คู่มือการจ่าหน้าใบแจ้งหนี้ในญี่ปุ่น

Invoicing
Invoicing

Stripe Invoicing คือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ออกใบแจ้งหนี้สำหรับทั่วโลกที่สร้างมาเพื่อช่วยให้คุณประหยัดเวลาและรับเงินได้เร็วขึ้น สร้างใบแจ้งหนี้แล้วส่งให้ลูกค้าของคุณได้ในไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องใช้โค้ด

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. เหตุใดการระบุชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ 
  3. วิธีจ่าหน้าใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้อง
    1. การจัดรูปแบบชื่อผู้รับ
    2. การจ่าหน้าใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
    3. การจ่าหน้าซองจดหมายสำหรับส่งใบแจ้งหนี้
    4. การจ่าหน้าใบแจ้งหนี้เป็นภาษาอังกฤษ 
  4. ประเด็นสำคัญในการจ่าหน้าใบแจ้งหนี้
    1. ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการ
    2. ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้รับ
    3. ออกใบแจ้งหนี้ใหม่หากชื่อผู้รับไม่ถูกต้อง
  5. รายละเอียดอื่นๆ ที่ควรระบุในใบแจ้งหนี้
  6. Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง

ใบแจ้งหนี้คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเรียกเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการ หากคุณเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ คุณก็น่าจะมีประสบการณ์ในการออกใบแจ้งหนี้มาบ้าง

หากข้อมูลในใบแจ้งหนี้ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งระหว่างธุรกิจได้ ดังนั้น ผู้ขายที่ออกใบแจ้งหนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดทำเอกสารเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างใบแจ้งหนี้ สิ่งสำคัญคือต้องระบุตัวผู้ซื้อ (นั่นคือผู้รับ) ให้ถูกต้อง ในบทความนี้ เราจะเน้นไปที่ชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้ โดยอธิบายถึงความสำคัญ หลักเกณฑ์พื้นฐานในการเขียน และจุดสำคัญที่ควรคำนึงถึง

เนื้อหาหลักในบทความ

  • เหตุใดการระบุชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • วิธีจ่าหน้าใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้อง 
  • ประเด็นสำคัญในการจ่าหน้าใบแจ้งหนี้
  • รายละเอียดอื่นๆ ที่ควรระบุในใบแจ้งหนี้
  • Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง

เหตุใดการระบุชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ 

ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว การระบุชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องติดต่อกับธุรกิจขนาดใหญ่ หากไม่ได้ระบุแผนกหรือผู้ติดต่อให้ชัดเจน ใบแจ้งหนี้อาจเกิดความล่าช้าอย่างมากในการส่งถึงผู้รับที่เหมาะสมหลังจากที่จัดส่งไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความยุ่งยากโดยไม่จำเป็นแก่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณ นอกจากนี้ หากคุณเร่งรัดให้ลูกค้าชำระเงิน ทั้งที่ความล่าช้านั้นเกิดจากความผิดพลาดของคุณเอง ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าบริษัทของคุณขาดความรอบคอบหรือขาดความเอาใจใส่ ซึ่งอาจทำลายความไว้วางใจและส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจได้

นอกจากนี้ หากใบแจ้งหนี้ส่งไม่ถึงผู้รับที่ตั้งใจไว้ในบริษัทลูกค้า ไม่เพียงแต่จะสร้างความไม่สะดวกให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวคุณซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกใบแจ้งหนี้ด้วย โดยจะมีค่าใช้จ่ายและภาระงานเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบที่อยู่ของลูกค้า การแก้ไขที่อยู่ และการออกใบแจ้งหนี้ใหม่

ดังนั้น แม้ว่าขั้นตอนอาจดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่เพื่อให้มั่นใจว่าใบแจ้งหนี้จะถูกส่งถึงผู้ติดต่อที่เหมาะสมได้อย่างราบรื่น จึงควรตรวจสอบรายละเอียดที่อยู่กับตัวแทนของผู้รับไว้ล่วงหน้า

วิธีจ่าหน้าใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้อง

ส่วนนี้จะอธิบายถึงหลักพื้นฐานในการเขียนชื่อผู้รับใบแจ้งหนี้อย่างถูกต้อง

การจัดรูปแบบชื่อผู้รับ

เมื่อใดก็ตามที่มีการระบุชื่อผู้รับในเอกสารใดๆ ก็ตาม ไม่ใช่แค่เพียงใบแจ้งหนี้ จะต้องตามด้วยคำให้เกียรติเสมอ โดยปกติแล้ว เอกสารต่างๆ เช่น ใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินจะใช้คำว่า 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) หรือ 様 (เรียน ท่าน) ซึ่งจะเติมไว้หลังชื่อ เรามาดูรายละเอียดเชิงลึกของคำให้เกียรติแต่ละคำกันด้านล่าง

