บาร์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ส่วนใหญ่ในเยอรมนีต่างรับทิปแบบเงินสดหรือผ่านบัตร สำหรับธุรกิจและพนักงานในวงการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดการทิปอย่างถูกต้อง (โดยเฉพาะการชำระเงินด้วยบัตร) นั้นเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าทิปเหล่านี้จะยังคงไม่ต้องเสียภาษี
บทความนี้จะพาไปดูเวลาที่ทิปในเยอรมนีจะต้องเสียภาษีและไม่ต้องเสียภาษี รวมถึงกฎพิเศษต่างๆ ที่มีผลกับการชำระเงินด้วยบัตร เราจะพูดถึงข้อแตกต่างระหว่างทิปที่ให้โดยสมัครใจกับค่าบริการที่เรียกเก็บแบบอัตโนมัติ รวมถึงผลกระทบที่มีต่อการเก็บภาษี นอกจากนี้ เรายังพูดถึงภาพรวมของฟังก์ชันทิปแบบดิจิทัลในการชำระเงินด้วยบัตร และวิธีรวมทิปเข้ากับเงินเดือนอย่างถูกต้องอีกด้วย
เนื้อหาหลักในบทความ
- ทิปจะต้องเสียภาษีและไม่ต้องเสียภาษีเมื่อไหร่บ้าง
- ทิปกับค่าบริการ (Service charge) ต่างกันอย่างไร
- ทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรจะต้องเสียภาษีเมื่อใด
- เคล็ดลับที่แนะนำและฟังก์ชันของเทอร์มินัลดิจิทัล
- การจ่ายทิปและการรวมเข้ากับเงินเดือน
ทิปจะต้องเสียภาษีและไม่ต้องเสียภาษีเมื่อไหร่บ้าง
ทิป คือ การจ่ายเงินโดยสมัครใจซึ่งบุคคลที่สาม (มักเป็นลูกค้าหรือแขก) มอบให้แก่พนักงานเพิ่มเติมจากเงินที่ต้องจ่ายสำหรับบริการที่ตนได้รับ โดยในเยอรมนี ภาษีสำหรับทิปจะเป็นไปตามมาตรา 3 ข้อที่ 51 ของกฎหมายภาษีเงินได้ของเยอรมนี (Income Tax Act หรือ EStG) โดยมาตรานี้มีการนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับทิปของพนักงาน ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2002
มาตรา 3 ข้อที่ 51 ของ EStG ระบุว่า ทิปจะได้รับการยกเว้นภาษีในกรณีต่อไปนี้
- มีการให้โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงาน
- มาจากบุคคลที่สาม กล่าวคือ ไม่ใช่ตัวนายจ้างเอง
- ให้โดยสมัครใจ
- เป็นการจ่ายเพิ่มจากจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับบริการที่มอบให้
พนักงานเทียบกับนายจ้าง
ประเด็นหนึ่งที่สำคัญในการเก็บภาษีจากทิปก็คือสถานะของผู้รับทิป ทิปที่พนักงานได้รับโดยตรงจะถือว่าได้รับการยกเว้นภาษีตาม EStG เนื่องจากลูกค้าให้ทิปเหล่านี้เพื่อตอบแทนบริการของพนักงานรายนั้นๆ โดยตรง เช่น แขกในร้านอาหารอาจจ่ายเงิน 5%, 10% หรือ 20% จากยอดเงินที่ต้องจ่ายโดยสมัครใจเพื่อเป็นทิปตอบแทนสำหรับบริการที่ดี
ในทางกลับกัน เงินที่เข้าไปยังนายจ้างโดยตรงมักไม่ถือว่าเป็นทิปที่ไม่ต้องเสียภาษีตามที่ EStG ระบุไว้ เมื่อเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระได้รับทิป ก็จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากทิปดังกล่าวตามมาตรา 10.1.1 ของกฎหมายว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มของเยอรมนี (UStG) ธุรกิจต้องถือว่าทิปเหล่านี้เป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีการบันทึกทิปดังกล่าวไว้ในบัญชีของตนและแสดงไว้ในแบบแสดงรายการภาษีด้วย
