นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 พฤติกรรมการซื้อก็หลากหลายมากขึ้น โดยในประเทศญี่ปุ่น ร้านค้าออนไลน์ (เช่น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและแอป) ก็ได้รับความนิยมควบคู่มากับหน้าร้าน
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเสื้อผ้าในญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น การขาดแคลนแรงงาน สินค้าล้นตลาด และสินค้าคงคลังไม่เพียงพอ แต่จากปัญหาเหล่านี้ แนวคิดริเริ่มที่ใช้การผสานการทำงานของร้านค้าออนไลน์ (เช่น กลยุทธ์ออนไลน์ผสานกับออฟไลน์ (OMO)) กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
บทความนี้จะพาไปดูความท้าทายต่างๆ ที่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าของญี่ปุ่นต้องเผชิญ และแนะนำแนวคิดริเริ่มบางอย่างที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางแก้ไขได้
เนื้อหาหลักในบทความ
- ความท้าทายในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
- แนวทางแก้ไขที่ใช้ได้สำหรับความท้าทายในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
- Stripe Terminal ช่วยอะไรได้บ้าง
ความท้าทายในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
นอกจากการขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นก่อนการระบาดของโควิด-19 แล้ว อุตสาหกรรมเสื้อผ้ายังมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นหลังผ่านการระบาดไปแล้วอีกด้วย
ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว
ความท้าทายหลักอย่างหนึ่งก็คือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังพ้นการระบาดมา
ตัวอย่างเช่น พนักงานจำนวนมากที่เคยต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศก็เริ่มทำงานที่บ้านแทนในช่วงล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลให้การสวมเสื้อสูทหรือเสื้อผ้าแบรนด์หรูที่ดูเป็นทางการสำหรับการทำงานลดน้อยลงอย่างมาก และจากสถานการณ์เช่นนี้ ความต้องการซื้อเสื้อผ้าจึงลดลงตามไปด้วย ตลาดเสื้อผ้าโดยรวมหดตัวลง ซึ่งส่งผลให้ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป โดยตอนนี้ ลูกค้าจำนวนมากจะซื้อเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
แต่ลูกค้าบางรายก็ปรับเปลี่ยนแนวทางการสวมใส่เสื้อผ้าและหันมาซื้อสินค้าคุณภาพสูงขึ้นแทน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะจะได้ไม่ต้องคอยหาซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่บ่อยๆ บางคนก็คิดว่าการระบาดครั้งนี้ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าตามกระแสที่ต้องคอยหาซื้อเสื้อผ้าที่เข้ากับแฟชั่นทันสมัยลดน้อยลง หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ ผู้คนหันมาซื้อเสื้อผ้าระดับพรีเมียมที่มีคุณภาพสูงกันมากขึ้น แทนที่จะซื้อเสื้อผ้าหรือสินค้าแบบใช้ได้ไม่กี่ครั้งหรือตามกระแสที่ผ่านเข้ามาเพียงเวลาสั้นๆ เพราะสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นก็สามารถใช้งานได้เป็นเวลาหลายปี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัยก็ตาม
ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปแบบสุดขั้วในปัจจุบันนี้เป็นความท้าทายใหม่ที่บริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าต้องหาทางรับมือ
ความแพร่หลายของอีคอมเมิร์ซ
การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น (เช่น ห้างสรรพสินค้าอีคอมเมิร์ซ) โดยถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในปัจจุบันสำหรับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเช่นกัน
