Bancontact เป็นธุรกิจในเบลเยียมที่มีชื่อเสียงในเรื่องบริการประมวลผลการชำระเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นวิธีการชำระเงินหลักแบบใช้บัตรในเบลเยียม
ธุรกิจก่อตั้งในปี 1989 ภายใต้ชื่อ Bancontact/Mister Cash ก่อนจะกลายเป็นบริการบัตรเดบิตยอดนิยมในเบลเยียม โดยนำเสนอวิธีการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง Bancontact ควบรวมกิจการกับบริการชำระเงิน Payconiq Belgium ในปี 2018 และก่อตั้ง Bancontact Payconiq Company โดยรวบรวมแอปพลิเคชันการชำระเงินของตนไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวเรียกว่า Payconiq by Bancontact ซึ่งเป็นแอปที่ช่วยให้ผู้ใช้ชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยใช้รหัส QR เพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น
Bancontact ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งในประเทศและครองตลาดเบลเยียม นอกจากนี้ยังร่วมมือกับเครือข่ายการชำระเงินระหว่างประเทศ ช่วยให้ผู้ใช้ในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างประเทศสามารถใช้บัตรและบริการของตนได้กว้างขึ้น
ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค Bancontact มีเครือข่ายที่รองรับการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์เพื่อการชำระเงินที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อจัดการธุรกรรมจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่ามีการใช้บริการ Bancontact อย่างแพร่หลายทั้งในเบลเยียมและประเทศใกล้เคียง
ต่อไปนี้เราจะพูดถึงข้อเสนอของ Bancontact สำหรับธุรกิจและลูกค้า รวมถึงสิ่งที่ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการยอมรับ Bancontact เป็นวิธีการชำระเงิน
เนื้อหาหลักในบทความ
- มีการใช้งาน Bancontact ในพื้นที่ใดบ้าง
- ใครบ้างที่ใช้ Bancontact
- กรณีการใช้งานทั่วไปสำหรับ Bancontact
- วิธีการทำงานของ Bancontact
- ประโยชน์ของการยอมรับ Bancontact
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ Bancontact
- มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Bancontact
- ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจเพื่อเริ่มรับชำระเงินผ่าน Bancontact
- ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Bancontact
- Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
มีการใช้งาน Bancontact ในพื้นที่ใดบ้าง
Bancontact เป็นวิธีการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในเบลเยียม แต่ขอบเขตการให้บริการไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเบลเยียมเท่านั้น ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ดำเนินธุรกิจและแรงขับเคลื่อนตลาดของ Bancontact ในปัจจุบัน
เบลเยียม
Bancontact เป็นวิธีการชำระเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการซื้อออนไลน์และออฟไลน์ในเบลเยียม โดยมีบัตร Bancontact หมุนเวียนอยู่กว่า 17 ล้านใบ เมื่อเทียบกับประชากรของประเทศที่มีประมาณ 12 ล้านคน การใช้งานอย่างแพร่หลายนี้สามารถอธิบายได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
เครือข่ายธนาคารที่กว้างขวาง: Bancontact จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารเกือบทุกแห่งในเบลเยียม ทำให้เข้าถึงกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ได้
ผสานการทำงานได้อย่างง่ายดาย: Bancontact ผสานการทำงานกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารได้อย่างง่ายดาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ลูกค้าคุ้นเคยและสะดวก
การันตีการชำระเงิน: ธุรกรรมจะได้รับการยืนยันทันที ช่วยให้ธุรกิจรู้สึกอุ่นใจ อีกทั้งยังกำจัดความเสี่ยงในการฉ้อโกงและการดึงเงินคืน
ประเทศอื่นๆ ในยุโรป
แม้ว่าเบลเยียมจะยังคงเป็นตลาดหลัก แต่ Bancontact ก็ขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่างแข็งขัน แสดงให้เห็นว่าความต้องการโซลูชันที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
เนเธอร์แลนด์: Bancontact มีชื่อเสียงอย่างมากในเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ธุรกิจออนไลน์ เนเธอร์แลนด์มีความผูกพันทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจกับเบลเยียมทำให้ Bancontact เป็นที่คุ้นเคยในหมู่ผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตได้เป็นอย่างดี
ลักเซมเบิร์ก: Bancontact เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในลักเซมเบิร์ก สาเหตุหลักเป็นเพราะมีชาวเบลเยียมและแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่ในประเทศนี้จำนวนมาก