ทิปกับค่าบริการ (Service charge) ต่างกันอย่างไร
ในการทำให้ทิปไม่ต้องเสียภาษี การให้ทิปดังกล่าวจะต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ด้วยเหตุนี้ ค่าบริการเพิ่มเติมแบบคงที่และค่าบริการอัตโนมัติจึงไม่เข้าเกณฑ์ในการเป็นทิป โดยปกติแล้ว ร้านอาหารจะเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวพร้อมกับค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ให้บริการ โดยเป็นค่าบริการคงที่แบบบังคับจ่าย คุณจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับค่าบริการต่างๆ ปรากฏอยู่บนเมนูหรือใบแจ้งหนี้
โดยหลักแล้ว ในฐานะผู้ให้บริการ ธุรกิจต่างๆ ในวงการอาหารและเครื่องดื่มย่อมมีสิทธิ์รวมค่าบริการเหล่านี้ไว้ในราคาได้ โดยเจ้าของธุรกิจแต่ละรายจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะมอบรายได้เหล่านี้ให้กับพนักงานเสิร์ฟหรือพนักงานในครัวหรือไม่ และจะให้ในรูปแบบใด หากเจ้าของธุรกิจตัดสินใจที่จะให้เงินเหล่านี้กับพนักงาน ก็จะจ่ายเงินเหล่านี้พร้อมกับเงินเดือนตามปกติของพนักงาน หรือจ่ายเป็นค่าจ้างเพิ่มเติมที่ต้องเสียภาษีค่าจ้าง ด้วยเหตุนี้ เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่แขกมอบให้กับพนักงานแต่ละคนโดยตรง
ดังนั้น ค่าบริการในอัตราคงที่หรือค่าบริการเพิ่มเติมแบบอัตโนมัติ (ซึ่งตามกฎหมายแล้วเป็นแบบบังคับจ่ายหรืออิงตามจากข้อตกลงในสัญญา) จึงไม่เข้าเกณฑ์เป็นทิปแบบไม่ต้องเสียภาษีตาม EStG แต่ถือเป็นค่าแรงหรือค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่ต้องเสียภาษี
ทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรจะต้องเสียภาษีเมื่อใด
ทิปส่งผลให้ธุรกิจในวงการอาหารและเครื่องดื่มมีประเด็นด้านกฎหมายและการบริหารที่ต้องจัดการตามมา โดยเฉพาะในเรื่องการจัดระเบียบ การจัดทำเอกสาร และการจ่ายทิป การใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดกันมากขึ้นเรื่อยๆ มีแต่ทำให้ต้องจัดการปัญหาดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าทิปแบบเงินสดจะมอบให้กับพนักงานโดยตรงกับตัว แต่ทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรจะดำเนินการผ่านระบบบันทึกการขาย (POS) ของธุรกิจ
โดยหลักแล้ว ทิปอาจได้รับการยกเว้นภาษี แม้ว่าทิปจะมาจากการชำระเงินด้วยบัตรก็ตาม ตราบใดก็ตามที่การให้ทิปดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจและธุรกิจโอนทิปดังกล่าวให้กับพนักงานรายนั้นๆ เต็มจำนวน ทั้งนี้ ธุรกิจสามารถทำหน้าที่เป็นคนกลางในทางเทคนิคได้เท่านั้น แต่จะรับประโยชน์ทางการเงินจากทิปไม่ได้