ใช้ 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) สำหรับบริษัทหรือแผนก

คำว่า 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) เป็นรูปแบบคำให้เกียรติที่ใช้ในการจ่าหน้าเมื่อส่งเอกสารไปยังองค์กรต่างๆ เช่น บริษัท แผนก หรือสถาบันสาธารณะ ดังนั้น หากผู้รับเอกสารที่ตั้งใจไว้คือบริษัท โรงเรียน หรือแผนกใดแผนกหนึ่ง (เช่น แผนกบัญชีหรือแผนกขาย) คุณควรใช้คำว่า 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) เป็นคำให้เกียรติ

ใช้ 様 (เรียน ท่าน) สำหรับบุคคลทั่วไป

ในกรณีที่ผู้รับใบแจ้งหนี้เป็นบุคคลทั่วไป เช่น เจ้าของกิจการเจ้าเดียว หรือบุคคลที่ติดต่อประสานงานโดยเฉพาะในธุรกิจ ควรใช้คำให้เกียรติว่า 様 (เรียน ท่าน) ต่อท้ายชื่อผู้รับ หากคุณออกใบแจ้งหนี้เป็นประจำและตั้งค่าให้ 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) เป็นค่าเริ่มต้นเพราะผู้รับส่วนใหญ่เป็นบริษัทหรือแผนก โปรดระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เนื่องจากในบางกรณีคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนคำให้เกียรติเป็น 様 (เรียน ท่าน) ด้วยตนเอง

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำให้เกียรติอยู่มากมาย คำว่า 殿 (-Dono) นั้นมีความหมายคล้ายกับ 様 (-Sama) อย่างไรก็ตาม 殿 (-Dono) เป็นคำให้เกียรติที่ผู้บังคับบัญชาใช้เรียกผู้น้อย จึงไม่นำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B)

อย่าใช้ 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) และ 様 (เรียน ท่าน) ร่วมกัน

เมื่อเขียนชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) และ 様 (เรียน ท่าน) พร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดให้ชัดเจนล่วงหน้าว่าผู้รับที่ตั้งใจไว้นั้นคือองค์กรในภาพรวมหรือเป็นบุคคลหนึ่งภายในองค์กร หากเป็นองค์กร ให้ใช้รูปแบบ “ชื่อองค์กร + 御中” (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) หากเป็นบุคคลหนึ่งภายในองค์กร ซึ่งหมายถึงมีชื่อบุคคลตามหลังชื่อองค์กร ให้ใช้รูปแบบ “ชื่อองค์กร + ชื่อบุคคล + 様” (เรียน ชื่อบุคคลที่องค์กร) โดยไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) อีก

การจ่าหน้าใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

ในประเทศญี่ปุ่น ระบบใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ (Qualified Invoice System) ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 ภายใต้ระบบใบแจ้งหนี้นี้ เมื่อธุรกิจออกใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบ ชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้จะต้องเป็นชื่อบริษัท ไม่ใช่ชื่อบุคคลของผู้ที่รับผิดชอบ ข้อกำหนดนี้มีขึ้นเพราะหากใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ระบุชื่อผู้รับเป็นบุคคล รายจ่ายนั้นอาจถูกถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวแทนที่จะเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถขอคืนเครดิตภาษีซื้อตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ

สิทธิ์ในการขอคืนเครดิตภาษีซื้อนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับบุคคลที่เป็นพนักงานของบริษัท แต่มีไว้สำหรับบริษัทหรือเจ้าของกิจการเจ้าเดียวที่ผ่านกระบวนการขอหมายเลขจดทะเบียนระบบใบแจ้งหนี้แล้วเท่านั้น ดังนั้น แม้ว่าพนักงานรายบุคคลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการรับใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ แต่ชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะต้องเป็นชื่อบริษัท

