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี และภาระหน้าที่ในการรายงานสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดน นอกจากนี้ เรายังพูดถึงข้อกำหนดในการออกใบแจ้งหนี้และการจัดทำเอกสารที่แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องทำตามด้วย รวมถึงวิธีการนำกฎ DAC7 มาใช้จริง

เนื้อหาหลักในบทความ

  • DAC7 Directive คืออะไร
  • การจัดประเภทภาษีของรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม
  • ข้อกำหนดในการรายงานของธุรกรรมข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์ม
  • ข้อกำหนดในการออกใบแจ้งหนี้และการจัดทำเอกสารสำหรับแพลตฟอร์ม
  • ระบบอัตโนมัติในการทำบัญชี: การนำ DAC7 Directive ไปใช้งานจริง

DAC7 Directive คืออะไร

DAC7 คือ การปรับปรุงแก้ไขคำสั่งของสหภาพยุโรปว่าด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านภาษีต่างๆ ในสหภาพยุโรป (Directive on Administrative Cooperation) ครั้งที่ 7 โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Directive (EU) 2021/514 ข้อกำหนดนี้ระบุว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องเก็บข้อมูลภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายของตนและรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานในประเทศ

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของ DAC7 Directive

DAC7 Directive นั้นเริ่มต้นมาจากแนวคิดริเริ่มเกี่ยวกับ Tax Package ของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2020 มาตรการชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้การเก็บภาษีในสหภาพยุโรปมีความเป็นธรรมมากขึ้น เรียบง่ายขึ้น และโปร่งใสยิ่งขึ้น และเพื่อการนี้ สหภาพยุโรปจึงได้ปรับเปลี่ยน Directive 2011/16/EU ที่มีอยู่เดิมเกี่ยวกับการร่วมมือด้านการบริหารในการเก็บภาษี โดยเพิ่มกฎแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าไป

การแก้ไขปรับปรุงครั้งนี้มุ่งเน้นที่ข้อกำหนดด้านความโปร่งใสรูปแบบใหม่สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อช่วยปิดช่องโหว่ทางภาษี ที่ผ่านมา รายได้ที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ได้รับการบันทึกอย่างครบถ้วนเสมอไป จึงมีโอกาสที่จะเกิดการละเมิดระเบียบข้อบังคับด้านภาษีขึ้นได้ ซึ่ง DAC7 Directive จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ Directive นี้กำหนดภาระหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลและรายงานอย่างครอบคลุมรอบด้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดปัญหาด้านข้อมูลที่มีอยู่ และช่วยให้หน่วยงานทางการเงินสามารถติดตามตรวจสอบรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น

ด้วยเหตุนี้ DAC7 Directive จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสทางภาษีในการค้าทางดิจิทัล ช่วยให้การฉ้อโกงและการหลีกเลี่ยงภาษีทำได้ยากขึ้น และวางเงื่อนไขในการแข่งขันให้เป็นแบบเดียวกันภายในสหภาพยุโรป

วิธีใช้ DAC7 Directive ในเยอรมนี

DAC7 Directive กำหนดให้รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปต้องนำบทบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้ไปใช้กับกฎหมายในประเทศภายในสิ้นปี 2022 ในเยอรมนี บทบัญญัติเหล่านี้มีการบังคับใช้ในรูปแบบ Platform Tax Transparency Act (PStTG) โดยมีลำดับเวลาเป็นดังนี้

  • พฤศจิกายน 2022: Bundestag (รัฐสภาแห่งสหพันธ์ของเยอรมนี) ได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้
  • 20 ธันวาคม 2022: Bundesrat (สภาสหพันธ์) อนุมัติกฎหมายฉบับนี้
  • 1 มกราคม 2023: PStTG มีผลบังคับใช้
  • กุมภาพันธ์ 2023: กระทรวงการคลัง (Federal Ministry of Finance) ได้เผยแพร่หนังสือประกอบที่ให้คำแนะนำในการปรับใช้อย่างเหมาะสม
  • 31 มกราคม 2024: ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีของปีปฏิทิน 2023

ผลในทางปฏิบัติที่ DAC7 Directive มีต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ขาย