ในส่วนของสินค้าบางอย่าง ลูกค้าก็อยากจะซื้อทางออนไลน์มากกว่าที่หน้าร้าน โดยในตอนนี้ บริษัทต่างๆ ที่เคยขายสินค้าผ่านหน้าร้านก็ต้องหันมาให้ความสำคัญกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมากพอๆ กันด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
ตัวอย่างเช่น ในตอนนี้ การใช้กลยุทธ์การขายที่เน้นช่องทางออนไลน์ (เช่น ไลฟ์ขายของและกิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย) ที่เน้นฟีเจอร์เฉพาะตัวของร้านค้าออนไลน์ก็เป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจยังสามารถยกระดับตัวเลือกการชำระเงินออนไลน์ของธุรกิจของตนได้ด้วย
สินค้าคงคลังที่ขายไม่ออก
อุตสาหกรรมเสื้อผ้ามักจะมีการออกคอลเลกชันใหม่ๆ ในแต่ละฤดูกาล และสินค้าก็จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาลนั้น แต่เมื่อมองในเรื่องของความยั่งยืน สถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมนี้ก็ถือว่ามีปัญหา ตัวอย่างเช่น มีสินค้าคงคลังที่ขายไม่ออกเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการหมุนเวียนสับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ
ในการแก้ไขปัญหานี้ บริษัทควรพิจารณาและใช้มาตรการต่อไปนี้
- ตรวจสอบวงจรการขายอีกครั้ง
- จัดการสินค้าคงคลังโดยมุ่งเน้นที่ความต้องการของลูกค้า
- ใช้แคมเปญส่งเสริมการขายที่มีประสิทธิภาพเพื่อขายสินค้าของฤดูกาลที่ผ่านมาแล้ว
การแข่งกันขายในราคาถูก
ลูกค้าหลายๆ รายไม่อยากจะใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับเสื้อผ้า หรือคิดว่าตนไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายมาก ทัศนคติเช่นนี้ทำให้การแข่งกันขายในราคาถูกทวีความรุนแรงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์
ลูกค้าจำนวนมากชอบซื้อสินค้าที่มีราคาไม่แพงนัก แต่ส่วนต่างกำไรที่น้อยลงก็อาจส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจได้ หากไม่มีรายรับที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มค่าจ้างและสวัสดิการให้กับพนักงานก็อาจเป็นไปได้ยาก ซึ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาสำคัญในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
การขาดแคลนแรงงาน
หน้าร้านจะต้องมีพนักงานจำนวนหนึ่งประจำอยู่เป็นเวลานาน และในช่วงระหว่างนั้น พนักงานที่หน้าร้านก็จะต้องจัดการงานต่างๆ เช่น การจัดการสินค้าคงคลัง การบริการลูกค้า การขาย และการคิดเงิน แต่พนักงานในร้านขายเสื้อผ้ามักจะได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ
ความคาดหวังกับภาระงานที่แตกต่างกันนี้อาจทำให้พนักงาน (แม้แต่คนที่อยากทำงานในร้านขายเสื้อผ้ามาตั้งแต่แรก) ตัดสินใจลาออก ดังนั้น ผู้ดูแลหน้าร้านจะต้องคอยตรวจสอบค่าจ้างและสวัสดิการของพนักงานและปรับปรุงสภาวะในการทำงานให้ดีขึ้น
แนวทางแก้ไขที่ใช้ได้สำหรับความท้าทายในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
บริษัทต่างๆ สามารถใช้แนวคิดริเริ่มต่อไปนี้เพื่อจัดการกับความท้าทายในปัจจุบันได้
จัดการสินค้าคงคลังตามการวิเคราะห์ความต้องการ
การหลีกเลี่ยงการมีสินค้าคงคลังมากเกินไปเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็อาจทำได้ยากเนื่องจากความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงต้องจัดการสินค้าคงคลังตามความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง ธุรกิจต่างๆ สามารถดูแนวโน้มในตลาดเสื้อผ้าและวางกลยุทธ์ตามข้อมูลดังกล่าวได้
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจสามารถดูข้อมูลยอดขายที่ผ่านมาและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า แล้วทำการวิเคราะห์โดยพิจารณาปัจจัยในหลากหลายแง่มุม เช่น แนวโน้มตามฤดูกาลและสภาพสังคม วิธีนี้จะช่วยให้การจัดการสินค้าคงคลังแม่นยำขึ้นได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถทำแบบสำรวจลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าโดยตรงได้ด้วย