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ออกให้แก่เจ้าของกิจการเจ้าเดียว สามารถใช้ได้ทั้งชื่อทางการค้าหลักหรือชื่อของบุคคลนั้นเป็นชื่อผู้รับ อย่างไรก็ดี ขอแนะนำให้ติดต่อเจ้าของกิจการเจ้าเดียวผู้ที่จะรับใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์เพื่อยืนยันล่วงหน้าว่าควรระบุชื่อผู้รับอย่างไร หากชื่อผู้รับในใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ไม่ตรงกับรายละเอียดที่จดทะเบียนไว้ในระบบใบแจ้งหนี้ เจ้าของกิจการเจ้าเดียวอาจมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถขอคืนเครดิตภาษีซื้อได้ แม้ว่าจะได้รับใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาแล้วก็ตาม

การจ่าหน้าซองจดหมายสำหรับส่งใบแจ้งหนี้

ควรให้ความสำคัญกับการเขียนชื่อผู้รับไม่เพียงแต่ในตัวใบแจ้งหนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบนซองจดหมายที่ใช้จัดส่งด้วย จุดสำคัญที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้

  • ปฏิบัติตามกฎพื้นฐานของการใช้คำให้เกียรติ เช่น 御中 (เรียน ท่านผู้เกี่ยวข้อง) และ 様 (เรียน ท่าน)
  • โปรดทราบว่าที่อยู่ที่ระบุไว้สำหรับจัดส่งใบแจ้งหนี้ในบางครั้งอาจแตกต่างจากที่ตั้งจริงของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

ประเด็นที่สองนั้น ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น เมื่อสำนักงานของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเป็นสาขา แต่แผนกที่จัดการเรื่องใบแจ้งหนี้อยู่ที่สำนักงานใหญ่ คุณต้องระลึกไว้ว่าที่อยู่และชื่อผู้รับบนซองจดหมายจะแตกต่างจากข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนตัวใบแจ้งหนี้

การจ่าหน้าใบแจ้งหนี้เป็นภาษาอังกฤษ 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในการออกใบแจ้งหนี้เป็นภาษาอังกฤษ แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นเอง เมื่อต้องจัดการกับใบแจ้งหนี้ภาษาอังกฤษ สิ่งสำคัญคือคุณต้องทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์เฉพาะทางภาษาอังกฤษและธรรมเนียมปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการออกใบแจ้งหนี้ เมื่อเขียนชื่อผู้รับในภาษาอังกฤษ ให้ระบุชื่อบริษัทต่อท้ายคำว่า “Billed to” ดังที่แสดงด้านล่าง (หมายเหตุ: แม้ว่า LLC จะแปลตรงตัวว่า Limited Liability Company แต่ในญี่ปุ่น องค์กรประเภทนี้มักจะเรียกว่า Godo Kaisha [合同会社])

  • หากผู้รับคือ ABC Kabushiki Kaisha: ให้ระบุ “Billed to ABC Inc.”
  • หากผู้รับคือ DEF Godo Kaisha: ให้ระบุ “Billed to DEF LLC.”

คุณต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเขียนชื่อคอร์ปอเรชันและบริษัทจำกัดความรับผิดชอบ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของบริษัทในเครือต่างชาติภายในประเทศญี่ปุ่น ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษมักจะระบุไว้ดังต่อไปนี้ และชื่ออย่างเป็นทางการก็ไม่จำเป็นต้องลงท้ายด้วย Inc. หรือ LLC เสมอไป ดังนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่า โปรดตรวจสอบชื่อผู้รับกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณล่วงหน้า นอกจากนี้ เนื่องจากความผิดพลาดในการสะกดคำมักเกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการสร้างใบแจ้งหนี้ภาษาอังกฤษ สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบเนื้อหาอย่างละเอียดก่อนส่งให้กับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณ

  • คอร์ปอเรชัน (Kabushiki Kaisha): K.K. (ถ้าชื่อบริษัทคือ ABC Kabushiki Kaisha ก็จะเป็น "ABC K.K.")
  • บริษัทจำกัดความรับผิดชอบ (Godo Kaisha): G.K. (ถ้าชื่อบริษัทคือ DEF Godo Kaisha ก็จะเป็น "DEF G.K.")