ประเด็นที่ทำให้ภาษีเป็นเรื่องยุ่งยากเอามากๆ ก็คือเวลาที่ลูกค้าจ่ายทิปผ่านบัตรเข้าบัญชีธุรกิจของสถานประกอบการนั้นๆ ก่อน แล้วธุรกิจค่อยเอาทิปมารวมเป็นกองกลางแล้วจ่ายให้พนักงานตามระบบแบ่งทิปภายในองค์กร เมื่อใช้ระบบเช่นนี้ หน่วยงานสรรพากรก็อาจมองว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็น "ค่าจ้าง" ที่ต้องเสียภาษีค่าจ้างได้ แทนที่จะเป็นทิปที่ให้โดยตรง ความเสี่ยงนี้จะยิ่งสูงขึ้นหากไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าผู้ให้ทิปรายนั้นๆ ให้ทิปเมื่อไหร่ ให้ทิปจำนวนเท่าใด และให้ทิปกับใคร หรือในกรณีที่นายจ้างมีอำนาจกำหนดวิธีแบ่งทิป
ความสำคัญของการจัดทำเอกสารอย่างเหมาะสม
เมื่อพิจารณาประเด็นทั้งหมดข้างต้นแล้ว การจัดทำเอกสารอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ธุรกิจที่รับทิปควรกำหนดขั้นตอนการจัดการทิปให้ชัดเจนและโปร่งใส โดยเฉพาะในส่วนของการชำระเงินด้วยบัตร เช่น การแสดงยอดทิปแยกต่างหากในระบบ POS, กฎระเบียบภายในองค์กรที่ชัดเจนในการส่งต่อทิปให้พนักงาน และการชำระเงินให้พนักงานในเวลาที่เหมาะสม การแยกรายรับกับทิปของธุรกิจออกจากกันอย่างชัดเจนเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการยกเว้นภาษีตามมาตรา 3 ข้อที่ 51 ของ EStG
เคล็ดลับที่แนะนำและฟังก์ชันของเทอร์มินัลดิจิทัล
ผู้คนในเยอรมนีใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดกันบ่อยขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและวิธีนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยเหตุนี้ การรองรับการให้ทิปผ่านเทอร์มินัลการชำระเงินแบบใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นด้วยเช่นกัน ธุรกิจควรเสนอจำนวนทิปให้ลูกค้าเลือกได้ในระหว่างขั้นตอนการชำระเงิน โดยเฉพาะในกรณีของการชำระเงินด้วยบัตร วิธีนี้จะช่วยให้ทิปที่ลูกค้ายินดีมอบให้มีความโปร่งใสและจัดการได้ง่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าเต็มใจมากขึ้นที่จะให้ทิปโดยไม่กระทบต่อความสมัครใจของทิป ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการลดหย่อนภาษี
โซลูชันดิจิทัลอย่างหนึ่งที่ทำเช่นนี้ได้ก็คือ Stripe Terminal โดย Terminal จะช่วยให้คุณเสนอตัวเลือกทิปแบบต่างๆ ให้ลูกค้าบนเครื่องอ่านบัตรก่อนชำระเงินได้ ทั้งนี้ คุณสามารถกำหนดค่าเทอร์มินัลให้ลูกค้าเลือกทิปจากรายการเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือจะเลือกเป็นจำนวนเงินคงที่ก็ได้
คุณยังผสานการทำงานของฟังก์ชันทิปเข้ากับขั้นตอนการชำระเงินโดยตรงผ่าน PaymentIntent API ของ Stripe ได้ด้วย เมื่อใช้การกำหนดค่าเช่นนี้ เครื่องอ่านบัตรจะแสดงตัวเลือกทิปก่อนอนุมัติการชำระเงิน ซึ่งหมายความว่า ระบบจะหักเงินตามยอดเพิ่มเติมที่ลูกค้าเลือกไว้พร้อมกับยอดรวมของใบเรียกเก็บเงินโดยเป็นส่วนหนึ่งในธุรกรรมการชำระเงิน