เมื่อเข้าใจความเป็นไปในปัจจุบันของตลาดและแนวโน้มในอนาคต ธุรกิจก็จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว วิธีนี้จะช่วยให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ลดสินค้าคงคลังส่วนเกิน หลีกเลี่ยงการสิ้นเปลืองทรัพยากร และเพิ่มผลกำไรได้
ใช้กลยุทธ์ OMO
ในประเทศญี่ปุ่น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เว็บไซต์เหล่านี้ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างแยกไม่ออก ในขณะเดียวกัน การได้สัมผัสกับสินค้าจริงที่หน้าร้านก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหลังการระบาดลดน้อยลง เมื่อรับมือกับแนวโน้มของลูกค้าเหล่านี้ คุณต้องแน่ใจว่าลูกค้าใช้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและเข้ามาซื้อสินค้าที่หน้าร้าน เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ก็อาจทำให้เสียลูกค้าไปได้เช่นกัน
ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้กลยุทธ์ OMO เพื่อดึงดูดลูกค้าได้ กลยุทธ์นี้เป็นการนำช่องทางการขายต่างๆ มาใช้ร่วมกัน (กล่าวคือ ใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์) และแสดงให้เห็นว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการใช้ทั้ง 2 ช่องทางอย่างไร
ตัวอย่างของกลยุทธ์ OMO มีดังต่อไปนี้
- ลูกค้าสามารถเข้ามารับสินค้าที่สั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่หน้าร้านในสาขาที่ใกล้ที่สุด
- ลูกค้าสามารถลองเสื้อผ้าที่หน้าร้าน แล้วค่อยไปซื้อทางออนไลน์สำหรับสีที่มีจำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น
ใช้แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน
อุตสาหกรรมเสื้อผ้ากำลังเผชิญกับปัญหาการสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีสินค้าที่ขายไม่ออก ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงให้ความสำคัญกับแนวคิดริเริ่มที่ยั่งยืนในการลดผลิตภัณฑ์สิ้นเหลืองให้เหลือน้อยที่สุด
เมื่อจัดทำผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ธุรกิจยังทำให้ลูกค้าเกิดความนิยมชมชอบและความไว้วางใจเพิ่มขึ้นได้ด้วย แนวคิดริเริ่มต่อไปนี้กำลังเป็นที่สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะการดำเนินการที่ยั่งยืนซึ่งธุรกิจต่างๆ สามารถทำได้
- ใช้วัสดุรีไซเคิล (เช่น เส้นใยพอลิเอสเตอร์ที่ผ่านการรีไซเคิล) ซึ่งสามารถลดการใช้ทรัพยากรปิโตรเลียมใหม่ได้
- ใช้วัสดุที่ใช้น้ำน้อยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระหว่างการผลิต (เช่น ผ้าคอตตอนออร์แกนิก)
- พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความทนทานในระยะยาว (เช่น เทคนิคการตัดเย็บเพื่อป้องกันการหลุดลุ่ยหรือสีซีดจาง)
สร้างแบรนด์ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา
ในอนาคต การแข่งขันด้านราคาที่เกิดจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงไม่นานมานี้ ความคุ้มค่าจึงกลายเป็นเรื่องหลักที่ลูกค้าคำนึงถึงในการซื้อ
แต่เมื่อใช้แนวทางแบบ "ผลิตมาเยอะๆ แล้วขายถูกๆ" ต่อให้ลูกค้าจะซื้อสินค้าได้ในราคาถูก แต่สินค้าก็จะหมดสภาพและสวมใส่ไม่ได้หลังจากนั้นไม่นาน ซึ่งก็ทำให้ลูกค้าต้องรีบซื้อสินค้ามาแทนของเดิมอยู่ดี ดังนั้น การโฆษณาว่ามีราคาถูกจึงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น และอาจทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจลดลงและเลิกใช้บริการได้ เมื่อมองในด้านความยั่งยืน การผลิตจำนวนมากแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีและจะทำให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ยาก