ประเด็นสำคัญในการจ่าหน้าใบแจ้งหนี้

เมื่อจ่าหน้าใบแจ้งหนี้ โปรดคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้

ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ชื่อที่เป็นทางการหรือชื่อทางกฎหมายในการจ่าหน้าใบแจ้งหนี้ โดยให้ความสำคัญว่าคำว่า 株式会社 (Kabushiki Kaisha) หรือ 合同会社 (Godo Kaisha) อยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังชื่อบริษัท และต้องเขียนในรูปแบบที่เป็นทางการและครบถ้วนโดยไม่ย่อเป็น 株 (Co./Inc.) หรือ 同 (Ltd./LLC) ทั้งนี้เนื่องจากอาจมีบริษัทสองแห่งที่ใช้ชื่อเหมือนกัน โดยมีความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือลำดับการเขียนส่วนประกอบเหล่านั้น เช่น Kabushiki Kaisha ABC (ชื่อบริษัทอยู่หลัง) และ ABC Kabushiki Kaisha (ชื่อบริษัทอยู่หน้า)

ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้รับ

พยายามรักษาการสื่อสารที่ราบรื่นกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทันที โดยข้อมูลของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้

  • ชื่อบริษัท ชื่อแผนก หรือแผนกที่รับผิดชอบ เนื่องจากการควบรวมกิจการ ฯลฯ
  • ตัวแทนบริษัท เนื่องจากการย้ายงาน การลาออก ฯลฯ
  • ตำแหน่งของตัวแทนบริษัท เนื่องจากการเลื่อนตำแหน่ง การย้ายงาน ฯลฯ

นอกจากนี้ ในส่วนของข้อมูลพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ รวมถึงการอัปเดตรายละเอียดการติดต่อ สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งข้อมูลระหว่างแผนกอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เช่น แผนกขายและแผนกบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้พลาดการอัปเดตข้อมูลของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

ออกใบแจ้งหนี้ใหม่หากชื่อผู้รับไม่ถูกต้อง

หากคุณพบว่ามีการระบุชื่อผู้รับผิดในใบแจ้งหนี้ ให้รีบติดต่อพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณทันทีเพื่อขออภัยในความผิดพลาด ในกรณีเช่นนี้ ให้จัดทำทั้ง "ใบแจ้งหนี้ที่ยกเลิก" ที่มีข้อผิดพลาด และ "ใบแจ้งหนี้ที่ออกใหม่" ที่มีชื่อผู้รับที่ถูกต้อง แล้วรีบส่งใบแจ้งหนี้ที่ออกใหม่ซึ่งมีข้อมูลถูกต้องแล้วให้แก่พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณ สำหรับใบแจ้งหนี้ที่ยกเลิกและใบแจ้งหนี้ที่ออกใหม่ ให้ระบุคำว่า “ยกเลิก” และ “ออกใหม่” ให้ชัดเจนในเอกสารแต่ละฉบับ โดยผู้ออกเอกสารควรเก็บสำเนาของทั้งสองฉบับไว้ และลูกค้าควรเก็บใบแจ้งหนี้ทั้งสองฉบับไว้ด้วยกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบใบแจ้งหนี้ หากมีการระบุชื่อผู้รับผิดในใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ผู้ออกเอกสารต้องระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าการแก้ไขนั้นสามารถระบุได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการเก็บสำเนาทั้งใบแจ้งหนี้ที่ยกเลิก (ใบแจ้งหนี้ต้นฉบับที่ออกไปก่อนหน้านี้) และใบแจ้งหนี้ที่ออกใหม่ และต้องไม่ทิ้งเอกสารเหล่านั้น เพราะหากทิ้งใบแจ้งหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ไป อาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อผู้รับพยายามขอคืนเครดิตภาษีซื้อ

โปรดทราบว่าการขีดฆ่าด้วยเส้นคู่ทับข้อผิดพลาด หรือการใช้น้ำยาลบคำผิดหรือเทปลบคำผิดในการแก้ไข ถือเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพต่อพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ และอาจถูกมองว่าเป็นความประมาทหรือไม่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดความสงสัยเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

รายละเอียดอื่นๆ ที่ควรระบุในใบแจ้งหนี้

ไม่มีข้อกำหนดเฉพาะเจาะจงสำหรับรูปแบบของใบแจ้งหนี้ โดยสามารถสร้างขึ้นในรูปแบบใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ แต่ละรายการในใบแจ้งหนี้จะต้องมีความชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อให้พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของคุณได้รับทราบรายละเอียดการเรียกเก็บเงินที่ถูกต้องครบถ้วน

ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ทุกฉบับ

  • ชื่อผู้รับใบแจ้งหนี้ (ผู้ซื้อ)
  • ชื่อบริษัทและชื่อส่วนตัวของผู้ออกใบแจ้งหนี้ (ผู้ขาย)
  • ยอดธุรกรรม
  • รายละเอียดธุรกรรม

