ความท้าทาย
ThriveCart เป็นแพลตฟอร์มการค้าชั้นนำสำหรับดิจิทัลครีเอเตอร์ที่ขายคอร์สเรียน การเป็นสมาชิก และสินค้าที่จับต้องได้ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2016 บริษัทที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์กแห่งนี้ได้เติบโตจนมีครีเอเตอร์มากกว่า 75,000 ราย ซึ่งสร้างยอดขายปีละมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธุรกรรมปีละมากกว่า 10 ล้านรายการ
ในช่วงทศวรรษแรก ThriveCart อาศัย Stripe ในการให้บริการประมวลผลการชำระเงินที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยแก่ครีเอเตอร์ แต่เมื่อแพลตฟอร์มของ ThriveCart เติบโตขึ้น ความต้องการด้านการชำระเงินของครีเอเตอร์ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน พวกเขาต้องการขายสินค้าในตลาดมากขึ้น ยอมรับวิธีการชำระเงินแบบอื่น เสนอการสมัครสมาชิก และทดลองใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาต่างๆ
ThriveCart สังเกตเห็นว่าลูกค้ามักจะยกเลิกการซื้อในรถเข็นสำหรับซื้อสินค้าหากหน้าชำระเงินไม่รองรับภาษาท้องถิ่น ขาดวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าต้องการ หรือไม่มีตัวเลือกอย่างการ "ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง" ครีเอเตอร์จึงต้องการวิธีที่ง่ายกว่าในการรับชำระเงินด้วยวิธีในแต่ละประเทศโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ThriveCart ยังต้องการสร้างเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพรายได้แบบอัตโนมัติเพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ทำยอดขายให้ได้มากที่สุด
Thomas Smale ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ ThriveCart กล่าวว่า "เราตระหนักถึงความต้องการโซลูชันที่ล้ำลึกยิ่งขึ้นเพื่อทำงานควบคู่ไปกับข้อมูลของเราเอง เพื่อมอบเครื่องมือและกระบวนการที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มคอนเวอร์ชันในช่องทางการขายของเราทั่วโลก"
วิธีแก้ปัญหา
เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไปและช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้ให้มากที่สุด ThriveCart จึงเริ่มพัฒนา ThriveCart Pro+ ในปี 2025 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่นำเสนอฟีเจอร์การเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ขั้นสูงมากมาย
Smale กล่าวว่า "ระบบนิเวศของ Stripe เป็นโซลูชันเดียวที่มอบการเข้าถึงทั่วโลกและเครื่องมือที่ให้ความสำคัญกับนักพัฒนา ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างวิสัยทัศน์อันมุ่งมั่นนี้"
ThriveCart Pro+ สร้างขึ้นจากการผสานการทำงานที่ได้รับการอัปเดตด้วย Stripe Connect และ Stripe Payments ซึ่งช่วยให้ ThriveCart ควบคุมราคาได้ดีขึ้นและมีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น โดย ThriveCart ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของ Stripe เพื่อสร้างการผสานการทำงานขึ้นใหม่โดยใช้ API ของ Stripe รวมถึงเอกสารประกอบและคำแนะนำทางเทคนิค โดยแพลตฟอร์มยังคงใช้แดชบอร์ดที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe และ Stripe Managed Risk สำหรับการวิเคราะห์และความปลอดภัยขั้นสูง
ThriveCart ได้รวมเอาชุดเครื่องมือด้านการชำระเงินที่เพิ่มประสิทธิภาพของ Stripe เข้าไว้ใน ThriveCart Pro+ เพื่อให้ครีเอเตอร์เข้าถึงประสบการณ์การชำระเงินที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น Payment Element ของ Stripe ซึ่งเป็น UI การชำระเงินสำเร็จรูป ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเปิดใช้งานวิธีการชำระเงินมากกว่า 35 วิธี ทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น โดยมีทั้ง Amazon Pay, Revolut Pay, Zip, TWINT, Swish, Klarna, Affirm, Afterpay และคริปโต ครีเอเตอร์สามารถเปิดใช้งานตัวเลือกการชำระเงินใหม่ได้ในคลิกเดียว โดยไม่ต้องเขียนโค้ดที่ซับซ้อนหรือมีการผสานการทำงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ ThriveCart ยังเพิ่ม Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Stripe เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้เร็วขึ้นโดยการกรอกรายละเอียดการชำระเงินที่บันทึกไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อทำให้ประสบการณ์การชำระเงินง่ายขึ้นไปอีก ThriveCart ได้นำ Adaptive Pricing มาใช้เพื่อแสดงราคาในสกุลเงินท้องถิ่น พร้อมทั้งใช้โมเดล AI ที่สร้างขึ้นในชุดเครื่องมือด้านการชำระเงินที่เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อแสดงวิธีการชำระเงินที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าและธุรกรรมแต่ละรายแบบไดนามิก
นอกจากจะมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ดียิ่งขึ้นแล้ว ThriveCart Pro+ ยังใช้ Connect เพื่อผสานรวมข้อมูลการชำระเงินเข้ากับการวิเคราะห์ภายในแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์เพิ่มคอนเวอร์ชันได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เครื่องมือเพิ่มสินค้าในคำสั่งซื้อหลายรายการของ ThriveCart จะแสดงสินค้าเสริมที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติระหว่างการชำระเงิน ในขณะที่เครื่องมืออัปเกรดรายได้ประจำ (Recurring Revenue Upgrades) จะเปลี่ยนการอัปเกรดให้เป็นกระบวนการแบบคลิกเพียงครั้งเดียว
Results
ThriveCart เปิดใช้งานบัญชี ThriveCart Pro+ ใหม่กว่า 30,000 บัญชีภายใน 60 วันแรก และเพิ่มอัตราการชำระเงินสำเร็จขึ้น 5.2%
ThriveCart เปิดตัว ThriveCart Pro+ ในเดือนเมษายน 2025 โดยมุ่งเป้าไปที่ครีเอเตอร์รายใหม่ในช่วงลดราคาฤดูร้อนอันคึกคัก พร้อมทั้งนำเสนอการอัปเกรดประสิทธิภาพสูงให้กับลูกค้าปัจจุบัน ภายใน 60 วันหลังการเปิดตัว ThriveCart มีผู้สมัครใช้งาน ThriveCart Pro+ มากกว่า 30,000 ราย คิดเป็นประมาณ 40% ของฐานลูกค้าเดิมทั้งหมด นับตั้งแต่เปิดตัว ThriveCart พบว่าอัตราการชำระเงินสำเร็จเพิ่มขึ้น 5.2% (บางครั้งสูงถึง 18%) ด้วยเครื่องมือตรวจจับการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Stripe ซึ่งช่วยให้มีการชำระเงินที่ถูกต้องได้มากขึ้น
Smale กล่าวว่า "ผลตอบรับนั้นเยี่ยมมาก ผู้ค้าชื่นชอบความสามารถในการเปิดใช้งานวิธีการชำระเงินใหม่ๆ ได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียวโดยไม่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม เราเห็นความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการนำวิธีการชำระเงินใหม่เหล่านี้ไปใช้และการเติบโตของรายได้"
วิธีการชำระเงินในท้องถิ่น เช่น Affirm ช่วยเพิ่ม AOV ได้ถึง 333%
การนำเสนอวิธีการชำระเงินถึง 35 วิธีด้วยชุดเครื่องมือด้านการชำระเงินที่เพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ ThriveCart Pro+ ช่วยให้ครีเอเตอร์ลดอุปสรรคในการใช้งานลงได้ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการเสนอวิธีการชำระเงินแบบซื้อตอนนี้จ่ายทีหลัง ส่งผลให้มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (AOV) ในสหรัฐอเมริกาสูงขึ้น คำสั่งซื้อที่ชำระเงินด้วย Affirm มีมูลค่าสูงกว่าวิธีการชำระเงินอื่นๆ โดยเฉลี่ยที่ 333%
การชำระเงินด้วยคริปโตช่วยเพิ่มคอนเวอร์ชันได้ 7%
การเพิ่มวิธีการชำระเงินใหม่ๆ ทำให้ ThriveCart สามารถช่วยให้ครีเอเตอร์มอบวิธีการชำระเงินที่คุ้นเคยและน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า ซึ่งจะทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้นและลดความเสี่ยงในการทิ้งรถเข็นสินค้า ตัวอย่างเช่น ครีเอเตอร์ที่เลือกรับชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลมีการเพิ่มขึ้นของยอดขายโดยเฉลี่ยที่ 7%
18% ของธุรกรรมที่ทำด้วย Link
นับตั้งแต่เปิดตัว ThriveCart Pro+ การชำระเงินที่รวดเร็วขึ้นของ Link ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการชำระเงินยอดนิยมของ ThriveCart โดยคิดเป็น 18% ของธุรกรรมทั้งหมด
Smale กล่าวว่า "ระบบชำระเงินในคลิกเดียวของ Link ช่วยลดความยุ่งยากสำหรับลูกค้าประจำได้อย่างมาก ตรงนี้สอดคล้องกับพันธกิจของเราในการ "ขายได้มากขึ้นและง่ายขึ้น" โดยทำให้ขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด"
คำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 19% ด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่างการเพิ่มยอดสั่งซื้อหลายรายการ
ThriveCart Pro+ ใช้ Connect ในการขับเคลื่อนตรรกะแบบมีเงื่อนไขสำหรับฟีเจอร์การเพิ่มสินค้าหลายรายการในการสั่งซื้อ ซึ่งจะแสดงข้อเสนอสินค้าเสริมแบบไดนามิกได้สูงสุดถึง 6 รายการในระหว่างขั้นตอนการชำระเงิน โดยครีเอเตอร์ที่ใช้ฟีเจอร์นี้สามารถเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยได้ถึง 19% ในขณะเดียวกัน เครื่องมืออัปเกรดรายได้ประจำ (Recurring Revenue Upgrades) ก็แสดงให้เห็นว่าสามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยให้กับครีเอเตอร์ได้ถึง 30%
Smale กล่าวว่า "Connect คือกลไกสำคัญที่ทำให้การได้ผลลัพธ์อันทรงพลังและการสร้างรายได้มหาศาลเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ของเราสัมผัสได้จริง"
Stripe คือพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ของเรา เพราะตัวชี้วัดความสำเร็จของพวกเขาก็คือตัวชี้วัดความสำเร็จของเราด้วยเช่นกัน ฝ่ายดูแลระบบการรับชำระเงินระดับโลกของพวกเขานั้นเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตในระดับสากลของร้านค้าของเรา ซึ่งในทางกลับกันก็ช่วยส่งเสริมการเติบโตของเราด้วย Stripe มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแผนงานในอนาคตของเราในการก้าวไปสู่การเป็นระบบปฏิบัติการทางการเงินหลักสำหรับแวดวงครีเอเตอร์