แม้ว่าราคาเฉลี่ยต่อลูกค้ามักจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจต่างๆ ก็สามารถใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครเพื่อพยายามเพิ่มมูลค่าเฉลี่ยของธุรกรรมได้ โดยตัวอย่างมีดังต่อไปนี้
- จัดให้มีการบริการลูกค้าที่เอาใจใส่
- ฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับปรัชญาแบรนด์ของบริษัทและคุณลักษณะเฉพาะตัว
- ใช้โปรแกรมสะสมคะแนนแบบเฉพาะตัว และตรวจสอบสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษตามความจำเป็น
- ส่งเสริมการขายต่อยอดและการขายพ่วง
เมื่อมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ธุรกิจก็สามารถชี้แจงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และวางกลยุทธ์การขายไปพร้อมกับการให้คุณภาพที่เหมาะสมกับราคาได้
นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบการจัดการธุรกิจมาใช้
เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน บริษัทต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องทบทวนค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ นอกจากนี้ การใช้ระบบเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานยังช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานได้ด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้ระบบการจัดการลูกค้าและการจัดการสินค้าคงคลังที่ให้บริการโดยตัวแทนการชำระเงิน ธุรกิจต่างๆ ก็จะสามารถลดภาระงานของพนักงานและอาจปรับปรุงคุณภาพของงานให้ดีขึ้นได้
การจัดการแบบรวมศูนย์จะช่วยให้ติดตามตรวจสอบสินค้าคงคลังและยอดขายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังช่วยให้นำกลยุทธ์ OMO มาใช้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
การหาวิธีนำเทคโนโลยี AI และความเป็นจริงเสมือน (VR) ล่าสุดมาใช้ในการบริการลูกค้าก็เป็นขั้นตอนที่ทำได้จริงเช่นกัน วิธีนี้สามารถลดภาระงานของพนักงานที่หน้าร้านได้ ซึ่งเป็นมาตรการรับมือในเรื่องการขาดแคลนแรงงานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย โดยลูกค้าสามารถใช้บริการบางอย่างด้านล่างนี้ได้
- แชทบอท
- บริการทดลองใช้แบบเสมือนจริง
- การวัดร่างกายแบบดิจิทัล
Stripe Terminal ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Terminal ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มรายรับได้ด้วยระบบชำระเงินแบบครบวงจรที่ครอบคลุมช่องทางชำระเงินที่จุดขายและการชำระเงินออนไลน์ โดยรองรับวิธีการชำระเงินใหม่ๆ มีลอจิสติกส์ฮาร์ดแวร์ที่เรียบง่าย ครอบคลุมทั่วโลก และการผสานการทำงานกับระบบ POS และแพลตฟอร์มการค้าหลายร้อยรายการเพื่อออกแบบสแต็กการชำระเงินที่เหมาะกับคุณ
Stripe ขับเคลื่อนการค้าแบบแพลตฟอร์มรวมให้แบรนด์มากมาย เช่น Hertz, URBN, Lands’ End, Shopify, Lightspeed และ Mindbody
Stripe Terminal ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้
การค้าแบบแพลตฟอร์มรวม: จัดการการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายบนแพลตฟอร์มทั่วโลกด้วยข้อมูลการชำระเงินที่รวมเป็นหนึ่งเดียว
ขยายไปทั่วโลก: ขยายไปยัง 24 ประเทศด้วยการผสานการทำงานเพียงชุดเดียวและวิธีการชำระเงินยอดนิยม
ผสานการทำงานในแบบของคุณ: พัฒนาแอป POS ในแบบของคุณเอง หรือเชื่อมต่อกับสแต็กเทคโนโลยีที่มีอยู่โดยใช้การผสานการทำงานกับระบบ POS และแพลตฟอร์มการค้าของบริษัทอื่น
ลดความซับซ้อนของโลจิสติกส์ฮาร์ดแวร์: สั่งซื้อ จัดการ และติดตามตรวจสอบเครื่องอ่านบัตรที่รองรับ Stripe ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Terminal หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