นอกจากนี้ แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับ แต่ในทางปฏิบัติ องค์ประกอบต่อไปนี้ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการออกใบแจ้งหนี้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ระบุข้อมูลเหล่านี้ลงในใบแจ้งหนี้ด้วย

  • ชื่อเอกสาร: "ใบแจ้งหนี้"
  • หมายเลขใบแจ้งหนี้
  • วันที่ออกใบกำกับภาษี
  • วันครบกำหนดชำระเงิน
  • รายละเอียดการโอนเงินผ่านธนาคาร
  • การจัดการค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคาร (ฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียม)

ประเด็นที่ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคาร มักจะก่อให้เกิดข้อโต้แย้งในภายหลังได้ง่าย ดังนั้น สิ่งสำคัญคือธุรกิจต้องตกลงกันในเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนทำสัญญา และในตัวใบแจ้งหนี้เอง ควรระบุหมายเหตุสั้นๆ ไว้ด้วย เช่น "ขออภัยในความไม่สะดวก แต่ใคร่ขอความกรุณาให้ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมในการโอนเงินต่างชาติ" เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการบันทึกความเข้าใจนี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน

ดังที่คุณเห็นได้ว่ามีข้อมูลต่างๆ มากมายที่ต้องบันทึกไว้ในใบแจ้งหนี้ และแม้แต่เพียงแค่ชื่อผู้รับเพียงอย่างเดียวก็ยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสร้างใบแจ้งหนี้นั้นต้องใช้ความพยายามในระดับหนึ่ง ดังนั้น เพื่อให้ใบแจ้งหนี้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์และเพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้ออกเอกสารต้องตอบโจทย์ต่อความต้องการของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจและรักษาโครงสร้างการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพไว้

นอกจากนี้ เมื่อสร้างใบแจ้งหนี้ การใช้ระบบออกใบแจ้งหนี้อัตโนมัติที่มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งสูง จะช่วยลดเวลาและแรงงานได้เป็นอย่างมาก ทำให้การประมวลผลใบแจ้งหนี้มีประสิทธิภาพ หากเป้าหมายของคุณคือการปรับปรุงฟังก์ชันงานสนับสนุนส่วนแบ็กออฟฟิศทั้งหมด รวมถึงงานบัญชี คุณอาจพิจารณานำระบบที่ครอบคลุมซึ่งให้บริการโดยตัวแทนรับชำระเงินมาใช้งาน หากธุรกิจสามารถออกใบแจ้งหนี้ได้อย่างราบรื่นและถูกต้องแม่นยำ ก็จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Invoicing ทำให้กระบวนการลูกหนี้การค้า (AR) ของคุณง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะจัดการการเรียกเก็บเงินแบบครั้งเดียวหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ:

  • สร้างการจัดการบัญชีลูกหนี้แบบอัตโนมัติ: สร้าง ปรับ และส่งใบแจ้งหนี้อย่างเป็นมืออาชีพได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Stripe จะติดตามสถานะใบแจ้งหนี้ ส่งการแจ้งเตือนการชำระเงิน และดำเนินการคืนเงินโดยอัตโนมัติ ช่วยให้คุณสามารถควบคุมกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เร่งกระแสเงินสด: ลดวันขายคงค้าง (DSO) และได้รับเงินเร็วขึ้นด้วยการชำระเงินทั่วโลกที่ผสานรวม การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และเครื่องมือการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้คุณสามารถกู้คืนรายได้ได้มากขึ้น

  • ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัยด้วยการรองรับมากกว่า 25 ภาษา 135 สกุลเงิน และวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี โดยสามารถเข้าถึงและชำระใบแจ้งหนี้ได้ง่ายผ่านพอร์ทัลลูกค้าแบบบริการตนเอง

  • ลดภาระงานในสำนักงาน: สร้างใบแจ้งหนี้ในไม่กี่นาทีและลดเวลาที่ใช้ในการเรียกเก็บเงินผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติ และหน้าการชำระเงินใบแจ้งหนี้ในระบบ Stripe

  • ผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่: Stripe Invoicing สามารถผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์การบัญชีและการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นที่นิยมได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาระบบให้ซิงค์กันและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe สามารถทำให้กระบวนการลูกหนี้การค้าของคุณง่ายขึ้น หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Invoicing

Invoicing

สร้างและส่งใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าได้ในไม่กี่นาที โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Invoicing

สร้างและจัดการใบแจ้งหนี้สำหรับการชำระเงินครั้งเดียวด้วย Stripe Invoicing