สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่ำที่สุดในยุโรปที่ 8.1% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 21.6% ของประเทศในสหภาพยุโรป แต่เมื่อมีเกณฑ์ผลประกอบการทั่วโลกและกฎเฉพาะสำหรับบริษัทต่างประเทศ กฎด้านภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ก็อาจทำให้เกิดภาระหน้าที่ต่างๆ ได้แม้กระทั่งกับธุรกิจที่ไม่ได้มีตัวตนดำเนินงานอยู่ในประเทศนี้
ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงวิธีการทำงานของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงข้อกำหนดในการจดทะเบียน กฎการปฏิบัติตามข้อกำหนด และการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เนื้อหาหลักในบทความ
- อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์คืออะไร
- อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบต่างๆ ในสวิตเซอร์แลนด์มีอะไรบ้าง
- หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์คืออะไร
- ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์
- ธุรกิจจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างไร
- การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์มีขั้นตอนอย่างไร
- Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์คืออะไร
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบมาตรฐานในสวิตเซอร์แลนด์จะอยู่ที่ 8.1% แม้ว่าสินค้าและบริการบางอย่างจะมีสิทธิ์ใช้อัตราแบบลดหย่อนหรืออัตรา 0% สวิตเซอร์แลนด์มีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบมาตรฐานต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่มีมาอย่างยาวนานในการคงภาษีโภคภัณฑ์ให้ค่อนข้างต่ำ โดยหาเงินเข้ารัฐผ่านภาษีและเงินสมทบเข้าประกันสังคมแบบต่างๆ ร่วมกันให้เพิ่มมากขึ้น
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบต่างๆ ในสวิตเซอร์แลนด์มีอะไรบ้าง
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ในสวิตเซอร์แลนด์จะขึ้นอยู่กับสินค้าหรือบริการที่ขายและผู้ซื้อ
ภาษีมูลค่าเพิ่มมีหมวดหมู่หลักๆ ดังนี้
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐาน: 8.1%
อัตรานี้เป็นอัตราเริ่มต้นที่ใช้กับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ บริการดิจิทัล บริการเฉพาะทาง การให้คำปรึกษา ตั๋วอีเวนต์ และอาหารในร้านอาหาร หากสินค้าหรือบริการไม่เข้าเกณฑ์อัตราอื่นอย่างชัดเจน ก็ให้ใช้อัตรามาตรฐานนี้
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบลดหย่อน: 2.6%
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบลดหย่อนนี้ใช้กับสินค้าที่จำเป็นและสำคัญต่อสังคม เช่น อาหารพื้นฐาน เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ยา หนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และของใช้ในการเกษตร โดยไม่รวมสินค้าต่างๆ เช่น แอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาหารปรุงสำเร็จตามร้านอาหาร ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะยังคงใช้อัตรามาตรฐานอยู่
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มแบบพิเศษสำหรับที่พัก: 3.8%
อัตรานี้ใช้กับที่พักค้างคืน เช่น โรงแรม เกสต์เฮาส์ ที่พักให้เช่า และที่ตั้งแคมป์ ซึ่งมักจะรวมอาหารเช้าไว้กับค่าห้องพักแล้ว ส่วนบริการเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการที่พักมีให้ เช่น สปาทรีตเมนด์ ห้องประชุม หรือสินค้าตามมินิบาร์ จะมีการเก็บภาษีตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐาน
สินค้าที่ใช้อัตรา 0%: 0%
การส่งออกสินค้าและบริการระหว่างประเทศบางอย่างได้รับการยกเว้นภาษี ทำให้ไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์กับลูกค้า แต่ผู้ขายยังขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในค่าใช้จ่ายต่างๆ จากกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษีได้อยู่ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นค่าใช้จ่ายในการค้าระหว่างประเทศและการขายออกนอกประเทศ
หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์คืออะไร
หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ คือ ตัวระบุอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่าธุรกิจจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์แล้ว โดยจะปรากฏในใบแจ้งหนี้ สัญญา และการยื่นภาษี และช่วยให้หน่วยงานด้านภาษี (และลูกค้าของคุณ) ทราบว่าคุณได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์เป็นไปตามรูปแบบตัวระบุเฉพาะ (UID) และมีลักษณะเป็นแบบ CHE-123.456.789 MWST โดยคำขึ้นต้นว่า "CHE" แสดงถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนตัวเลข 9 หลักเป็นหมายเลขประจำตัวของธุรกิจที่ไม่ซ้ำกัน และคำต่อท้ายแสดงถึงภาษาที่ใช้สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (MWST คือภาษาเยอรมัน, TVA คือภาษาฝรั่งเศส, IVA คือภาษาอิตาลี)
หมายเลขแบบ UID เดียวกันนี้ใช้ในระบบของรัฐบาลหลายแห่ง วิธีนี้ช่วยลดความยุ่งยากในการระบุตัวตนและใช้แทนหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มแบบเก่า คุณต้องระบุหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในใบแจ้งหนี้ที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม และมักแสดงบนเว็บไซต์ของบริษัทหรือประกาศทางกฎหมาย ลูกค้าที่เป็นธุรกิจจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อตรวจสอบใบแจ้งหนี้และขอคืนภาษีซื้อ
ธุรกิจจะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหลังจากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับ Swiss Federal Tax Administration แล้ว
ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์
ธุรกิจต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากมีรายรับเกินเกณฑ์ที่กำหนด เมื่อธุรกิจต้องรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์แล้ว ก็จะต้องจดทะเบียนภายใน 30 วัน ธุรกิจที่มีรายรับไม่ถึงเกณฑ์นี้สามารถเลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจได้ ซึ่งมักเป็นไปเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าใช้จ่ายของธุรกิจหรือช่วยให้ติดต่อกับลูกค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ง่ายขึ้น
ธุรกิจที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์มีประเภทหลักๆ ดังนี้
ธุรกิจที่มีผลประกอบการทั่วโลกเกิน 100,000 CHF
ธุรกิจใดก็ตามในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีรายรับต่อปีมากกว่า 100,000 ฟรังก์สวิส (CHF) จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ เกณฑ์นี้อิงตามผลประกอบการทั่วโลกและมีผลกับธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินงานในสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าสำนักงานใหญ่จะอยู่ที่อื่นก็ตาม
ธุรกิจต่างชาติที่ขายให้กับสวิตเซอร์แลนด์
บริษัทที่ไม่ได้อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์จะใช้เกณฑ์ทั่วโลกที่ 100,000 ฟรังก์สวิสเหมือนกันหมด หากเกินเกณฑ์นี้และธุรกิจดังกล่าวขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีเข้ามาในสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแม้ว่าจะมียอดขายในสวิตเซอร์แลนด์เพียงเล็กน้อยก็ตาม ธุรกิจต่างประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสวิตเซอร์แลนด์มักจะต้องแต่งตั้งตัวแทนทางการเงินในสวิตเซอร์แลนด์มาจัดการภาระหน้าที่ทางภาษีมูลค่าเพิ่มและติดต่อกับหน่วยงานด้านภาษี
ธุรกิจที่ให้บริการที่มีการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับเท่านั้น
บริษัทจากต่างประเทศที่ให้บริการต่างๆ ที่อยู่ภายใต้กลไกการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับ (กล่าวคือ ผู้ซื้อรายงานและจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ขาย) มักจะได้รับการยกเว้นในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ ในกรณีเหล่านี้ ลูกค้าในสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเอง ซึ่งช่วยให้ซัพพลายเออร์จากต่างประเทศไม่ต้องจดทะเบียน
องค์กรไม่แสวงผลกำไรและองค์กรที่ดำเนินงานโดยอาสาสมัคร
องค์กรการกุศล วัฒนธรรม และกีฬาบางแห่งได้รับประโยชน์จากเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น ซึ่งก็คือ ผลประกอบการ 250,000 CHF ต่อปี ขีดจำกัดที่สูงขึ้นนี้สอดคล้องกับสถานะองค์กรไม่แสวงผลกำไรและการอาศัยการดำเนินงานจากอาสาสมัคร
ธุรกิจจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างไร
เมื่อคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ การปฏิบัติตามข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของความสม่ำเสมอและการดำเนินการ
ธุรกิจควรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยวิธีดังนี้
เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราที่ถูกต้อง: ธุรกิจที่จดทะเบียนแล้วจะต้องใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกต้องกับการขายทุกครั้งที่ต้องเสียภาษี โดยต้องแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน
ออกใบแจ้งหนี้ที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม: ใบแจ้งหนี้ต้องมีชื่อซัพพลายเออร์และหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รายละเอียดของลูกค้า วันที่ คำอธิบายของสินค้าหรือบริการที่ขายไป ตลอดจนอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มและจำนวนเงินที่เรียกเก็บ
ดูแลบันทึกให้ถูกต้อง: ธุรกิจจำเป็นต้องเก็บรักษาบันทึกการขาย การซื้อ และการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มให้ครบถ้วน โดยควรเก็บบันทึกเหล่านี้ไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม: ธุรกิจต่างๆ มักจะยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มทุกไตรมาส โดยรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการขายและภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่าย คุณจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีภายใน 60 วันหลังจากสิ้นสุดรอบการรายงานแต่ละรอบ โดยทุกบริษัทต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มผ่าน ePortal
ชำระหรือขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม: หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ คุณก็จะต้องชำระส่วนต่างให้กับหน่วยงานด้านภาษี แต่หากภาษีซื้อมากกว่า (ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้ส่งออกหรือช่วงที่มีการลงทุนจำนวนมาก) ธุรกิจก็สามารถขอคืนส่วนต่างในรูปแบบเงินคืนหรือเครดิตได้
หน่วยงานด้านภาษีสามารถตรวจสอบบันทึกและแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และการยื่นหรือชำระภาษีล่าช้าก็อาจทำให้เสียดอกเบี้ยหรือค่าปรับ การดูแลข้อมูลให้เป็นระเบียบและเป็นปัจจุบัน และการแก้ไขข้อผิดพลาดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ได้มาก
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์มีขั้นตอนอย่างไร
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์จะพิจารณาจากบุคคลที่จ่ายภาษีและเหตุผล การขอคืนภาษีให้ความสำคัญอย่างมากกับใบแจ้งหนี้ที่เหมาะสม หลักฐานการส่งออก และการยื่นภาษีตรงตามกำหนดเวลา หากมีเอกสารขาดหายไปหรือยื่นล่าช้า ก็อาจส่งผลให้การขอคืนภาษีเป็นโมฆะไปเลย
วิธีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมีดังนี้
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจในสวิตเซอร์แลนด์
หากธุรกิจจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ มากกว่าที่เก็บได้จากลูกค้าในรอบการรายงาน ธุรกิจก็สามารถขอคืนส่วนต่างผ่านแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เหตุการณ์เช่นนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ส่งออก สตาร์ทอัพที่ลงทุนช่วงแรกเป็นจำนวนมาก หรือบริษัทที่มีรายรับตามฤดูกาล โดยการคืนเงินภาษีจะอยู่ในรูปแบบเงินเบิกจ่ายหรือเครดิตไว้ใช้กับแบบแสดงรายการในอนาคต
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจจากต่างประเทศ
ธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มในสวิตเซอร์แลนด์ไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ (เช่น การเข้าพักในโรงแรม งานแสดงสินค้า บริการในท้องถิ่น) อาจมีสิทธิ์ได้รับภาษีคืน โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงต่างตอบแทนระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศบ้านเกิดของธุรกิจนั้นๆ และต้องยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาประจำปีที่เข้มงวด ซึ่งมักดำเนินการผ่านตัวแทนทางการเงิน
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์อาจขอรับภาษีคืนสำหรับสินค้าที่ซื้อในประเทศนี้ได้หากใช้จ่ายอย่างน้อย 300 CHF และส่งออกสินค้าที่ไม่ได้ใช้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ศุลกากรต้องตรวจสอบการส่งออกก่อนที่จะดำเนินการคืนภาษีให้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการที่ใช้ในสวิตเซอร์แลนด์ (เช่น อาหารในร้านอาหารหรือการขนส่งในท้องถิ่น) ได้
Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย VAT และ GST โดยอัตโนมัติทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ
เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา
Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe
จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น
เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี
ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