หลักของ PStTG คือ การกำหนดให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในเยอรมนีต้องรายงานข้อมูลต่อ Federal Central Tax Office (BZSt) เป็นประจำทุกปีเกี่ยวกับรายได้ซึ่งผู้ขายที่ต้องรายงานได้รับผ่านแพลตฟอร์ม โดยผู้ขายที่ต้องรายงาน คือ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในระหว่างรอบการรายงาน หรือได้รับค่าตอบแทนสำหรับกิจกรรมที่ทำไปแล้ว

ภาระหน้าที่ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม PStTG มักจะหมายถึงหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ มากมายในการจัดระเบียบและการจัดทำเอกสาร ผู้ให้บริการจะต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผู้ขายที่ใช้งานแพลตฟอร์มของตนอยู่ และรายงานข้อมูลนี้ต่อ BZSt ภายในกำหนดเวลาเหมาะสม โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลภาษี รวมถึงรายละเอียดรายได้ที่ผู้ขายแต่ละรายได้รับ ไม่ว่าผู้ขายดังกล่าวจะอยู่ในหรือนอกสหภาพยุโรปก็ตาม

ถึงอย่างนั้น ข้อกำหนด DAC7 มักจะไม่มีผลบังคับใช้ หากมีการขายเฉพาะสินค้าหรือบริการของแพลตฟอร์มดังกล่าวเท่านั้น โดยไม่มีผู้ขายที่เป็นบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในกรณีนี้ เว็บไซต์จะไม่ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มตามความหมายของ DAC7 Directive

ในส่วนของผู้ขายเอง DAC7 และ PStTG จะหมายถึงความโปร่งใสที่มากขึ้นเมื่อต้องติดต่อกับหน่วยงานด้านภาษี การติดตามรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์มจะทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยผู้ขายในการจัดเตรียมแบบแสดงรายการภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีข้อสอบถามหรือการตรวจสอบ ในขณะเดียวกัน DAC7 ก็วางเงื่อนไขการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วย เนื่องจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มทุกรายต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรายงานแบบเดียวกัน

การจัดประเภทภาษีของรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม

รายงานที่ยื่นตาม DAC7 และ PStTG จะมีนัยทางภาษีโดยตรงต่อผู้ขายที่มีการรายงาน โดยรายได้จากธุรกรรมบนแพลตฟอร์มจะต้องได้รับการจัดประเภทอย่างถูกต้องเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีตามประเภทของกิจกรรม เพื่อระบุว่าต้องเสียภาษีใดบ้าง เป็นต้น

ผู้ขายทั่วไป

ในส่วนของผู้ขายทั่วไปที่ขายสินค้าหรือเสนอบริการเป็นครั้งคราวเท่านั้น ผลกำไรมักจะถือเป็นธุรกรรมการขายส่วนตัวหรือรายได้จากบริการอื่นๆ ซึ่งในกรณีนี้จะยังไม่ถือว่ามีกิจกรรมเชิงพาณิชย์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ขั้นตอนการรายงานตาม DAC7 จะช่วยให้บุคคลทั่วไปขายสินค้าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น มาตรา 4.5 ของ PStTG ระบุว่า คุณไม่จำเป็นต้องรายงานกิจกรรมเหล่านี้หากมีการขายไม่ถึง 30 ครั้งใน 1 ปีปฏิทิน และรายได้จากยอดขายเหล่านั้นมีมูลค่าไม่ถึง 2,000 ยูโร แต่กฎนี้ใช้ได้กับการขายสินค้าเท่านั้น ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเช่าหรือบริการส่วนบุคคลต่างๆ อย่างการขนส่ง จะไม่มีเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะมีข้อกำหนดในการรายงาน ไม่ว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม

แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มก็จะต้องแจ้งให้ผู้ขายทราบว่ามีการส่งข้อมูลใดบ้างให้กับ BZSt โดยผู้เสียภาษีควรใช้ข้อมูลนี้ประกอบในแบบแสดงรายการภาษีของตน

ไม่ว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะรายงานกิจกรรมดังกล่าวหรือไม่ กิจกรรมส่วนตัวบางอย่างก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาระด้านภาษีโดยอัตโนมัติ ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ผลกำไรจากกิจกรรมนี้เป็นประเภทใดตามกฎทั่วไปเกี่ยวกับภาษีเงินได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขายส่วนตัวอาจได้รับการยกเว้นภาษีในบางกรณี เช่น การขายสินทรัพย์ส่วนตัว ผลกำไรที่เกิดจากบริการอื่นๆ เป็นครั้งคราวก็อาจได้รับการยกเว้นเช่นกัน โดยมีเงื่อนไขว่าผลกำไรดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เท่านั้น โดยไม่มีการดำเนินกิจกรรมแบบต่อเนื่อง และยังไม่เกินขีดจำกัดในการยกเว้นภาษีที่มีผลบังคับใช้