เมื่อใช้วิธีนี้ Terminal ไม่เพียงช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องการจัดทำเอกสารสำหรับทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรอีกด้วย ระบบจะเสนอทิปที่แนะนำไว้ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนและแสดงแยกจากยอดรวมของใบเรียกเก็บเงิน เพื่อให้ยืนยันได้ง่ายว่าเป็นการให้ทิปโดยสมัครใจ นอกจากนี้ Terminal ยังช่วยให้คุณปรับแต่งการกำหนดค่าทิปของแต่ละสาขาและสกุลเงินได้ผ่านแดชบอร์ดหรือการตั้งค่า Terminal ได้อีกด้วย
สำหรับธุรกิจในวงการอาหารและเครื่องดื่มในเยอรมนี โซลูชันดิจิทัลอย่าง Stripe Terminal จะช่วยให้มีการให้ทิปแบบไร้เงินสดเพิ่มขึ้นได้จริง ในขณะเดียวกันก็ทำให้ขั้นตอนภายในต่างๆ ในการจ่ายทิปให้กับพนักงานเป็นไปง่ายขึ้น
การจ่ายทิปและการรวมเข้ากับเงินเดือน
เพื่อให้มั่นใจว่าทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรจะยังคงเป็นไม่ต้องเสียภาษี ธุรกิจต่างๆ จะต้องดำเนินการกับทิปอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณควรทราบว่า ธุรกิจมีหน้าที่แค่ส่งต่อทิปเท่านั้น และควรจ่ายทิปให้กับพนักงานโดยเร็ว
ตัวเลือกในการจ่ายทิป
การหักทิปจากการชำระเงินด้วยบัตรและจ่ายทิปให้กับพนักงานนั้นทำได้หลายวิธี ดังนี้
การจ่ายให้กับพนักงานโดยตรง: นายจ้างจะจ่ายทิปให้กับพนักงานรายนั้นๆ ทันทีที่ได้รับเงินมา โดยไม่เอามารวมเป็นทิปกองกลางหรือจ่ายล่าช้า
การรวมทิปกองกลางและระบบแบ่งทิป: ธุรกิจอาจเอาทิปมารวมเป็นกองกลางก่อน แล้วค่อยจ่ายให้กับพนักงานตามระบบที่กำหนดไว้อย่างโปร่งใส วิธีนี้จำเป็นต้องมีการกำหนดวิธีแบ่งทิปไว้อย่างชัดเจนและแสดงวิธีการแบ่งทิปให้เห็นอย่างชัดเจน
** การรวมเข้ากับเงินเดือน:** หากจ่ายทิปผ่านเงินเดือน ก็จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าองค์ประกอบของค่าจ้างเหล่านี้ถือเป็นเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 3 ข้อที่ 51 ของ EStG โดยเงินเหล่านี้ไม่ควรถือเป็นค่าจ้างตามปกติ มิฉะนั้น การยกเว้นภาษีก็จะถูกยกเลิกไป
แนวทางในการปฏิบัติตามข้อกำหนด
แนวทางต่อไปนี้จะช่วยให้ธุรกิจในเยอรมนีมั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดขณะดำเนินการกับทิปโดยการชำระเงินด้วยบัตร
การจัดทำเอกสาร: ธุรกิจควรบันทึกทิปทั้งหมดให้ชัดเจน โดยระบุวันที่ จำนวนเงิน และผู้รับ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการชำระเงินด้วยบัตร
การแยกจากรายรับของธุรกิจ: ธุรกิจจะต้องแยกทิปออกจากรายรับอื่นๆ ของธุรกิจอย่างชัดเจนเพื่อให้ทิปยังคงไม่ต้องเสียภาษีและหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างการตรวจสอบภาษี
การจ่ายทิปอย่างโปร่งใส: นโยบายภายในองค์กรควรระบุเวลาและวิธีการส่งต่อและแจกจ่ายทิปให้กับพนักงานไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจถึงความสม่ำเสมอและเป็นธรรมต่อพนักงาน
การตรวจสอบเป็นประจำ: การตรวจสอบหรือมาตรการควบคุมภายในจะช่วยรับรองการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างเหมาะสมและคงสถานะการยกเว้นภาษีไว้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