ฝรั่งเศส: Bancontact กำลังบุกตลาดฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแคว้นที่ติดกับพรมแดน การผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศสทำให้ Bancontact ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มตลาด
การขยายกิจการของ Bancontact สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กำลังเติบโตในอุตสาหกรรมการชำระเงิน
การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ: การชhอปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้วิธีการชำระเงินออนไลน์ที่สะดวกและปลอดภัย อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและการผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่ช่วยให้ Bancontact ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
การค้าข้ามพรมแดนขยายตัว: การช้อปปิ้งข้ามพรมแดนในยุโรปกำลังเติบโต และเปิดโอกาสให้กับโซลูชันการชำระเงินที่ทำงานได้อย่างราบรื่นข้ามพรมแดน ซึ่ง Bancontact ขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหล่านี้
ลูกค้าเลือกโซลูชันที่ตัวเองคุ้นเคย: ลูกค้ามักต้องการวิธีการชำระเงินที่ตนรู้สึกว่าสะดวกสบายและคุ้นเคย Bancontact เน้นไปที่ความเป็นมิตรต่อผู้ใช้และความใกล้ชิดกับระบบธนาคาร ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ามากขึ้น
สภาพแวดล้อมตามระเบียบข้อบังคับ
การเติบโตของ Bancontact ยังเป็นผลมาจากการพัฒนาด้านกฎหมายดังต่อไปนี้
คำสั่งว่าด้วยบริการชำระเงินฉบับปรับปรุงของสหภาพยุโรป (PSD2): PSD2 ส่งเสริมการแข่งขันและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการชำระเงิน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เช่น Bancontact เพิ่มส่วนแบ่งตลาด
โครงการริเริ่มด้านการธนาคารแบบ Open Banking: การธนาคารแบบเปิดช่วยให้ธนาคารแชร์ข้อมูลกับผู้ให้บริการบุคคลที่สามได้อย่างปลอดภัย Bancontact จึงสามารถนำเสนอบริการที่เป็นนวัตกรรมและผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มจำนวนมากได้
มองอนาคต
Bancontact มีความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคตเนื่องจากมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในเบลเยียม ดำเนินกลยุทธ์ขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถปรับตัวตามพฤติกรรมของลูกค้าและระเบียบข้อบังคับในท้องถิ่นที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และการผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มการชำระเงินชั้นนำ ทำให้ Bancontact กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมการชำระเงินของยุโรป
ใครบ้างที่ใช้ Bancontact
แม้ว่าการใช้งานจะกระจุกตัวในเบลเยียม แต่ฐานผู้ใช้ของ Bancontact ขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศ รวมทั้งรองรับธุรกิจที่หลากหลายและรองรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง ต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับผู้ใช้ Bancontact และวิธีใช้ Bancontact
ประเภทธุรกิจที่ใช้ Bancontact
ผู้ค้าปลีก: เครือบริษัทขนาดใหญ่และร้านค้าอิสระขนาดเล็กในหลายภาคธุรกิจต่างก็พึ่งพา Bancontact ในการทำธุรกรรมทางออนไลน์และที่หน้าร้าน มาตรการรักษาความปลอดภัยและความรวดเร็วนี้เหมาะสำหรับธุรกรรมที่มีปริมาณมาก และความคุ้นเคยกับลูกค้าชาวเบลเยียมในระดับสูงจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Carrefour (มีร้านค้ากว่า 700 สาขาในเบลเยียม) และ Colruyt (มีร้านค้ากว่า 200 สาขา) ได้ผสานการทำงาน Bancontact เป็นตัวเลือกในการชำระเงิน
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: ผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่อย่าง Bol.com ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ และ Coolblue ต่างก็ยอมรับ Bancontact เป็นตัวเลือกการชำระเงิน นอกจากนี้ Bol.com ยังได้รับความนิยมในเบลเยียมด้วย จึงยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Bancontact เราตอบสนองความต้องการช้อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังเติบโตและมอบวิธีการชำระเงินที่สะดวกและคุ้นเคยให้แก่ลูกค้า
บริการแบบชำระเงินตามรอบบิล: ฟังก์ชันการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าของ Bancontact มีประโยชน์อย่างมากสำหรับธุรกิจที่มีการชำระเงินตามรอบบิล เช่น บริการสตรีมมิงและสาธารณูปโภค Payconiq by Bancontact เป็นโซลูชันการชำระเงินบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ช่วยให้การชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าและการจัดการใบเรียกเก็บเงินสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยให้มั่นใจว่าการชำระเงินจะเกิดขึ้นตรงเวลา รวมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการทั้งสำหรับธุรกิจและลูกค้า