ผู้ขายเชิงพาณิชย์

รายรับของผู้ขายเชิงพาณิชย์ที่เสนอสินค้าหรือบริการผ่านแพลตฟอร์มเป็นประจำจะถือเป็นรายได้ทางธุรกิจ ซึ่งรายได้นี้จะต้องเสียภาษีเงินได้ และอาจต้องเสียภาษีการค้าด้วย ผู้ขายเหล่านี้ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีกด้วย เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยตามมาตรา 19 ของ UStG (กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มของเยอรมนี) แต่ระเบียบข้อบังคับนี้กำหนดว่า ธุรกิจต้องมีรายรับในปีปฏิทินก่อนหน้านั้นไม่เกิน 25,000 ยูโร และคาดว่าจะมีรายรับไม่เกิน 100,000 ยูโรในปีปฏิทินปัจจุบัน

กิจกรรมจะถือว่าเป็นกิจกรรมเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ขายทำกิจกรรมนี้อยู่เรื่อยๆ มุ่งหวังทำกำไร และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วไป ผู้ขายเชิงพาณิชย์จะต้องรายได้ของตนให้ครบถ้วนทั้งหมดในแบบแสดงรายการภาษี และต้องเก็บบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องเอาไว้ หน่วยงานด้านภาษีอาจใช้ข้อมูลที่แจ้งมาตาม DAC7 เพื่อตรวจสอบยืนยันรายได้ที่รายงานมาได้ แต่รายงานเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่ภาระหน้าที่ในการให้ความร่วมมือและการรายงานภาษีของผู้เสียภาษี

ข้อกำหนดในการรายงานของธุรกรรมข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มดิจิทัลมักจะดำเนินงานข้ามพรมแดน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ขาย และลูกค้าปลายทางอาจอยู่คนละประเทศกัน ซึ่งอาจทำให้การนำ DAC7 Directive ไปใช้ทำได้ยากขึ้น DAC7 ออกแบบมาให้ครอบคลุมทั่วโลกโดยเฉพาะเพื่อให้มั่นใจว่า จะสามารถบันทึกรายได้ที่ต้องเสียภาษีได้ไม่ว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหรือผู้ขายจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

PStTG กำหนดว่า แพลตฟอร์มในเยอรมนีต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขายที่อยู่ในเยอรมนีหรือต้องเสียภาษีในเยอรมนี รวมถึงผู้ขายที่อยู่ในรัฐสมาชิกอื่นในสหภาพยุโรปหรือที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเสียภาษีในรัฐดังกล่าว โดยในบางเงื่อนไข ผู้ขายจากประเทศที่สาม (กล่าวคือ ประเทศนอกสหภาพยุโรป) ก็จะต้องรายงานด้วย หากผู้ขายรายนั้นๆ มีรายรับในสหภาพยุโรปผ่านแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มที่อยู่ในรัฐอื่นๆ ของสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของประเทศนั้นๆ ส่วนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจากประเทศนอกสหภาพยุโรปก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการรายงานด้วยเช่นกันหากแพลตฟอร์มของตนสนับสนุนผู้ขายที่ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานในการเก็บและรายงานข้อมูลแบบเดียวกับแพลตฟอร์มในสหภาพยุโรป เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความโปร่งใสทางด้านภาษี

ข้อกำหนดในการออกใบแจ้งหนี้และการจัดทำเอกสารสำหรับแพลตฟอร์ม

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในเยอรมนีต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกรรมทั้งหมดได้รับการจัดทำเอกสารให้ติดตามได้และตรงตามข้อกำหนดด้านภาษี โดยการออกใบแจ้งหนี้เป็นหัวใจสำคัญในเรื่องนี้เพราะใบแจ้งหนี้คือข้อมูลพื้นฐานที่ใช้กับภาษีมูลค่าเพิ่ม การเรียกเก็บเงิน และการรายงาน

ต้องจัดทำเอกสารกับข้อมูลอะไรบ้าง

ก่อนอื่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องตรวจสอบว่า ธุรกรรมแต่ละรายการสามารถระบุกลับไปยังผู้ขายที่เฉพาะเจาะจงได้ นอกจากนี้ยังต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าบริการใดอยู่ และรายรับจากบริการดังกล่าวจะต้องเสียภาษีหรือไม่ การแยกแยะให้ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญทั้งในแง่ของภาษีมูลค่าเพิ่มและรายงาน DAC7 ที่ถูกต้อง