บริการสาธารณะ: เทศบาลและหน่วยงานของรัฐหันมาใช้ Bancontact กันมากขึ้น เช่น การชำระเงินภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทางออนไลน์ การเปลี่ยนไปใช้ระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลจะช่วยส่งเสริมความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายของประชาชน ซึ่งลดภาระในการชำระเงินด้วยตัวเองหรือที่จุดขาย
องค์กรไม่แสวงผลกำไรและองค์กรการกุศล: องค์กรต่างๆ ที่รับบริจาคใช้ Bancontact เป็นช่องทางบริจาคเงินทางออนไลน์ที่ทั้งปลอดภัยและสะดวก ช่วยให้ขั้นตอนการบริจาคสำหรับบุคคลทั่วไปง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสในการบริจาคเงินจนเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ การผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับแพลตฟอร์มการบริจาคออนไลน์ยอดนิยมในเบลเยียมก็ยังทำให้การบริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นเรื่องเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ
กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้ Bancontact
ผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว: ยุคแห่งเทคโนโลยีนี้ให้ความสำคัญกับการทำธุรกรรมออนไลน์ และส่งผลดีต่อวิธีการชำระเงินที่ใช้งานง่ายและเป็นที่คุ้นเคยของผู้ใช้ ซึ่งแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของ Bancontact และการผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างก็ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ที่เน้นระบบดิจิทัลเป็นอันดับแรก
ครอบครัว: ผู้ปกครองชอบระบบรักษาความปลอดภัยและความสะดวกสบายของ Bancontact โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการซื้อออนไลน์และการชำระเงินตามใบเรียกเก็บเงิน เพราะช่วยให้พวกเขาจัดการการเงินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผลการสำรวจของ Bancontact เผยว่าผู้ปกครอง 84% ต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อใช้ Bancontact ในการซื้อออนไลน์ เมื่อเทียบกับวิธีการชำระเงินอื่นๆ
ผู้ที่ต่อต้านเทคโนโลยี: สำหรับผู้ที่ไม่ชื่นชอบเทคโนโลยี Bancontact ก็มอบประสบการณ์การชำระเงินที่คุ้นเคยและตรงไปตรงมา บัตรเดบิตที่น่าเชื่อถือและการผสานการทำงานกับระบบธนาคารช่วยให้ Bancontact ใช้งานได้สะดวกและง่ายดาย โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้กับผู้ที่ไม่อยากใช้ธนาคารออนไลน์
นักช้อปข้ามพรมแดน: ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศใกล้เคียง เช่น เนเธอร์แลนด์และลักเซมเบิร์ก (สหภาพเศรษฐกิจเบเนลักซ์เมื่อรวมกับเบลเยียม) มักใช้ Bancontact ในการซื้อออนไลน์จากธุรกิจต่างๆ ในเบลเยียม ซึ่งการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนอย่างง่ายดายด้วยวิธีการชำระเงินในประเทศที่ลูกค้าชื่นชอบ จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี
กรณีการใช้งานทั่วไปสำหรับ Bancontact
การช้อปปิ้งออนไลน์: Bancontact ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ราบรื่นและปลอดภัย ตั้งแต่การซื้อเสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการจองการเดินทางและการสั่งซื้ออาหาร
การชำระเงินภายในร้าน: ไม่ว่าคุณกำลังซื้อของชำ จ่ายค่าน้ำมันรถ หรือซื้อกาแฟ Bancontact ก็เป็นวิธีที่สะดวกแบบไร้สัมผัสในการชำระเงินภายในร้านค้า ในปี 2022 มีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสกว่า 1.1 พันล้านรายการผ่าน Bancontact ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกรรมในร้านค้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การชำระเงินตามใบเรียกเก็บเงิน: การชำระค่าสาธารณูปโภค การชำระเงินตามรอบบิล และการชำระเงินตามใบเรียกเก็บเงินอื่นๆ ทางออนไลน์จะทำได้ง่ายดายด้วยฟีเจอร์การชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้าของ Bancontact โดยวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ใบเรียกเก็บเงินแบบกระดาษและไม่มีการชำระเงินล่าช้าอีกต่อไป
การโอนเงิน: การส่งและรับเงินระหว่างบุคคลทั่วไปกลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วด้วยแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ Payconiq by Bancontact ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากให้กับการชำระเงินแบบบุคคลถึงบุคคลและการจัดการด้านการเงินส่วนบุคคล ในปี 2022 มีการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่กว่า 275 ล้านรายการโดยใช้แอปนี้ เทียบกับ 34 ล้านรายการในปี 2018 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโต
การบริจาค: การผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับแพลตฟอร์มบริจาคเงินออนไลน์ช่วยให้การบริจาคเงินแก่องค์กรการกุศลและการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมกลายเป็นเรื่องสะดวกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการให้ อีกทั้งยังลดความซับซ้อนให้กับขั้นตอนของบุคคลทั่วไป ความร่วมมือระหว่าง Bancontact และ Donate.be ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการบริจาคออนไลน์ยอดนิยมในเบลเยียม ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถบริจาคให้กับโครงการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
วิธีการทำงานของ Bancontact
Bancontact มีบทบาทอย่างมากต่อกิจกรรมทางการเงินแต่ละวันของผู้คนในเบลเยียม และผสานรวมเป็นส่วนหนึ่งของลูกค้าและธุรกิจจำนวนมากที่ต้องจัดการด้านการเงินเป็นประจำ ดูหลักการทำงานของ Bancontact อย่างละเอียดดังต่อไปนี้
จากมุมมองของลูกค้า
การชำระเงิน
ธุรกรรมออนไลน์: ลูกค้าเลือก Bancontact ในขั้นตอนการชำระเงิน จากนั้นระบบจะนำทางลูกค้าไปยังระบบธนาคารออนไลน์ที่ปลอดภัย ซึ่งลูกค้าจะต้องเข้าสู่ระบบและอนุมัติการชำระเงินโดยใช้ PIN ลายนิ้วมือ หรือการจดจำใบหน้า หลังจากอนุมัติการชำระเงินสำเร็จ ระบบจะนำลูกค้าไปยังเว็บไซต์ของธุรกิจ ธุรกิจจะได้รับการยืนยันการชำระเงินแบบเรียลไทม์และประมวลผลธุรกรรม
การชำระเงินภายในร้าน: ลูกค้าใช้บัตรแบบไร้สัมผัสหรือแอป Bancontact บนสมาร์ทโฟนที่เทอร์มินัลการชำระเงิน ซึ่งจะส่งคำขอการชำระเงินไปยังธนาคาร หลังจากที่ธนาคารยืนยันธุรกรรมแล้ว เทอร์มินัลจะแสดงข้อความว่าธุรกรรมสำเร็จแล้ว
การใช้งานแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่: แอป Payconiq by Bancontact อำนวยความสะดวกให้กับการชำระเงินภายในร้านแบบไร้สัมผัส การซื้อออนไลน์ การโอนเงิน และการตั้งค่าการชำระเงินตามใบเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า
การประมวลผลออนไลน์: ธุรกิจต่างๆ ใช้เกตเวย์การชำระเงินที่ Bancontact จัดหาให้หรือผู้ให้บริการชำระเงิน (PSP) อื่นๆ โดยเกตเวย์จะส่งการชำระเงินไปยังธนาคารอย่างปลอดภัย ธนาคารจะใช้ 3D Secure (3DS) ในการยืนยันตัวตนและการอนุมัติ หลังจากนั้น ระบบการหักยอดและการชำระเงินหรือที่เรียกว่า STET จะประมวลผลการชำระเงิน
การประมวลผลภายในร้าน: เทอร์มินัลการชำระเงินแบบไร้สัมผัสใช้เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ (NFC) เพื่อโต้ตอบกับบัตรแบบไร้สัมผัสหรือสมาร์ทโฟน เทอร์มินัลเหล่านี้จะส่งต่อคำขอการชําระเงินไปยังธนาคารอย่างปลอดภัย เมื่อธนาคารยืนยันและอนุมัติวงเงินแล้ว เทอร์มินัลจะทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์และหักเงินจากบัญชีของลูกค้า
จากมุมมองของธุรกิจ
การรับชำระเงิน
ออนไลน์: ธุรกิจต่างๆ ผสานการทำงานเกตเวย์การชำระเงินกับร้านค้าออนไลน์ของตนเอง โดยเกตเวย์ดังกล่าวทำหน้าที่จัดการการสื่อสารกับ Bancontact และธนาคาร ธุรกิจจะได้รับการยืนยันการชำระเงินแบบเรียลไทม์ พร้อมกับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลธุรกรรมสำหรับการรายงานและการกระทบยอด
ในร้านค้า: ธุรกิจต่างๆ ใช้เทอร์มินัลระบบบันทึกการขาย (POS) แบบไร้สัมผัสเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Bancontact เพื่อช่วยให้ลูกค้าชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ธุรกิจเองก็สามารถดูรายงานธุรกรรมรายวันได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเรียกดูข้อมูลแบบละเอียดผ่านพอร์ทัลออนไลน์ของ Bancontact ได้ด้วย
โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค: Bancontact ทำงานบนเครือข่ายอันซับซ้อนที่ประกอบไปด้วยเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล และช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยให้ธุรกิจ ธนาคาร และลูกค้าโต้ตอบกันได้อย่างน่าเชื่อถือและปลอดภัย นอกจากนี้ยังใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัส ไฟร์วอลล์ และระบบตรวจจับการบุกรุก มาปกป้องข้อมูลของลูกค้าด้วย
ประโยชน์ของการยอมรับ Bancontact
ยอดขายและรายรับเพิ่มขึ้น
อัตราคอนเวอร์ชันสูงขึ้น: ความนิยมอย่างแพร่หลายในเบลเยียมและความง่ายในการใช้งานของ Bancontact ทำให้อัตราคอนเวอร์ชันระหว่างการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายเพิ่มขึ้น โดยในปี 2021 วิธีการชำระเงินของ Bancontact มีส่วนแบ่งตลาดถึง 80% ในประเทศ ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้นำในสภาพแวดล้อมอีคอมเมิร์ซของประเทศ