นอกจากการเรียกเก็บเงินค่าบริการที่ผู้ขายดำเนินการไป ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มยังต้องแจกแจงรายการและจัดทำเอกสารสำหรับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เรียกเก็บอย่างโปร่งใสด้วย ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับโมเดลแพลตฟอร์มที่มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบแปรผัน ตามการใช้งาน หรือตามธุรกรรม ในส่วนนี้ ผู้ให้บริการจะต้องจัดทำเอกสารให้ชัดเจน โดยแสดงวิธีการคำนวณ แจกแจง และออกใบแจ้งหนี้สำหรับค่าธรรมเนียมไว้

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในเยอรมนีต้องปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านการจัดทำเอกสารและการเก็บบันทึกข้อมูลในประมวลรัษฎากรของเยอรมนี (Fiscal Code หรือ AO) รวมถึงหลักในการจัดการและจัดเก็บบัญชี บันทึก และเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม (GoBD) โดยบันทึกที่เก็บจะต้องครบถ้วน ถูกต้อง ตรงเวลา และพร้อมรับการตรวจสอบ เพื่อให้นำไปใช้กับแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มและรายงาน DAC7 ได้ ขั้นตอนทำบัญชีที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีพร้อมรับการตรวจสอบไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงทางภาษีเท่านั้น แต่ยังทำให้มีการปฏิเสธอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านภาษีด้วย

ระบบอัตโนมัติในการทำบัญชี: การนำ DAC7 Directive ไปใช้งานจริง

ปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้การจัดการข้อกำหนดเชิงปฏิบัติจาก DAC7, กฎหมายภาษี และการทำบัญชีด้วยตนเองแทบเป็นไปไม่ได้เลย ปัญหาด้านการดำเนินงานที่เกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบ (โดยเฉพาะบริษัทด้านการให้บริการระบบซอฟต์แวร์ (SaaS), บริษัทที่ให้บริการจอง หรือบริษัทที่ใช้ API) นับว่าใหญ่มาก ทุกหน่วยการใช้งาน ใบแจ้งหนี้ทุกรายการ และการชำระเงินทุกครั้งจะต้องได้รับการบันทึก แจกแจงรายการ และจัดทำเอกสารอย่างถูกต้อง

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจึงมีหน้าที่ต้องวางขั้นตอนในการเก็บรวบรวมและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและข้อมูลธุรกรรมจากผู้ขายของตนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังต้องคำนวณค่าธรรมเนียมของตน จัดลงในหมวดหมู่ภาษีที่ถูกต้อง และบันทึกข้อมูลเหล่านี้เป็นเอกสารไว้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะต้องนำมาใช้กับการทำบัญชีแบบต่อเนื่อง แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม และการรายงาน DAC7 ได้

โซลูชันทางเทคนิคที่ทำให้ขั้นตอนการชำระเงิน การเรียกเก็บเงิน และการทำบัญชีเป็นไปโดยอัตโนมัติจะช่วยให้ขั้นตอนเหล่านี้ง่ายขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น Stripe Connect จะช่วยให้แพลตฟอร์มต่างๆ รับชำระเงินในนามของผู้ขาย จัดการการเบิกจ่าย และเก็บข้อมูลธุรกรรมสำหรับบัญชีที่เชื่อมโยงทุกบัญชีได้ ข้อมูลยอดขายและการชำระเงินโดยละเอียดนี้จะเป็นข้อมูลประกอบที่เชื่อถือได้ในการทำตามภาระหน้าที่ในการรายงานและข้อกำหนดในการจัดทำเอกสารทางภาษีของ DAC7 แฟลตฟอร์มที่ใช้ Stripe Connect จึงสามารถปรับขั้นตอนการบริหารจัดการภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Connect

Connect

ใช้งานจริงภายในไม่กี่สัปดาห์แทนที่จะต้องเสียเวลาหลายไตรมาส สร้างธุรกิจการชำระเงินที่สร้างผลกำไร และขยายธุรกิจได้อย่างง่ายดาย

Stripe Docs เกี่ยวกับ Connect

ดูวิธีกำหนดเส้นทางการชำระเงินระหว่างหลายฝ่าย