การละทิ้งรถเข็นลดลง: การประมวลผลการชำระเงินอย่างรวดเร็วด้วย Bancontact ทำให้อัตราการละทิ้งรถเข็นลดลง ลูกค้าจึงทำการซื้อได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด
มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น: Bancontact ไม่เพียงอำนวยความสะดวก แต่ยังมอบความปลอดภัย ส่งผลให้ลูกค้าใช้จ่ายมากขึ้น มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าเพิ่มขึ้น
ประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับการปรับปรุง: ความคุ้นเคย ความสะดวกในการใช้งาน และการรักษาความปลอดภัยของ Bancontact ช่วยมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นและดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า เพิ่มความภักดี และทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำเรื่อยๆ
ขั้นตอนการชำระเงินที่คล่องตัว: การประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ของ Bancontact จะยืนยันและดำเนินการชำระเงินทันที จึงช่วยลดความล่าช้าและความไม่พอใจของลูกค้าได้
ลดภาระในการตอบคำถามของฝ่ายสนับสนุนลูกค้า: ความใช้งานง่ายของ Bancontact ลดความจำเป็นในการขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาการชำระเงิน ทำให้ธุรกิจสามารถทุ่มทรัพยากรที่มีไปกับสิ่งที่สำคัญแทนได้
ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการประหยัดต้นทุน
ภาระด้านการบริหารลดลง: การประมวลผลการชำระเงินอัตโนมัติของ Bancontact ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องกระทบยอดด้วยตนเอง จึงประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรที่มีค่า
ค่าธรรมเนียมธุรกรรมถูกลง: Bancontact มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับวิธีการชำระเงินอื่นๆ ดังนั้นธุรกิจจะประหยัดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง จากการศึกษาของ Statista ซึ่งเป็นธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล ค่าธรรมเนียมธุรกรรมเฉลี่ยของ Bancontact ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมสำหรับการประมวลผลบัตรเครดิตถึง 15%
การจัดการกระแสเงินสดที่ได้รับการปรับปรุง: การประมวลผลการชำระเงินแบบเรียลไทม์ด้วย Bancontact ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนได้ทันที ทำให้จัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลเชิงลึกขั้นสูง: Bancontact มอบข้อมูลธุรกรรมให้กับธุรกิจอย่างละเอียด ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ดีขึ้น รวมทั้งปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขายได้
การรักษาความปลอดภัยและการป้องกันการฉ้อโกงที่ได้รับการปรับปรุง: Bancontact ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การตรวจสอบสิทธิ์แบบ 2 ปัจจัย (2FA) และระบบตรวจจับการฉ้อโกง ซึ่งจะช่วยปกป้องธุรกิจจากการสูญเสียทางการเงินที่เกิดจากธุรกรรมฉ้อโกง
การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย: ธุรกิจที่ใช้ Bancontact สามารถเข้าถึงฐานผู้ใช้ Bancontact ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี ครอบครัว และลูกค้ากลุ่มอื่นๆ อีกทั้งยังขยายการเข้าถึงลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ด้วย
ขยายธุรกิจข้ามพรมแดน: การร่วมมือกับ Payconiq ช่วยให้ธุรกิจในประเทศใกล้เคียง เช่น เนเธอร์แลนด์และลักเซมเบิร์กรับการชำระเงินผ่าน Bancontact ได้ จึงช่วยอำนวยความสะดวกในการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนและเพิ่มรายรับ
ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของ Bancontact
ต่อไปนี้คือรายละเอียดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Bancontact
ค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้า
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม: แม้ว่าปกติแล้ว Bancontact จะเป็นบริการฟรีสำหรับลูกค้า แต่ธนาคารบางแห่งอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมธุรกรรมสำหรับการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 0.10 ยูโรถึง 0.25 ยูโร
ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ: เมื่อลูกค้าใช้ Bancontact ทำธุรกรรมข้ามพรมแดน อาจมีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับธนาคารและคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง
ค่าธรรมเนียมการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม: การถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มด้วยบัตร Bancontact อาจมีค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับธนาคารและผู้ให้บริการเอทีเอ็ม ซึ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้มักจะอยู่ระหว่าง 0.50 ยูโรถึง 2 ยูโรต่อการถอน
ค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจ
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม: นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดธุรกรรมแล้ว ธุรกิจยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่อการชำระเงินแต่ละรายการที่ประมวลผลผ่าน Bancontact ตามที่กำหนดไว้ด้วย ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกรรม เกตเวย์การชำระเงินที่ใช้ และปริมาณธุรกรรมรายเดือน
ค่าธรรมเนียมรายเดือนขั้นต่ำ: เกตเวย์การชำระเงินบางส่วนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนขั้นต่ำ ไม่ว่าจะมีปริมาณธุรกรรมเท่าใดก็ตาม ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้จะอยู่ระหว่าง 10 ยูโรถึง 50 ยูโรต่อเดือน
ค่าธรรมเนียมการตั้งค่า: ผู้ให้บริการบางรายจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตั้งค่าแบบครั้งเดียวเพื่อผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับระบบการชำระเงินของธุรกิจ ซึ่งปกติแล้วค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะอยู่ระหว่าง 50 ยูโรถึง 250 ยูโร
ค่าฮาร์ดแวร์: ธุรกิจที่รับชำระเงินแบบไร้สัมผัสต้องติดตั้งเทอร์มินัลการชำระเงินที่เข้ากันได้ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 200 ยูโรถึง 500 ยูโร
ค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน: หากลูกค้าเริ่มดำเนินการดึงเงินคืนจากธุรกรรม Bancontact ธุรกิจต้องชำระค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 10 ยูโรถึง 25 ยูโร
มาตรการรักษาความปลอดภัยของ Bancontact
ฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยของ Bancontact เทียบได้กับระบบและผลิตภัณฑ์การชำระเงินที่ทันสมัยที่สุดส่วนใหญ่ ฟีเจอร์เหล่านี้ประกอบด้วย
การตรวจสอบสิทธิ์ด้วย PIN: ธุรกรรมผ่านบัตร Bancontact ทุกรายการไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือที่ร้านค้าจะต้องป้อน PIN เพื่ออนุมัติธุรกรรม นี่เป็นการรักษาความปลอดภัยระดับพื้นฐานเพราะมีแต่เจ้าของบัตรเท่านั้นที่มี PIN และหากป้อน PIN ไม่ถูกต้องครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ระบบจะล็อกบัตรทันทีเพื่อป้องกันการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต
3D Secure (3DS) สำหรับธุรกรรมออนไลน์: Bancontact นำเทคโนโลยี 3DS มาใช้กับการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งด้วยการกำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากรายละเอียดของบัตร โดยอาจจะใช้รหัสผ่าน การส่งรหัสทาง SMS หรือการยืนยันด้วยข้อมูลไบโอเมตริก เช่น ลายนิ้วมือหรือการจดจำใบหน้า
การเข้ารหัส: ระบบจะเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งระหว่างทำธุรกรรม Bancontact ซึ่งหมายความว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น หมายเลขบัตรและรายละเอียดส่วนบุคคลจะถูกแปลงเป็นรหัสที่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการดักข้อมูลหรือการฉ้อโกง ทั้งนี้ มาตรฐานการเข้ารหัสของธุรกิจเป็นไปตามระเบียบการรักษาความปลอดภัยทางการเงินทั่วโลก
การปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI DSS: Bancontact ปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน (PCI DSS) ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อรับรองว่าธุรกิจทุกแห่งจะยอมรับ ประมวลผล จัดเก็บ หรือส่งข้อมูลบัตรเครดิตอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ การตรวจสอบเป็นประจำและการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดจะช่วยให้ Bancontact ดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรการควบคุมเพื่อการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้อยู่เสมอ
การติดตามตรวจสอบการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์: ระบบของ Bancontact ติดตามตรวจสอบธุรกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อหากิจกรรมที่น่าสงสัย การติดตามตรวจสอบแบบเรียลไทม์นี้จะช่วยระบุและป้องกันธุรกรรมที่อาจเป็นการฉ้อโกงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบสิ่งผิดปกติ เช่น รูปแบบการใช้จ่ายหรือตำแหน่งที่ตั้งผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนให้ระงับธุรกรรมนั้นไว้ก่อนเพื่อทำการยืนยันเพิ่มเติม
วงเงินธุรกรรมแบบไร้สัมผัส: Bancontact จำกัดวงเงินสำหรับการทำธุรกรรมแบบไร้สัมผัสโดยไม่ต้องป้อน PIN ไว้ที่ 25 ยูโร หากจำนวนเงินสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว ระบบจะกำหนดให้ป้อน PIN หรือยืนยันในรูปแบบอื่น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่บัตรถูกโจรกรรมหรือสูญหายได้
แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ปลอดภัย: แอป Payconiq by Bancontact มีฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัย เช่น PIN เฉพาะสำหรับแอปและการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยข้อมูลไบโอเมตริก นอกจากนี้ แอปยังช่วยผู้ใช้ติดตามธุรกรรม จึงมอบความโปร่งใส ทั้งยังสามารถตรวจสอบการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมได้ด้วย
การทำงานร่วมกันกับธนาคารและสถาบันการเงิน: Bancontact ทำงานร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินงานตามมาตรการและระเบียบการรักษาความปลอดภัยขององค์กรเหล่านี้ การทำงานร่วมกันนี้ก่อให้เกิดการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในระบบชำระเงิน
ข้อกำหนดสำหรับธุรกิจเพื่อเริ่มรับชำระเงินผ่าน Bancontact
หากต้องการรับชำระเงินด้วย Bancontact ธุรกิจจะต้องทำตามขั้นตอนบางอย่าง ไม่ว่าจะก่อตั้งอยู่ในเบลเยียมหรือต่างประเทศก็ตาม ขั้นตอนเหล่านี้จะแตกต่างกันไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งและระบบประมวลผลการชำระเงินที่ใช้ ต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนที่จำเป็น
สำหรับธุรกิจที่ตั้งอยู่ในเบลเยียม
การตั้งค่าบัญชีผู้ค้า: ธุรกิจต่างๆ ต้องมีบัญชีผู้ค้า รวมทั้งธนาคารหรือ PSP ที่รองรับธุรกรรม Bancontact
การผสานการทำงานเทอร์มินัลการชำระเงินหรือ POS: สำหรับร้านค้าจริง ธุรกิจจำเป็นต้องผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับระบบ POS ที่มีอยู่หรือเทอร์มินัลการชำระเงินที่รองรับ Bancontact เทอร์มินัลเหล่านี้ควรรองรับธุรกรรมที่ใช้ชิปและ PIN รวมถึงธุรกรรมแบบไร้สัมผัส
การผสานการทำงานอีคอมเมิร์ซ: ธุรกิจออนไลน์ต้องผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับเกตเวย์การชำระเงินของเว็บไซต์ ซึ่งสามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือผ่าน PSP ที่รองรับ Bancontact เป็นตัวเลือกการชำระเงิน
การปฏิบัติตามข้อกำหนดและการรักษาความปลอดภัย: ธุรกิจจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI DSS และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
สำหรับธุรกิจต่างชาติ
การเป็นพาร์ทเนอร์กับ PSP: ธุรกิจต่างชาติควรร่วมมือกับ PSP ที่ทำงานร่วมกับ Bancontact และสามารถจัดการธุรกรรมข้ามพรมแดนได้ โดย PSP นี้ควรอำนวยความสะดวกในการแปลงสกุลเงินและช่วยให้ธุรกิจเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการชำระเงินของเบลเยียมได้
การผสานการทำงานอีคอมเมิร์ซ: ผู้ค้าปลีกออนไลน์ต่างชาติจะต้องผสานการทำงาน Bancontact เข้ากับระบบการชำระเงินเช่นเดียวกับธุรกิจในเบลเยียม โดยมักจะต้องทำงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือ PSP ที่รองรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศด้วย Bancontact
ข้อควรพิจารณาสำหรับธุรกิจที่ใช้ Stripe
การผสานการทำงาน Stripe: ธุรกิจที่ทำงานร่วมกับ Stripe จะเพิ่ม Bancontact เป็นวิธีการชำระเงินได้อย่างง่ายดาย Stripe รองรับ Bancontact ทั้งการชำระเงินแบบครั้งเดียวและการชำระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า ขั้นตอนการผสานการทำงานจะประกอบด้วยการเพิ่ม Bancontact ไปยังรายการวิธีการชำระเงินในแดชบอร์ด Stripe หรือผ่านการผสานการทำงานอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API)
การจัดการการชำระเงิน: เมื่อผสานการทำงานแล้ว Stripe จะทำหน้าที่จัดการการประมวลผลธุรกรรม และช่วยให้ธนาคารของลูกค้าและบัญชีของธุรกิจรับส่งรายละเอียดการชำระเงินและเงินทุนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ Stripe ยังมีเครื่องมือสำหรับการจัดการธุรกรรม การคืนเงิน และการโต้แย้งการชำระเงินด้วย
ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ: ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลการชำระเงินด้วย Bancontact ผ่าน Stripe นั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณธุรกรรมและตำแหน่งที่ตั้ง Stripe เสนอโมเดลค่าบริการที่โปร่งใส ซึ่งธุรกิจควรตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ต่อไปนี้คือรายละเอียดค่าธรรมเนียมหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม
1.4% + 30 เซ็นต์ต่อธุรกรรมที่สำเร็จ: ค่าธรรมเนียมมาตรฐานนี้มีผลกับการชำระเงินผ่าน Bancontact ทั้งหมดที่ประมวลผลผ่าน Stripe
ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับธุรกรรมระหว่างประเทศ: Stripe เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 1.5% สำหรับธุรกรรมระหว่างประเทศทั้งหมด
ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน
ค่าธรรมเนียม 1% สำหรับการแปลงสกุลเงิน: Stripe จะแปลงสกุลเงินโดยอัตโนมัติตามอัตราตลาดปัจจุบันโดยมีค่าธรรมเนียม 1% ของมูลค่าธุรกรรม
ธุรกิจสามารถเลือกจัดการการแปลงสกุลเงินด้วยตัวเองได้: วิธีนี้อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับธุรกิจที่มีธุรกรรมปริมาณมาก ยิ่งไปกว่านั้น Stripe ยังมีแพ็กเกจพิเศษสำหรับโมเดลธุรกิจที่มีธุรกรรมปริมาณมากหรือมีลักษณะเฉพาะด้วย
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่อาจเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมการโต้แย้งการชำระเงิน: หากมีการโต้แย้งการชำระเงินเกี่ยวกับธุรกรรม Stripe อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ
ค่าธรรมเนียมการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI: ธุรกิจอาจจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI เพิ่มเติม หากการดำเนินงานไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเหล่านี้
ตัวเลือกอื่นๆ นอกเหนือจาก Bancontact
แม้จะมีสถานะแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการชำระเงินของเบลเยียม แต่ Bancontact ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ให้บริการรายอื่นในตลาดหลักแต่ละแห่ง ต่อไปนี้คือตัวอย่างตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
เบลเยียม
บัตรเครดิต: Visa และ Mastercard ยังคงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในเบลเยียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อที่มีมูลค่าสูงและการทำธุรกรรมออนไลน์
บัตรเดบิต: Maestro และ V PAY ซึ่งลิงก์กับบัญชีธนาคาร มีฟังก์ชันคล้ายกันกับ Bancontact แต่อาจมีค่าธรรมเนียมและฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน
กระเป๋าเงินดิจิทัล: Apple Pay และ Google Pay มีตัวเลือกการชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่
วิธีการชำระเงินออนไลน์อื่นๆ: PayPal, Klarna และแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ของธนาคารท้องถิ่นก็มอบตัวเลือกอื่นๆ ในการซื้อออนไลน์ด้วยเช่นกัน
เนเธอร์แลนด์
iDEAL | Wero: ระบบการชำระเงินออนไลน์ยอดนิยมนี้ครองตลาดในเนเธอร์แลนด์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 70% iDEAL กำลังเปลี่ยนไปใช้ระบบการชำระเงินแบบทั่วทั้งยุโรปอย่าง Wero โดยเริ่มจากช่วงเปลี่ยนผ่านภายใต้แบรนด์ร่วม iDEAL | Wero ธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับลูกค้าในเนเธอร์แลนด์จะสามารถเสนอ Wero เป็นวิธีการชำระเงินได้ในช่วงปลายปี 2026 และ iDEAL | Wero จะเปลี่ยนไปใช้ Wero อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2028
บัตรเครดิต: Visa และ Mastercard ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการซื้อออนไลน์และที่จุดขาย
บัตรเดบิต: Maestro และ V PAY ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์เช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับการทำธุรกรรมภายในร้าน
กระเป๋าเงินดิจิทัล: Apple Pay, Google Pay และ Samsung Pay เป็นวิธีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน
ลักเซมเบิร์ก
Carte Bleue: ระบบบัตรเดบิตแห่งชาตินี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทั้งลักเซมเบิร์กและแบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
บัตรเครดิต: Visa และ Mastercard มีให้บริการอย่างแพร่หลาย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในการทำธุรกรรมออนไลน์และออฟไลน์
กระเป๋าเงินดิจิทัล: Apple Pay และ Google Pay เป็นวิธีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสที่มีผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ
การขยายตลาด
Payconiq: เนื่องจาก Bancontact ขยายธุรกิจไปยังประเทศใกล้เคียง การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Payconiq จึงช่วยให้ชำระเงินข้ามพรมแดนในเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์กได้อย่างง่ายดาย
ระบบการชำระเงินอื่นๆ ในภูมิภาค: ในขณะที่ Bancontact ขยายตัวเพิ่มเติม บริษัทจะต้องแข่งขันกับระบบการชำระเงินที่ได้รับความนิยมในภูมิภาค เช่น EPS ในออสเตรียและ Giropay ในเยอรมนี
Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลกรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
- เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
- ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
- รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและความสามารถขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
- เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